<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลักไม่หยุด จนท.รวบโรฮินยาลอบเข้าเมืองชายแดนทองผาภูมิ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 16 พ.ค.2564 นายเนรมิต เหลืองอร่าม รักษาการนายอำเภอทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรีเปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายอาทิตย์ สมบูรณ์ ผู้ใหญ่บ้านองธิ ม.2 ตำบลท่าขนุน ว่า เมื่อช่วงกลางดึก ได้นำกำลัง ผู้ช่วยผญบ, ชรบ, พร้อมด้วยทหารฉ.ก.ลาดหญ้า, และชุดร้อย​ ชพส. ที่1202 ออกลาดตระเวน ตามเส้นทางป่าบ้านหญ้าบางใน-เขาเรดาร์ ซึ่งเป็นเส้นทาง ที่ขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว มักใช้เดินหลบเลี่ยง ด่านตรวจสามแยกทองผาภูมิ &amp;nbsp;พบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาจำนวนหนึ่ง หลบซ่อนตัวอยู่ในป่าเพื่อรอรถมารับ จึงได้ทำการเข้าควบคุมตัว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างนั้น มีแรงงานต่างด้าวหนีไปได้1คน จนท.จึงซุ่มรอเพื่อจับกุมผู้นำพา จนกระทั่งเวลาใกล้สว่าง ไม่พบว่ามีรถเข้ามารับ คาดว่าผู้นำพาน่าจะไหวตัวทัน &amp;nbsp;จึงได้ควบคุมตัว แรงงานต่างด้าวชาวโรฮินยา จำนวน8คน &amp;nbsp;ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ได้ตรวจวัดไข้แล้ว ไม่มีผู้ใดอุณหภูมิ​สูงเกินกำหนด​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่จุดตรวจถาวรไทรโยค อ.ไทรโยค จนท.ตชด.136 จนท.ตม. ทหารฉก.ลาดหญ้า ตรวจยึดรถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า ป้ายแดง ไม่มีเอกสารหลักฐาน เชื่ออาจจะเป็นขบวนการนำรถส่งขายพม่า จึงยึดไว้นำส่งพนักงานสอบสวนสภ.ไทรโยค ตรวจสอบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103064</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่างด้าว, ทองผาภูมิ, ลักลอบเข้าไทย, เนรมิต เหลืองอร่าม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0a61f984f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านตื่น! น้ำในเขื่อนเขาแหลม ขุ่น-เหม็น จนท.แจงเป็นปรากฏการณ์พลิกกลับของชั้นน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18&amp;nbsp;ม.ค.64 - จากกรณีชาวบ้านในพื้นที่เหนือเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เกิดตื่นตระหนก และวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล&amp;nbsp;จากสาเหตุเกิดปรากฏการณ์ น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ หรือ เขื่อนเขาแหลมที่เคยใสสะอาด เกิดมีสีขุ่นและส่งกลิ่นเหม็น&amp;nbsp;สำหรับในเรื่องดังกล่าว เขื่อนวชิราลงกรณ ได้ชี้แจงว่า สาเหตุของการเกิดน้ำขุ่น และมีกลิ่นเหม็นในช่วงนี้ เป็นเพราะปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า &amp;quot;การพลิกกลับของชั้นน้ำ&amp;quot;&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลให้พื้นที่น้ำที่มีความกว้างใหญ่ และลึก เกิดความเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดโดยธรรมชาติความหนาแน่นของน้ำ จะเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ ทำให้น้ำถูกแบ่งออกเป็นชั้นๆ เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำที่แตกต่างกัน ซึ่งเรียกว่า &amp;quot;การแบ่งชั้นน้ำเนื่องจากอุณหภูมิ&amp;quot; ในช่วงหน้าร้อนน้ำชั้นบนจะมีอุณหภูมิสูง เนื่องจากได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนน้ำชั้นล่างจะมีอุณหภูมิต่ำ เนื่องจากแสงอาทิตย์ส่องไม่ถึง ทำให้น้ำชั้นบน มีความหนาแน่น ต่ำกว่าน้ำชั้นล่าง เมื่อเข้าสู่หน้าหนาว น้ำชั้นบนจะมีอุณหภูมิต่ำลง ทำให้ความหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น น้ำชั้นบนจึงเกิดการจมตัว และทำให้น้ำชั้นล่างที่มีตะกอน พลิกกลับขึ้นมา จึงทำให้เกิดน้ำขุ่น และมีกลิ่นเหม็น ซึ่ง &amp;quot;การพลิกกลับของชั้นน้ำ&amp;quot; นี้จะเกิดหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ตามความหนาแน่นของชั้นน้ำ ที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เขื่อนวชิราลงกรณได้ประสานงานกับฝ่ายเคมีของ กฟผ. เพื่อให้ตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำแล้ว&amp;nbsp;หากได้ผลอย่างไร จะประกาศแจ้งต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90231</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, ทองผาภูมิ, เขื่อนวชิราลงกรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_60057410e9561.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2020 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2020 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทยานฯทองผาภูมิ ประกาศเปิดขึ้น &#039;เขาช้างเผือก&#039; รอบแรก 24 พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.63 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเจริญ&amp;nbsp;ใจชน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;ประกาศเปิดบริการท่องเที่ยว กิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะไกล เส้นทางเขาช้างเผือก ในฤดูการท่องเที่ยวใหม่ที่จะมาถึงนี้ (ปี พ.ศ.2563-2564)&amp;nbsp;แล้ว ภายหลังจากที่ได้ปิดกิจกรรมท่องเที่ยวเส้นทางเขาช้างเผือก เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ทางนายเจริญ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฯได้ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางและตรวจสอบพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อม จนนำมาสู่การประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมและซักซ้อม ทำความเข้าใจร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย เจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ต.ปิล๊อก ผู้นำชุมชน ชาวบ้านและลูกหาบ เพื่อซักซ้อม ความพร้อมก่อนทำการเปิดให้นักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบการผจญภัย ได้ขึ้นไปสัมผัสความงดงามของธรรมชาติ บนเขาช้องเผือกอีกครั้งในปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำหนดเริ่มเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวที่สนใจ ขึ้นเขาช้างเผือกรอบแรก ในวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2563 &amp;ndash;วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลและร่วมกิจกรรมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;&amp;nbsp;034-510 979&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;098-252-0359&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;08.00-16.30&amp;nbsp;น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือที่&amp;nbsp;facebook.com/อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ&amp;nbsp;&amp;ndash;Thongphaphum-National-park-660455174044774/&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสามารถจองได้ครั้งละ&amp;nbsp;1-5 คนและจองได้ล่วงหน้าไม่เกิน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;พร้อมจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นเขาช้างเผือกไว้ไม่เกิน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;คนต่อวัน โดยจะมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯคอยดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน ต่อจำนวนนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;12&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เขาช้างเผือก เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ&amp;nbsp;โดยมีความสูงที่&amp;nbsp;1,249&amp;nbsp;เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง&amp;nbsp;สำหรับเส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาช้างเผือก มีระยะทางประมาณ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ&amp;nbsp;4-5 ชั่วโมง เป็นการท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติระยะเวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คืน ด้วยการพักค้างคืนบนเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางขึ้นยอดเขาช้างเผือก นับเป็นเส้นทางเดินป่าที่สวบงามน่าตื่นตาตื่นใจ จนทำให้นักเดินป่าทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าต่างปรารถนาจะได้มาพิชิตยอดเขาช้างเผือกซักครั้งในชีวิต โดยระหว่างทาง จะผ่านป่าโปร่งและท้องทุ่งหญ้าสลับกับป่าโปร่ง มีจุดไฮไลต์ของการเดินทางอยู่ที่&amp;nbsp;&amp;ldquo;สันคมมีด&amp;rdquo;&amp;nbsp;สันเขาที่สวยงาม และน่าหวาดเสียว เมื่อขึ้นไปถึงบนยอดเขาจะมาสามารถมองเห็นวิวได้รอบทิศทาง&amp;nbsp;360&amp;nbsp;องศา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว ควรมีการเตรียมร่างกายให้พร้อม และปฎิบัติตามกฎ ข้อห้ามต่างๆของทางอุทยานฯอย่างเคร่งครัด เพื่อความสนุกและปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84646</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, ทองผาภูมิ, ท่องเที่ยวอุทยาน, อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ, เขาช้างเผือก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201122/image_big_5fb9ea99c02e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธะอิสระ&#039;ลั่นไม่กลัวโดนเผารถหวังข่มขู่ ดงระเบิดก็ลุยมาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค. 62 &amp;ndash; อดีตพระพุทธะอิสระ ผู้ก่อตั้งวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) พร้อมภาพรถกระบะที่ถูกเผาทั้งคัน โดยเป็นรถที่อยู่ในศูนย์ปฏิบัติธรรม ณ ศูนย์ธรรมชาติบำบัดทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ว่า &amp;ldquo;ไม่ชอบหน้ากันจนถึงกับต้องเผากันเลยเชียวหรือ อยู่ดีๆ ก็มีคนงานที่ทองผาภูมิโทรมาแจ้งว่า คือวันที่ 10 ตุลาคม 2562 มีคนมาลอบเผารถกระบะสีทองบรอนซ์ 4 ประตู เรื่องนี้เกิดขึ้นมา 19 วัน แล้ว เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถหาตัวคนก่อเหตุได้ เคืองแค้นอะไรกับใครนักหนา ถึงกับลงมือเผาทำลายรถที่เอาไว้ใช้งาน จนเสียหายทั้งคันดังปรากฏตามภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากเรียกร้องผู้กระทำ หรือผู้ที่มีอคติต่อฉันว่า เราเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น พูดภาษาเดียวกัน ฟังรู้เรื่อง ทำไมมีอะไรไม่มาพูดคุยกัน ไม่ใช้พอไม่พอใจ ไม่ชอบใจ ก็ทำลาย ก็เผาข้าวของที่ใช้ประโยชน์ส่วนรวมเช่นนี้ มีอะไรก็มาคุยกับพุทธะอิสระโดยตรงเลยดีกว่า อยู่มาถึงวันนี้ ภูมิใจทุกครั้งที่คิดถึงสิ่งที่ตนเองทำไว้ให้แก่แผ่นดิน หากวันนี้จักต้องมาตายเพราะคนที่ไม่ชอบกัน พุทธะอิสระ ก็ไม่ได้รู้สึกสะดุ้งกลัวใดๆ เลย ดงระเบิดก็ลุยมาแล้ว นับประสาอะไรกับพฤติกรรมข่มขู่ คุกคามเช่นนี้&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49165</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองผาภูมิ, วัดอ้อน้อย, หลวงปู่อิสระ, อดีตพระพุทธะอิสระ, เผารถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db8fa94cbf59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
