<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบผู้สัมผัสทหารเกาหลีติดโควิด เพิ่มเป็น 235 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12พ.ย.63-นพ. โอภาส &amp;nbsp;การย์กวินพงศ์ &amp;nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค เผยถึงความคืบหน้าผลการสอบสวนและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) กรณีทหารเกาหลีตรวจพบเชื้อโควิด 19 หลังกลับจากไทย เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากการสอบสวนโรคเพิ่มเติมในประเทศไทย พบผู้สัมผัสทหารรายดังกล่าวเพิ่มอีก 33 ราย รวมเป็น 235 ราย (ไทย 210 ราย/ต่างชาติ 25 ราย)
การดำเนินการติดตามผู้สัมผัสภายในประเทศทั้ง 210 ราย ดังนี้ &amp;nbsp;เก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อแล้ว 194 ราย ผลไม่พบเชื้อ 163 ราย รอผล 31 ราย และอยู่ระหว่างรอดำเนินการตรวจ 16 ราย ประกอบด้วย 1.ทหาร 181 ราย ผลตรวจไม่พบเชื้อ 161 ราย รอผล 16 ราย และอยู่ระหว่างรอดำเนินการตรวจ 4 ราย 2.เจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 ราย รอผล 1 ราย และอยู่ระหว่างรอดำเนินการตรวจ 4 ราย 3.เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานและเจ้าหน้าที่ศุลกากร 9 ราย ผลตรวจ &amp;nbsp;ไม่พบเชื้อ 2 ราย รอผล 1 ราย และอยู่ระหว่างรอดำเนินการตรวจ 6 ราย 4.เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐ 2 ราย อยู่ระหว่างรอดำเนินการตรวจทั้ง 2 ราย และ 5.เจ้าหน้าที่โรงแรม 13 ราย รอผลตรวจทั้ง 13 ราย ทั้งนี้ ผู้ที่อยู่ระหว่างรอดำเนินการตรวจทั้ง 16 รายนี้ จะดำเนินการตรวจภายในวันนี้ (12 พฤศจิกายน 2563) หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับทหารชาวต่างชาติที่เข้าร่วมประชุม จำนวน 25 ราย นั้น กระทรวงสาธารณสุข ได้ประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีและประเทศที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เพื่อสอบสวนโรคเพิ่มเติมและติดตามทหารที่เข้าร่วมประชุม เพื่อตรวจหาเชื้อต่อไป ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนทุกคนยังคงดูแลป้องกันตนเอง ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องเช่นเดิม &amp;ldquo;สวมหน้ากาก ล้างมือ แยกของใช้ เว้นระยะห่าง ลดแออัด&amp;rdquo; จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83636</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ทหารเกาหลี, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fad062495cf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมฝึกคอบร้าโกลด์ป่วน ‘ทหารเกาหลี’ติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผวา! &amp;quot;ทหารเกาหลี&amp;quot; กลับจากฝึกร่วมคอบร้าโกลด์ที่ จ.ระยอง ถึงสนามบินอินชอนพบติดเชื้อโควิด-19 &amp;quot;กองอำนวยร่วม&amp;quot; แจ้งกองทัพไทยกักตัวทหารกลุ่มเสี่ยง &amp;quot;สธ.&amp;quot; เร่งประสานข้อมูลสอบสวนโรคติดจากในไทยหรือ ตปท. &amp;quot;ผู้ว่าฯ&amp;quot; ขอคนระยองอย่ากังวล ไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อไม่ได้ออกนอกพื้นที่ฝึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยรายวันว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย เป็นผู้ที่มาจากประเทศสหราชอาณาจักร 2 ราย คือ 1.หญิงสัญชาติอังกฤษ อายุ 62 ปี เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ถูกตรวจพบเชื้อที่ด่านตรวจโรคที่สนามบินสุวรรณภูมิในวันเดียวกัน 2.หญิงไทย อายุ 58 ปี เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 พ.ย. พักในสถานกักกันแบบทางเลือกที่รัฐกำหนดในกรุงเทพฯ จากการตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 9 พ.ย. พบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ ส่วนรายที่ 3 มาจากประเทศตุรกี 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 40 ปี อาชีพแม่บ้าน เดินทางถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 4 พ.ย. พักในสถานกักกันแบบทางเลือกที่รัฐกำหนดในกรุงเทพฯ จากการตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 9 พ.ย. พบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ รักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศบค.สรุปยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมมีจำนวน 3,847 ราย ส่วนผู้ที่รักษาหายแล้วเพิ่ม 15 ราย จึงมียอดสะสมผู้ที่ได้รับการรักษาหายแล้ว 3,685 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตยังมียอดสะสมอยู่ที่ 60 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 102 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีเอกสารราชการลงวันที่ 9 พ.ย. จากกองอำนวยการฝึกคอบร้าโกลด์ 21 (กอฝ.คอบร้าโกลด์ 21) ส่งถึงหน่วยงานภายในกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อแจ้งกำลังพลที่เกี่ยวข้องกับการประชุมวางแผนขั้นสุดท้ายในการฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ 21 เมื่อวันที่ 2-6 พ.ย. ที่โรงแรมสิรินพลา จ.ระยอง ให้ระมัดระวังและตรวจสอบอาการของตนเองในขั้นต้น เนื่องจากได้รับแจ้งจากผู้แทนจากกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี ที่เดินทางมาร่วมประชุม ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ระหว่างการเดินทางเข้าประเทศสาธารณรัฐเกาหลีที่สนามบิน จึงได้มีการกักกันตัวตามกระบวนการควบคุมโรคแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือดังกล่าวยังได้แจ้งดำเนินการตามกระบวนการควบคุมโรค โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่สัมผัสใกล้ชิด คือกองกำลังนาวิกโยธิน (กกล.นย.), กกล.กองทัพเรือ, กกล.กองทัพบก และ กกล.กองทัพอากาศ ให้ดำเนินการตรวจพิสูจน์โรคและกักกันเป็นเวลา 14 วัน และกลุ่มที่ไม่ได้สัมผัสโดยตรง และผู้เข้าร่วมประชุมส่วนอื่นให้ดำเนินการกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากกองทัพเรือระบุว่า ยังไม่แน่ชัดว่านายทหารจากสาธารณเกาหลีคนดังกล่าวติดเชื้อโควิด-19 จากที่ใด แต่ก่อนเข้าประชุมได้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคของรัฐทุกอย่าง โดยได้เข้ากักตัวในสถานที่ควบคุมแห่งรัฐ 14 วัน และได้เข้าประชุมตามกำหนดการ ซึ่งทหารเรือไทยที่เข้าร่วมประชุม ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสใกล้ชิดได้เข้ากักตัวเรียบร้อยแล้ว ในเบื้องต้นมี 4-5 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงว่า การฝึกคอบร้าโกลด์ดังกล่าวเป็นการประชุมร่วมฝึกผสม มีผู้เข้าร่วมกว่า 202 นาย 5 กลุ่มย่อย กลุ่มละ 50 นาย มีทั้งทหารไทย 177 นาย และทหารต่างชาติ 25 ราย แบ่งเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา 12 นาย, ประเทศเกาหลีใต้ 5 นาย, ประเทศอินโดนีเซียและออสเตรเลีย ประเทศละ 2 นาย, ประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน อินเดีย ประเทศละ 1 นาย ซึ่งระหว่างอยู่ที่โรงแรมใน อ.บ้างฉาง จ.ระยอง กิจกรรมส่วนใหญ่อยู่ในห้องประชุม และมีการร่วมรับประทานอาหารร่วมกันแบบบุฟเฟต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.วลัยรัตน์กล่าวว่า ทหารเกาหลีใต้นายดังกล่าวตรวจพบเชื้อขณะเข้าประเทศเกาหลีใต้ที่สนามบินอินชอนและเข้าสู่กระบวนการกักกันโรคแล้ว โดยไทม์ไลน์ของทหารเกาหลีใต้ เดินทางเข้ามาไทย ตั้งแต่ 17 ต.ค.63 ถึงสนามบิน มีรถตู้จากโรงแรมที่พัก ASQ ย่านสุขุมวิท กทม.มารับ เพื่อเข้าพักที่โรงแรม กักตัว 17 ต.ค-1 พ.ย.63 มีการตรวจหาเชื้อ RT-PCR 2 ครั้ง คือวันที่ 22 ต.ค. และ 29 ต.ค.63 โดยไม่พบเชื้อ หลังกักตัว 14 วัน วันที่ 1 พ.ย.63 มีรถรับจ้างจากสถานทูตมารับจากโรงแรม ASQ เพื่อย้ายไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท จากนั้นมีรับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง มีการใส่หน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น วันรุ่งขึ้น 2 พ.ย.63 มีรถตู้จากสถานทูตรับไปที่โรงแรมที่ร่วมประชุมใน อ.บ้านฉาง (ไม่มีการออกจากโรงแรม มีการประชุมอย่างเดียว) หลังฝึกประชุมเสร็จ เดินทางกลับออกจาก จ.ระยอง วันที่ 6 พ.ย.63 ด้วยรถตู้รับจ้างสถานทูตมารับยังโรงแรมที่สุขุมวิท กทม. พัก 1 คืน (กำลังตรวจสอบว่าเป็นโรงแรมเดิมหรือไม่) และคืนวันที่ 8 พ.ย.63 เดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันขอให้ประชาชนในพื้นที่ จ.ระยองสบายใจได้ นายทหารเกาหลีใต้ที่ติดเชื้อเข้าพักกับทหารเกาหลีใต้ 1 นาย ส่วนเพื่อนที่เหลืออีกไม่พบเชื้อ ได้มีการติดตามนายทหารคนไทยที่เข้าร่วมประชุมเพื่อเข้าสู่การกักตัว ส่วนทหารต่างชาติ ได้มีการประสาน องค์การอนามัยระหว่างประเทศเพื่อแจ้งข้อมูลแล้ว&amp;quot; พญ.วลัยรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเป็นการจะติดเชื้อในประเทศหรือไม่ ผอ.กองระบาดวิทยากล่าวว่า อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค และขอผลจากทางเกาหลีใต้ เพื่อดูว่าเป็นเชื้อในประเทศไทยหรือจากต่างประเทศ ซึ่งมีการสันนิษฐานว่ามีหลายแนวทาง เช่น อาจจะติดมาจากเกาหลีใต้ก่อนเดินทางถึงไทย หรือการติดระหว่าง ASQ ส่วนการติดระหว่างการร่วมประชุมตอนนี้ข้อมูลยังไม่ชัดเจน เนื่องจากข้อมูลที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏการติดเชื้อหลังการกักตัว 14 วัน ยกเว้น กรณีหญิงชาวฝรั่งเศสที่ติดเชื้อจาก ASQ และไปพักที่เกาะสมุย โดยกลุ่มเสี่ยงผู้สัมผัสอื่นๆ อยู่ระหว่างการติดตามผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าฯ ระยอง พร้อมด้วย นายอนันต์ นาคนิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด และนายแพทย์วีระศักดิ์ เจียมอนุกูลกิจ รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.ระยอง แถลงข่าวหลัง สธ. เปิดเผยพบทหารเกาหลีใต้ที่เข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์ 21 ที่ระยองติดเชื้อโควิด-19 แต่ยังไม่ชัดว่าติดจากไทยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาญนะกล่าวว่า ในครั้งนี้ทหารเกาหลีใต้ไม่ได้เดินทางท่องเที่ยวหรือแวะพักผ่อนในเขตเมืองระยอง จึงเชื่อว่าโอกาสในการแพร่กระจายของเชื้อคงเป็นไปได้ยากมาก นอกจากนั้นยังเฝ้าระวังบุคลากรโรงแรมใน จ.ระยอง อีก 28 คน ซึ่งถือเป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำโดยให้เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่ นพ.กิตติพันธุ์ ฉลอม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีผู้สัมผัสชายชาวอินเดียที่ติดเชื้อโควิด-19 ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ว่า นอกจาก 39 รายก่อนหน้านี้ที่ผลการตรวจเป็นลบ หรือไม่พบเชื้อแล้ว ในส่วนของผู้สัมผัสบนเครื่องบนอีกจำนวน 3 ราย ที่ตรวจในวันที่ 10 พ.ย.63 ผลตรวจทั้งหมดไม่พบเชื้อเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนผู้สัมผัสอีก 3 ราย แบ่งเป็นเสี่ยงสูง 1 ราย และเสี่ยงต่ำ 2ราย ซึ่งเป็นผู้สัมผัสในสถานบันเทิงที่พบจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในคืนวันที่ 30 ต.ค.63 อยู่ระหว่างรอผลช่วงค่ำวันนี้ (11 พ.ย.63) ซึ่งรวมยอดผู้สัมผัสในจังหวัดเชียงใหม่มีสะสมทั้งสิ้น 45 ราย สำหรับผลการตรวจผู้สัมผัสในจังหวัดอื่น ตลอดจนผู้สัมผัสใกล้ชิดที่เป็นเพื่อนชาวไทยที่เดินทางมาเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดช่วงวันที่ 30 พ.ย.-2 ต.ค.2563 ผลตรวจทั้งหมดไม่พบเชื้อ&amp;quot; ผู้ช่วยนายแพทย์ สธ.เชียงใหม่ระบุ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83562</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กองทัพไทย, คอบร้าโกลด์, ทหารเกาหลี, ผู้ติดเชื้อโควิด-19, สอบสวนโรค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fabf92990cdd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
