<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ยุทธพงศ์’จับผิด ทร.ซื้อเรือดำน้ำทำไมจ่ายภาษีจ่อชงพรรคเปิดอภิปราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;17 ต.ค.2564-นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย(พท.) แถลงถึงกรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำว่า ได้ข้อมูลเชิงลึกที่กองทัพเรือ ต้องตอบมาเกี่ยวกับเรือดำน้ำลำที่ 1 ที่ไทยซื้อไปแล้วว่าเรือดำน้ำลำที่ 1 ต้องใช้เครื่องยนต์ที่เยอรมันเป็นผู้ผลิต ปรากฎว่าทางเยอรมันเขาไม่ขายเครื่องยนต์ให้ เรื่องนี้กองทัพเรือต้องแจง เรือดำน้ำไม่มีเครื่องยนต์แบบนี้จะดำอย่างไร นอกจากนี้ยังจะต้องติดตามกรณีการซื้อเรือดำน้ำที่ ทร.อ้างว่าเป็นการจัดซื้อแบบจีทูจี แต่กลับมีเอกสารหลักฐานการจ่ายภาษี VAT 7% ให้กรมสรรพากร กระทรวงการคลังโดยตรง แทนบริษัท CSOC จำนวน 24,794,392 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 820 ล้านบาท ทั้งที่การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย ขณะที่บริษัท CSOC อย่างไรก็ไม่ใช่รัฐบาลจีนแน่นอน เป็นเพียงบริษัทนายหน้าที่เข้ามาทำจีทูจีเก๊&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อเปิดสภาผมเตรียมเสนอพรรคเพื่อไทย ให้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 จะเสนอให้พรรคอภิปรายพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นบิดาแห่งเรือดำน้ำไทย และผมจะเป็นผู้อภิปรายพล.อ.ประวิตรเอง แต่ระหว่างนี้ที่สภายังไม่เปิด จะไปยื่นเรื่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยว่า มีความไม่ชอบมาพากล และจะไปร้องให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง และอธิบดีกรมสรรพากร เรื่องการจ่าย VAT นอกจากนี้ วันนี้มีการเปลี่ยนผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ ผมก็จะไปยื่นเรื่องให้ ผบ.ทร. คนนี้ตรวจสอบถึงความไม่โปร่งใสต่างๆ และให้ตอบด้วยว่าเรือดำน้ำนี้ไม่มีเครื่องยนต์จริงหรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119975</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารเรือ, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616bc50d04501.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรชล.ภาค 3 ส่งเรือรับชาวบ้านบนเกาะขึ้นฝั่งฉีดวัคซีนโควิด พร้อมช่วยเหลือดูแลเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64 - เวลา 10.00 น. พลเรือโทเชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้อำนวยการศรชล.ภาค 3/ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ศรชล.ภาค 3 บูรณาการร่วมกับ ทัพเรือภาคที่ 3&amp;nbsp;จัดเรือ ต.233 รับประชาชนจำนวน 30 คน จากท่าเรือเกาะมะพร้าว&amp;nbsp;เป็นเกาะอยู่ห่างจากจังหวัดภูเก็ตประมาณ 1 กิโลเมตร มาส่งยังท่าเรือรัษฎา จังหวัดภูเก็ต ก่อนที่จะส่งต่อด้วยรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่ของทัพเรือภาคที่ 3 อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนจากชุมชนเกาะมะพร้าว ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เดินทางขึ้นมาฉีดวัคซีน COVID-19 ณ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศรชล.ภาค 3 / ทัพเรือภาคที่ 3 ได้จัดกำลังทั้งเรือรบ และอากาศนาวี เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชนตามเกาะแก่งต่างๆ ในพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามันเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนและรักษาพยาบาลอย่างเต็มขีดความสามารถ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111287</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดภูเก็ต, ฉีดวัคซีน, ทหารเรือ, พลเรือโทเชิงชาย ชมเชิงแพทย์, ศรชล.ภาค 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffcf132a190.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เค้นสอบ &#039;ทหารเรือ&#039; ร่วมพลเรือนกรรโชกทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องคดียาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนายทหารเรือ 6 นายและพลเรือนจำนวน 5 คน ถูกออกหมายจับกรณีใช้อำนาจหน้าที่ในการกรรโชกทรัพย์ นายนพรุจ ชนแก้ว จำนวน 3.5 หมื่นบาท หลังจากนั้น นายนพรุจ ชนแก้ว ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.เมืองตราด เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว รวม 11 คน ซึ่งมีทั้งทหารเรือและพลเรือน ซึ่งเมื่อคืนวานนี้ นายทหารพระธรรมนูญ ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้นำตัวทหารเรือทั้งสองนายมาส่งมอบให้กับพ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.อ.เมืองตราดเพื่อทำการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 10.00 น.วันนี้ ที่ห้องสอบสวน สภ.อ.เมืองตราด พ.ต.ต.วุฒิพงษ์ ล้อมวงษ์ ร้อยเวร สภ.อ.เมืองตราด ได้ทำการสอบสวนทหารเรือรายหนึ่งที่ปรากฏชื่อในคำสั่งที่ปรากฏในคำสั่งกอ.รมน.จังหวัดตราด(เฉพาะ)ที่ 1 /2564 เรื่องแต่งตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษ กอ.รมน.จังหวัดตราด เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2564 ที่มี น.ท.ฉัตรชัย คลังเพ็ชร หน.กลุ่มงานฝ่ายข่าว กอ.รมน.จังหวัดตราด เป็นผู้ลงนามแต่งตั้งจำนวน 9 คน และถูกออกหมายจับจากศาลจังหวัดตราด โดยมีเรือโทหญิงกนกรส ลือสนั่น นายทหารเรือตัวแทนฐานทัพเรือสัตหีบร่วมรับฟังการสอบสวน โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือโทกนกรส ลือสนั่น ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดในการสอบสวนคดี และเดินทางกลับทันที ขณะที่ทหารเรือที่ถูกสอบสวนก็ไม่ยินยอมให้การใดๆกับสื่อมวลชนและถูกนำตัวเข้าห้องควบคุมตัวในสภ.เมืองตราดทันที ซึ่งในช่วงบ่ายจะถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตราด และหากไม่มีการประกันตัวจะถูกนำเข้าเรือนจำจังหวัดตราดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.นาวิน กล่าวว่า ขณะนี้ ผู้ถูกออกหมายจับที่เป็นทหาร 2 นาย ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา และให้การกับพนักงานสอบสวนที่เป็นเจ้าของคดี ซึ่งจะทำการสอบสวนทั้งสองคนตามขั้นตอน โดยที่ทางผู้บังคับบัญชาของทหารเรือที่สังกัด และผู้บังคับบัญของตำรวจจังหวัดตราดได้มอบแนวทางในการทำงานให้แล้ว ซึ่งใครกระทำความผิดก็จะได้ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับที่เหลืออยู่ทางฝ่ายทหารเรือจะดำเนินการส่งตัวมาจนครบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อิทธิพล เพ็ชรราม ร.น.รองผอ.กอ.รมน.ตราด เปิดเผยว่า ได้รับทราบข่าวในเรื่องนี้แล้วในเบี้องต้น แต่ทั้งหมดไม่ได้สังกัดกอ.รมน.ตราดทั้งหมด ซึ่งได้มีการประสานงานกับทางผกก.สภ.อ.เมืองตราดในการดำเนินคดี และจะไม่ปกป้องผู้ที่กระทำความผิดเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ยังต้องหารือกับหน่วยงานทางราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ถูกออกหมายจับที่เป็นนายทหารยศนาวาโท 1 คน,พันจ่าเอก 1 คน และจ่าเอกจำนวน 3 คน พลเรือนจำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1.จ่าเอก เฉลิมพล เปาเล้ง หรือเปา บ้านเลขที่ 200/83 ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรีหมายจับเลขที่ 23/2564 2.นายประยุทธ ทั่งทอง หรือเสธ.เขียด ลูกจ้างประจำสังกัดอยู่ในพื้นที่สัตหีบ เลขที่ 36/246 ม.3 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หมายจับเลขที่ 24/2564 3.นายพิพิชญ์พงธ์ วงษ์สุวรรณ หรือโน้ต เลขที่ 59 ม.9 ต.เขาสมิง อ.เขาสมิง จ.ตราดหมายจับเลขที่ 21/2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.น.ส.ภาชินี สมหมาย หรือก้อย เลขที่ 197 ม.7 ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด หมายจับเลขที่ 22/2564 และต่อมา วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 ศาลจังหวัดตราด ออกหมายจับเพิ่ม 5.นายฉัตรชัย คลังเพชร อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 19 หมู่ 4 ต.ดงกลาง อ.เมือง ต.พิจิตรหมายจับเลขที่ 25/2564 6.นายสนธยา ปัจฉิมมา อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 24 ม.3 ต. โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ หมายจับเลขที่ 26/2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.นายวิจิตรา ศรีภักดี อายุ 45 ปี 208/2 ม. 1 ต.ละหานทราย อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ หมายจับเลขที่ 27/2564 8. นายวัฒชนะ ดอกไทร อายุ 45 ปี 1/22 ม. 6 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หมายจับเลขที่ 28/2564 9. นาย มานะ เอมศิริ อายุ 36 ปี 165/44 ม. 5 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรีหมายจับเลขที่ 29/2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องกรณีที่มีกลุ่มคนอ้างตัวว่า เป็นชุดปฏิบัติการพิเศษ กอ.รมน.จว.ตราด(กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด จำนวน 7-8 คนควบคุมตัวนายนพรุจ ชนแก้ว พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวนหนึ่ง เข้าไปยังห้องพักจำนวน 3 ห้อง ที่ชุดเฉพาะกิจได้จองที่พักเอาไว้ จึงได้มีการเรียกเงินตอบแทนเพื่อแลกอิสรภาพ จำนวนเงิน 100,000 บาท แต่นายนพรุจ ได้ต่อรองเหลือเพียง 35,000 บาท พร้อมโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ธนาคารกรุงไทย ให้กับ นายพิพิชญ์พงธ์ วงษ์สุวรรณ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งต่อมาญาติ ผู้นำชุมชนที่เห็นเหตุการณ์ ได้ให้นายนพรุจ ชนแก้ว ไปแจ้งความร้องทุกข์และดำเนินคดีกับชุดเฉพาะกิจ กอ.รมน.จว.ตราด โดยเฉพาะ จ่าเอก เฉลิมพล เปาเล้ง หรือเปา เป็นข้าราชการทหารเรือ สังกัดหน่วยงานพื้นที่อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี ที่ถ่ายบัตรประจำตัวข้าราชการไว้กับตำรวจ เพื่อขอรถที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด กลับคืนมาให้เจ้าของรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 22 ก.พ.&amp;nbsp;พ.ต.ต. วุฒิพงศ์ ล้อมวงศ์ สารวัตร(สอบสวน) สภ.อ.เมืองตราด ได้ขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับ ผู้ต้องหา จำนวน 4 คน &amp;nbsp;ซึ่ง ศาลจังหวัดตราดได้พิจารณาตามหลักฐานแล้ว อนุมัติให้ จับคุมตัว จ่าเอก เฉลิมพล เปาเล้ง หรือเปา บ้านเลขที่ 200/83 ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี &amp;nbsp;ตามหมายจับ เลขที่ จ.23/2564 &amp;nbsp;นายประยุทธ ทั่งทอง หรือเสธ.เขียด ลูกจ้างประจำสังกัดอยู่ในพื้นที่สัตหีบ &amp;nbsp;เลขที่ 36/246 ม.3 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หมายจับ เลขที่ 24/2564 นายพิพิชญ์พงธ์ วงษ์สุวรรณ หรือโน้ต เลขที่ 59 ม.9 ต.เขาสมิง อ.เขาสมิง จ.ตราด หมายจับ เลขที่ 21/2564 และ น.ส.ภาชินี &amp;nbsp;สมหมาย หรือก้อย เลขที่ 197 ม.7 ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด ในข้อหาร่วมกันแสดงตน เป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่กระทำการนั้น ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หวังจำยอมต่อสิ่งใด ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ โดยมีอาวุธ &amp;nbsp;และร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกักขังผู้อื่น หรือกกระทำประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยมีอาวุธปืนติดตัวขู่เข็ญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งกลุ่มคนกลุ่มนี้ อ้างตัวว่าเป็น ชุดเฉพาะกิจ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดตราด(กอ.รมน.จว.ตราด)มีการออกคำสั่ง กอ.รมน.จว.ตราด เลขที่ 1/2564(ลับมาก) ลงวันที่ 17 มกราคม 2564 &amp;nbsp;แต่งตั้งชุดเฉพาะกิจ &amp;nbsp;ที่มี นาวาโท ฉัตรชัย คลังเพชร หัวหน้ากลุ่มงานข่าว &amp;nbsp;เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษพร้อมแต่งตั้ง และมีการแต่งตั้งข้าราชการและพลเรือนรวม 11 นาย เพื่อออกปฏิบัติการกรรโชกทรัพย์ โดยที่ นาวาโทฉัตรชัย &amp;nbsp;คลังเพชร เป็นผู้ลงนามแต่งตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษนี้ขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในเวลาประมาณ 22.00 น. รถตู้ของ ภ.จว.ตราดได้เดินทางมาถึงที่ สภ.อ.เมืองตราด โดยมีรถยนต์เก๋งของ น.อ.โกวิท ตาละโสภณ หัวหน้านายทหารพระธรรมนูญของฐานทัพเรือสัตหีบ ที่ขับนำรถตู้เข้ามาที่ สภ.เมืองตราด ส่วนรถยนต์ตู้ที่ขับตามมา ไม่พบมีผู้ต้องหาลงจากรถตู้ แต่มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เมื่อเดินทางมาถึง น.อ.โกวิท ตาละโสภณ พร้อมคณะได้เดินเข้าไปคุยกับ พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.อ.เมืองตราด&amp;nbsp;ก่อนออกจากห้องมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาเอกโกวิท ตาละโสภณมนายทหารรัฐธรรมนูญ ฐานทัพเรือสัตหีบ กองทัพเรือ เปิดเผยหลังนำทหารเรือ 2 นายในสังกัดที่ถูกออกหมายจับมามอบให้กับพ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.เมืองตราด เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ และผู้บัญชาการทหารเรือให้นำทหารเรือในสังกัดจำนวน 2 คน ที่ถูกออกหมายจับเนื่องจากกรทำความผิดในข้อหาใช้อำนาจหน้าที่ในการแสวหาผลประโยชน์มาดำเนินคดีในพื้นที่จ.ตราด ซึ่งทางผบ.ฐานทัพเรือสัตหีบและผู้บัญชาการกองทัพเรือพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกเรื่อง เมื่อมีการขอตัวมาก็พร้อมนำตัวมาส่งมอบให้ และเมื่อมีการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วพบว่ามีความผิดก็ให้ดำเนินคดีไปตามฐานความผิดนั้น จะไม่มีการปกป้อง อีกทั้งคดีนี้จะไม่ขึ้นศาลทหารเพราะเป็นการกระทำความผิดของพลเรือน

นาวาเอกโกวิท กล่าวว่า ในส่วนของข้อเท็จจริงนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะจะส่งผลกระทบต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ขณะเดียวกับ ยังมีทหารเรืออีกหลายคนที่อยู่ระหว่างการนำตัวมาเพราะยังมีผู้ร่วมก่อการอีกหลายคน รวมทั้งนายทหารระดับนาวาโทที่ถูกออกหมายจับในฐานะเป็นหัวหน้าทีมด้วย ส่วนความผิดนั้นยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน เพราะต้องรอการสอบสวน แต่เบี้องต้นน่าจะมีการใช้ตำแหน่งหน้าที่การงานมาหาผลประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง ทั้งทหารเรือทุกคนยังไม่ถูกออกจากราชการในขณะนี้ แต่ต้องรอการสอบสวนและการพิจารณาคดีของศาลจังหวัดตราดก่อน แต่ยืนยันว่า ผู้บังคับบัญชาไม่ปกป้องลูกน้องที่กระทำความผิดอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94107</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชกทรัพย์, จังหวัดตราด, ทหารเรือ, สภ.เมืองตราด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6036040535bbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งกก.สอบ &#039;ทหารเรือ&#039; ถือปืนตรวจค้นยาเสพติดในรถประชาชน ผบ.ทร.ยันลงโทษหากพบทำเกินกว่าเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.63 -&amp;nbsp;พลเรือโทเชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีมีคลิปวิดีโอชายแต่งกายคล้ายข้าราชการสังกัดกองทัพเรือใช้อาวุธปืนเข้าขอตรวจค้นยาเสพติด&amp;nbsp;เหตุเกิดในพื้นที่ ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคายว่า กองทัพเรือ ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน และพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการติดตามจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่าจะมีการขนส่งยาเสพติดในพื้นที่ดังกล่าวด้วยรถกระบะตามลักษณะที่ได้รับแจ้งมา เมื่อเจ้าหน้าที่พบรถต้องสงสัยจึงได้ดำเนินการเข้าขอตรวจค้นตามอำนาจหน้าที่ จนเป็นเหตุให้ประชาชนเกิดความตกใจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้แสดงบัตรประจำตนและรายละเอียดในการขอตรวจค้น เมื่อทำการตรวจค้นเรียบร้อยแล้วไม่พบยาเสพติดและสิ่งต้องสงสัยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกองทัพเรือ ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ โดยในขณะนี้ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง หากพบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ จะได้ลงโทษทางวินัยแก่ข้าราชการนายดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พลเรือเอกชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการเน้นย้ำในเรื่องการใช้ความละมุนละม่อมในการปฏิบัติหน้าที่กับประชาชน โดยทหารเรือต้องวางตนให้เป็นที่พึ่งแก่ประชาชนด้วย และยืนยันว่าหากปรากฏว่าผลการสอบสวนเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุก็จะไม่ปกป้องกำลังพลโดยเด็ดขาด และจะดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79886</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, ตรวจค้นยาเสพติด, ทหารเรือ, พล.ร.ท.เชษฐา ใจเปี่ยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7f0298e640c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2020 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.โจ้&#039; เคลื่อนไหวแล้ว! หลังกองทัพเรือแจ้งจับ บิดเบือนซื้อเรือดำน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.63 - นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีถูกกองทัพเรือแจ้งความหมิ่นประมาทเรื่องเรือดำน้ำว่า ตนมั่นใจ ในความบริสุทธิ์ใจ และไม่ได้มีเจตนาจะให้ร้ายหรือทำลายชื่อเสียงของกองทัพเรือ แต่ที่ต้องออกมาคัดค้านการจัดซื้อเรือดำน้ำจีน 2 ลำมูลค่า &amp;nbsp;22,500 ล้านบาท ก็เนื่องมาจากการทำหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการงบฯปี 64 และทำหน้าที่ ส.ส. ที่ออกมาปกป้องผลประโยชน์จากเงินภาษีของประชาชน ที่กำลังอดอยากและเดือดร้อนจากปัญหาโรคโควิดในสถานการณ์ปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	&amp;#39;สส.โจ้&amp;#39; ซวยแล้ว! กองทัพเรือมอบ &amp;#39;กรมพระธรรมนูญ&amp;#39; แจ้งความดำเนินคดีบิดเบือนจีทูจีซื้อเรือดำน้ำ


&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ บอกว่า ในวันพรุ่งนี้ (5 ก.ย.63) เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทยตนจะแถลงข่าวชี้แจง เรื่องที่ถูกกองทัพเรือฟ้องหมิ่นประมาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76503</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, ทหารเรือ, พรรคเพื่อไทย, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43c9e9767d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2020 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอ้ชีวิต!หนุ่มคลั่งเครื่องแบบทหารเรือ ผิดหวังถูกเกณฑ์เป็นทหารบก ยืนทรมานอยู่หน้าค่ายนาวิกโยธิน 5 วัน 5 คืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4&amp;nbsp;ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี ชายแต่งกายคล้ายทหาร ในชุดเสื้อวอร์มสีดำ หน้าอกขวาปักชื่อ &amp;nbsp;นายชุมเทพ เอกสะพัง อกซ้ายปักโลโก้หน่วย มณฑลทหารบกที่ 14 สวมหมวกแก๊ปสีดำ กางเกงลายพราง และสะพายเป้ทหารลายพราง ยืนตากแดดตากฝน หน้าค่ายกรมหลวงชุมพร หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี &amp;nbsp;อย่างไม่มีทีท่าจะอิดโรยเหน็ดเหนื่อยมาแล้วหลายวัน สร้างความฉงนใจ สมเพชเวทนา และต่างเกรงกลัวกับพฤติกรรมไม่ปกติเหมือนคนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับ สารวัตรทหารเรือ และตำรวจ สภ.สัตหีบ ทราบชื่อคือ นายชุมเทพ หรือแบงค์ เอกสะพัง อายุ 22 ปี ชาวต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี จากการพูดคุยปกติเหมือนคนทั่วไป ส่วนที่ต้องมายืนตรงนี้ เผยสาเหตุหลายประการ อาทิ ต้องการเจอหน้าพ่อกับแม่ ที่ไม่เจอหน้ากันตั้งแต่ 9 ขวบ ต้องการพบครูบาอาจารย์ที่เคยฝึกสอนมวย และหลงรักชื่นชอบ กองทัพเรือ ขอได้เห็นหน้าหน่วยรบ ก็เป็นสุขใจแล้ว &amp;nbsp;พร้อมเผยถึงสาเหตุที่แต่งกายคล้ายทหารนั้น มีความชื่นชอบทหารเป็นพิเศษ และใฝ่ฝันอยากเป็นทหาร จึงไปซื้อชุดมาใส่ รวมถึงเก็บสะสมเครื่องหมาย รบพิเศษ เสือคาบดาบ ปีก และแหวนรุ่นต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ณัฐธิดา พรมพิ อายุ 38 ปี แม่ค้าของชำ เปิดเผยว่า ได้เห็น นายชุมพร ลงจากรถตู้สายระยอง-สัตหีบ มาตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค. หลังจากลงรถก็ไปยืนอยู่บริเวณหน้าประตูค่ายทหาร แวะเวียนมาซื้อน้ำอยู่ได้เพียง 2 วัน เห็นอีกทีก็ไปคุ้ยถังขยะหาอาหารกิน โดยยืนตากแดดตากฝนไม่ไปไหน ลักษณะเช่นนี้ติดต่อกัน 6 วัน ทำให้ผู้พบเห็นจำนวนมาก ต่างสงสัยเข้ามาไต่ถาม ก็ตอบเพียงว่า กำลังยืนรอพบหน้าพ่อกับแม่ และขอยืนจนกว่าจะได้พบ ซึ่งตลอดระยะเวลาไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแม้การสอบถามจะพูดวกไปวนมา และมีบางสิ่งในใจที่เจ้าตัวไม่ยอมเปิดเผย ทำให้ไม่สามารถจับประเด็นสำคัญ จึงประสานไปยัง นางกัณฑิมา ลายเมฆ ผู้เป็นยาย ที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เยาว์วัย พอสรุปได้ว่า เขาเป็นคนหลงรักทหารเรือ ชอบไปซื้อเสื้อผ้าลักษณะคล้ายนทหารมาใส่ หรือแต่งกายคล้ายทหาร ก่อนหน้านี้ มีหนังสือเกณฑ์ทหารมาถึงบ้าน บอกว่า เขาจะต้องไปเป็นทหารบก จึงทำให้เขาผิดหวัง และไม่ไปเกณฑ์ทหารตามกำหนด จากนั้น เขาก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ส่วนการที่หายออกจากบ้าน มายืนทรมานอยู่หน้าหน่วยทหารเรือนั้น คงจะทำให้เขามีความสุข แม้อาจจะไม่สามารถเป็นทหารเรือ ดั่งที่เขาใฝ่ฝันไว้ก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพนธกร ใคร่ครวญ รองนายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ ประธานกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ได้ยื่นมือช่วยเหลืออนุเคราะห์ รถนำส่งกลับคืนสู่อ้อมอกครอบครัว ที่มีตากับยาย อาชีพ ขายหมูสะเตะ กำลังเฝ้ารอการกลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76500</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารบก, ทหารเกณฑ์, ทหารเรือ, มเทพ เอกสะพัง, สัตหีบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200904/image_big_5f5203676c429.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วิจารณ์แซดน้ำจมรัฐสภาหมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ และ รมว.กลาโหมแนะกลุ่มค้านซื้อเรือดำน้ำ เปิดระเบียบ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังดูบ้าง ลั่นทหารเรือยอมเสียสละถอยอีกครั้ง ทั้งที่จำเป็นต่อการป้องกันผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ยันไม่ได้เอาไปรบกับใคร เพียงเพื่อป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ขณะที่รัฐสภาแห่งใหม่เกิดปัญหาไม่เลิก ท่อรั่วน้ำทะลักท่วม โกลาหลกันครึ่งค่อนวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ที่ทำเนียบฯ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่าเรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 โดยเฉพาะเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ กรุณาดูที่ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 กำหนดไว้ด้วย ทุกงบประมาณของการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 จะใช้อะไรได้บ้าง ตนชี้แจงไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของ กมธ.งบฯ ที่จะพิจารณา ต้องดูว่าโครงการไหนจะนำไปใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารเรือยอมเสียสละมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว ต้องมองตรงนี้ด้วย เหตุผลความจำเป็นก็มีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตรงนี้ผมพูดในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เคยบอกไปแล้วต้องพัฒนากองทัพให้สามารถรับภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะมีปัญหาพื้นที่ทางทะเลอยู่จำนวนมาก ซึ่งมันต้องมาถึงเราในไม่นานนี้ ถ้าทุกคนติดตามข่าวสารบ้านเมืองต่างประเทศดู รวมถึงปัญหาโควิด-19 ด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.กลาโหมกล่าวต่อว่า ทหารเรือเขาเสียสละ ต้องลองนึกถ้ามันใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้แล้วซื้อมา ถามว่าแล้วทหารเรือจะลงไปอยู่ในเรือดำน้ำหรือไม่ จะอยากลงไปอยู่ในเรือดำน้ำไหม 21 วัน ก็ไม่มี แสดงว่าเขาก็มีความเสียสละของเขาไม่ใช่หรือ ในการรักษาอาณาเขตน่านน้ำไทย ต้องมองตรงนี้ด้วย อยากให้ไปมองในประเด็นของภูมิภาคด้วย ความขัดแย้งยังมีอยู่ทางทะเล ไม่ใช่เฉพาะภูมิภาคเรา หลายภูมิภาคในโลกนี้มีทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าคิดว่ามันไม่มี แต่ทำอย่างไรมันจะไม่เกิดขึ้น การใช้กำลังอาวุธจะไม่เกิดขึ้น มันต้องมีมาตรการเพิ่มศักยภาพบางอย่างขึ้นมาให้เกิดความทันสมัย เกิดความร่วมมือมากยิ่งขึ้น เกิดความเกรงใจ มันแค่นั้น ไม่ใช่มีอุปกรณ์ไว้รบราฆ่าฟัน หลายคนบอกว่าจะไปรบกับใคร ขอให้คนพูดไปพิจารณาให้ถี่ถ้วนในการพูดจาอะไรต่างๆ&amp;quot; รมว.กลาโหมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ และ รมว.กลาโหมกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ตนกังวลอีกอย่างคือการพิจารณาต่างๆ ของ กมธ.ในสภา วันนี้การพูดในสภามีการแพร่ออกมาภายนอก ทำให้เกิดความเสียหาย อาจจะไม่ผิดอะไร แต่ต้องคิดว่าสมควรหรือไม่ ฉะนั้นคนที่ฟังกรุณาฟังแล้วใช้สติในการฟังและเชื่อ ไม่ใช่เชื่อทุกอย่าง รัฐบาลไม่สามารถจะไปโต้ตอบในสิ่งที่เป็นนอกกรอบได้ มันอยู่ที่ กมธ.แต่ละคนต้องมีความรับผิดชอบในการที่จะพูดจาอะไรต่างๆ ออกมา และหลายๆ อย่างมีการแอบแฝงทั้งสิ้น ที่ออกมาทั้งหมดส่วนใหญ่จะออกมาทางโซเชียล แต่ก่อนเราไม่มีในการที่จะแพร่ออกมาอย่างนี้ แต่นี่พูดปั๊บออกมาเลย ออกสดอะไรอย่างนี้ ซึ่งมันไม่ได้ เป็นหลักจริยธรรม ตนคิดอย่างนั้น ถือเป็นความเห็นส่วนตัวของตนก็แล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 กล่าวถึงงบประมาณการจัดหาเรือดำน้ำจำนวน 2 ลำว่า กมธ.งบฯส่วนใหญ่เห็นด้วยกับเหตุผลและความจำเป็นของรัฐบาลในการจัดซื้อเรือดำน้ำ ซึ่งต่อมาที่ประชุม กมธ.ได้รับหนังสือที่ลงนามโดย พล.ร.ท.ธีรกุล กาญจนะ ปลัดบัญชีทหารเรือ ทำการแทนผู้บัญชาการทหารเรือ ว่าขอปรับลดงบในการจัดหาเรือดำน้ำ จำนวน 2 ลำ ในปีงบประมาณ 2564 ทั้งหมด คงเหลืองบประมาณในปีงบประมาณ 2464 จำนวน 0 ล้านบาท โดยที่ประชุมก็ได้มีมติตามหนังสือดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัมพันธ์กล่าวต่อว่า ต้องขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกองทัพ ที่ยอมเลื่อนการจัดซื้อเรือดำน้ำออกไปอีก 1 ปี ซึ่งตนมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯที่พร้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย และมองให้รอบด้านก่อนที่จะตัดสินใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 กล่าวว่า หลังจากที่คณะอนุกรรมาธิการชุดต่างๆ 8 ชุด ได้สรุปรายงานผลการปรับลดงบประมาณต่อกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายชุดใหญ่เสร็จสิ้นทุกคณะอนุกรรมาธิการฯ แล้ว ที่ประชุม กมธ.ชุดใหญ่มีมติปรับลดงบประมาณรวมทั้งสิ้น 31,965,549 ล้านบาท โดยคณะอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ที่มีตัดงบซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำนั้น ถูกปรับลดประมาณ 4,501 ล้านบาท ในการประชุม กมธ.งบประมาณวันที่ 1 ก.ย. จะพิจารณารายการแปรญัตติจากหน่วยงานต่างๆ ขณะนี้รัฐบาลได้แปรญัตติขอเพิ่มงบประมาณเข้ามาแล้ว อาทิ ขอเพิ่มงบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน และค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเชื้อโควิด-19 จำนวน 30,000 ล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการจะพิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ภายหลังฝนตกกระหน่ำทั่วกรุงเทพฯ อย่างหนักในช่วงกลางดึกคืนวันที่ 1 ก.ย. ทำให้ท่อน้ำเดรนซึ่งเป็นท่อระบายน้ำภายในห้องเซิร์ฟเวอร์ระบบกล้องวงจรปิด ตึกวุฒิสภา ชั้น 1 ด้านฝั่งตรงข้ามกับไปรษณีย์สาขารัฐสภา เกิดรูรั่วขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ ตั้งแต่เวลา 03.00-04.00 น.โดยประมาณ จนน้ำท่วมสูงระดับเอว และไหลซึมออกตามซอกประตู เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจรีบทุบลูกบิดประตู เนื่องจากเกรงว่าระดับน้ำจะท่วมถึงแผงวงจรควบคุมระบบกล้องวงจรปิด ทำให้น้ำในห้องไหลทะลักออกมาท่วมเจิ่งนองบริเวณโถงชั้น 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้นถึงช่วงเช้าที่ข้าราชการมาทำงาน ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวาย มีการขนโพเดียมและโซฟาที่ตั้งอยู่บริเวณโถงอาคารหนีน้ำ พร้อมทั้งสั่งปิดลิฟต์ที่ทางเข้า-ออกหลักของอาคาร จำนวน 8 ตัว เนื่องจากเกรงว่าน้ำจะส่งผลต่อการทำงานของลิฟต์ โดยเจ้าหน้าที่ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยอุดรูรั่วบริเวณท่อน้ำเดนไว้ชั่วคราวก่อนที่จะเชื่อมท่อใหม่อีกครั้ง ด้านพนักงานทำความสะอาดก็เร่งเช็ดทำความสะอาดน้ำที่เจิ่งนองไปทั่วห้องโถง กระทั่งเวลา 09.00 น. สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า น้ำท่วมช่วงเวลา 04.00 น. บริเวณอาคารรัฐสภาด้านติดบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ฯ และเมื่อดูจากคลิปวิดีโอก็มีน้ำท่วมไหลลงมาจำนวนมาก จึงสั่งให้รีบหาสาเหตุทันที โดยนายช่างรายงานว่าท่อระบายน้ำฝนขนาดใหญ่ซึ่งต่อจากชั้น 7 ลงมาชั้น 1 โดยสันนิษฐานว่าน้ำฝนพัดเศษอิฐปูนจากชั้น 7 ลงมากระแทกข้องอชั้น 1&amp;nbsp; ที่ต่อเพื่อระบายน้ำสู่ชั้นใต้ดิน ทำให้ข้องอแตก จึงเกิดน้ำรั่วขนาดใหญ่ และเมื่อเวลา 6.00 น. ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเอาถุงทรายไปปิดช่องระบายน้ำฝนที่ชั้น 7 ซึ่งขณะนี้ไม่มีน้ำไหลลงมาแล้ว โดยให้สำนักรักษาความปลอดภัยทำรายงานเพื่อชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรศักดิ์กล่าวต่อว่า สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์คุณภาพของอาคารที่ใช้งบประมาณก่อสร้างถึงกว่า 2 หมื่นล้านบาทนั้น ทางสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ปล่อยปละละเลย ซึ่งโดยปกติอาคารใหม่ทุกที่จะต้องมีการทดสอบอาคารก่อนประมาณ 2 เดือน เพื่อตรวจดูและจะได้ซ่อมแซมปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งทุกที่ก็พบความไม่สมบูรณ์และต้องดำเนินการแก้ไข แต่ยอมรับว่าอาคารรัฐสภามีความจำเป็นต้องเข้าใช้อาคาร โดยไม่มีการทดสอบได้ดีเท่าที่ควร เพราะหากไปเช่าใช้อาคารที่อื่น จะต้องเสียงบประมาณหลายร้อยล้านบาท แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นยังอยู่ในเงื่อนไขที่บริษัทผู้ก่อสร้างจะต้องรับผิดชอบภายใน 2 ปี นับแต่วันส่งมอบพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา พูดถึงเรื่องนี้ว่า ได้รับรายงานจากนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ แล้ว ก่อนอื่นต้องขอชี้แจงว่าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งนี้มีมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท ไม่ใช่แสนล้านตามที่เป็นข่าว ซึ่งขณะนี้ยังก่อสร้างไม่เสร็จ โดยเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ตนได้ตรวจสอบการก่อสร้างซึ่งมีความก้าวหน้าไปพอสมควรแล้ว และที่ค่อนข้างเรียบร้อยแล้วคือห้องทำงานของคณะกรรมาธิการฯ ทั้งนี้ เมื่อครบสัญญาในสิ้นปีนี้ จะไม่มีการต่อสัญญาอีก ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาเกิดขึ้น โดยขณะนี้ทราบมาว่าผู้รับเหมาระดมคนงานกว่า 4,000 คนมาเร่งก่อสร้างให้เสร็จ ซึ่งก็จะทำงานได้เร็วขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวต่อว่า ยังมีเวลาตั้งแต่เดือนนี้จนถึงเดือนธันวาคม งานหลักๆ ก็ผ่านไปแล้ว แต่ยอมรับว่าอาคารรัฐสภายังมีจุดอ่อนและข้อบกพร่องอยู่มาก แต่คงต้องรอให้การก่อสร้างแล้วเสร็จก่อน เพราะในขณะนี้ยังไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เพราะเป็นเรื่องของสัญญา แต่เมื่อครบสัญญาแล้วจะต้องเข้าไปตรวจดูว่ามีจุดใดต้องแก้ไขบ้าง เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงผู้รับเหมาดูแลรับผิดชอบ ไม่เกี่ยวกับรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์น้ำท่วมนี้ ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมโซเชียลฯ โดยเฉพาะงบประมาณที่ใช้ไปหลายหมื่นล้านบาท แต่กลับเกิดปัญหาเช่นนี้ให้เห็น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76197</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารเรือ, วินัยการเงินการคลัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e60c6d9d46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
