<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รตท.ดับชายคลั่ง ญาติคนตายโวย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง สว.เข้าระงับเหตุหนุ่มทาสยาบ้าอาละวาดจะพังบ้านพี่สาวเพราะไม่ได้เงินไปซื้อยา เกิดปลุกปล้ำถูกฟันที่หัว 2 แผล ข้อมืออีก 2 แผล ชักปืนยิงสวนเจาะอกเป็นศพ ด้านญาติผู้ตายโชว์คลิปยันตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ร้องหาผู้รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จ.นครพนม มอบหมายให้ พ.ต.อ.พลาเดช เพ็ชรหว้าโง๊ะ รอง ผบก.ภ.จ.นครพนม เป็นตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำกระเช้าไปมอบให้กับ ร.ต.ท.วิจิตร บางปลา ผู้บาดเจ็บ ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมอุบัติเหตุ ตึก 67 ปี (ศัลยกรรมชาย) ชั้น 3 โรงพยาบาลนครพนม หลังเข้าจับกุมนายลำเพย จำปา อายุ 48 ปี ราษฎร ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ที่เกิดคลุ้มคลั่ง จนถูกฟันที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บ และเกิดการปลุกปล้ำจนปืนลั่นถูกนายลำเพยเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ นายลำเพยขี่รถจักรยานยนต์ไปหานางทองคำ พี่สาว ที่อยู่ไม่ไกลกัน ขอเงิน 100 บาท เพื่อไปซื้อยาบ้าเสพ แต่นางทองคำไม่อยู่บ้าน ทำให้นายลำเพยเกิดคลุ้มคลั่งจะพังบ้าน หลานสาวนักเรียนชั้น ม.5 จึงโทรศัพท์บอกนางทองคำ ซึ่งนางทองคำก็โทรแจ้งตำรวจให้ไประงับเหตุ เพราะนายลำเพยเคยพังบ้านมาแล้ว จากนั้น ร.ต.ท.วิจิตร บางปลา รองสารวัตรสืบสวน สภ.โพนสวรรค์ ได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนายลำเพยนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่และไม่ยอมให้จับกุม ร.ต.ท.วิจิตรจึงใช้ไม้ง่ามที่นำติดตัวไป ดันรถจักรยานยนต์จนล้มคว่ำ ก่อนที่จะปลุกปล้ำกับนายลำเพย แต่ ร.ต.ท.วิจิตรเสียท่าล้มลง ถูกนายลำเพยฟันด้วยมีพร้าที่ศีรษะ 2 แผลและที่ข้อมือซ้ายอีก 2 แผล ขณะที่ ร.ต.ท.วิจิตรชักปืนออกมายิงที่ฝ่าเท้านายลำเพย 1 นัด หน้าแข้ง 1 นัด และอีก 1 นัดกระสุนเจาะอกเสียชีวิต ส่วน ร.ต.ท.วิจิตรถูกชาวบ้านนำส่ง รพ.นครพนม พบว่ากะโหลกร้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจตรวจสอบทราบว่า นายลำเพยเคยถูกจับข้อหาเสพยาบ้าหลายครั้ง ส่งตัวเข้าสถานบำบัดออกมาก็เสพอีก ถ้าไม่ได้เสพยาจะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง จะไปขอเงินจากญาติพี่น้องครั้งละร้อยสองร้อยเพื่อซื้อยามาเสพ เมื่อไม่ได้จะเข้าทำลายข้าวของ จนเป็นที่เอือมระอาแก่ญาติๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางทองคำ เคนโสม อายุ 56 ปี พี่สาวของนายลำเพย พร้อมด้วยหลานสาว คือ นางสาวโยธกา จันทองหลาง อายุ 30 ปี และนางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่บันทึกคลิปเหตุการณ์ ได้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง พร้อมนำคลิปหลักฐานที่บันทึกช่วงเกิดเหตุออกมาโพสต์ เนื่องจากติดใจการทำงานของตำรวจ ระบุว่ากระทำเกินกว่าเหตุ เพราะผู้ตายหมดทางสู้ แต่ถูกตำรวจจ่อยิงซ้ำจนเสียชีวิต จึงขอให้ตำรวจแสดงความรับผิดชอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางทองคำเปิดเผยว่า นายลำเพยน้องชาย มีอาชีพทำนา รับจ้าง แต่ชอบดื่มสุรา และเคยมีประวัติเสพยาเสพติด แต่พักหลังจะหันมาดื่มสุรา มีอาการคลุ้มคลั่งบ้างหากขอเงินไม่ได้ เพราะผู้ตายหย่ากับเมีย มีลูกชาย 1 คน อายุ 15 ปี ตนเป็นคนดูแลหลานตามสภาพ ซึ่งผู้ตายจะไม่เคยทำร้ายใคร เพียงแต่โวยวาย ได้เงินแล้วก็ไป ช่วงเกิดเหตุตนเป็นคนโทรบอกตำรวจ เพราะเคยมาระงับเหตุเมื่อหลายเดือนก่อน ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายถึงขั้นน้องชายเสียชีวิต โดยน้องชายใช้อาวุธมีดฟันตำรวจ เพราะมีการทำร้ายร่างกายกันก่อน จากนั้นตำรวจยิงเข้าที่หน้าแข้งซ้ายจนหมดแรงทรุดลง แต่ตำรวจยังยิงซ้ำอีก ตนถือว่ารุนแรงเกินไป เรื่องนี้อยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือให้ความเป็นธรรม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพฤษภา จันทองหลาง อายุ 27 ปี หลานชายที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุผู้ตายซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของตน เข้ามาโวยวายในบ้านตามที่เคยเป็น เพราะขอเงินจากแม่ของตนไม่ได้ จากนั้นได้จับอาวุธมีดออกมาเดินวนไปมาตามบ้าน ทางแม่ของตนจึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ พอถึงที่เกิดเหตุ ผู้ตายกำลังจะขี่รถจักรยานยนต์หนีไป แต่ตำรวจคนที่ยิงมาคนเดียว กระโดดถีบรถจักรยานยนต์ผู้ตายเสียหลักล้มลง ทำให้ผู้ตายไม่พอใจ และมีการพยายามทำร้ายร่างกายชกต่อยกันบนถนนคอนกรีตหน้าบ้าน จากนั้นผู้ตายได้ใช้อาวุธมีดฟันตำรวจจนล้มลงได้รับบาดเจ็บ พอตำรวจตั้งตัวได้ จึงยิงไปที่ขาจนผู้ตายทรุดลงกับพื้น ตนพยายามเข้าไปห้ามตำรวจ และขอร้องให้หยุดยิง เพราะเห็นว่าผู้ตายหมดแรง จึงเข้าไปชิงมีดออกมาโยนทิ้ง สุดท้ายไม่คาดคิดว่าตำรวจจะมาจับมีดเดินเข้าไป และเตะไปที่ใบหน้าผู้ตาย 1 ครั้ง ผู้ตายพยายามโผเข้ากอดตำรวจ จนกระทั่งตำรวจชักปืนจ่อยิงเข้าลำตัวอีก 2 นัด เป็นเหตุให้เสียชีวิตคาที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.พลาเดช เพ็ชรหว้าโง๊ะ รอง ผบก.ภ.จ.นครพนม กล่าวว่า ประเด็นที่ญาติผู้ตายติดใจ จะต้องรอขั้นตอนของตำรวจและรอทางญาติมาแจ้งความ ทางตำรวจยืนยันให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งหลังเกิดเหตุทางตำรวจได้ประสานเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองพิสูจน์หลักฐาน อัยการจังหวัด แพทย์เวรชันสูตร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ ในรูปแบบคดีวิสามัญ ส่วนขั้นตอนการดำเนินการ จะต้องรอการสอบสวน รวมถึงการดำเนินคดี ทั้งการแจ้งความเอาผิดทั้งผู้ตาย ผู้ก่อเหตุ ไปจนถึงการตั้งคณะกรรมการสอบสวน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72569</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองคำ เคนโสม, พ.ต.อ.พลาเดช เพ็ชรหว้าโง๊ะ, พฤษภา จันทองหลาง, พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน, ร.ต.ท.วิจิตร บางปลา, ลำเพย จำปา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โยธกา จันทองหลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200726/image_big_5f1d75963b4f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
