<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่อใจ!ขอนแก่นจับสลากแจกทองคนฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.2564 - ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองเมืองพล อ.พล จ.ขอนแก่น นายกิตติโชติ &amp;nbsp;เตรียมเวชวุฒิไกร นายกเทศมนตรีเมืองเมืองพล หรือ ทม. เป็นประธานในการลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกันของผู้ประกอบการร้านอาหาร,เครื่องดื่ม,ร้านหาบเร่แผงลอย และร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไปในเขต ทม.พล รวมกว่า 30 ร้านค้า ในการให้สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่รับวัคซีนโควิด-19 ตามที่รัฐบาลกำหนด รวมทั้งการรับมอบทองคำรูปพรรณ 1 สลึง จำนวน 3 เส้นจากผู้มีจิตศรัทธาในการใช้เป็นของรางวัลมอบให้กับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองเมืองพล เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนในพื้นที่เข้ารับการฉีดวัคซีนให้กันมากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติโชติกล่าวว่า วันนี้ชาวเมืองพลพร้อมใจในการขานรับนโยบายของรับบาลที่จะร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะการรับบริการฉีดวัคซีนจากกระทรวงสาธารณสุข ที่กำหนดการฉีดพร้อมกันทั้งประเทศตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นไป ซึ่งในเขต ทม.พล ได้รับการจัดสรรวัคซีนแอสต้าเซเนก้า และกำหนดพื้นที่ฉีดวัคซีนที่หอประชุมเอนกประสงค์ อ.พล ระหว่างวันที่ 5-7 ก.ค. ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ อ.พล ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจในวัคซีนที่ประชาชนจะได้รับ รวมทั้งการรณรงค์เชิญชวน รับลงทะเบียนและยืนยันตัวบุคคลให้กับชาว อ.พล นั้นเข้ารับการฉีดวัคซีนกันให้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในความรับผิดของ ของ ทม.พล นั้นมั่นใจว่าจะมีประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนตามวันและเวลาที่ ทางอำเภอกำหนดไว้มากถึงร้อยละ 80 หรือประมาณ 6,000 คน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ที่เป็นหัวใจหลักสำคัญของการฉีดวัคซีนในรอบนี้ ที่มีจำนวนกว่า 2,000 คน ดังนั้นเพื่อเป็นการเชิญชวนและกระตุ้นให้คนเมืองพล เข้ารับการฉีดวัคซีนดังกล่าว คณะทำงานจึงขอมอบคำขอบคุณให้กับเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ที่จะสร้างปรากฎการณ์สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;ในการมอบทองคำรูปพรรณ จำนวน 3 เส้นๆละ 1 สลึง ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค โดยมีหลักเกณฑ์คือเมื่อผู้สูงอายุ และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค กว่า 2,000 คน ที่ฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้วเสร็จ และทางฝ่ายสาธารณสุขได้ออกเอกสารรับรองแล้วเสร็จ จะทำการจับสลากมอบโชคทันที&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติโชติ &amp;nbsp;กล่าวต่ออีกว่า ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนทุกคนในครั้งนี้ นอกจากกลุ่มเป้าหมายคือผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคแล้ว จะยังคงมีผู้ที่ขอรับวัคซีนที่ลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม กลุ่มเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานด่านหน้าในการควบคุมโรคในส่วนที่เหลือ รวมไปถึงกลุ่มขอรับวัคซีนแบบวอร์คอิน ซึ่งทุกคนที่รับวัคซีนจะได้รับเอกสารรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขและรับคูปองจากเทศบาลฯ ซึ่งเอกสารรับรอง หรือคูปอง ที่ได้รับนั้นสามารถแสดงให้กับร้านค้า ร้านอาหาร ร้านหาบเร่แผงลอย ร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไป รวมไปถึงร้านจำหน่ายเครื่องดื่มในเขต อ.พล ที่เข้าร่วมโครงการรวมกว่า 30 ร้านค้าเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 10% หรือรับสิทธิพิเศษต่างๆตามแต่ละร้านกำหนด ขณะเดียวกันสำหรับประชาชนทั่วไปที่เข้าเขต อ.พล เพียงแค่แสดงเอกสารการรับวัคซีนก็สามารถรับส่วนลดดังกล่าวได้เช่นกัน โดยการมอบสิทธิพิเศษส่วนลดทั้งเมืองให้กับผู้ที่ได้รับวัคซีนจะสามารถใช้ได้ไปจนถึงสิ้นปี 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103401</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, ทองคำ, นายกิตติโชติ  เตรียมเวชวุฒิไกร, นายกเทศมนตรีเมืองเมืองพล, วัคซีน, เทศบาลเมืองเมืองพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a48736bb194.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 08:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันอัญมณีฯเตือนนักลงทุนระวัง“ทองโคลนนิ่ง”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย. 2562 นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้เริ่มมีการนำทองคำที่เรียกกันในวงการว่าทองโคลนนิ่ง ซึ่งเป็นทองคำแท้ แต่ด้านในเป็นของปลอม โดยนำเอาโลหะที่มีน้ำหนักเท่าทอง หรือใช้ทองเหลืองมาชุบทองคำแท้ๆ แล้วนำไปขายเป็นทองคำ เมื่อทำการตรวจสอบด้วยการตะไบ ก็จะเห็นว่าเป็นทองคำจริง เพราะได้ชุบไว้หนามาก หรือตรวจสอบด้วยระบบเลเซอร์ ก็ไม่สามารถยิงทะลุเนื้อทองคำลงไปจนเห็นถึงวัสดุแปลกปลอมด้านในได้

&amp;ldquo;ขณะนี้ พบมีการระบาดในส่วนของการขายทองคำแท่ง ที่มีการทำปลอมกันมาก โดยวิธีการ จะใช้แร่ทังสเตน ซึ่งปกติถูกนำไปใช้งานไฟฟ้าโดยเฉพาะไส้หลอดไฟฟ้า และการผลิตโลหะผสม นำมาทำเป็นก้อนไว้ด้านใน เพราะน้ำหนักใกล้เคียงกับทองคำ แล้วเอาไปชุบทองคำ เมื่อตรวจสอบดูผิวเผิน ก็ดูไม่ออก หรือบางทีพบใช้ตะกั่ว หรือทองเหลือง ซึ่งสีเดียวกับทองมาใช้ ทำให้ตรวจสอบได้ยาก&amp;rdquo;

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการใช้วิธีการชุบทองกับพระพุทธรูปบูชา ที่ทำจากทองคำ แล้วนำออกขายว่าเป็นทองคำแท้ทั้งองค์ และยังพบกรณีร้านทองบางร้าน ที่นำทองคำมาขายแบบออนไลน์ ซึ่งได้ใช้วิธีการแบบนี้มาขาย ทำให้ขายทองคำได้ในราคาถูกกว่าปกติ ทำให้มีลูกค้าหลงเข้าไปซื้อกันเป็นจำนวนมาก เพราะการตรวจสอบด้วยวิธีปกติ หรือใช้เลเซอร์ส่อง ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้

นางดวงกมลกล่าวว่า แนวทางการป้องกัน ผู้บริโภคจะต้องตรวจสอบก่อนซื้อทองคำว่าร้านค้าที่ซื้อนั้น เป็นร้านค้าที่ได้รับการรับรอง และมีใบรับรองซื้อด้วยความมั่นใจ (BWC) หรือไม่ หรือสินค้ามีเครื่องหมายตราสัญลักษณ์การรับรองมาตรฐาน หรือ Hallmark ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองเครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงิน และเครื่องประดับแพลทินัมหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ถูกต้อง และอีกสิ่งที่ต้องสังเกต คือ หากเป็นทองคำแท่ง หรือทองรูปพรรณ สินค้าจะมีลักษณะใหญ่ผิดปกติ เพราะวัสดุด้านในที่นำมาใช้ ไม่ใช่ทองคำและมีน้ำหนักไม่เท่าทองคำ หรือราคาถูกกว่าปกติ เพราะเป็นไปไม่ได้ ที่จะลดราคาได้ถูกเกินไป

ทั้งนี้ ประชาชนที่ต้องการตรวจสอบทองคำแท่ง หรือทองคำที่ตัวเองมีอยู่ หรือซื้อมาแล้ว สามารถนำมาตรวจสอบได้ที่ห้องแลปของสถาบันอัญมณีฯ เพราะมีระบบตรวจสอบแบบใช้คลื่นอัลตร้าโซนิก ที่สามารถตรวจสอบได้ถึงวัสดุด้านใน และสามารถตรวจสอบได้ชัดเจน 100% ซึ่งปัจจุบัน ก็มีคนนำสินค้ามาให้ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และหลายๆ กรณี พบว่า ทองคำที่เป็นสมบัติเก่าแก่ หรือสมบัติตระกูล กลับพบว่า เป็นทองคำปลอม จึงอยากเชิญชวนให้นำมาตรวจสอบ เพื่อสร้างความมั่นใจในสมบัติที่มีอยู่จะดีกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46378</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองคำ, สถาบันอัญมณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d1269b3b7e5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2019 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2019 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตานัดแรก19พ.ย.นี้อนุญาโตพิจารณาข้อพิพาทเหมืองทองอัครา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับตา 19 พ.ย.62 นี้นัดแรกถกอนุญาโตเหมืองทอง &amp;nbsp;กพร.ลั่นข้อพิพาทยันไม่มีล้มมวย ห่วงบริษัทประกันจ่ายเงินชดเชยให้คิงส์เกต ส่งผลกระทบความเชื่อมั่นหวั่นกระทบการลงทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 มิ.ย. 62 &amp;nbsp;- นายวิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่(กพร.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีความพยายามสร้างประเด็นในสื่อสังคมออนไลน์สำหรับกรณีข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ดลิมิเต็ด ว่าขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทตามกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด โดยอยู่ระหว่างการต่อสู้ในชั้นอนุญาโตตุลาการคาดว่าจะรู้ผลการพิจารณาภายใน 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า ขณะนี้ทั้ง 2 ฝ่ายได้ยื่นเอกสารเพื่อชี้แจงรายละเอียดต่อกัน โดยล่าสุดกระทรวงได้ส่งเอกสารเพิ่มเติมไปเมื่อเดือนก.พ. 2562 หลังจากนี้ ต้องรอจนกว่ากระบวนการอนุญาโตตุลาการรวบรวมข้อมูลจนแล้วเสร็จ ทางศาลจึงจะเรียกทั้ง 2 ฝ่ายขึ้นศาล อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลไทยและบริษัทคิงส์เกตฯยังคงยินดีที่จะเจรจากันเพื่อหาข้อยุติร่วมกันเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิโรจ ประเสริฐผล กรรมการ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าขณะนี้เป็นเวลากว่า 1 ปี นับตั้งแต่ที่บริษัทคิงส์เกตฯได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) เมื่อเดือน พ.ย. 2560 ทางบริษัทคิงส์เกตฯได้ดำเนินการส่งเอกสารต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนคำร้องของบริษัทอัคราฯมาตลอดอย่างต่อเนื่อง และจะยังคงดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ต่อไป ทั้งนี้ หากยังไม่มีมติใดออกมาจะมีการพิจารณาอนุญาโตตุลาการอีกครั้งในช่วงปลายเดือน พ.ย. 2562 นี้เป็นนัดแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่าในวันที่ 19 พ.ย 62 คณะอนุญาโตตุลาการจะมีการพิจารณาข้อพิพาทระหว่างบริษัทคิงส์เกตฯ และ รัฐบาลไทย หลังจากที่คิงส์เกตฯได้ยื่นฟ้องกรณีที่รัฐบาลไทบละเมิดข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย โดยรัฐบาลไทย ได้ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 72/2559 เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2560&amp;nbsp;ระงับการอนุญาตให้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่ จ.พิจิตร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก จนส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามก่อนหน้าที่ นายรอส สมิธ-เคิร์ก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด บริษัทแม่ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำชาตรี &amp;nbsp;ได้เปิดเผยว่าบริษัท ซูริก ออสเตรเลีย อินชัวรันซ์ ลิมิเต็ด (Zur-ich Australia Insurance Limited) &amp;nbsp;ในฐานะผู้รับประกันภัยให้กับบริษัทคิงส์เกตฯ เตรียมจ่ายเงินชดเชยจากกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงทางการเมือง มูลค่ากว่า 82 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือประมาณ 1,843 ล้านบาท ให้กับทางบริษัทคิงส์เกตฯ ซึ่งเป็นการจ่ายเงินชดเชยภายใต้กรมธรรม์คุ้มครองความเสี่ยงด้านการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่บริษัทประกันจ่ายเงินชดเชยให้กับทางบริษัทคิงส์เกตฯนั้นอาจมีผลกระทบกับประเทศไทยอย่างมาก เพราะข้อตกลงนี้เป็นเสมือนสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นในการทำธุรกิจในประเทศไทย และบริษัทต่างชาติที่กำลังพิจารณาลงทุนในไทย ก็อาจต้องพบกับอุปสรรคที่มากขึ้นในการทำกรมธรรม์รูปแบบดังกล่าว หรืออาจต้องยอมชำระค่าเบี้ยประกันที่สูงขึ้น&amp;quot;แหล่งข่าวกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37390</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและดหมืองแร่(กพร.), ทองคำ, บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ดลิมิเต็ด, เหมืองทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190601/image_big_5cf2474393aa7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉเวเนซุเอลานำทองคำ 8 ตันออกจากธนาคารกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ส.ส.ฝ่ายค้านและแหล่งข่าวรัฐบาลเวเนซุเอลาเผย ทองคำอย่างน้อย 8 ตันถูกเคลื่อนย้ายออกจากธนาคารกลางเวเนซุเอลาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร แสดงเอกสารประกอบการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2562 / Venezuelan Presidency / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อ้างการเปิดเผยของอังเฆล อัลวาราโด ส.ส.ฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา และแหล่งข่าวในรัฐบาล 3 คน ว่า มีการนำทองคำอย่างน้อย 8 ตัน ออกจากห้องนิรภัยของธนาคารกลางของเวเนซุเอลา ขึ้นรถของหน่วยงานรัฐบาลระหว่างวันพุธถึงวันศุกร์สัปดาห์ที่แล้ว เชื่อว่ารัฐบาลมีแผนจะขายทองคำเหล่านี้ในต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย ขณะที่ธนาคารกลางเวเนซุเอลายังไม่ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลวาราโดและแหล่งข่าวรัฐบาลไม่ได้บอกว่าธนาคารกลางจะส่งทองคำเหล่านี้ไปไว้ที่ไหน แต่การเคลื่อนย้ายทองคำครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่ กาลิกซ์โต ออร์เตกา ผู้ว่าการธนาคารกลางเดินทางไปต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี 2561จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวและข้อมูลของรัฐบาลตุรกี มีการนำทองคำ 23 ตัน ส่งขึ้นเครื่องบินจากเวเนซุเอลาไปนครอิสตันบูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธนาคารกลางเวเนซุเอลานำทองคำบางส่วนมาจากเหมืองทองทางใต้ของเวเนซุเอลาส่งไปขายที่ตุรกีและประเทศอื่น เพื่อต้องการนำเงินมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานที่ขาดแคลนอย่างหนักทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลของธนาคารกลางเวเนซุเอลา ในปี 2561 มีการเคลื่อนย้ายทองคำสำรองราว 20 ตัน ออกจากห้องนิรภัยของธนาคารกลาง ทำให้เหลือทองคำสำรองเพียง 140 ตัน อยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 75 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านฮอร์เก อาร์เรอาซา รัฐมนตรีต่างประเทศเวเนซุเอลา กล่าวต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เสนอให้มีการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร แต่รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ของสหรัฐทวีตโต้ว่า สิ่งเดียวที่จะเจรจาคือให้มาดูโรลงจากตำแหน่ง เพื่อประชาธิปไตยคืนสู่เวเนซุเอลาและสร้างประเทศใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30185</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองคำ, ธนาคารกลางเวเนซุเอลา, นิโกลัส มาดูโร, เวเนซุเอลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190228/image_big_5c77e3dc31692.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปลื้ม4เดือนส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ โต 6.46%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันอัญมณีฯ ปลื้ม 4 เดือนส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เพิ่ม 6.46% &amp;nbsp;เผยตลาดสหภาพยุโรป สหรัฐฯ ตะวันออกกลาง อินเดีย จีน ญี่ปุ่น โต หลังเศรษฐกิจฟื้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 มิ.ย.61- &amp;nbsp; นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ จีไอที เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในช่วง 4 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-เม.ย.) มีมูลค่า 4,181.82 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 6.04% &amp;nbsp;แต่หากหักการส่งออกทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูป จะมีมูลค่า 2,540.41 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.46% &amp;nbsp; ซึ่งถือว่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับยังมีการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะทองคำ การส่งออกจะเป็นไปตามราคาตลาดโลก หากราคาสูงขึ้น ก็จะมีการส่งออกมา แต่หากราคาลดลง ก็จะส่งออกน้อย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ตลาดส่งออกที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น และน่าจับตา ก็คือ สหภาพยุโรป ตะวันออกกลาง อินเดีย &amp;nbsp;ญี่ปุ่น &amp;nbsp; จีน ที่มีการเติบโตดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ &amp;nbsp;แต่น่าจับตาตลาดบรูไน ที่การส่งออกเติบโตสูงมากถึง 27.26% ส่วนรัสเซีย เครื่องประดับเงินถือเป็นดาวเด่นที่เติบโตสูง และควรจะเร่งบุกตลาดต่อเนื่อง&amp;rdquo;นางดวงกมลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ คาดว่า จะยังคงส่งออกได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจคู่ค้า แต่ก็ต้องจับตาสงครามการค้าที่นำโดยสหรัฐฯ ที่นอกจากจะใช้มาตรการกับจีน ยังมีแนวโน้ม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10895</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีไอที, ดวงกมล เจียมบุตร, ทองคำ, สถาบันอัญมณีฯ, ส่งออก, เครื่องประดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb871c5d80d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2018 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2018 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้ผล!ทอง-น้ำมันพุ่ง หลังอเมริกาและพันธมิตรโจมตีซีเรีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพAFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.61- หลังการโจมตีซีเรีย ของพันธมิตร อเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า&amp;nbsp;สัญญาทองคำ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 6 ดอลลาร์ หรือ 0.45% ปิดที่ 1,347.90 ดอลลาร์/ออนซ์ &amp;nbsp;ส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากดัชนีเดาวโจนส์ที่ร่วงลง 122.91 จุด หรือ -0.50% &amp;nbsp;เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในซีเรีย และหันมาซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านราคาน้ำมันดิบ นักวิเคราะห์แวดวงน้ำมันคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งถึง100ดอลล์/บาร์เรล หากสถานการณ์ความตึงเครียดในซีเรีย ส่อเค้าว่าจะลุกลามอย่างแท้จริง โดยเขาคาดว่า ราคาน้ำมันดิบ อาจแตะตัวเลข 3หลักในบางช่วงของปีนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนพ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ และปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13เม.ย.)เพิ่มขึ้น 32 เซนต์ ปิดที่ 67.39 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 58 เซนต์ ปิดที่ราคา 72.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะหวนกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้นครั้งนี้ มีขึ้นหนึ่งวัน ก่อนที่สหรัฐ ฝรั่งเศส และอังกฤษ จะเปิดปฏิบัติการถล่มซีเรียโดยพุ่งเป้าแบบเจาะจง เน้นทำลายสิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนเครื่องมือต่างๆที่รัฐบาลซีเรียใช้โจมตีด้วยอาวุธเคมีใส่พลเรือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7089</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, ทองคำ, น้ำมัน, ฝรั่ง้ศส, อังกฤษ, อเมริกา, โจมตีทางอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180414/image_big_5ad1b3482de41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2018 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2018 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยาวราชคึกคัก แห่ซื้อทองคำรับตรุษจีน-วาเลนไทน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยาวราชคึกคัก ประชาชนซื้อทองคำช่วงเทศกาลตรุษจีน-วาเลนไทน์ สบช่องราคาทองลง รูปพรรณน้ำหนัก 50 สตางค์ และ 1 บาทขายดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ. 2560 - นายพิชญา พิสุทธิกุล อุปนายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า บรรยากาศการซื้อขายทองคำย่านเยาวราชและร้านค้าทองคำทั่วไปในช่วงเทศกาลตรุษจีนและวันวาเลนไทน์ เป็นไปด้วยความคึกคัก หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 5% เมื่อเทียบกับช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา หลังจากราคาทองคำตั้งแต่ต้นปีปรับลดลง 250-300 บาท ส่งผลให้มีผู้ประกอบการและประชาชนเดินทางมาเลือกซื้อทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเลือกซื้อทองคำรูปพรรณเพื่อใช้สวมใส่ รวมถึงซื้อแจกญาติพี่น้องและพนักงาน โดยขนาดที่ได้รับความนิยม คือ ทองคำน้ำหนัก 50 สตางค์ และ 1 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ราคาทองคำที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปีค่อนข้างผันผวน ส่วนหนึ่งมาจากค่าเงินบาทที่ปรับแข็งค่าขึ้น กดดันราคาทองคำในประเทศทำให้ราคาลดลง แต่ไม่ส่งผลต่อการซื้อขายเพื่อเก็งกำไรหรือสวมใส่ให้เพิ่มขึ้นมากนัก เนื่องจากราคาภาพรวมยังอยู่ในระดับสูงกว่าบาทละ 20,000 บาท และประชาชนทั่วไปจะตัดสินใจเลือกซื้อโดยดูกำลังทรัพย์ของตนเองมากกว่า แต่หากราคาทองคำปรับลดลงอยู่ที่ระดับบาทละ 19,500 บาท ก็ถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสม ที่จะซื้อเก็บสะสมไว้เพื่อเก็งกำไรในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวว่า สำหรับปัจจัยราคาทองคำที่ต้องติดตามในเดือนก.พ.61 คือ นโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), นโยบายเศรษฐกิจของประธานธิบดีสหรัฐฯ กลุ่มตัวอย่างคาดการณ์ว่า นายโดนัลล์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีท่าทีกีดกันการค้ากับต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงแนวโน้มการถอนสหรัฐออกจากสนธิสัญญาข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่สร้างความกังวลให้กับตลาด และช่วยหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาได้ จึงขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการเมือง และเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่เสมอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2855</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรุษจีน, ทองคำ, ราคาทองคำ, วันวาเลนไทน์, เยาวราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180211/image_big_5a8006ee5c64c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
