<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เตรียมตัวให้ดี! พท.แย้มชำแหละจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทอ.3พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 64 -&amp;nbsp; น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย และกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องการทางอากาศ ระยะที่ 7 ( N-SOC C2) โครงการพัฒนาการป้องกันฐาน ที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) และโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ มูลค่ารวมเกือบ 3 พันล้านบาทว่า ขณะนี้ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงครบถ้วนอยู่ระหว่างสรุปรายงานให้คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.พิจารณาต่อไป เบื้องต้นพบว่าการจัดหายุทโธปกรณ์ครั้งนี้ มีความไม่ชอบมาพากลหลายประการ ตั้งแต่การสั่งการให้เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และขอบเขตของโครงการเดิม ทั้งที่เป็นเป้าหมายหลักที่ผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานปกป้องงบประมาณและออกเป็นกฎหมายแล้ว โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ปรากฏหลักเกณฑ์แนวทางปฏิบัติ และ ทอ.ไม่เคยดำเนินการลักษณะเช่นนี้มาก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามระเบียบ ทอ. จะต้องเสนอเรื่องไปที่ คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ เพื่อพิจารณาแนวทางปฏิบัติ ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา29 เพื่อความถูกต้อง แต่กลับพบว่ามีสั่งการจากผู้ใหญ่ให้เร่งรัดดำเนินการในลักษณะเร่งรีบและข้ามขั้นตอน โดยผู้รับผิดชอบโครงการระบุในคำให้การชัดเจนว่า มีความกังวลต่อการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของ TOR และไม่มั่นใจว่า ทอ.สามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงเองได้ จึงทำหนังสือสอบถามไปยังหน่วยงานภายใน ทอ. ที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำปรึกษา และทุกฝ่ายแนะนำว่าให้ดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่กำหนด&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในที่สุด ทอ.ก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น เพราะฝ่ายเสธ.ผบ.ทอ.แจ้งว่าให้ผู้รับผิดชอบโครงการเดินหน้าได้เลย เพราะเป็นสั่งการจาก ผบ.ทอ. และเมื่อได้สอบถามกรมบัญชีกลางทางโทรศัพท์ให้แล้วว่าสามารถดำเนินการได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นผู้รับผิดชอบโครงการจึงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดและกำหนดขอบเขตโครงการขึ้นมาใหม่ โดยไม่เคยมีหนังสือสอบถามไปที่คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างฯ โดยสถานะของทุกโครงการในปัจจุบันอยู่ระหว่างการหาผู้ดำเนินการ ยกเว้นโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ ที่เปิดซองได้ผู้ชนะเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย และพฤติกรรมที่ฝ่ายเสธ.ผบ.ทอ. สั่งการตรงไปยังคณะกรรมการ TOR ถือเป็นการแทรกแซงกรรมการผู้เชี่ยวชาญในแต่ละโครงการหรือไม่ ใครอยู่เบื้องหลังการสั่งการ และการจัดซื้อจัดจ้างถูกต้องโปร่งใสหรือไม่ มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่&amp;nbsp; ทำไมกระทรวงกลาโหมจึงนิ่งเฉยไม่ลงมาตรวจสอบ ขณะนี้กรรมาธิการฯมีข้อมูลในมือครบถ้วนแล้ว​
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า จะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ ตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ รมว.กลาโหม คงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบในการบริหารงานที่บกพร่อง ผิดพลาด ไร้ประสิทธิภาพ และอาจปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในครั้งนี้ได้ เพราะการจัดหา 3 โครงการที่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินเกือบ 3 พันล้านบาท และได้ผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่ปกป้องงบประมาณ ทั้งกระทรวงกลาโหม สำนักงบประมาณ และ รัฐสภา มาเรียบร้อย แต่หน่วยงานรับงบประมาณกลับนำรายละเอียดและขอบเขตของโครงการมายำใหญ่โดยไม่สนใจระเบียบและกฎหมายแบบนี้ ตนไม่เชื่อว่าจะมีข้าราชการคนไหนกล้าทำกันเองนอกจากจะมีผู้ใหญ่สั่งการ เพราะมีทั้งการแทรกแซงกรรมการ การกำหนด TOR ที่กำกวมยากต่อการตีความ ขบวนการกำหนดราคากลางที่ไม่ปกติ และที่สำคัญคือการตัดเนื้องานที่อนุมัติโดยกระทรวงกลาโหม และตัดเนื้องานตามนโยบายของรัฐบาล บางโครงการตัดบางส่วน และบางโครงการก็ตัดออกทั้งหมด ซึ่งการกระทำเช่นนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่ฮั้วกัน ดังนั้นจะนำเรื่องนี้จัดชุดใหญ่อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอย่างแน่นอน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจในข้อมูลที่จะอภิปรายมากน้อยแค่ไหน และการออกมาฉายหนังตัวอย่างแบบนี้ไม่กลัวข้อสอบรั่วหรืออย่างไร น.อ.อนุดิษฐ์ ตอบว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับ เพราะได้แถลงความคืบหน้าของการตรวจสอบออกมาเป็นระยะ แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ทอ. ก็ยังเดินหน้าโครงการเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนหน่วยแม่คือกระทรวงกลาโหมที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้ากระทรวง ไม่ได้ลงมาระงับยับยั้งหรือสั่งการให้มีการตรวจสอบแต่อย่างไร ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงและได้เรียกเอกสารหลักฐานมาตรวจสอบทั้งหมดแล้ว โดยทุกครั้งได้มีหนังสือแจ้งไปยังกองทัพอากาศ หาก พล.อ.ประยุทธ์ ใส่ใจย่อมทราบข้อเท็จจริงได้ไม่ยาก แต่เมื่อไม่ยอมดำเนินการใดๆ เลย เรื่องนี้ย่อมเป็นความรับผิดชอบที่ พล.อ.ประยุทธ์ หลีกเลี่ยงไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอบอกว่าพยานหลักฐานทั้งหมดที่จะใช้ประกอบการอภิปรายได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวเรื่องข้อสอบรั่ว แต่ขอเตือน พล.อ.ประยุทธ์ ให้เตรียมคำชี้แจงต่อสภาฯ ให้ดีก็แล้วกัน ว่าทำไมจึงปล่อยปละละเลยโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ของ ทอ.เกือบ 3 พันล้านบาท ให้บกพร่อง ผิดพลาด ได้ขนาดนี้ หรือจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือแอบแฝง ที่ตุ๊กแกหลังตึกไทยคู่ฟ้าเผอิญร้องออกมาตรงกับตุ๊กแกที่ตึกแปดแฉกของทุ่งดอนเมืองพอดี จึงทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ มองไม่เห็นเรื่องนี้&amp;quot; น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115002</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, ทอ., น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, บิ๊กตุ่, พท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c460a43529.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ร้องปปช.สอบเจ้ากรมแพทย์ทอ.-ผอ.รพ.ภูมิพล ปมพิรุธฉีดไฟเซอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้อง ป.ป.ช.ขอให้ไต่สวนและวินิจฉัย กรณีมีพยาบาลด่านหน้ารายหนึ่งของโรงพยาบาลภูมิพลฯ&amp;nbsp;ได้โพสต์ระบายว่าชื่อตกหล่น ไม่สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เข็ม 3 ได้ พร้อมกับปรากฎบัญชีรายชื่อบุคคลต่างๆที่มีรายชื่อซ้ำซ้อนกันเป็นจำนวนมาก แต่ทว่าโฆษกกองทัพอากาศออกมาแถลงว่าเจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ ยืนยันว่าไม่มีการสวมสิทธิ์หรือ แย่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 ของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช แต่อย่างใด เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า รายชื่อดังกล่าวมีความผิดปกติ คือ มีรายชื่อซ้ำ เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ และใช้สัญลักษณ์ตัวเลขเป็นชื่อบุคคลมากถึง 172 รายชื่อ แทนที่จะเรียงลำดับความสำคัญ ไปเรียงลำดับตามตัวอักษรทำให้บุคลากรด่านหน้าไม่ได้รับการพิจารณาให้ฉีดวัคซีนเข็ม 3 เป็นการเร่งด่วนได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติวิสัยที่หน่วยงานที่มีทหารเป็นผู้บริหาร มักจะมีความเคร่งครัดในระเบียบในการจัดทำเอกสารต่างๆอย่างเคร่งครัด แต่ในกรณีนี้กลับปรากฏความผิดพลาดอย่างมาก อันชี้ให้เห็นเป็นข้อพิรุธ สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่บุคลากรด่านหน้าต้องออกมาระบายความในใจผ่านโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว มีข่าวว่า มีการเร่งสอบสวนคนปล่อยรายชื่อหลุด และมีการเรียกผู้ที่โพสต์ระบายดังกล่าวไปพบเจ้ากรมการแพทย์ฯ ซึ่งอาจจะถูกเตือนหรือภาคทัณฑ์ หรือใด ๆ ทั้งๆ ที่ควรตรวจสอบว่าใครทำให้มีชื่อซ้ำซ้อน ด่านหน้าคนไหนชื่อตกหล่นและยังไม่ได้วัคซีน อันควรต้องเร่งจัดหามาให้เป็นการเร่งด่วน ซึ่งผู้บัญชาการทหารอากาศควรจะต้องตั้งกรรมการสอบเจ้ากรมการแพทย์ฯ และผอ.รพ.ภูมิพล มากกว่าปล่อยให้บุคลากรด่านหน้าของตนไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็ม 3 อย่างรวดเร็วได้อย่างไร ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่วันก็มีบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลแห่งนี้ต้องเสียชีวิตไปอย่างไม่ควรจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีข้อพิรุธของการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ของโรงพยาบาลแห่งนี้หลายอย่าง ทั้งที่ได้รับการจัดสรรมากว่า 1,860 โดส ซึ่งมากกว่าจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่มีอยู่ แต่ก็ยังมีบุคลากรด่านหน้าที่เป็นแพทย์ และพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 โดยตรงประมาณ 100-200 คน ไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนในครั้งนี้ แต่กลับมีการแถลงข่าวว่าจะขอรับการสนับสนุนวัคซีนเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้าอีก 400 โดส จึงเป็นเรื่องที่ผิดปกติมากยิ่งขึ้น ที่มิอาจปล่อยผ่านไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความดังกล่าวมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ในวันนี้ เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่เจ้ากรมการแพทย์ทหารอากาศ ผอ.รพ.ภูมิพล และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระชากหน้ากากวีวีไอพี ออกมาให้ประชาชนได้รับรู้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113456</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอ., ป.ป.ช., รพ.ภูมิพล, วัคซีน, ศรีสุวรรณ จรรยา, โควิด, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_6119ecec91ce0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 08:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอ.เจอทหารเกณฑ์ติดโควิด290นาย! ยันดูแลอย่างดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 64 - พลอากาศโทฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 กองทัพอากาศได้รับมอบหมายภารกิจในการสนับสนุนรัฐบาล และ ศบค.ในหลายมิติ ซึ่งผู้บังคับบัญชาระดับสูงมีความห่วงใยในความปลอดภัยของกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงและด่านหน้า โดยเฉพาะน้อง ๆ ทหารกองประจำการ ณ ที่ตั้งดอนเมือง ซึ่งออกปฏิบัติหน้าที่ช่วงสถานการณ์ COVID-19 เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด อาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว รวมทั้งเมื่อเสร็จจากการปฏิบัติภารกิจน้อง ๆ ทหารกองประจำการเหล่านี้ต้องกลับมาพักอาศัยและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มก้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับกำลังพล ผู้บัญชาการทหารอากาศจึงสั่งการให้หน่วยเกี่ยวข้องดำเนินการตรวจคัดกรองเชิงรุกให้กับทหารกองประจำการ ระหว่างวันที่ 9 - 11 ก.ค.64 เพี่อสร้างความปลอดภัย ผลการตรวจคัดกรองของทหารกองประจำการ จำนวน 718 คน พบว่า มีทหารกองประจำการติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 290 คน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรือมีอาการไม่รุนแรง (กลุ่มอาการสีเขียว) โดยทั้งหมดได้รับการดูแลอย่างดีและรับการรักษาตามขั้นตอนที่ทางสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด มีรายละเอียดการปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กองทัพอากาศ จัดเตรียมอาคาร สถานที่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก โดยใช้อาคารกองพันของหน่วย เพื่อจัดเป็น Community Isolation หรือ สถานที่แยกตัวชุมชนของหน่วย ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งประกอบด้วย 2 อาคาร ได้แก่ อาคารสำหรับผู้มีความเสี่ยงสูง และ อาคารสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ (ผู้ป่วยไม่มีอาการหรือมีอาการไม่รุนแรง) โดยอาคารทั้ง 2 แห่ง แยกจากกันเพื่อป้องกันการติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ทหารกองประจำการที่ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด แยกเข้ารับการรักษาภายใต้การกำกับดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ กรมแพทย์ทหารอากาศ ดังนี้
2.1 Community Isolation (สถานที่แยกตัวชุมชนของหน่วย) หรือ อาคารกองพันของหน่วย จำนวน 199 คน
2.2 โรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ (ดอนเมือง) จำนวน 52 คน
2.3 โรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ (โรงเรียนการบิน) จำนวน 39 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สำหรับการดูแลผู้มีความเสี่ยงสูงและผู้ป่วยติดเชื้อ ได้ดำเนินการตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ของกองทัพอากาศดูแลอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อจะได้รับการตรวจวัดอุณหภูมิและวัดปริมาณออกซิเจน พร้อมลงบันทึกข้อมูลและแจ้งอาการป่วยกับเจ้าหน้าที่ทุกวัน รวมทั้งได้รับการบริการอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อรองรับการดูแลรักษาอย่างเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. กรณีพบผู้ป่วยติดเชื้อที่มีอาการรุนแรง จะนำส่งเข้ารักษาต่อยังโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. สำหรับรายละเอียด Time Line ที่ผ่านมาของผู้ป่วยติดเชื้อนั้น น้อง ๆ ทหารกองประจำการ ไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยกลับบ้านและพักอาศัยอยู่ที่หน่วยตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการติดเชื้อในหน่วยทหารของกองทัพอากาศ ถือเป็นสถานการณ์โรคระบาดที่มีความสำคัญ และกองทัพอากาศติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เมื่อมีการติดเชื้อก็จะเข้าสู่กระบวนการป้องกันและรักษาตามมาตรฐานสาธารณสุข โดยใช้ศักยภาพของโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพอากาศในการรักษาพยาบาลกำลังพล และควบคุมไม่ให้กระจายไปสู่ภายนอก ซึ่งกำลังพลกองทัพอากาศมีโอกาสที่จะติดเชื้อได้เช่นเดียวกับประชาชนโดยทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการทหารอากาศมีความห่วงใย และได้กำชับให้กำลังพลเพิ่มความระมัดระวังอย่างสูงสุด เนื่องจากที่ตั้งบางหน่วยเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งยังคงมีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค กองทัพอากาศขอยืนยันว่าเราจะดูแลน้อง ๆ ทหารกองประจำการ ซึ่งเป็นบุตรหลานของท่านอย่างดีที่สุดภายใต้มาตรฐานการรักษาพยาบาลและขีดความสามารถของหน่วยงานทางการแพทย์ของกองทัพอากาศที่มีอยู่อย่างเต็มกำลังความสามารถ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109413</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารเกณฑ์, ทอ., พลอากาศโทฐานัตถ์ จันทร์อำไพ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60eb93f1e5206.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.ทอ.&#039;ไม่หวั่นกมธ.ป.ป.ช.สอบแก้3โครงการจัดหายุทโธปกรณ์ยุค&#039;บิ๊กนัต&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.64-พล.อ.ท.ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ (ทอ.) กล่าวชี้แจงกรณี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) เตรียมตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ 3 โครงการ มูลค่าเกือบ 3 พันล้านบาท ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการดำเนินการผิดระเบียบและขัดต่อกฎหมาย ในลักษณะที่มีการเร่งรีบผิดปกติ และมีการสั่งการให้เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และขอบเขตของแต่ละโครงการขึ้นมาใหม่ ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักการจัดหาแบบเดิมที่ผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆว่า พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผบ.ทอ. ให้นโยบายเรื่องดังกล่าวว่า ท่านทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของกองทัพอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่าเป็นการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า โดยที่ผ่านมา ผบ.ทอ. ไม่อยากตอบโต้ให้เป็นประเด็น จนกลายเป็นโต้กันไปมา แต่หาก ทาง กมธ.ป.ป.ช จะตรวจสอบ คงเป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ผบ.ทอ.เตรียมการอย่างไร หากกมธ.ป.ป.ช เชิญไปชี้แจงกรณีดังกล่าว พล.อ.ท.ฐานัตถ์ กล่าวว่า ท่านทราบอยู่แล้ว และยืนยันว่าที่ทำไปคิดถึงประโยชน์ที่คุ้มค่าของ ทอ. และยินดีชี้แจงต่อ กมธ ป.ป.ช. ส่วนจะไปชี้แจงด้วยตนเองหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ ผบ.ทอ. ว่าช่วงดังกล่าวติดภารกิจจำเป็นหรือไม่ แต่อย่างไรต้องชี้แจงอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ผบ. ทอ. ไม่ได้กังวลอะไรเพราะทุกอย่างท่านทำด้วยความถูกต้องอยู่แล้ว ตาม พรบ. ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างปี 2560 และได้มีการตรวจสอบระเบียบครบถ้วน ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในรายระเอียดทั้ง 3 โครงการ พิจารณา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 3 โครงการประกอบด้วย 1.โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องการทางอากาศ ระยะที่ 7 ( N-SOC C2)&amp;nbsp; 2.โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) และ 3.โครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ มีมูลค่ารวมเกือบ 3 พันล้านบาทถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการล้มเลิกแนวทางจัดหายุทโธปกรณ์เข้ามาประจำการตามแผนพัฒนากองทัพอากาศ ที่กำหนดไว้ในสมุดปกขาว ซึ่งจัดทำขึ้นในช่วงที่ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ มีการกำหนดแนวทางการซื้อยุทโธปกรณ์เพื่อต่อยอดไปสู่การวิจัยพัฒนา หรือ &amp;ldquo;พีแอนด์ดี&amp;rdquo; เน้นการพึ่งพาตัวเองและเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107795</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ปปช., การจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ, ทอ., พล.อ.ท.ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ, พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d8296344a03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 18:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพอากาศนำร่อง ขนข้าวชาวนาแลกปลาชาวเลฝ่าวิกฤติโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.63 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดภูเก็ตรายงานว่า เวลา 13.30 น. กองทัพอากาศ จัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 หรือ C-130 พร้อมกำลังพล สนับสนุน โครงการนำร่อง &amp;quot;ทัพฟ้าช่วยไทยต้านภัยโควิด-19 ขนข้าวชาวนาแลกปลาชาวเล&amp;quot; เพื่อช่วยเหลือชาวเลที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนักให้เร็วที่สุดด้วยการขนส่งข้าวสารจากจังหวัดยโสธร ไปแลกเปลี่ยนปลาแห้งที่จังหวัดภูเก็ต และนำปลาแห้งกลับไปส่งที่จังหวัดยโสธร เริ่มดำเนินการเป็นโครงการนำร่องในการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชุมชนโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่จะสร้างให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมี พลอากาศโท ตรีพล อ่องไพฑูรย์ &amp;nbsp;เจ้ากรมกิจการพลเรือน กองทัพอากาศ ,นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมกัน ณ อาคารเอ็กซ์-เทอร์มินอล ท่าอากาศยานภูเก็ต จากนั้นเดินทางรับมอบข้าวสารและส่งมอบปลา &amp;nbsp;ณ ลานจอดเครื่องบิน ท่าอากาศยานภูเก็ต &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ทางจังหวัดพังงา เข้าร่วมในการส่งสินค้าเกษตร สับปะรด จำนวน 3.2 ตัน ในโครงการฯนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลอากาศโท ตรีพล กล่าวว่า กองทัพอากาศ ได้รับการร้องขอจากมูลนิธิชุมชนไท ในโครงการแลกเปลี่ยนอาหารแห้งบรรเทาความเดือดร้อนของชาวเลราไวย์ ที่ขายอาหารทะเลไม่ได้ในช่วงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ทาง พลอากาศเอกมานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.) &amp;nbsp; จึงได้จัดอากาศยานพร้อมกำลังพลให้การช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด เพื่อขนข้าวหอมมะลิจากยโสธรแลกเปลี่ยนกับปลาตากแห้ง ของภูเก็ต &amp;nbsp;เป็นโครงการนำร่องจุดประกายให้ชาวไทยที่มีสินค้าเกษตรนำแนวคิดนี้ไปดำเนินการต่อในภาวะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายภัคพงศ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;โครงการฯนี้เกิดขึ้นจากปัญหาที่ชาวเลชุมชนราไวย์ ยังคงสามารถออกเรือหาปลาแต่ขาดพื้นที่ทางการค้า มูลนิธิชุมชนไท &amp;nbsp;ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ได้เห็นปัญหา ร่วมกันของชาวเลราไวย์ จึงได้หารือร่วมก้บผู้นำชุมชนชาวเลทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยชาวเลหลายพื้นที่ได้รวมกลุ่มในนาม เครือข่ายชาวเลอันดามัน ระดมจัดทำปลาแห้ง ประมาณ 1,000กิโลกรัม เน้นปลาพันธ์ที่มีขนาดเล็ก เช่น ปลาทูแดง ปลาทูแขก ปลาข้างเหลือง &amp;nbsp;เป็นต้น เพื่อนำไปทำเป็นปลาเค็มตากแห้ง &amp;nbsp;ถนอมอาหารสามารถเก็บไว้กินได้นาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ จังหวัดยโสธร เครือข่ายชาวนาภาคอีสาน สมาคมชาวยโสธร ได้เห็นความเดือดร้อนของชาวเลในพื้นที่ต่างๆในจ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง และสตูล จึงประสานงานกันส่งมอบข้าวสาร จำนวน 9ตัน หรือ 9,000กิโลกรัมท(บริจาค 2 ตัน) ให้แก่เครือข่ายชาวเลอันดามัน &amp;nbsp;เป็นการแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของชาวเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือว่า เป็นการตั้งใจให้เป็นสายพานที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อีกครั้ง เป็นเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรมด้วยการนำทรัพยากรที่มีมาแลกกัน ตามหลัก P2P-People to People และ Producer to Producer ทำให้เกิดการแก้ปัญหาปากท้อง และได้เห็นว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ทำให้เราอยู่รอดแม้ในภาวะวิกฤตสังคมเองจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนกลุ่มนี้&amp;quot;นายภัคพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภัคพงศ์ กล่าวอีกว่าโครงการขนข้าวชาวนาแลกปลาชาวเล ฝ่าวิกฤตโควิด-19 ได้รับการสนับสนุนอากาศยานจากกองทัพอากาศที่เข้าร่วมเป็นภาคีการขนส่งจากภาคอีสานสู่ภาคใต้ โดยการประสานงานของมูลนิธิชุมชนไท โดยโครงการนี้เป็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวเล และ ภูเก็ต ในฐานะจังหวัดเจ้าภาพกลุ่มยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดจะส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนแก่เครือข่ายชาวเลอันดามัน ด้วยการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางการตลาดตามแนวทางดังกล่าวในกลุ่มจังหวัดอันดามัน โดยใช้แนวคิดนี้เป็นต้นแบบและสามารถใช้เป็นต้นแบบในภาวะวิกฤตอื่นๆของประเทศได้ด้วย ทางจังหวัดภูเก็ตขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำให้การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า จังหวัดพังงาร่วมบูรณาการโครงการนี้เพื่อช่วยเหลือกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่และชาวประมงพื้นบ้าน โดย นำปลาตากแห้ง 500กิโลกรัม แลกกับ ข้าวสาร2ตัน ของยโสธร ไปลงที่หมู่เกาะสุรินทร์ 1 ตัน และบ้านน้ำเค็ม 1 ตัน สับปะรดพันธุ์ภูงา 3,200กิโลกรัม หรือ 3.2 ตัน ส่งไปอุบลฯ 2,700 กิโลกรัม ส่งที่กทม.500 กิโลกรัม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63738</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอากาศ, ทอ., ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d88a8d4a12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภารกิจยุคคอมมิวนิสต์สู่ยุคไวรัส! ทอ.ส่ง&#039;พีชเมคเกอร์&#039;ให้ความรู้คนชายแดนใต้สู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย. 63 - เพจกองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force เผยแพร่คลิปการปฏิบัติงานของเครื่องบินพีชเมคเกอร์ เอยู 23 หรือ เครื่องบินโจมตีธุรการแบบที่ 2 กระจายเสียงประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รับทราบข้อมูลวิธีการป้องกันเชื้อโควิด-19 ในชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูล วิกิพีเดีย ระบุว่า พีชเมคเกอร์เป็นเครื่องบินดัดแปลงซึ่งมีพื้นฐานจากเครื่องบินพลเรือน คือ ปิลาตุส พีซี 6 ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเครื่องบินที่เดิมกองทัพอากาศสหรัฐจัดหา ประจำการในกองทัพเพื่อใช้ในภารกิจ ปราบปรามผู้ก่อการร้าย ปฏิบัติการทางจิตวิทยา โจมตีภาคพื้นขนาดเบา ขนส่งลำเลียงจู่โจมทางยุทธวิธี มีขีดความสามารถในการขึ้น ลง ระยะสั้น โดยเฉพาะการขนส่งขึ้นลงในสนามบินฉุกเฉินเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพอากาศได้นำเครื่องบินแบบ เอยู 23 พีชเมคเกอร์ เข้าบินทดสอบการปฏิบัติการในสงครามเวียดนาม โดยใช้ในภารกิจ โปรยใบปลิว กระจายข่าว ลำเลียงขนาดเบา โจมตีภาคพื้นด้วยปืนกลเบา ปล่อยแฟร์ พลุในเวลากลางคืน ธุรการ ทิ้งระเบิด โจมตีด้วยจรวด ชี้เป้า ฯลฯ ซึ่งผลการทดสอบกองทัพอากาศอเมริกันมีความพึงพอใจในระดับหนึ่ง ต่อมา รัฐบาลสหรัฐได้มอบเอยู 23 พีชเมคเกอร์ ให้รัฐบาลไทยเพื่อใช้ในภารกิจทางทหารและปราบปรามผู้ก่อการร้าย ซึ่งกองทัพอากาศไทย เป็นกองทัพอากาศเดียวในโลกที่มีเครื่องบินแบบ และชนิดนี้ประจำการอยู่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62260</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอากาศ, จังหวัดชายแดนภาคใต้, ทอ., เครื่องบินพีชเมคเกอร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8aad03e96ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอ.เปิด รร.การบินกำแพงแสน กักตัวคนไทยกลับจากอินโดนีเซีย55คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.63- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพอากาศ ได้เปิดบ้านพักรับรอง 5 โรงเรียนการบิน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม รับคนไทยที่เดินทางกลับจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย เที่ยวบินที่ GA868 เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากคนไทยกลุ่มนี้ผ่านการคัดกรองโรค ที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว ได้เดินทางถึงพื้นที่ควบคุม (Quarantine Area) บ้านพักรับรอง 5 โรงเรียนการบิน เพื่อเข้ากักตัวประมาณเวลา 23.00 น. มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 55 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 21 คนและผู้หญิง 34 คน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนการบิน ร่วมกับ เจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดก่อนจัดเข้าที่พัก พร้อมจัดเตรียมอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าพักในพื้นที่เฝ้าระวัง โดยในวันนี้ จะรับกลุ่มคนไทยที่มีไข้ จากเมื่อวานแต่ตรวจไม่พบเชื้อจากด่านควบคุมโรคฯ เพิ่มเติมอีกจำนวน 17 คน

ทั้งนี้จากการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่มีแนวโน้มมากขึ้น กระทรวงกลาโหม จึงได้สั่งการให้เหล่าทัพเตรียมความพร้อม โรงพยาบาลทหารและโรงพยาบาลสนาม รับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดดังกล่าว กองทัพอากาศจึงได้จัดเตรียมการสนับสนุนโรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลเฉพาะโรค และพื้นที่ควบคุม ดังนี้ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช, โรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน), โรงพยาบาลจันทรุเบกษา, บ้านพักรับรอง 5 โรงเรียนการบิน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม และอาคารสายลม กองบิน 5 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61920</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอ., นครปฐม, อินโดนีเซีย, โควิด-19, โรงเรียนการบินกำแพงแสน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e86c86e7e4bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
