<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 23:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 23:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพนตากอนเผยทหารสหรัฐฆ่าชายติดอาวุธ2คนที่สนามบินคาบูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เพนตากอนเผยว่า ทหารสหรัฐฆ่าชายติดอาวุธ 2 คนที่สนามบินคาบูลเมื่อวันจันทร์ ระบุนายพลอเมริกันคุยกับตัวแทนตอลิบันที่โดฮาแล้วว่าอย่าได้คิดโจมตี ขณะผู้คนหลายพันคนแห่มาที่สนามบินนี้เพื่อหนีออกจากประเทศ พร้อมรายงานว่ามีคนเสียชีวิตหลายคนในเหตุการณ์โกลาหลอลหม่านเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอัฟกันแห่มาที่สนามบินคาบูลเมื่อวันอาทิตย์ (Photo by Sayed Khodaiberdi Sadat/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐที่ยืนยันไม่เปิดเผยนาม ว่าในกลุ่มผู้คนหลายพันคนที่อยู่ในสนามบินคาบูลอย่างสันติเวลานั้น มีชาย 2 คนถืออาวุธด้วยท่าทีคุกคาม ทั้งคู่จึงโดนฆ่าตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวรายนี้บอกด้วยว่า พลเอกเคนเนธ แม็กเคนซี ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางของสหรัฐ บอกกับพวกเจ้าหน้าที่ตอลิบันขณะพบกันที่กรุงโดฮาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแล้วว่าอย่าได้โจมตีสนามบินนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐจัดกำลังทหารเกือบ 6,000 นายมาช่วยควบคุมสนามบินคาบูลตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อทำการอพยพเจ้าหน้าที่ทูตและพลเรือนอเมริกัน รวมถึงชาวอัฟกันที่เคยทำงานให้สหรัฐ แต่การเข้ายึดเมืองหลวงแห่งนี้ได้เมื่อวันอาทิตย์สร้างความแตกตื่นแก่ชาวอัฟกัน และพากันมาที่สนามบินแห่งนี้หลายพันคน จำนวนมากบุกเข้าไปถึงลานวิ่งของเครื่องบิน หวังขึ้นเครื่องบินทหารและเครื่องบินพาณิชย์ออกนอกประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวิดีโอที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียที่คนหลายร้อยคนพยายามขัดขวางการเทคออฟของเครื่องบินทหารสหรัฐ และมีรายงานว่ามีคนเสียชีวิตหลายคน ถ้าไม่เพราะโดนเหยียบก็ตกลงมาจากเครื่องบินหลังเครื่องทะยานขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังความวุ่นวายที่สนามบินเมื่อวันจันทร์ว่า เที่ยวบินทหารและพลเรือนทุกเที่ยวบินที่สนามบินคาบูลถูกระงับชั่วคราว เนื่องจากฝูงชนที่เป็นพลเมืองแห่กันเข้ามาอยู่บนทางวิ่งของเครื่องบิน ทหารอเมริกันในพื้นที่กำลังทำงานร่วมกับทหารตุรกีและนานาชาติเพื่อเคลียร์ผู้คนออกจากที่นั่น และยังไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้าน ทำเนียบขาวเผยว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีกำหนดแถลงชี้แจงสถานการณ์ในอัฟกานิสถานภายหลังตอลิบันยึดครองประเทศไว้ได้อย่างรวดเร็วเกินคาด โดยกำหนดการจะเริ่มในเวลา 15.45 น.วันจันทร์ตามเวลากรุงวอชิงตัน หรือ 02.45 น.วันอังคารของไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113544</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอลิบัน, ทหารอเมริกัน, สนามบินคาบูล, อัฟกานิสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a1f2acb5b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก​ทร.แจงเหตุทหารมะกันเกลื่อนพัทยา​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.63 - พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัส​ดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ​และโฆษกกองทัพเรือ​ กล่าวถึงกรณีกำลังพลสหรัฐที่มารวมตัวกันที่พัทยาว่า เป็นผลมาจากการฝึกชื่อ Hanuman Guardian 2020​ กับกองทัพบกไทย ที่ทางฝ่ายสหรัฐ ได้แจ้งยกเลิกการฝึกแล้วเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้กำลังพลใช้พื้นที่พัทยา เป็นที่นัดหมายคอยการส่งกลับทางเรือเนื่องจากมีเครื่องมือยุทโธปกรณ์ที่จะต้องลำเลียงกลับจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.ประชาชาติ ระบุว่า การฝึกHanuman Guardian 2020 ฝึกในช่วง ก.พ.63 - 17 พ.ค.63 โดยมีกำลังพลสหรัฐมาร่วมฝึก กระจายอยู่ตามกองทัพภาคต่างๆ ซึ่งในวันนี้ 3 เม.ย.63 ฝ่ายสหรัฐ แจ้งขอยกเลิกการฝึก และฝ่ายไทยได้ทราบว่าอาจมีอากาศยาน หรือ จะมีเรือมารับทั้งกำลังพล และยุทโธปกรณ์กลับต่อไปส่วนการจัดการเคลื่อนย้ายกำลังพลและอาวุธเพื่อเตรียมการเดินทางกลับ ยังไม่ทราบรายละเอียด เนื่องจากเพิ่งได้รับแจ้งวันนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเสนาธิการทหารเรือและโฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับกระทรวงต่างประเทศ เพื่อจะขออนุญาตให้ อากาศยาน หรือ เรือบรรทุกของสหรัฐเข้ามารับกำลังพลและยุทโธปกรณ์เนื่องจากขณะนี้อยู่ในพระราชกำหนด ฉุกเฉินจึงต้องมีขั้นตอน มากกว่าปกติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62133</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, กำลังพลสหรัฐ, ทหารอเมริกัน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e89743eefd08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลงานมิสไซล์อิหร่าน ทหารอเมริกันบาดเจ็บสมองเกิน 100 รายแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ปรับเพิ่มเรื่อยๆ กระทรวงกลาโหมสหรัฐยอมรับอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ว่า มีทหารได้รับบาดเจ็บทางสมองระดับ &amp;quot;เล็กน้อย&amp;quot; จากเหตุการณ์อิหร่านยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพในอิรักเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เพิ่มขึ้นอีกหลายสิบนาย รวมเป็นมากกว่า 100 นายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ว่า จนถึงวันนี้ มีทหารอเมริกัน 109 นาย ได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการบาดเจ็บทางสมองเล็กน้อย หรือ mTBI ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากรายงานก่อนหน้านี้ 45 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในจำนวนทหารบาดเจ็บ 109 นายนั้น มี 76 นายที่สามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติได้แล้ว ที่เหลือส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างการประเมินอาการและรับการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธหลายลูกโจมตีฐานทัพ 2 แห่งในอิรักที่ทหารอเมริกันประจำการอยู่เมื่อเช้ามืดวันที่ 8 มกราคม 2563 เพื่อตอบโต้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้ส่งโดรนยิงจรวดโจมตีใกล้สนามบินนานาชาติในกรุงแบกแดดของอิรักเมื่อวันที่ 3 มกราคม สังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่านพร้อมกับทหารติดตามหลายนาย รวมถึงแกนนำกองกำลังพันธมิตรอิหร่านในอิรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมทีสหรัฐยืนยันว่าไม่มีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บทางร่างกายทันทีหรือเสียชีวิตจากการโจมตีฐานทัพไอน์อัลอาซัด ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ยังพยายามผ่อนสถานการณ์ให้ดูเบาลง ท่ามกลางความตึงเครียดว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะบานปลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ โดยทรัมป์ยืนกรานว่าไม่มีชาวอเมริกันบาดเจ็บ แม้ราว 1 สัปดาห์ต่อมาเจ้าหน้าที่จะรายงานว่า มีทหารได้รับบาดเจ็บ 11 นาย จากภาวะสมองกระทบกระเทือนและภาวะบาดเจ็บทางสมองแบบอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยังคงปฏิเสธรายงานเกี่ยวกับทหารบาดเจ็บว่าเป็นเพียงอาการปวดศีรษะ หรืออาการอื่นๆ ที่ไม่ได้ร้ายแรงมายมายเท่าใด และเมื่อถูกตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ของอาการบาดเจ็บทางสมอง (TBI) ทรัมป์ก็กล่าวว่า เขาไม่มองว่าอาการแบบนี้เป็นอาการบาดเจ็บร้ายแรงมากๆ หากเปรียบเทียบกับอาการบาดเจ็บอื่นๆ ที่เขาเคยเห็นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการของความบาดเจ็บจากการกระแทกกระเทือนทางสมองนั้น รวมถึงปวดศีรษะ, เวียนศีรษะ, อ่อนไหวต่อแสง และคลื่นไส้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพสหรัฐเคยเตือนไว้ว่า กองทัพคาดคะเนว่าจำนวนของทหารบาดเจ็บจากการโจมตีของอิหร่านครั้งนั้นจะเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์หลังเหตุการณ์ เนื่องจากอาการเหล่านี้อาจปรากฏขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป และอาจใช้เวลาสักระยะกว่าทหารจะรายงานว่ามีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้เจ้าหน้าที่เพนตากอนจะพากันย้ำแล้วย้ำอีกว่า พวกเขาไม่ได้พยายามถ่วงเวลาการเปิดเผยข้อมูล หรือทำให้เรื่องภาวะบาดเจ็บจากการกระแทกกระเทือนเป็นเรื่องเล็กน้อยที่สุด แต่การเปิดเผยข้อมูลล่าสุดทำให้เกิดการตั้งคำถามอีกครั้งถึงนโยบายของกองทัพสหรัฐ ว่ากองทัพจัดทำรายงานภายในเรื่องภาวะต้องสงสัยว่ามีอาการบาดเจ็บทางสมองอย่างไร และทหารที่ได้รับบาดเจ็บทางสมองนั้นได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนแบบเปิดเผยเหมือนกับอาการบาดเจ็บเช่นการสูญเสียแขนขาหรือการสูญเสียชีวิต หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายปีมานี้ กลุ่มแพทย์และสาธารณสุขหลายกลุ่มพยายามเพิ่มการตระหนักรู้เกี่ยวกับความร้ายแรงของภาวะบาดเจ็บทางสมอง ซึ่งรวมถึงการกระแทกกระเทือน ทั้งนี้ข้อมูลของเพนตากอนบ่งชี้ว่า นับแต่ปี 2543 มีทหารอเมริกันราว 408,000 นาย ได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการบาดเจ็บทางสมอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56917</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพสหรัฐ, ทหารอเมริกัน, บาดเจ็บทางสมอง, มิสไซล์อิหร่าน, สหรัฐ, อิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e42afbbbc9ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2020 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2020 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กราดยิงในฐานทัพอัฟกานิสถาน ทหารอเมริกันดับ2 เจ็บ6</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คนร้ายในเครื่องแบบทหารอัฟกันใช้ปืนกลกราดยิงภายในฐานทัพที่จังหวัดนันการ์ฮาร์ในภาคตะวันออกของอัฟกานิสถานเมื่อวันเสาร์ ทหารอเมริกันเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 6 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ Getty Images&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดในช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีความกระตือรือร้นที่จะถอนทหารอเมริกันออกจากอัฟกานิสถานและยุติสงครามยาวนาน 18 ปีที่เป็นความขัดแย้งยืดเยื้อที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซอนนี เล็กเกตต์ โฆษกกองทัพสหรัฐ เปิดเผยผ่านแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 ว่า คนร้ายใส่เครื่องแบบทหารอัฟกันใช้ปืนกลเปิดฉากยิงใส่ทหารอเมริกันและทหารอัฟกันภายในฐานทัพในอำเภอเชอร์ซัด จังหวัดนันการ์ฮาร์ โดยยืนยันว่ามีทหารอเมริกันเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 6 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาห์ มะห์มูด เมยาคิล ผู้ว่าราชการจังหวัดนันการ์ฮาร์ กล่าวผ่านข้อความเสียงถึงผู้สื่อข่าวว่า มีคอมมานโดอัฟกันบาดเจ็บด้วยหลายนาย ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเหตุการณ์นี้เป็นอุบัติเหตุ หรือการกระทำโดยเจตนาของ &amp;quot;ผู้แทรกซึม&amp;quot; อย่างไรก็ดี เหตุการณ์นี้ไม่ใช่การปะทะระหว่างทหาร และยังอยู่ระหว่างการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกองทัพสหรัฐก็ย้ำเช่นกันว่าขณะนี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุ หรือแรงจูงใจของการก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ กุล่มกองกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (ส่งทางอากาศ) ที่ 7 ของกองทัพสหรัฐ ทวีตว่า มีทหารในสังกัด &amp;quot;หลายนาย&amp;quot; ถูกฆ่าหรือได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติการสู้รบในอัฟกานิสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ โดยซาบิฮุลลาห์ มูจาฮิด โฆษกของตอลิบัน ปฏิเสธจะให้ทัศนะเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ในข้อความตอบกลับเอเอฟพีบอกเพียงว่าพวกเขา &amp;quot;กำลังสอบสวน&amp;quot; การโจมตีที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี 2019 เป็นปีที่กองทัพสหรัฐในอัฟกานิสถานสูญเสียกำลังพลมากที่สุดนับแต่ปฏิบัติการสู้รบยุติลงอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2557 ซึ่งขับเน้นว่าสถานการณ์ท้าทายด้านความมั่นคงในประเทศนี้ยังคงมีอยู่ โดยมีทหารอเมริกันเสียชีวิตราว 20 นาย หากนับตั้งแต่สหรัฐนำกองกำลังพันธมิตรรุกรานอัฟกานิสถานเมื่อเดือนตุลาคม 2544 มีทหารอเมริกันสังเวยการสู้รบในอัฟกานิสถานแล้วราว 2,400 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุทหารอัฟกันยิงทหารอเมริกันแล้วหลายครั้ง ล่าสุดเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ทหารอัฟกันนายหนึ่งฆ่าทหารอเมริกันที่มาเยือนฐานทัพที่จังหวัดกันดะฮาร์เสียชีวิต 2 นาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56748</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิงในฐานทัพ, ทหารอัฟกัน, ทหารอเมริกัน, นันการ์ฮาร์, อัฟกานิสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e4018f8810d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐยอมรับ มิสไซล์อิหร่านทำทหารเจ็บ50นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงกลาโหมสหรัฐยอมรับเมื่อวันอังคารว่า มีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บที่สมอง 50 นาย เมื่อฐานทัพอากาศในอิรักโดนอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีเมื่อต้นเดือนมกราคม ซึ่งขัดแย้งกับคำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในตอนแรก และมากกว่าจำนวนที่เพนตากอนระบุก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 เผยสภาพความเสียหายที่ฐานทัพอากาศไอน์อัลอาซัด จากการโดนขีปนาวุธอิหร่านโจมตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของสหรัฐเคยกล่าวไว้ว่า การยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพในอิรักเมื่อวันที่ 8 มกราคมนั้น ไม่ได้ทำให้ทหารอเมริกันบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแม้แต่นายเดียว จนกระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว กองทัพสหรัฐแถลงว่า มีทหาร 34 นายได้รับบาดเจ็บที่สมอง จากเหตุการณ์โจมตีที่ฐานทัพอากาศไอน์อัลอาซัด ในภาคตะวันตกของอิรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันที่ 29 มกราคม อ้างคำแถลงของพันโทธอมัส แคมป์เบลล์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เมื่อวันอังคารว่า จนถึงขณะนี้มีทหาร 50 นายได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการบาดเจ็บที่สมองจากขีปนาวุธที่อิหร่านยิงโจมตีฐานทัพอากาศแห่งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการของภาวะบาดเจ็บที่สมองมีอาทิ ปวดศีรษะ วิงเวียน มีความไวต่อแสง และคลื่นไส้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันโทแคมป์เบลล์กล่าวว่า ในจำนวนทหารที่บาดเจ็บ 50 นายนั้น 31 นายได้รับการรักษาที่อิรัก และกลับไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว ในจำนวนนี้ 15 นายเพิ่งได้รับการวินิจฉัยเมื่อไม่นานมานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหารที่เหลือนั้น 18 นายถูกส่งตัวไปประเมินอาการเพิ่มเติมและรับการรักษาที่เยอรมนี อีก 1 นายถูกส่งไปคูเวตและกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้แล้วเช่นกัน แต่โฆษกผู้นี้ย้ำว่า จำนวนนี้เป็นภาพรวมในเวลาปัจจุบันและตัวเลขอาจเปลี่ยนแปลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึงอาการบาดเจ็บของทหารอเมริกันในเหตุการณ์โจมตีครั้งนั้นเสมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญ โดยบอกว่า เขาได้ยินมาว่าพวกทหารมีอาการปวดศีรษะและอาการอีกไม่กี่อย่าง คำกล่าวของทรัมป์ถูกกลุ่มทหารผ่านศึกวิจารณ์ โดยวิลเลียม ชมิตซ์ ผู้บัญชาการขององค์กรทหารผ่านศึกแห่งสงครามต่างแดน กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า พวกเขาคาดหวังว่าประธานาธิบดีจะขอโทษต่อทหารทั้งชายและหญิง จากการกล่าวคำพูดที่ชี้นำให้เข้าใจผิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของเพนตากอนเปิดเผยว่า นับแต่ปี 2543 มีทหารอเมริกันได้รับการวินิจฉัยว่าสมองบาดเจ็บราว 408,000 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศไอน์อัลอาซัดและฐานทัพอีกแห่งในอิรัก เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐส่งโดรนยิงมิสไซล์สังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่าน ใกล้สนามบินแบกแดดเมื่อวันที่ 3 มกราคม แต่ช่วงเวลาเช้ามืดของวันที่ 8 มกราคมที่อิหร่านเปิดปฏิบัติการล้างแค้น ทหารอเมริกันเกือบทั้งหมดจากจำนวน 1,500 นายอยู่ในหลุมหลบภัย หลังจากพวกผู้บังคับบัญชาได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55828</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพสหรัฐ, ขีปนาวุธอิหร่าน, ฐานทัพอากาศไอน์อัลอาซัด, ทหารอเมริกัน, มิสไซล์อิหร่าน, สมองบาดเจ็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e31917c5b51f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านถล่มคืนสหรัฐ ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพในอิรัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อิหร่านตบหน้าสหรัฐ ยิงขีปนาวุธ 22 ลูกโจมตีฐานทัพ 2 แห่งในอิรักที่กองทัพอเมริกันประจำการอยู่ สื่อทางการอิหร่านโวฆ่าทหารอเมริกันได้ 80 นาย ทำลายยุทโธปกรณ์อีกเพียบ แต่ไม่มีคำยืนยันจากสหรัฐและกองกำลังผสม สายการบินพลเรือนประกาศเลี่ยงน่านฟ้า รุมจวก &amp;quot;ดอน&amp;quot; ผลักไทยล่อเป้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางเข้าใกล้จุดเดือด กองทัพอิหร่านเปิดฉากโจมตีสหรัฐโดยตรงเป็นครั้งแรกเมื่อเช้ามืดวันพุธที่ 8 มกราคม 2563 ไม่ถึง 1 สัปดาห์นับแต่สหรัฐส่งโดรนลอบสังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่านพร้อมกับทหารอีกหลายนายใกล้สนามบินแบกแดดเมื่อเช้ามืดวันที่ 3 มกราคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีอ้างคำแถลงของกองทัพสหรัฐว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธมากกว่า 12 ลูกจากดินแดนอิหร่าน โจมตีฐานทัพอย่างน้อย 2 แห่งในอิรักที่กองกำลังผสมภายใต้การนำของสหรัฐประจำการอยู่ เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. ต่อมาสถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านยืนยันว่า กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติยิงมิสไซล์หลายสิบลูกโจมตีตอบโต้ที่สหรัฐสังหารนายพลสุไลมานี พร้อมกับเตือนว่า หากสหรัฐตีโต้ อิหร่านจะตอบสนองอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงยังแนะนำให้สหรัฐถอนทหารออกจากภูมิภาคนี้ เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตเพิ่มเติม พร้อมเตือนชาติพันธมิตรของสหรัฐ รวมถึงอิสราเอล ว่าอย่าได้อนุญาตให้สหรัฐดินแดนเป็นฐานการโจมตีตอบโต้อิหร่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นรับข่าวนี้ทันที โดยน้ำมันดิบสัญญาซื้อขายล่วงหน้า WTI พุ่งมากกว่า 4.5% อยู่ที่ 65.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะปรับลดลงเล็กน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเช้าวันเดียวกัน ที่อิหร่านเกิดเหตุเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 737 ของสายการบินยูเครนตกภายหลังบินขึ้นจากสนามบินเตหะรานเพื่อไปยังกรุงเคียฟ ส่งผลให้คนบนเครื่องเสียชีวิตทั้งหมด 176 คน และก่อกระแสคาดเดาว่าเครื่องบินลำนี้โดนมิสไซล์ยิงตก แต่ทางการอิหร่านและยูเครนกล่าวว่า รายงานเบื้องต้นบ่งชี้ว่าเกิดจากความขัดข้องทางเทคนิค กระนั้นองค์การการบินพลเรือนของอิหร่านประกาศแล้วว่าพวกเขาจะไม่ส่งมอบกล่องดำ 2 กล่องที่กู้ได้แล้ว ให้บริษัทโบอิ้งและพวกอเมริกัน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะให้ประเทศใดตรวจวิเคราะห์กล่องดำนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่เคยขู่จะล้างแค้นการสังหารนายพลสุไลมานี กล่าวว่า การยิงโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักครั้งนี้เป็นการ &amp;quot;ตบหน้า&amp;quot; สหรัฐ
โวฆ่าทหารสหรัฐ 80 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านอ้างรายงานจากแหล่งข่าวในกองทัพอิหร่านเมื่อวันพุธว่า มิสไซล์ที่โจมตีฐานทัพ 2 แห่งในอิรักสามารถฆ่าผู้ก่อการร้ายอเมริกันได้อย่างน้อย 80 คน ทั้งยังคุยด้วยว่าโดรน, เฮลิคอปเตอร์ และยุทโธปกรณ์อื่นๆ ของกองทัพสหรัฐได้รับความเสียหายรุนแรง โดยมิสไซล์ 15 ลูกที่โจมตีฐานทัพอัลอาซัดนั้น &amp;quot;เรดาร์ของกองทัพก่อการร้ายของอเมริกา&amp;quot; สกัดกั้นไม่ได้แม้แต่ลูกเดียว แหล่งข่าวรายนี้บอกด้วยว่า อิหร่านระบุเป้าหมายของสหรัฐและพันธมิตรในภูมิภาคนี้ได้อย่างน้อย 140 เป้าหมาย ที่จะโดนโจมตีหากพวกอเมริกันทำผิดพลาดแบบเดิมอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมสหรัฐยังไม่รายงานความสูญเสียจากเหตุการณ์นี้ แต่บอกว่าฐานทัพเหล่านี้อยู่ในภาวะเฝ้าระวังขั้นสูงอยู่แล้วหลังจากสถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โจนาธาน ฮอฟแมน โฆษกเพนตากอนกล่าวว่า กำลังประเมินความเสียหายเบื้องต้นที่ฐานทัพ 2 แห่งนี้ โดยแห่งหนึ่งเป็นฐานทัพอากาศอัลอาซัด และอีกแห่งอยู่ในเมืองเออร์บิล และระหว่างการประเมินสถานการณ์และการตอบโต้ สหรัฐจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองและปกป้องกำลังพลของสหรัฐ รวมถึงหุ้นส่วนและพันธมิตรในภูมิภาคนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคำแถลงจากสเตฟานี กริแชม โฆษกทำเนียบขาวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเคยไปเยือนฐานทัพอากาศไอน์อัลอาซัดพร้อมกับนางเมลาเนีย ภริยา เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ได้รับรายงานสรุปแล้วและกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์ ขณะที่มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหม และไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ มาถึงทำเนียบขาวแล้วเช่นกัน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐวางแผนตอบโต้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์มีกำหนดแถลงเช้าวันพุธตามเวลาสหรัฐ แต่เขาทวีตว่า การประเมินความเสียหายและความสูญเสียเบื้องต้นบ่งชี้ว่าทุกอย่างยังอยู่ดี และสหรัฐกำลังประเมินความสูญเสียและความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกองทัพอิรักแถลงว่า ฐานทัพ 2 แห่งของอิรักโดนมิสไซล์ 22 ลูกโจมตีระหว่างเวลา 01.45-02.15 น.ตามเวลาท้องถิ่นวันพุธ (05.15-06.15 น.วันเดียวกันของไทย) โดย 17 ลูกโจมตีฐานทัพอากาศไอน์อัลอาซัด และอีก 5 ลูกโจมตีฐานทัพที่เมืองเออร์บิล แต่ไม่มีทหารอิรักบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ดี คำแถลงไม่ได้กล่าวถึงทหารต่างชาติที่ประจำในฐานทัพเหล่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า สิ่งบ่งชี้เบื้องต้นไม่พบว่ามีคนอเมริกันเสียชีวิต ขณะที่เยอรมนี, นอร์เวย์ และเดนมาร์ก ก็ยืนยันว่าไม่มีทหารของตนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเช่นกัน เยอรมนีมีทหาร 115 นายประจำที่ฐานทัพเออร์บิล ส่วนนอร์เวย์มีทหาร 70 นายที่ฐานทัพอัลอาซัด และเดนมาร์กมีทหารราว 130 นายประจำที่นี่เช่นกัน ทหารของชาติตะวันตกเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังผสมนานาชาติที่ต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรักและซีเรีย กองทัพนอร์เวย์กล่าวว่า กองกำลังผสมได้รับคำเตือนการโจมตีล่วงหน้าผ่านช่องทางข่าวกรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอังกฤษโดยโดมินิก ราบ รัฐมนตรีต่างประเทศ แถลงประณามการยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพในอิรักที่ถูกใช้เป็นฐานของกองกำลังผสม ซึ่งรวมถึงทหารอังกฤษ พร้อมกับแสดงความวิตกต่อ &amp;quot;รายงานการสูญเสียชีวิต&amp;quot; และการใช้ขีปนาวุธในการโจมตี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานของนายกฯ อาเดล อับดุล มะห์ดี ของอิรักกล่าวว่า พวกเขาได้รับการแจ้งเตือนด้วยวาจาอย่างเป็นทางการจากอิหร่านแจ้งล่วงหน้าเรื่องการยิงมิสไซล์โจมตีทหารสหรัฐ &amp;quot;อิรักคัดค้านการละเมิดอธิปไตยและการโจมตีในดินแดนของเรา&amp;quot; คำแถลงกล่าวโดยไม่ได้ประณามการยิงมิสไซล์โจมตีตรงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (เอฟเอเอ) กล่าวว่า เอฟเอเอสั่งห้ามสายการบินพลเรือนของสหรัฐบินเหนืออิรัก, อิหร่าน และภูมิภาคอ่าวแล้ว และเอฟเอเอกำลังจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และประสานความร่วมมือกับสายการบินต่างของสหรัฐและหน่วยงานด้านการบินของต่างประเทศเกี่ยวกับความปลอดภัยในการบิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินของหลายประเทศประกาศเลี่ยงเส้นทางการบินเหนือน่านฟ้าอิหร่านและอิรักเช่นกัน อาทิ โคเรียนแอร์ไลน์, การบินไทย, แอร์แคนาดา, แอร์ฟรานซ์, รอยัลดัตช์แอร์ไลน์, ลุฟต์ฮันซา และไชน่าแอร์ไลน์ของไต้หวัน ส่วนสิงคโปร์แอร์ไลน์กล่าวว่าได้เปลี่ยนเส้นทางของทุกเที่ยวบินที่ต้องผ่านน่านฟ้าอิหร่าน มาเลเซียแอร์ไลน์บอกว่าจะไม่บินเหนือน่านฟ้าอิรักและจะเลี่ยงเส้นทางที่ผ่านน่านฟ้าอิหร่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาต่อมา รัฐบาลอิหร่านแสดงท่าทีว่าอิหร่านไม่ต้องการให้ความขัดแย้งนี้ลุกลามเป็นสงคราม โดยโมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ทวีตว่า อิหร่านได้ดำเนินมาตรการตอบโต้เพื่อป้องกันตนเองอย่างสมน้ำสมเนื้อเสร็จสิ้นแล้ว ภายใต้มาตรา 15 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ &amp;quot;เราไม่ต้องการขยายขอบเขตหรือทำสงคราม แต่เราจะป้องกันตนเองจากการรุกราน&amp;quot; เขาโพสต์ทางทวิตเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิหร่านทำพิธีฝังศพของสุไลมานีที่เมืองเคอร์มานเมื่อวันอังคาร โดยชาวอิหร่านมาร่วมงานอย่างล้นหลามจนเกิดเหตุเหยียบกันตายอย่างน้อย 56 คน บาดเจ็บมากกว่า 200 คน สถานีโทรทัศน์ของอิหร่านกล่าวว่า ร่างของสุไลมานีเพิ่งถูกฝังที่สุสานวีรชนในบ้านเกิดของเขา ภายหลังอิหร่านยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพ &amp;quot;เราล้างแค้นให้เขาแล้ว ตอนนี้เขาสามารถไปสู่สุคติได้&amp;quot; รอยเตอร์กล่าวว่า การยิงมิสไซล์ของอิหร่านเกิดในเวลาเดียวกับที่โดรนของสหรัฐยิงมิสไซล์โจมตีสุไลมานีใกล้สนามบินแบกแดดเมื่อวันศุกร์ที่ 3 มกราคม
ไทยพร้อมอพยพแรงงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวในส่วนของไทยนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ได้ออกประกาศเตือนคนไทยในเรื่องการเพิ่มความระมัดระวัง โดยระบุว่า ตามที่เกิดเหตุการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. ซึ่งอาจพัฒนาการนำไปสู่ความรุนแรงและความไม่สงบในภูมิภาค สถานเอกอัครราชทูตจึงขอให้คนไทยในอิสราเอลติดตามข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีความเสี่ยง รวมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำและมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นโดยสามารถติดตามสถานการณ์ได้จากเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ หรือเพจเฟซบุ๊กทุกเรื่องเมืองยิว ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสถานทูต หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 05-4636-8650 หรือ 05-4550-1141
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในเรื่องนี้ว่า ได้สั่งให้อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย (กรุงริยาด) ซึ่งเป็นเขตพื้นที่รับผิดชอบดูแลแรงงานไทยในอิรัก และอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นเขตพื้นที่รับผิดชอบดูแลแรงงานไทยในอิหร่าน ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแรงงานไทยและประสานกับนายจ้างที่จ้างแรงงานไทยให้ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ เพื่อสำรวจข้อมูลความต้องการช่วยเหลือของแรงงาน รวมทั้งให้รวบรวมข้อมูลสถานที่ทำงาน ช่องทางการติดต่อทางการกรณีได้รับผลกระทบ และเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกแรงงานไทยและคนไทยในการอพยพ หากสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณีคำให้สัมภาษณ์ของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ที่ระบุว่าสหรัฐได้แจ้งล่วงหน้าไทยในการปฏิบัติการสังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษของอิหร่านในต่างแดน หรือกองกำลังกุดส์ โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ไทย สหรัฐ และอิหร่าน ถือเป็นมิตรที่ดีต่อกัน
รุมจี้&amp;quot;ดอน&amp;quot;รับผิดชอบ
&amp;ldquo;เป็นเรื่องของ รมว.การต่างประเทศ ซึ่งไม่มีอะไรกังวล ไม่เกี่ยวกับผม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นอดีตทหาร หากจะปฏิบัติการเช่นนี้จะแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้เตรียมรับผลกระทบหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;ldquo;คุณคิดดูสิ คุณคิดดูว่าควรแจ้งหรือไม่&amp;rdquo;
นายดอนได้ออกมาปฏิเสธการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ว่าสิ่งที่ปรากฏในข่าวเมื่อวันที่ 7-8 ม.ค. มาจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ไม่มีใครแจ้งการปฏิบัติการให้ไทยทราบก่อนแต่อย่างใด
น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษก กต. ชี้แจงเช่นกันว่า เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ยืนยันว่าไม่ได้มีการแจ้งให้ทราบก่อนแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ตำหนิว่า การพูดแบบนี้ของนายดอนผลักประเทศเข้าไปล่อเป้าระหว่างคู่ขัดแย้ง และการที่โฆษก กต.ออกมาสวนนายดอนว่าเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ทำให้สงสัยว่านายดอนเข้ากระทรวงบ้างหรือไม่ ทำไมข้อมูลสวนทางฝ่ายประจำจนเฟอะฟะ เสียรังวัดหนักขนาดนี้ ถ้านายดอนว่างมาก เอาเวลาไปศึกษาเตรียมตัวตอบคำถามในการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะได้ประโยชน์มากกว่า
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ในฐานะตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศพูดเช่นนี้ จะนั่งอยู่ในตำแหน่งไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่มาก จึงกำลังรอดูท่าที พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่จะปล่อยเรื่องนี้เหมือนเรื่องอื่นไม่ได้ เพราะความเสียหายในสถานการณ์ที่ล่อแหลมอย่างนี้ พูดกันง่ายๆ คือชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้านแบบนี้ นายกฯ ต้องตัดสินใจ หรือนายดอนต้องตัดสินใจลาออก ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นเลย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54141</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารอเมริกัน, ทำลายยุทโธปกรณ์, ยิงขีปนาวุธ, สงคราม, สหรัฐ-อิหร่าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โจมตีฐานทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200108/image_big_5e15e3e5536a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; แวบเยือนอัฟกานิสถาน ปลุกฟื้นเจรจาตอลิบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เยือนอัฟกานิสถานเป็นครั้งแรกโดยไม่ประกาศล่วงหน้าเมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อร่วมรับประทานอาหารวันขอบคุณพระเจ้าร่วมกับทหาร เชื่อตอลิบันยอมรับการหยุดยิงและรื้อฟื้นการพูดคุยสันติภาพกับสหรัฐ ด้านโฆษกตอลิบันบอกพร้อมกลับสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวปราศรัยต่อทหารที่ฐานทัพอากาศบากรัมในอัฟกานิสถานเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2562 กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เดินทางไปเยี่ยมทหารอเมริกันที่ฐานทัพอากาศบากรัมของสหรัฐในอัฟกานิสถานเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งตรงกับวันขอบคุณพระเจ้าของชาวอเมริกัน โดยเป็นการเดินทางมาเยือนอัฟกานิสถานเป็นครั้งแรกของทรัมป์ ที่นี่ทรัมป์ได้พบกับประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ของอัฟกานิสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การมาเยือนของทรัมป์ครั้งนี้เกิดขึ้น 1 สัปดาห์หลังจากตอลิบันตกลงกับรัฐบาลสหรัฐและอัฟกัน ยอมแลกเปลี่ยนตัวประกันชาวอเมริกันและออสเตรเลียที่ถูกจับตัวไว้นาน 3 ปี กับสมาชิกระดับสูงของตอลิบัน 3 ราย เพิ่มความหวังว่าการทำความตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามยาวนาน 18 ปีจะเป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอลิบันต้องการทำความตกลง และเรากำลังพบกับพวกเขา&amp;quot; ทรัมป์บอกกับนักข่าวภายหลังเดินทางถึงอัฟกานิสถาน &amp;quot;เราเคยบอกว่าต้องมีการหยุดยิง แต่พวกเขาไม่อยากหยุดยิง ผมเชื่อว่าตอนนี้พวกเขาอยากจะหยุดยิงแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นไปในทิศทางนั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกันยายน ดูเหมือนว่าสหรัฐและตอลิบันใกล้จะลงนามความตกลงกันได้ แต่ภายหลังตอลิบันวางระเบิดโจมตีในกรุงคาบูลทำให้มีคนเสียชีวิต 12 คน รวมถึงทหารอเมริกัน 1 นายในเดือนเดียวกันนั้น ทรัมป์ก็ประกาศทันทีว่ากระบวนการเจรจายาวนาน 1 ปีนั้น &amp;quot;ตายแล้ว&amp;quot; และยกเลิกคำเชิญแกนนำตอลิบันมาพบที่สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างคำกล่าวของแกนนำตอลิบันหลายคนภายหลังทรัมป์มาเยือนอัฟกานิสถานว่า พวกเขากำลังประชุมเจรจากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐที่กรุงโดฮาของกาตาร์มาตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่แล้ว และพวกเขาน่าจะรื้อฟื้นการพูดคุยสันติภาพอย่างเป็นทางการกันในไม่ช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราหวังว่าการมาเยือนอัฟกานิสถานของทรัมป์จะพิสูจน์ว่าเขาจริงจังกับการเริ่มต้นพูดคุยกันอีกครั้ง เราไม่คิดว่าเขามีทางเลือกมากนัก&amp;quot; แกนนำอาวุโสของตอลิบันกล่าวโดยไม่เปิดเผยตัวตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาบีฮุลลาห์ มูจาฮิด โฆษกของตอลิบัน กล่าวเมื่อวันศุกร์ด้วยว่า ตอลิบัน &amp;quot;พร้อมรื้อฟื้นการพูดคุย&amp;quot; ที่ระงับไป จุดยืนของตอลิบันยังคงเหมือนเดิม ถ้าเริ่มพูดคุยสันติภาพกันใหม่ ก็จะต้องรื้อฟื้นจากจุดที่ยุติการพูดคุยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างข้อตกลงที่เห็นพ้องกันเมื่อเดือนกันยายนระบุว่า สหรัฐจะเริ่มถอนทหารอเมริกันออกจากอัฟกานิสถาน แลกเปลี่ยนกับการรับประกันความมั่นคงว่าอัฟกานิสถานจะไม่ถูกใช้เป็นฐานที่พวกนักรบใช้โจมตีสหรัฐและชาติพันธมิตรของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้สงครามรุกรานอัฟกานิสถานโดยกองทัพสหรัฐและพันธมิตรภายหลังอัลกออิดะห์ก่อวินาศกรรมในสหรัฐเมื่อ 11 กันยายน 2544 จะผ่านพ้นมานาน 18 ปีแล้ว แต่ปัจจุบันสหรัฐยังคงมีกำลังพลในอัฟกานิสถานประมาณ 13,000 นาย และยังมีทหารอีกนับหมื่นนายจากกองกำลังนาโต สงครามที่ยืดเยื้อนี้คร่าชีวิตทหารอเมริกันไปแล้วราว 2,400 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวไว้ว่า เขามีแผนจะลดจำนวนทหารลงให้เหลือประมาณ 8,600 นาย แต่ต่อมาเขาเสริมว่าสหรัฐอาจทิ้งทหารไว้ที่นี่มากกว่านั้น โดยเขาไม่ได้บอกรายละเอียดเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี ผู้นำสหรัฐย้ำว่าสงครามในอัฟกานิสถานไม่สามารถตัดสินกันบนสนามรบ และสุดท้ายแล้วจะต้องมีการหาทางออกทางการเมืองโดยประชาชนในภูมิภาคนี้เป็นผู้ตัดสิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51418</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารอเมริกัน, วันขอบคุณพระเจ้า, เจรจาตอลิบัน, เยือนอัฟกานิสถาน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de11bd932268.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
