<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อถกผ่อนคลายระยะ6  ย้ำบินเข้าไทยต้องกักตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพลชี้บทเรียนทหารอียิปต์-ครอบครัวทูตซูดาน &amp;nbsp;รัฐบาลต้องมีระบบคัดกรองเข้มงวด ไม่ปล่อยยกเว้นวีไอพี ด้าน ศบค.ชี้ผ่อนคลายระยะ 6 คนบินเข้าประเทศอยู่ภายใต้กฎเหล็กกักตัวทั้งหมด ขณะที่หมอทวีศิลป์การันตีระยองปลอดโควิด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ จากกรณีทหารอียิปต์และครอบครัวชาวซูดานที่เดินทางเข้าประเทศไทยติดเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้คนไทยเกิดความวิตกกังวลว่าจะนำมาซึ่งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,459 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 14-18 กรกฎาคม 2563 สรุปผลได้ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ความวิตกกังวลของประชาชน กรณีทหารอียิปต์และครอบครัวชาวซูดานที่เดินทางเข้าประเทศไทยติดเชื้อโควิด-19 อันดับ 1 วิตกกังวลมาก 52.23%, อันดับ 2 ค่อนข้างวิตกกังวล 39.68%, &amp;nbsp;อันดับ 3 ไม่ค่อยวิตกกังวล 6.58% 2.&amp;ldquo;5 เรื่อง&amp;rdquo; ที่ประชาชนวิตกกังวลเกี่ยวกับโควิด-19 ระลอกใหม่ อันดับ 1 การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ 95.89%, อันดับ 2 คนตกงาน ว่างงาน 94.45%, อันดับ 3 ธุรกิจ ค้าขายหยุดชะงัก 92.05%,&amp;nbsp;
อันดับ 4 การเรียนของบุตรหลาน 84.17%, อันดับ 5 ประกาศล็อกดาวน์ 82.39%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ประชาชนคาดว่าจะมีการล็อกดาวน์ประเทศไทยรอบ 2 หรือไม่ อันดับ 1 น่าจะมี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;73.82%, อันดับ 2 ไม่น่าจะมี 26.18% 4. แนวทางป้องกันที่ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่
อันดับ 1 ไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างเด็ดขาด ไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 94.51%, อันดับ 2 มีกระบวนการคัดกรองและกักตัวผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศอย่างเข้มงวด 86.41%, อันดับ 3 ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ &amp;nbsp;83.80%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 5.รัฐบาลควรแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร เพื่อลดความวิตกกังวลของประชาชน อันดับ 1 มีระบบคัดกรองและกักตัวที่เข้มงวดกว่านี้ ไม่ยกเว้นบุคคลพิเศษ 47.38%, อันดับ 2 ออกประกาศห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย มีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน &amp;nbsp;33.43%, อันดับ 3 ออกมาชี้แจง ทำความเข้าใจ และเร่งแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยเร็ว 23.20%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย พบผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 3 ราย มาจากสถานกักตัวของรัฐทั้งหมด โดยรายที่ 1 มาจากสิงคโปร์ เป็นชายไทย อายุ 60 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางถึงไทยวันที่ 6 ก.ค. พักอยู่ในสถานกักตัวของรัฐใน กทม. ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ไม่มีอาการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า รายที่ 2 มาจากสิงคโปร์ เป็นชายไทย อายุ 43 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 17 ก.ค. เข้าเกณฑ์ PUI และตรวจพบเชื้อวันเดียวกัน ส่งเข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลที่ จ.สมุทรปราการ และรายที่ 3 มาจากซูดาน เป็นชายไทย อายุ 39 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงไทยวันที่ 18 ก.ค. มีอาการไอ และตรวจพบเชื้อวันเดียวกัน ส่งรักษาตัวในโรงพยาบาลที่ จ.สมุทรปราการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 3,249 ราย หายป่วยสะสม 3,096 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 95 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดคงที่อยู่ที่ 58 ราย ส่วนสถานการณ์โลก ผู้มีติดเชื้อสะสม 14,422,468 ราย โดยเพิ่มขึ้นวันเดียวกว่า 2 แสนราย เสียชีวิตสะสม 604,823 ราย จึงถือว่าสถานการณ์ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ ยังไม่มีท่าทีจะคงที่ ตัวเลขยังคงขึ้นสูง&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์ระบุ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าที่ จ.ระยอง ตั้งแต่เกิดเหตุทหารชาวอียิปต์เดินทางไปในพื้นที่นั้น ได้มีการตรวจตัวอย่างในกรณีสอบสวนโรค ตั้งแต่วันที่ 14-18 ก.ค. รวมทั้งสิ้น 6,015 ราย ไม่พบเชื้อ 5,201 ราย อยู่ระหว่างผลตรวจ 814 ราย ในส่วนกรณีเด็กหญิงในคณะทูตซูดาน มีการตรวจไปแล้ว 364 ราย ไม่พบเชื้อ จึงอยากบอกว่าขณะนี้พื้นที่ จ.ระยองถือว่าปลอดภัย ในช่วงวันหยุดยาวประชาชนสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ เพราะเราพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วว่าที่นั่นปลอดภัยและปลอดเชื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ส่วนที่มีข้อกังวลว่า Alternative State Quarantine หรือสถานที่กักตัวในโรงแรมระดับสูงที่รัฐรับรอง ซึ่งผู้กักตัวต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง จำนวน 22 แห่ง มีการจองเต็ม และที่เหลือจากนั้น เราจะให้อยู่สถานที่กักตัวของรัฐ ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว โดยหลังจากนี้โรงแรมที่มากกว่า 3 ดาว สามารถประสาน ศบค.เพื่อขอใช้เป็นสถานที่กักตัวได้ ตรงนี้จะมีเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลเอกชนเข้าไปดูแล โดยจะหาให้ได้หลักพันห้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การผ่อนคลายในระยะที่ 6 จะมียอดคนบินเข้ามาจำนวนมาก แต่ทุกคนจะต้องเข้ามาอยู่ในสถานกักตัวของรัฐและสถานที่ที่รัฐให้การรับรอง นักธุรกิจเองก็ต้องทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวเหมือนกับนักการทูต ไม่ใช่วีไอพี เรามั่นใจระบบที่ทำให้ประชาชนสุขภาพดี และยืนยันจะทำอย่างนี้อย่างต่อเนื่อง&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการผ่อนคลายในระยะที่ 6 จะมีกิจการ/กิจกรรมอะไรบ้าง นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาหลายกิจการ/กิจกรรม เช่น การผ่อนคลายแรงงานต่างด้าวที่มีความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมอาหาร การแสดงสินค้า กองถ่ายภาพยนตร์ นักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยจะมีการประชุมหารือกันอย่างรอบด้านและจะนำเสนอที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ภายในสัปดาห์หน้า ส่วนที่มีความเป็นห่วงกิจการกลางคืน ประเภทผับ บาร์ ที่มีความเสี่ยงนั้น หลังจากเราเข้าไปตรวจพบว่ากิจการเหล่านี้ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และขอขอบคุณนักเที่ยวที่ให้ความร่วมมือเช่นกัน กิจการเหล่านี้จะได้เปิดยาวๆ สามารถไปสังสรรค์กันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการพิจารณายกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะพิจารณาจากปัจจัยอะไรและเมื่อไร นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สัปดาห์นี้ ศบค.ชุดเล็กจะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะนำข้อมูลรอบด้าน ทั้งมิติสาธารณสุข เศรษฐกิจ และมั่นคงมาพิจารณา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71935</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารอียิปต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f1451d48bc0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039;เปิดกฎหมายยันคณะทูตไม่ได้รับยกเว้นให้เอกสิทธิ์กรณีโควิด-19ชี้ช่องเอาผิดนายกฯ-ศบค.ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตามที่เกิดกรณี เจ้าหน้าที่ของสถานทูตเอสโตเนีย 1 คน ที่เพิ่งเดินทางเข้ามาภายในไทย พยายามขอเข้าพักคอนโดหรู มิลเลนเนี่ยม เรสซิเดนซ์ ย่านสุขุมวิท โดนอ้างสิทธิ์ทางการทูต แต่เจ้าหน้าที่ของคอนโดปฏิเสธการให้เข้าพัก เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัยของลูกบ้านจากเชื้อโควิด-19 หลังเกิดกรณีทหารอียิปต์ และลูกอุปทูตซูดาน ประกอบกับจากกรณีดังกล่าว ศบค. แถลงชัดว่า จะไม่อนุญาตสิทธิพิเศษ ให้บุคคลใดเข้ามาโดยไม่ต้องกักตัวอีก แต่ตัวแทนของสถานทูตไม่ยินยอม และมีการอ้างเอกสิทธิ์ทางการทูตด้วยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว มีข้อสงสัยถึงการบริหารจัดการของกระทรวงการต่างประเทศ และ สบค.อีกครั้งทั้งที่ประกาศชัดเจนว่าได้ยกเลิกสิทธิการยกเว้นบุคคลพิเศษเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัวแล้ว&amp;nbsp; และกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือแจ้งไปทุกสถานทูตเมื่อวันที่ 14 ก.ค. แล้วว่า คณะทูต คณะกงสุล องค์กระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาลที่มาปฏิบัติงานในประเทศไทย เมื่อถึงไทยจะต้องแยกกักตัวเอง 14 วัน รวมถึงต้องรอผลตรวจโควิดที่สนามบินก่อน แต่เอกสารดังกล่าวไม่ได้มีมาตรการบังคับโดยเด็ดขาด เหมือนอย่างที่ ศบค. แถลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หาก ศบค.ปล่อยให้อภิสิทธิ์ชนเหล่านั้นเข้ามาในประเทศโดยไม่กักตัว 14 วันตามมาตรฐานทั่วไป ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยตรง ทั้งนี้เอกสิทธิ์ทางการทูตนั้นมีขอบเขตจำกัด ไม่สามารถใช้ได้ทุกเรื่อง ซึ่งตามอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต ค.ศ.1961 บัญญัติไว้ในข้อ 41 วรรคหนึ่ง ความว่า &amp;ldquo;ตัวแทนทางทูตมีหน้าที่เคารพกฎหมายและข้อบังคับของรัฐผู้รับ และไม่แทรกสอดในกิจการภายในของรัฐผู้รับ&amp;rdquo; รวมทั้งอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางกงสุล ค.ศ.1963 ก็บัญญัติไว้ในข้อ 55 วรรคหนึ่ง ความว่า &amp;ldquo;เจ้าพนักงานกงสุลมีหน้าที่เคารพกฎหมายและข้อบังคับของรัฐผู้รับ และไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐผู้รับ&amp;rdquo; ซึ่งชี้ให้เห็นว่าจะใช้ข้ออ้างว่าเป็นเอกสิทธิ์ทางการทูตมาใช้ในกรณีการปฎิบัติตามระเบียบการควบคุมการแพร่เชื้อโควิด-19 ในไทยไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งอนุสัญญาดังกล่าวมี พ.ร.บ.ว่าด้วยเอกสิทธิ์และการคุ้มกันทางการทูต 2527 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยเอกสิทธิ์และการคุ้มกันทางกงสุล 2541 ซึ่งใช้เป็นกฎหมายที่อนุวัติของอนุสัญญาดังกล่าวไว้แล้ว อีกทั้งตามประกาศ เรื่อง การกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี ตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 25 มี.ค.2563 ที่กำหนดอำนาจนายกรัฐมนตรีไว้ 40 ฉบับนั้น ไม่ปรากฏว่ามี 2 พ.ร.บ.ดังกล่าวข้างต้นอยู่ด้วย ดังนั้นหากนายกรัฐมนตรี และหรือ ศบค. จะใช้อำนาจออกข้อกำหนด &amp;ldquo;ยกเว้น&amp;rdquo; ให้เอกสิทธิ์ทางการทูต เพื่อเอาใจคณะทูต คณะกงสุล และองค์กรต่างประเทศ โดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยกรณีโควิด-19 ประชาชนชาวไทยสามารถแจ้งความเอาผิดนายกรัฐมนตรี และหรือ ผอ.ศบค. ตาม ปอ.ม.157 ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71720</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารอียิปต์, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ม.157, ศบค., เอกสิทธิ์ทางการทูต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f1120db89ff0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดูถ่อยเกินไป&#039;พี่คนดี&#039;เหน็บฝ่ายช่างค้านเคยอายบ้างไหมที่เคยแนะนำผิดๆพอพลาดก็เหยียบย่ำซ้ำเติม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
17ก.ค.63 - เฟซบุ๊กแฟนเพจ P.khondee ( พี่คนดี กวีสมัครเล่น) โพสต์บทกลอนลงบนเฟซบุ๊ก P.khondee ( พี่คนดี กวีสมัครเล่น) มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การ์ดอย่าตก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำนี้เป็นภาษามวย หมายถึง&amp;nbsp; &amp;quot;การปกป้องตนเอง&amp;quot;
ที่โฆษก ศคบ.ย้ำๆ คำนี้ก็ถูกแล้ว&amp;nbsp; เพราะ ไม่มีใครปกป้อง เราได้ดีกว่าเราปกป้องตนเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลที่ดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถ ปกป้องเราได้ 100 %&amp;nbsp; ถ้าออกกฎเข้มงวดมากไปก็ โดนอาจจะข้อหา เผด็จการอีก
ช่วงหลายๆวัน ก่อนหน้านี้ แม้ดูเหมือนว่า โควิด19 จะหายไปจากประเทศไทยแล้ว แต่ไม่มีใครบอกได้แน่หรอกว่า มันหมดไปจริงๆหรือเปล่า&amp;nbsp; เพราะมันยังไม่หมดไปจากโลกนี้ และ ประเทศไทยก็ไม่ได้ถูกห่อด้วยถุงซีลสุญญากาศ&amp;nbsp; ยังต้องมีการติดต่อกับต่างประเทศ ยังต้องรับคนไทยกลับจากต่างประเทศ ไวรัสอยู่ในมนุษย์ที่ไม่แสดงอาการ จะหวังว่าไม่ให้มีหลุดเข้ามาเลยสักตัว คงจะเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลคงได้แต่พยายามควบคุมไม่ให้แพร่กระจายในระดับที่ไม่อาจรับมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่เพิ่งเป็นข่าว ควรพินิจดูดีดีว่า&amp;nbsp; เป็นการ&amp;nbsp; &amp;quot;แหกกฏ&amp;quot;&amp;nbsp; ให้เพียงบางคนที่มีเส้นมีสายหรือเปล่า&amp;nbsp; หรือมันมีกฎที่ยกเว้นให้ สำหรับ บางคน บางสถานการณ์ อยู่แล้ว&amp;nbsp; ถ้าเป็นแบบแรกก็ควรด่าคนที่ทำบกพร่อง และหาคนผิด มารับผิดชอบให้ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าเป็นแบบหลัง ใครควรจะเป็นคนรับผิดชอบบ้าง อาจเป็น ผู้ออกกฎ รวมทั้งผู้ที่ไม่คัดค้านกฎเหล่านั้นตั้งแต่แรกหรือเปล่า แน่นอนล่ะ ประชาชนคนทำมาหากินคงไม่มีเวลาไปตรวจสอบสิ่งเหล่านั้น&amp;nbsp; แต่ตัวแทนประชาชน แม้จะเป็นเป็นฝ่ายค้าน เป็นหน้าที่ของพวกเขาโดยตรงที่จะต้องช่วยประชาชนตรวจสอบหรือเปล่า&amp;nbsp; มีอะไรดูว่าไม่เข้าท่า ก็โวยวายได้ ตั้งแต่แรกนี่นา การช่วยกันแต่แรกดีกว่า การมาซ้ำเติมกันภายหลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าหากินง่ายๆ เพียงว่า ถ้ารัฐบาลเปิด ก็ถามว่าเมื่อไรจะปิด ถ้ารัฐบาลจะยังปิด ก็เฝ้าถามว่าเมื่อไรจะเปิด พอพลาดก็เหยียบย่ำซ้ำเติม ไม่เคยทำให้เห็นเลยว่า ถ้าพวกตนทำจะดีกว่าอย่างไร มีแต่วาทกรรม และข้อเรียกร้องที่น่ารำคาญ&amp;nbsp; เช่น ผู้จัดรายการ และนักกิจกรรม ขาประจำที่ก่อนหน้านี้ทวงให้เปิดโรงเรียน ยิก ๆ บอกว่าเปิดได้ เพราะ &amp;quot;เด็กไม่ติด โควิด19&amp;quot;&amp;nbsp; ตอนนี้ อายบ้างไหม หรือก็เพียงหันไปด่าเรื่องอื่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีทหารอียิปต์
ที่ว่าเป็น วีไอพี หรือ&amp;nbsp; เป็นแขกของรัฐบาลนั่นคือเฟค
ที่ว่าไปเที่ยวกลางคืนนั้นคือ เฟค
ที่ว่าเชิญหญิงบริการมาที่ห้องนั่นคือเฟค
กรณีนี้คือ เคื่องบินขอจอดลงเติมน้ำมัน ทางการอียิปต์ประสานมาทาง กต.
แต่ทหารเลวไม่ปฏิบัติตามกฎที่ตกลงไว้
ทำไม ผบทบ. ไทยจึงถูกด่า ทำไม โฆษก ศคบ.จึงถูกด่า
ทหารเลวไม่ยอมให้ตรวจ ทางการก็ประสานสถานทูตจับตรวจจนได้
ถือเป็นความรัดกุมไม่ใช่หรือ ถ้าหละหลวมก็จะไม่รู้&amp;nbsp; และไม่เป็นประเด็นเลย&amp;nbsp; ส่วนที่ทำไมไม่ถูกกักกันในสถานที่รัฐจัดไว้ให้ นั้นถือเป็นความบกพร่อง&amp;nbsp; ด่าตรงนั้นได้ ( เพราะแม้รัดกุมดีที่สุวรรณภูมิ แต่ไยให้ลงที่อู่ตะเภาที่รัดกุมไม่เท่า) &amp;nbsp;
จะด่าตรงนั้น แต่ด่าให้ถูกเรื่อง อย่าด่าเรื่อง อภิสิทธิ์ชน ด่าทหารไทยไปเรื่อยเปื่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเด็กหญิง
ที่ว่าตรวจพบเชื้อก่อนแล้ว ดันปล่อยออกมานั่นคือเฟค
ที่ว่าไปโน่นนี่มาทั่ว จนติดไปแล้วอีก 11 คน นั่นคือเฟค
คนลงจากไฟลท์ซูดานถูกตรวจทุกคน แต่เด็กหญิงนั้น ถือเป็น วีไอพี จริงๆ เพราะเป็นครอบครัวทูตที่มีกฎยกให้ไว้ต่างหาก คือให้ไปกักตัวที่ สถานทูตเอง ไม่ต้องเข้า สถานกักตัวของรัฐ&amp;nbsp; แต่เมื่อผลตรวจออกมาภายหลังว่าติด&amp;nbsp; รัฐก็ไปติดตามทันที ก็ได้พบว่า มีการไม่ปฏิบัติตามที่ตกลงไว้ คือไปคอนโดส่วนตัว แต่เมื่อสอบสวน เส้นทางก็พบว่าไม่ได้ไปไหนมาไหนอย่างที่ลือกัน และ คนบอกว่าติดไป 11 คนแล้ว&amp;nbsp; นั่นก็คือมากับเครื่องบิน คือตัวเลขที่ได้รายงานไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว และทุกคนอยู่ในสถานกักตัวของรัฐอยู่แล้ว
ดังนั้น อย่าตกใจไปกับเฟคนิวส์จนสติแตก
มองในแง่ดี ทางการเขารู้ได้เร็ว และน่าจะควบคุมสถานการณ์ได้
มองในแง่ร้าย&amp;nbsp; ก็บอกว่า แย่แล้ว เราต้องมาปิดเมืองกันอีกแล้ว
เอาไว้ให้ ต้องปิดจริงๆ แล้วค่อยด่าให้ระงมก็ยังไม่สายนะ &amp;nbsp;
เข้าใจทุกคน ที่บ่นที่ด่ากันตั้งแต่เริ่มได้ข่าว ผมก็ทำเหมือนกัน แต่แค่บ่นกับเพื่อนๆรอบข้าง และด่าในใจ&amp;nbsp; แต่ยังไม่ด่าออกอากาศ หรือตกใจ เต้นตามไปกับเฟคนิวส์ที่ มีความตั้งใจให้แพร่หลายอย่างเกลื่อนกลาด
คนที่อยากยำรัฐบาลอยู่แล้ว ก็เข้าใจว่าต้องรีบด่าทันที
แต่คนที่ไม่ได้ชังชาติ&amp;nbsp; ไปแชร์คำของ ผู้หญิงที่บอกให้เรียกตนเองว่า &amp;quot;กะหรี่&amp;quot; พูดด่าหมอทวีศิลป์นี่ผมไม่เข้าใจ&amp;nbsp; แทบจะอยากอันเฟรนด์กันไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่หมอเตือน เรื่อง &amp;quot;การ์ดอย่าตก&amp;quot; ทุกวัน เลยกลายเป็นเรื่องผิด งั้นเหรอ
มันไม่ใช่ เรื่อง &amp;quot;ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง&amp;quot;&amp;nbsp; หรือเรื่อง &amp;quot;บอกให้คนอื่นทำ แต่ตัวเองไม่ทำ&amp;quot; มันเป็นเรื่องที่หมอ หวังดีกับพวกท่านทุกคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะไม่มีใครในโลกที่จะ การ์ดตัวท่านเอง ได้ดีกว่า ท่านการ์ดตัวเอง&amp;nbsp; ผมเอง ไม่เคยไปสอนใครว่า &amp;quot;การ์ดอย่าตก&amp;quot; เพราะตัวเองก็การ์ดตกอยู่บ่อยๆ&amp;nbsp; เลยกลายเป็นว่าผมรอดตัว ไม่ต้องถูกด่าเหมือนหมอทวีศิลป์หรือเปล่า&amp;nbsp; งงกับคนที่ด่าหมอที่มาเตือนจริงๆ
ถ้า ทีมนี้ไม่ได้มาเป็น ศคบ. ท่านคิดว่า ทีมไหนจะทำได้ดีกว่านี้เหรอ&amp;nbsp; ทั่วโลกชมรัฐบาลไทย&amp;nbsp; ฝ่ายตรงข้ามเคยชมบ้างรึยัง&amp;nbsp; ผมยังจำได้ ฝ่ายช่างค้านเคยบอกว่า
&amp;quot;ใส่เฟชชิลด์พอแล้ว หน้ากากไม่ต้อง&amp;quot;
&amp;quot; รีบเปิดเรียนเร็วๆได้แล้ว เด็กไม่ติดโควิดหรอก &amp;quot;
พวกเขาอายกันบ้างไหม ที่เคยพูดไปผิดๆ &amp;nbsp;
เขาได้อ่านกฎเกณฑ์ที่ว่าไม่รัดกุม&amp;nbsp; แล้วเอามาฟ้องประชาชนบ้างไหม
ถ้าทำได้เช่นนั้นก็น่าชื่นชม แต่ถ้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์พอกัน พอฝ่ายตรงข้ามพลาดแล้วเหยียบย่ำซ้ำเติม ก็คงไม่น่ารักเท่าไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางเพจที่มีคนติดตามมหาศาล&amp;nbsp; เห็นว่าตอนนี้ประชาชนส่วนใหญ่กำลังโกรธรัฐบาล&amp;nbsp; ก็ช่วยกันราดน้ำมันเข้ากองไฟ โกรธนักก็ทำไป แต่เมื่อความจริงมันค่อยๆปรากฏออกมา จะช่วยแก้ความเข้าใจผิดกันบ้างไหม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็เป็นจิตสำนึกของแต่ละคน
ความจริงไม่ต้องพูดอะไรเลยเรื่องนี้ก็จะเป็นการดี เพราะจะไม่ถูกคนที่กำลังยั้วะจัดทัวร์มาลงด่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้แต่หวังว่า ตอนนี้ ความโกรธของผู้คน คงลดลงบ้างแล้ว และ ลองฟังความจริงกันบ้าง&amp;nbsp; ไม่ต้องมาด่ากัน&amp;nbsp; ว่า &amp;quot;หัวค_ย&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;quot; ส้นตีน&amp;quot; &amp;quot;ไอ้สัส&amp;quot; หรือ&amp;nbsp; &amp;quot;การ์ดอย่าตกพ่อง&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันดูถ่อยเกินไป
จงพิจารณาตัวเองว่า ที่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง มาจากเฟคนิวส์หรือไม่
ถ้าใช่ ก็คือ การ์ดได้ตกให้กับ เฟคนิวส์ ไปเรียบร้อยแล้ว
ไม่ถูกใจ จงผ่านไปไม่ต้องด่า
ถ้ามาด่า มากวนตีน จะโดนแบนนะครับ
247/2020 คนทำงานไม่พลาดมีอยู่ที่ใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การ์ดไม่ตก อย่าตระหนก จนจิตแตก
ร่วมด่าแหลก ตามข่าวปลอม ที่ล้อมสุม
มีคนจ้อง หวังสกรัม ร่วมยำรุม
ชวนด่าสุ่ม&amp;nbsp; ด่าเหมา ผิดเป้าไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้สื่อข่าว&amp;nbsp; ควรต้องข่ม อารมณ์พล่าน
อย่าทำเหมือน เป็นฝ่ายค้าน ที่เล่นใหญ่
ยิงคำถาม ให้เรา พอเข้าใจ
ไม่ต้องใส่ ท่าดราม่า เพื่อหากิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องตกใจ ไม่มีใคร ไม่หงุดหงิด
แต่รอฟัง ความสักนิด ก่อนคิดหมิ่น
เห็นเฟคนิวส์ ก็กริ้วโกรธ โทษกันชิน
ไม่รอยิน ทรูนิวส์ ก็บิ๊ลท์ไฟ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การตื่นตัว ไม่ใช่กลัว จนตื่นเต้น
ไฟไม่เห็น อย่าเพิ่งเล่น เป็นเรื่องใหญ่
คนทำงาน ไม่พลาดมี อยู่ที่ใด
ถ้าเรื่องดี ที่ฝากไว้ ไม่เคยชม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่แค่พอ มีช่อง ก็จ้องถาก
เหมือนตายอด ตายอยาก ไม่เหมาะสม
เหมือนชนะ และสะใจ ในอารมณ์
เมื่อประเทศ ส่อแววล่ม ระทมระทวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศไทย ได้จัดการ งานดีเด่น
แทบไม่เห็น โรคกระจาย เจ็บตายป่วย
เพิ่งจะผิด&amp;nbsp; นิดเดียวหนา อย่าด่า &amp;quot;ฆรวย&amp;quot;
ไม่ต้องอวย&amp;nbsp; แค่ด่าทอ ให้พองาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่บอกว่า ให้นา ยกลาออก
ไหนช่วยบอก อยากได้ใคร ใคร่ไถ่ถาม
คนไหนพอ จะเป็นหลัก ขอสักนาม
ที่จะห้าม โควิด ไม่ติดไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันคำว่า &amp;quot;ไม่ประมาท การ์ดอย่าตก&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ไม่ใช่คำ โกหก ที่ตรงไหน
คือคำเพื่อน ที่เอ่ยเอื้อน เพื่อเตือนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ไม่ใช่การ บังคับใคร ให้ทำตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ากลอนนี้ ไม่ถูกใจ ไม่ต้องด่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เพียงเมินหน้า เลยไป ไม่ต้องหยาม
แค่เตือนจิต เตือนใจ ใช่ลามปาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ถ้าหยาบทราม&amp;nbsp; มาด่าทอ จะขอแบน
P.khondee
16/7/2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71711</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, การ์ดอย่าตก, ชังชาติ, ทหารอียิปต์, พี่คนดี กวีสมัครเล่น, แขกวีไอพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f1112de91a10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทอ.ยันไทยต้องเปิดน่านฟ้าตามหลักสากล ก่อนหน้านี้มีเครื่องบินทหารชาติอื่นเข้ามาแต่ไม่มีปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ทอ.ยันไทยต้องเปิดน่านฟ้าตามหลักสากล ชี้จนท.ต้องรัดกุมมากขึ้น หลังทหารอียิปต์ติดโควิด-19 เผยก่อนหน้านี้มีเครื่องทหารชาติอื่นเข้ามา แต่ไม่มีปัญหา ลั่นเราอยู่ในโลกที่ทุกคนต้องรักษากติกาสังคม วอนปชช.ช่วยรัฐสกรีน สร้างความแข็งแกร่งปิดรูรั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.63 - ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมการแพทย์ทหารอากาศ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงกรณีการเปิดน่านฟ้าให้กองทัพอากาศต่างประเทศเข้ามาแวะพักเครื่องบินในประเทศช่วงสถานการณ์การแพทย์ระบาดไวรัสโควิด-19 หลังเกิดกรณีทหารอียิปต์ติดโควิด-19ว่า การเปิดน่านฟ้าถือเป็นเรื่องปกติให้กับอากาศยานต่างประเทศที่ต้องการใช้ เพราะเป็นเรื่องกิจการสากลที่ประเทศทั่วโลกต้องเปิดให้สามารถมีการสัญจรไปมาตามปกติ แต่ทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้การควบคุมที่รัดกุม เช่นเดียวกับของไทยหากมีอากาศยานทหารไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศก็ต้องขอให้ประเทศนั้นๆช่วยเปิดน่านฟ้า เพื่อทำการพักเครื่องที่เป็นไปตามกติกาสากลในเรื่องการสัญจรของอากาศยานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคง ซึ่งในการเปิดน่านฟ้าของกองทัพอากาศเป็นไปตามกฎกติกาที่กำหนดไว้
เมื่อถามว่าหลังจากที่มีการระงับเที่ยวบินของกองทัพอากาศอียิปต์แล้ว ในส่วนของประเทศอื่นมีการอนุญาตให้เข้ามาหรือไม่ พล.อ.อ.มานัต กล่าวว่า ตามกติกาสากล ประเทศใดที่มีความจำเป็นต้องผ่านน่านฟ้าเราก็ต้องเปิดให้ภายใต้กติกาที่รัดกุม ซึ่งยอมรับว่าก่อนเกิดกรณีทหารอียิปก็มีอากาศยานของทหารชาติอื่นมาแวะขอเติมน้ำมัน เพียงแต่ไม่ทำให้เกิดปัญหา เพราะทุกคนรู้กรอบปฏิบัติ และทราบว่าประเทศเรากำลังประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ปัจจุบันยังมีอากาศยานทหารขอเข้ามาที่ไทยอีกเป็นจำนวนมากหรือไม่ พล.อ.อ.มานัต กล่าวว่า คงบอกไม่ได้ว่ามีจำนวนมากน้อยแค่ไหน แต่ที่ผ่านมามีการร้องขอเรื่องการขอผ่านน่านฟ้าเข้ามาตลอดเวลา โดยกลไกที่จะมารับช่วงต่อจากกองทัพอาดาศต้องดำเนินการให้รัดกุม เพราะเราอยู่ในโลกที่ทุกคนต้องรักษากติกาของสังคม นอกจากนี้โลกกำลังต่อสู้กับโรคไวรัสโควิด-19 เราไม่สามารถเปลี่ยนภัยคุกคามตรงนี้ได้ ซึ่ง 180 ประเทศทั่วโลกยังต้องมีการสัญจรเดินทางและปฏิสัมพันธ์กันอยู่ เพียงแต่ว่าแต่ละประเทศจะใช้เงื่อนไขใดในการควบคุม ทั้งนี้ขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือจนทำให้เรารู้ว่าจะต่อสู้กับโควิด-19อย่างไร ซึ่งอาจจะมีรอยรั่วหรือช่องโหว่ ก็จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหา เราไม่สามารถที่จะปิดประเทศหรืออยู่โดดเดี่ยวได้ เพราะฉะนั้นการปฏิสัมพันธ์กับ180ประเทศทั่วโลกยังมีความจำเป็น ขึ้นอยู่กับว่าจะยืดหยัดได้นานแค่ไหนบนความแข็งแกร่งของเราเอง หากประชาชนช่วยรัฐและร่วมมือกันก็จะช่วยสกรีน และสร้างความแข็งแกร่งและปิดรูรั่วทั้งหมดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมอยากให้เราผนึกกำลังกันให้แข็งแกร่ง การ์ดเราไม่ตกแน่นอน หากพบรอยรั่วตรงไหนขอให้แจ้งเตือนกัน ในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็จะต้องทำหน้าที่ซีน อย่างไรก็ตามโควิด-19 เราไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ รวมถึงวัคซีนที่ใช้ได้จริงจะได้เมื่อไหร่ กับคน 6 พันล้านคนที่อยู่รอบโลก เรายังต้องเป็นประเทศที่คนรอบโลกเดินทางผ่าน และมีปฏิสัมพันธ์จึงจำเป็นที่เราต้องสร้างความแข็งแกร่ง และประชาชนจะเป็นหูเป็นตา ปกป้องคนไทยทุกคนให้อยู่บนโลกนี้ได้ในสภาวะภัยคุกคามโควิด-19 จะหมดหรือไม่หมดไป เราก็ต้องอยู่ให้ได้ เพราะอนาคตยังคงต้องเจอภัยคุกคามที่เป็นโรคชนิดอื่นอีก&amp;rdquo; ผบ.ทอ. กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71625</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารอียิปต์, ผบ.ทอ., พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f0fe57c09c9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทอ.ยันไทยต้องเปิดน่านฟ้าตามหลักสากล ก่อนหน้านี้มีเครื่องบินทหารชาติอื่นเข้ามาแต่ไม่มีปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ทอ.ยันไทยต้องเปิดน่านฟ้าตามหลักสากล ชี้จนท.ต้องรัดกุมมากขึ้น หลังทหารอียิปต์ติดโควิด-19 เผยก่อนหน้านี้มีเครื่องทหารชาติอื่นเข้ามา แต่ไม่มีปัญหา ลั่นเราอยู่ในโลกที่ทุกคนต้องรักษากติกาสังคม วอนปชช.ช่วยรัฐสกรีน สร้างความแข็งแกร่งปิดรูรั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.63 - ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมการแพทย์ทหารอากาศ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงกรณีการเปิดน่านฟ้าให้กองทัพอากาศต่างประเทศเข้ามาแวะพักเครื่องบินในประเทศช่วงสถานการณ์การแพทย์ระบาดไวรัสโควิด-19 หลังเกิดกรณีทหารอียิปต์ติดโควิด-19ว่า การเปิดน่านฟ้าถือเป็นเรื่องปกติให้กับอากาศยานต่างประเทศที่ต้องการใช้ เพราะเป็นเรื่องกิจการสากลที่ประเทศทั่วโลกต้องเปิดให้สามารถมีการสัญจรไปมาตามปกติ แต่ทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้การควบคุมที่รัดกุม เช่นเดียวกับของไทยหากมีอากาศยานทหารไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศก็ต้องขอให้ประเทศนั้นๆช่วยเปิดน่านฟ้า เพื่อทำการพักเครื่องที่เป็นไปตามกติกาสากลในเรื่องการสัญจรของอากาศยานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคง ซึ่งในการเปิดน่านฟ้าของกองทัพอากาศเป็นไปตามกฎกติกาที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหลังจากที่มีการระงับเที่ยวบินของกองทัพอากาศอียิปต์แล้ว ในส่วนของประเทศอื่นมีการอนุญาตให้เข้ามาหรือไม่ พล.อ.อ.มานัต กล่าวว่า ตามกติกาสากล ประเทศใดที่มีความจำเป็นต้องผ่านน่านฟ้าเราก็ต้องเปิดให้ภายใต้กติกาที่รัดกุม ซึ่งยอมรับว่าก่อนเกิดกรณีทหารอียิปก็มีอากาศยานของทหารชาติอื่นมาแวะขอเติมน้ำมัน เพียงแต่ไม่ทำให้เกิดปัญหา เพราะทุกคนรู้กรอบปฏิบัติ และทราบว่าประเทศเรากำลังประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ปัจจุบันยังมีอากาศยานทหารขอเข้ามาที่ไทยอีกเป็นจำนวนมากหรือไม่ พล.อ.อ.มานัต กล่าวว่า คงบอกไม่ได้ว่ามีจำนวนมากน้อยแค่ไหน แต่ที่ผ่านมามีการร้องขอเรื่องการขอผ่านน่านฟ้าเข้ามาตลอดเวลา โดยกลไกที่จะมารับช่วงต่อจากกองทัพอาดาศต้องดำเนินการให้รัดกุม เพราะเราอยู่ในโลกที่ทุกคนต้องรักษากติกาของสังคม นอกจากนี้โลกกำลังต่อสู้กับโรคไวรัสโควิด-19 เราไม่สามารถเปลี่ยนภัยคุกคามตรงนี้ได้ ซึ่ง 180 ประเทศทั่วโลกยังต้องมีการสัญจรเดินทางและปฏิสัมพันธ์กันอยู่ เพียงแต่ว่าแต่ละประเทศจะใช้เงื่อนไขใดในการควบคุม ทั้งนี้ขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือจนทำให้เรารู้ว่าจะต่อสู้กับโควิด-19อย่างไร ซึ่งอาจจะมีรอยรั่วหรือช่องโหว่ ก็จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหา เราไม่สามารถที่จะปิดประเทศหรืออยู่โดดเดี่ยวได้ เพราะฉะนั้นการปฏิสัมพันธ์กับ180ประเทศทั่วโลกยังมีความจำเป็น ขึ้นอยู่กับว่าจะยืดหยัดได้นานแค่ไหนบนความแข็งแกร่งของเราเอง หากประชาชนช่วยรัฐและร่วมมือกันก็จะช่วยสกรีน และสร้างความแข็งแกร่งและปิดรูรั่วทั้งหมดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมอยากให้เราผนึกกำลังกันให้แข็งแกร่ง การ์ดเราไม่ตกแน่นอน หากพบรอยรั่วตรงไหนขอให้แจ้งเตือนกัน ในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็จะต้องทำหน้าที่ซีน อย่างไรก็ตามโควิด-19 เราไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ รวมถึงวัคซีนที่ใช้ได้จริงจะได้เมื่อไหร่ กับคน 6 พันล้านคนที่อยู่รอบโลก เรายังต้องเป็นประเทศที่คนรอบโลกเดินทางผ่าน และมีปฏิสัมพันธ์จึงจำเป็นที่เราต้องสร้างความแข็งแกร่ง และประชาชนจะเป็นหูเป็นตา ปกป้องคนไทยทุกคนให้อยู่บนโลกนี้ได้ในสภาวะภัยคุกคามโควิด-19 จะหมดหรือไม่หมดไป เราก็ต้องอยู่ให้ได้ เพราะอนาคตยังคงต้องเจอภัยคุกคามที่เป็นโรคชนิดอื่นอีก&amp;rdquo; ผบ.ทอ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71622</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารอียิปต์, พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f0fe57c09c9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรุงศรีวิไล&#039;ไม่รู้&#039;บิ๊กตู่&#039;ทนได้ไง ถูกคนไทยด่าอ่วม    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาร่วมรายการถามสุดซอย &amp;nbsp;ทางช่องเนชั่น ช่อง 22 &amp;nbsp;นักแสดงรุ่นใหญ่ กรุงศรีวิไล สุทินเผือก ที่ช่วงหลังผันตัวไปเล่นการเมือง เป็นผู้ลงสมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ได้กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกฯ บินด่วนจังหวัดระยอง หลังจากที่มีทหารอียิปต์ ติดเชื้อ เข้าพักโรงแรมที่ระยอง จนทำชาวจังหวัดระยองลุกฮือ ไม่พอใจรัฐบาล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเจอคำถามว่า ชาวระยองด่านายกฯ แรงไปไหม? กรุงศรีวิไล เผยว่า &amp;quot;ท่านโดนมากกว่านี้อีกครับ ที่ผมอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นเด็ก นักการเมืองรุ่นใหม่ ท่านก็โดนทุกอย่าง ถ้าผมเป็นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่รู้เลยว่าจะทนได้ไหม แต่กล้าพูดได้เลยว่าทนไม่ได้ เพราะศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้ชายมันมีอยู่ในตัว แต่นายกฯ ทนมาก ถ้าเป็นมวยก็ไม่เคยโดนน็อก จิตใจแข็งแกร่งมาก ไม่ใช่ว่าคุณอยู่พรรคเดียวกันนี่เลยมาพูดอย่างนี้ คนอย่างกรุง ศรีวิไล อยู่เพราะหนึ่งไม่คอรัปชั่นแน่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวระยองโทษนายกฯ โทษรัฐบาลเต็มๆ ? &amp;quot;เป้าใหญ่ โดนอยู่แล้ว ไม่รู้จะด่าใคร ก็ต้องด่านายกฯ&amp;quot; อยากพูดอะไรกับพี่น้องประชาชน ที่เขาโทษรัฐบาล? &amp;nbsp;&amp;quot;ยกมือพนมเลย ให้กราบเท้าพี่น้องทั้งประเทศเลย อย่าไปโทษนายกฯ เลย เพราะทุกคนไม่อยากให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นอยู่แล้ว โดยเฉพาะตัวท่านเอง เวลาบริหารบ้านเมืองก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว ท่านก็คงไม่อยากให้เกิดหรอก นายกฯ สงสารพี่น้องทุกคน ถ้าอยู่ใกล้ชิดจะรู้จริงๆ ว่าจิตใจท่านดีมากๆ เลย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71609</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงศรีวิไล สุทินเผือก, ชาวระยอง, ถามสุดซอย, ทหารอียิปต์, นักแสดงรุ่นใหญ่, บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ, โควิค-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f0fd79da88e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ประยุทธ์’ปลอบขวัญคนระยอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สธ.เผยผลตรวจโควิดกรณีทหารอียิปต์เสี่ยงสูง 11 ราย สั่งกักตัว 14 วัน เด้ง หน.ด่านคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ระยองและทีมงาน พร้อมตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริง &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; จ่อชงศบค.งัดมาตรการป้องกันเข้มข้นขึ้น &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; โอดอยู่ดีๆ เครื่องบินอียิปต์ก็มาชน ชี้เป็นเรื่องบุคคลไม่ทำตามกติกา แจงยังไม่มีคนติดเชื้อจึงยังไม่เยียวยา ขอให้ใช้ชีวิตปกติ ลงพื้นที่ระยองยืนยันจะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด สั่ง &amp;quot;ทวีศิลป์&amp;quot; แถลงทุกวัน &amp;quot;ส.ส.ระยอง&amp;quot; ตั้งกระทู้จี้ทบทวนสิทธิ์วีไอพีเยียวยาชาวระยอง &amp;quot;ส.ส.เสรีรวมไทย&amp;quot; กุข่าวคนระยองติดโควิดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ มีความคืบหน้ากรณีนายทหารอียิปต์ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เดินห้างสรรพสินค้าระยอง และบุตรสาวทูตซูดานติดเชื้อเข้าพักในคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิท 26 โดย พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)? หรือ ศบค. แถลงที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-19 ว่าในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้น 5&amp;nbsp; ราย เป็นผู้ป่วยเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ โดยมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา 1 ราย, ประเทศสิงคโปร์ 2 ราย และ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 3,232 ราย รักษาหายเพิ่ม 1 ราย หายป่วยสะสม 3,092 ราย รักษาอยู่ 82&amp;nbsp; ราย โดยวันนี้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ซึ่งผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 58 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค&amp;nbsp; แถลงความคืบหน้าการสอบสวนโรคของนายทหารชาวอียิปต์ที่ติดเชื้อโควิด และลูกเรือเดินทางออกนอกพื้นที่โรงแรมใน จ.ระยอง ว่า จากการลงพื้นที่ จ.ระยอง พบว่ากลุ่มนายทหารอียิปต์ 31 ราย มีเพียง 1 รายที่พบการติดเชื้อโควิด และมีไทม์ไลน์ในการเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่เวันที่ 8 ก.ค. สำหรับกลุ่มที่ฝ่าฝืน แบ่งเป็นกลุ่ม 27 ราย เดินเท้าไปห้างแพชชั่น ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม แต่ไม่ได้เดินทางไปครั้งเดียว 27 ราย เป็นการทยอยเดินทางออกไปเป็นกลุ่มย่อย โดยผู้ติดเชื้ออยู่ในกลุ่มย่อยรวม 6 ราย ถัดมาคือกลุ่ม&amp;nbsp; 4 ราย ได้เหมารถแท็กซี่ไปห้างเซ็นทรัลระยอง ทั้ง 31 รายได้ถูกติดตามกลับมา และตรวจหาสารคัดหลั่งด้วยวิธีการ swab ในวันเดียวกันและวันถัดมาพบติดเชื้อ 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นหมายความว่ากลุ่มที่ไปห้างเซ็นทรัลและกลุ่มย่อยอื่นที่ไปห้างแพชชั่น โดยไม่ใช่กลุ่มที่ผู้ติดเชื้อไปด้วยจะไม่แพร่โรคหรือมีโอกาสต่ำมาก เมื่อเจาะเข้าไปแล้วเวลาที่กลุ่มผู้ติดเชื้อไปคือเวลา 11.00-15.00 น. เมื่อดูกล้องวงจรปิด พบว่าสวมหน้ากากอนามัย ผ่านการคัดกรองที่ห้าง ล้างเจลแอลกอฮอล์ โดยผู้ติดเชื้อเดิน 2 ชั้น เป็นชั้น 2 และ 3 โดยไม่ได้ซื้อของหรือรับประทานอาหารแต่อย่างใด เมื่อกลับมาที่โรงแรมก็เข้าห้องพัก จึงอยากสื่อสารกับประชาชนว่าผู้ติดเชื้อไปสัมผัสกับรายไม่มาก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ช่วงค่ำของวันที่ 10 ก.ค. ลูกเรือชาวอียิปต์ 31 ราย ไม่ได้ออกจากที่พักแม้แต่รายเดียว จากการสอบสวนโรคและค้นหากรณีของทหารอียิปต์ติดเชื้อ 1 ราย พบผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง จำนวน 11 ราย เป็น 1.พนักงานขับรถจากสนามบินไปยังโรงแรมทั้งไปและกลับ 4 ราย 2.บุคลากรของ โรงแรม 7 ราย และทุกรายได้หาเบื้องต้นด้วยการตรวจเชื้อด้วยการ swab พร้อมทั้งกัก ตัวแยกจากผู้อื่นอย่างน้อย 14 วัน เบื้องต้นผลการตรวจหาเชื้อ ทั้ง 11 รายไม่มีการติดเชื้อ และกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงต่ำ 6 ราย เป็น 1.พนักงานโรงแรม และ 2.เจ้าหน้าที่ผู้เข้าเก็บเชื้อกลุ่มชาวอียิปต์ ขณะนี้ได้ให้หยุดงานและกักตัวอยู่ในสถานที่กำหนด โดยต้องแยกออกจากผู้อื่นอย่างน้อย 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีผู้สัมผัสเพิ่มเติมที่ได้จากการสอบสวน โรคกล้องวงจรปิด และการใช้แอปฯ ไทยชนะ รวม 413 ราย ทางทีมยังคงสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความมั่นใจ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่อยู่ไทม์ไลน์สถานที่มีความเสี่ยงต่ำมาก แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างน้อย 14 วัน รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล สวมหน้ากากอนามัย แยกของใช้ ล้างมือ และเว้นระยะห่างกับผู้อื่นไป จนถึงลดการเดินทางออกนอกบ้าน
เด้ง หน.ด่านต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัยกล่าวอีกว่า จากการตรวจผู้สัมผัสเสี่ยงสูงต่ำและผู้ที่มีความกังวลในพื้นที่ จ.ระยอง จำนวน 1,333 ราย ด้วยรถพระราชทานเคลื่อนที่เก็บเชื้อชีวนิรภัย เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ผลตรวจออกมาแล้ว 416 ราย ยังไม่พบการติดเชื้อ แต่บุคคลดังกล่าวจะได้รับการแจ้งผลเป็นรายคน และยังต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเข้มข้นอย่างน้อย 14 วัน แต่หากมีอาการป่วยสามารถเข้ามาตรวจเพิ่มเติมได้ ประชาชนไม่ต้องกังวล รวมถึงได้ปิดสถานที่เพื่อลดการแพร่เชื้อด้วยการปิดโรงแรมดีวารี ห้างแพชชั่น ไม่น้อยกว่า 3 วัน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ส่วนการปิดโรงเรียนเป็นสิ่งที่ดี เป็นการป้องกันไว้ก่อน ได้หารือกับผู้ว่าฯ ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดระยองเป็นผู้พิจารณาให้เปิดโรงเรียนที่สอดคล้องกับสถานการณ์ คาดไม่ว่าไม่เกิน 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวรรณชัยกล่าวถึงการยกระดับการบริหารจัดการในทางราชการว่า เมื่อลงไปตรวจสอบมีความชัดเจนในเหตุการณ์&amp;nbsp; 2 ประเด็น คือ 1.การฝ่าฝืนมาตรการของทหารอียิปต์ และ 2.โรงแรมที่พำนักไม่มีระบบควบคุมไม่ให้ออกนอกสถานที่หรือไม่ให้ฝ่าฝืนมาตรการที่เป็นไปตามราชการกำหนดได้อย่างดีพอ ในส่วนอำนาจหน้าที่ของตน จึงได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อสืบข้อเท็จเหตุการณ์โดยรวมทั้งหมด และพิจารณาให้ย้ายหัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ และผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดที่สนามบินอู่ตะเภาออกไปก่อน พร้อมกับให้บุคลากรจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.) ที่ 6 จ.ชลบุรี ไปปฏิบัติหน้าที่แทนเรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์นี้เป็นบททดสอบที่สำคัญ เพราะเรามีการผ่อนปรนถึงระยะที่ 5 แล้วว่าเราจะดำเนินการใช้ชีวิตวิถีใหม่ เหตุการณ์ระบาดระลอกที่ 1 เราเคยทำได้และทำสำเร็จมาแล้ว เราจะไม่ยอมให้เชื้อโรคตัวเล็กๆ มาทำให้สังคมไทยต้องย้อนกลับไปภาวะแบบเดิมๆ ที่ต้องปิดกิจการกิจกรรมต่างๆ มากมายอีก&amp;quot; นายสุวรรณชัย กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้ากรมควบคุมโรคได้ประชุมร่วมกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรค 12 แห่ง เพื่อจะได้สื่อสารสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไปยังพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง มีบางคนที่เข้าพักแห่งเดียวกันที่โรงแรม จ.ระยอง เดินทางกลับไป จ.พิษณุโลก ได้รายงานตัวกับสำนักงานสาธารณสุข จ.พิษณุโลก มีจำนวน 5 คน ได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อที่ห้องปฏิบัติการ ผลออกมาเป็นลบ และจะต้องป้องกันตนเองใส่หน้ากากตลอดเวลา และปฏิบัติตัวเว้นระยะห่างจากบุคคลอื่นเป็นเวลา 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กล่าวว่า สถาบันลงพื้นที่ทั้ง 2 เหตุการณ์ โดยลงไปค้นหาเพิ่มเติมผู้ป่วยไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงสูง แต่เป็นกลุ่มเสี่ยงเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากทางสำนักงานสาธารณสุข จ.ระยองเข้าไปดำเนินการแล้ว และคอนโดฯ ที่ผู้พักอาศัยอยู่ ซึ่งมีประชาชนสนใจเข้ามารับบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ใน 2 ส่วนนี้ รวม 1,559 ราย โดยที่จ.ระยอง1,333 ราย และติดตามจากแพลตฟอร์มไทยชนะ 38 ราย ยังมีอีก 3 รายที่อยู่ในคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ และวันนี้ลงทะเบียนเพื่อจะมารับการตรวจอีก 120 ราย ถือเป็นผลดีจากแอปพลิเคชันไทยชนะ ที่ทำให้แท็กติดตามคนที่ต้องมารับการ SWAP เพื่อวินิจฉัยตรวจหาเชื้อโรคได้ง่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า สธ.มีความห่วงใยประชาชนกรณีพบผู้ติดเชื้อชาวต่างชาติในประเทศทั้งใน จ.ระยอง และในกรุงเทพฯ ทำให้ ประชาชนจำนวนมากเกิดความวิตกกังวล ซึ่งกรมควบคุมโรคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแก้ไขปัญหา ทำความเข้าใจประชาชน ลงพื้นที่สอบสวนโรค และเฝ้าระวังควบคุมป้องกันโรคอย่างรวดเร็วเพื่อหากลุ่มเสี่ยงให้ครอบคลุมมากที่สุด เพื่อให้คนไทยเกิดความปลอดภัย และจะนำบทเรียนนี้เข้าสู่ที่ประชุม ศบค. วันที่ 16 ก.ค.&amp;nbsp; เพื่อพิจารณา และเสนอมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค ที่เข้มข้นยิ่งขึ้นเพื่อให้เกิดความสบายใจต่อประชาชน
เครื่องบินอียิปต์ชนนายกฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 09.00 น. ที่อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสี เขียว (BCG โมเดล) สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน พร้อมกล่าวปาฐกถาในการประชุม &amp;ldquo;สมัชชา BCG : ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า คิดว่าจะพูดนิดเดียว เพราะเหนื่อยทุกวันเลย และเมื่อวันที่ 14 ก.ค. หงุดหงิดไปหน่อย อยู่ดีๆ เครื่องบินชนกัน เครื่องบินทหารอียิปต์ชนมาขณะนี้กำลังแก้ไข ไม่ต้องกังวล เชื่อว่าแก้ได้ ขอให้เชื่อมั่นระบบสาธารณสุขของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของบุคคลเท่านั้น ซึ่งระเบียบก็มีอยู่ ไม่มีใครได้สิทธิพิเศษ คำว่าสิทธิพิเศษคืออนุญาตให้เข้า แต่ต้องมีกติกา ไม่ใช่สิทธิพิเศษว่าไม่ต้องตรวจ แต่ตรวจแล้วหนีไปเที่ยวอีกเรื่องหนึ่ง ต่อไปนี้ต้องเข้มงวดทั้งไทยและต่างประเทศ พวกเต้นในผับในบาร์ระวังไว้ด้วย ไม่เห็นใครกลัวกัน หัวจะชนกันอยู่แล้ว ศักยภาพด้านสาธารณสุขของเราขึ้นชื่อระดับโลก ตนได้พูดคุยกับผู้นำโลก และมหาอำนาจทุกประเทศชื่นชมไทยในการแก้ปัญหาโควิด หลายคนเมื่อมาประเทศไทยต้องใส่หน้ากากเพราะเราบังคับให้ใส่ อย่างในประเทศอินเดีย หากไม่ใส่หน้ากากมีการปรับเงินแสนเหรียญฯ จะให้ตนทำแบบนั้นหรือไม่ รวมทั้งยังมี การเฆี่ยนตี วันนี้ความรับผิดชอบสำคัญที่สุด ไม่ใช่ใช้แต่กฎหมาย แต่หลายอย่างปัญหาอยู่ที่คนและจิตสำนึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงท้ายนายกฯ กล่าวยอมรับว่า เครียดเกือบทุกวัน บางวันมีงานให้คิดเยอะ คิดเรื่องเก่ายังไม่เสร็จก็มีเรื่องให้ทำตลอด บ่นไม่ได้ แค่อยากให้ทุกคนช่วยกัน สัญญากับตนให้ช่วยนำพาประเทศไทยไปข้างหน้า เพราะนายกฯ คนเดียวทำไม่ได้ รัฐมนตรีก็ทำไม่ได้ ถ้าทุกคนมีความเห็นสวนทางตลอด ก็ไม่มีอะไรสำเร็จสักเรื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข้อเสนอให้เยียวยาชาว จ.ระยอง ว่าตนได้บอกไปแล้วว่าเป็นความบกพร่องความผิดพลาด แล้วจะมาบอกว่าเยียวยากัน ความตื่นตระหนกนั้นมาจากไหนบ้าง ตรงไหนบ้าง ตัวบุคคล แล้วอะไรอีกที่ทำคนตื่นเต้นทั้งประเทศจนคนไม่ออกจากบ้าน ใคร ไหนบอกมา ผู้สื่อข่าวจึงได้ตอบนายกฯ ไปว่า &amp;quot;สื่อมวลชน&amp;quot; นายกฯ จึงได้กล่าวว่า &amp;quot;ก็ลดลง หน่อยซิ ถ้าคุณโหมกระพือกันอยู่แบบนี้ก็เกิดกันแบบนี้ทุกที่ หรือ คุณแน่ใจว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมต้องไปเยียวยาใครล่ะ พ่อค้าต่างๆ ในตลาดสดที่คนไม่ไปเดินอย่างนั้นใช่ไหม หรือประชาชนที่ขายของไม่ได้ใช่ไหม ก็เพราะเขาตื่นตระหนกใช่ไหม แล้ววันนี้เจอคนติดเชื้อหรือยัง พวกคุณก็ต้องบอกให้เขารู้เรื่องว่ายังไม่เจอคนติดเชื้อ ให้ช่วยกันออกมาซื้อของ ให้ใช้ชีวิตตามปกติ ใครสงสัยก็ไปหาหมอ ทำงานอย่างนี้ถึงจะแก้ปัญหาได้ แต่ถ้าทำงานแบบชนิดที่ว่าเกิดปั๊บ แหย่มาปุ๊บว่าใครรับผิดชอบ จ่ายเงินปั๊บ มันไม่ใช่วิธีการคิดแบบนั้น เรื่องนี้จบกันก่อน เพราะยังมีงานอื่นต้องทำอีกมาก เพราะฉะนั้นวันนี้ขออย่างเดียวคือ ยังไม่มีการติดเชื้อ ขอให้คนมาใช้ชีวิตปกติ ไม่ใช่ว่ามีข่าวขึ้นมาคนหนึ่งแล้วก็โทร.กันไปกันมาจนเละไปหมดแล้ว ก็บอกแล้วไงว่าผมรับผิดชอบอยู่แล้ว&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล? ภิญโญสินวัฒน์? โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี? เปิดเผยว่า? นายกรัฐมนตรีได้หารือทางโทรศัพท์กับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต โดยผู้นำทั้งสองได้หารือแลกเปลี่ยนประสบการณ์การรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยต่างชื่นชมในความสามารถของไทยและจีนที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี ซึ่งจีนได้ชื่นชมแนวทาง &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ของไทย และจีนเองก็มีแนวทางเดียวกันโดยเน้นว่า &amp;ldquo;ประชาชนและชีวิตสำคัญที่สุด&amp;rdquo; จีนจึงเอาชนะโควิด-19 มาได้ด้วยการร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่าย สำหรับการพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันโควิด-19 นั้น จีนและไทยต่างพยายามพัฒนาคิดค้นจนมีความก้าวหน้าไปมาก เมื่อมีการพัฒนาจนสำเร็จ
ลั่นดูแลประชาชนดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า จากเดิมที่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ได้ระบุก่อนหน้านี้ว่าจะแถลงข่าวอีกครั้งในวันที่ 17 ก.ค. หลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ในวันเดียวกัน ที่มีนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค.เป็นประธาน แต่ล่าสุดจะมีการแถลงข่าวในวันที่ 16 ก.ค. เวลา 11.30 น. ตามปกติ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบนโยบายในช่วงสถานการณ์หลังเกิดเหตุทหารอียิปต์ติดโควิด และเกิดความวุ่นวายที่ จ.ระยอง ในขณะนี้จึงขอให้นพ.ทวีศิลป์แถลงข่าว ศบค.ทุกวันไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ดังนั้นวันที่ 16 ก.ค.นี้ นพ.ทวีศิลป์จึงไม่ต้องร่วมคณะของนายกฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดศรีสะเกษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อเวลา 16.20 น. ที่จ.ระยอง พล.อ.ประยุทธ์พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข, นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ โดยจุดแรกนายกฯ เดินทางมาที่โรงแรมดีวารี ดีว่า เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับฟังรายงานไทม์ไลน์ของกลุ่มทหารและลูกเรืออียิปต์ทั้ง 31 คน ตั้งแต่เดินทางเข้ามาลงสนามบินอู่ตะเภา จนเข้าพักที่โรงแรม พร้อมสอบถามถึงจุดโหว่ที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเดินทางไปห้างสรรพสินค้าแหลมทอง หรือ Passione ระยอง ซึ่งได้ชมรถที่ใช้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่มาจอดไว้บริเวณหน้าห้าง เพื่อให้ประชาชนจังหวัดระยองเข้าตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ฟรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้นำคณะลงมาตรวจเยี่ยมทั้งหมด ยืนยันพร้อมจะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ขออย่าตื่นตระหนกเท่านั้นเองวันนี้เราสามารถรักษาหายได้ 3,000 คน การที่ใส่หน้ากากทุกคนก็สามารถป้องกันได้มาก นายกฯ ก็ใส่ตลอดเวลา ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในระบบการรักษาของเรา มันจะลำบากพวกเราในเวลานี้ แต่มันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องแก้ปัญหา ห่วงทุกคน ใครป่วยใครเจ็บนายกรัฐมนตรีก็ป่วยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้พบกับคุณยายยิ้ม เทพนคร วัย 78 ปี&amp;nbsp; แม่ค้าขายข้าวแกงในตลาด ซึ่งนายกฯ ได้สอบถามว่าขายดีหรือไม่ ก่อนยายยิ้มจะบอกว่า ค้าขายไม่ได้เลย โดยเฉพาะในช่วงโควิด&amp;nbsp; นายกฯ จึงได้ให้เงินจำนวน 1,000 บาท พร้อมกล่าวว่า ขอเหมาข้าวแกง และให้นำไปแจกจ่ายชาวบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ได้เปิดโอกาสให้ ส.ส.หารือ โดยนายบัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ หารือว่าจังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากทหารอียิปต์นำเชื้อโควิด-19 เข้าจังหวัด จึงขอให้นายกฯ ช่วยดำเนินการดังนี้ 1.ขอให้ ศบค.ทบทวนเอกสิทธิ์วีไอพีแก่ทูตและชาวต่างชาติเข้าประเทศไทย โดยไม่ได้กักกันตัวเช่นเดียวกับคนไทย 2.ขอให้ศบค.ถอดบทเรียนกรณีศึกษาว่ามีการท้าทายมาตรการของ ศบค.ในการควบคุมป้องกันโรค อย่าให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดระยองต้องปรากฏในจังหวัดอื่นๆ 3.ขอให้รัฐบาลเยียวยาแก่พี่น้องประชาชนจังหวัดระยองที่จะต้องหยุดพักงานและนักเรียนต้องหยุดเรียน อีกทั้งธุรกิจที่เสียหายเป็นอันมาก เพราะนักท่องเที่ยวขอคืนห้องเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ และ 4.ขอให้ ศบค.แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้แจ้งชื่อโรงแรมและห้างสรรพสินค้าทันทีเมื่อเกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีนายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาสอบถามถึงการเยียวยาของภาครัฐให้แก่ชาว จ.ระยอง โดยมีนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรี
&amp;quot;เรวัต&amp;quot;กุข่าวคนระยองติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เรวัตกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความคับแค้นใจให้ประชาชน ที่รัฐบาลขอให้ประชาชนอย่าการ์ดตก แต่เหตุใดจึงปล่อยให้ทหารอียิปต์เล็ดลอดไปได้ ชี้ให้เห็นความสะเพร่าของรัฐบาล เอาใจวีไอพี แต่เหยียดคนไทย เหตุใด ศบค.การ์ดตกให้ผู้ติดเชื้อที่ได้อภิสิทธิ์มาทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการระบาดของโรค&amp;nbsp; รัฐบาลจะทบทวนมาตรการที่อยู่ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ให้ข้อยกเว้นแก่บุคคลวีไอพีหรือไม่ และนายกฯ จะแสดงความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวครั้งนี้อย่างไร ที่ไม่ใช่การกล่าวขอโทษ และจะลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตชี้แจงว่า รัฐบาลไม่จัดความสำคัญของคนไทยเป็นพลเมืองขั้นสอง เหตุที่ทหารอียิปต์ไม่ต้องถูกกักตัวอยู่ใน state quarantine เพราะอยู่ในกลุ่มได้รับการยกเว้น 11 กลุ่มที่ไม่ต้องถูกกักตัวตามที่กฎหมายกำหนด แต่เมื่อมาถึงแล้วต้องมาอยู่ในสถานที่ที่กำหนด ห้ามออกไปไหน แต่มีการละเมิดข้อกำหนด ไม่ยอมอยู่ในสถานที่ที่กำหนด เรื่องที่เกิดขึ้นต้องสอบสวนข้อเท็จจริง นำไปสู่การถอดบทเรียน เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข ยอมรับเราทำงานมาตลอดหลายเดือนหน้างานอาจจะอ่อนล้า เฉื่อยไปบ้าง แต่จะแก้ไขข้อบกพร่อง เดินหน้าทำงานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายสาธิตชี้แจงเสร็จ นพ.เรวัต กล่าวว่า ขอประกาศอย่างเป็นทางการว่าตนวิตกกังวลอย่างมาก ในขณะที่ตัวเลขการติดเชื้อในเมืองไทยเป็นศูนย์มากว่า&amp;nbsp; 50 วันแล้ว แต่วันนี้ (15 ก.ค.) ต้องขอประกาศว่ามีการติดเชื้อในคนไทยรอบใหม่เป็นครั้งแรกและเป็นเคสแรกแล้วที่ จ.ระยอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายขวัญเลิศถามว่า ที่ผ่านมามีคณะวีไอพีเช่นเดียวกับที่จังหวัดระยองกี่คณะ ไปจังหวัดใดบ้าง และมีมาตรการดูแลอย่างไร รัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายแก่ชาวระยองหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตชี้แจงว่า เราวางหลักเกณฑ์คนที่เดินทางเข้าประเทศทุกคนต้องมีการกักตัว แต่มีข้อยกเว้น 11 กลุ่มตามประกาศมาตรการคนที่เดินทางเข้าราชอาณาจักร กรณีทูตและนักบินเป็น 1ใน 11 กลุ่มที่ได้รับการยกเว้น ยอมรับชาวระยองได้รับผลกระทบจึงต้องทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นกลับมาใช้ชีวิตปกติให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นพ.เรวัตให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เพิ่มเติมว่า ภายหลังจากที่ตนพูดในที่ประชุมว่ามีชาวระยองติดเชื้อแล้ว ก็ได้พบกับนายสาธิต ปิตุเตชะ ที่ห้องรับประทานอาหาร ซึ่งได้รับคำชี้แจงว่าไม่มีผู้ติดเชื้อ ช่วงที่รัฐมนตรีชี้แจงตนฟังว่ามี&amp;nbsp; 2 รายที่เสี่ยงติดเชื้อ ฉะนั้นจึงคาดการณ์เองว่ามีผู้ติดเชื้อแล้ว 1 ราย ซึ่งถ้าไม่เป็นความจริง รัฐมนตรีก็สามารถชี้แจงต่อที่ประชุมได้เลยว่าเข้าใจผิด แต่รัฐมนตรีกลับไม่ชี้แจง เมื่อไม่ได้พูดก็เหมือนกับว่าไม่ได้ปฏิเสธ หรือเท่ากับว่าเป็นการคอนเฟิร์ม แต่ความจริงยังไม่มีใครติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวในต่างจังหวัด ที่มีบุคคลที่เดินทางไปจังหวัดระยองในช่วงเหตุการณ์ดังกล่าว ก็ได้ปฏิบัติตามมาตรการการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 เองอย่างเคร่งครัด. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71569</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ด่านคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ, ทหารอียิปต์, ผลตรวจโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0f0e2e80764.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
