<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทอท.ผุดระบบ &#039;เช็คอิน-โหลดกระเป๋า-ตรวจบัตรโดยสาร&#039; อัตโนมัติ เปิดใช้สุวรรณภูมิ ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย. 2564 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) นั้น ทอท. จึงได้ติดตั้งอุปกรณ์ และพัฒนาระบบแอปพลิเคชั่น (AOT Airports App) รองรับการเช็คอิน การโหลดกระเป๋า และการตรวจบัตรโดยสารผ่านอุปกรณ์อัตโนมัติ ซึ่งผู้โดยสารสามารถดำเนินได้เอง โดยไม่ต้องเจอกับเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยาน ทั้งนี้ ทอท. จะเริ่มทดลองการติดตั้งอุปกรณ์ จำนวน 180 เครื่อง และใช้งานระบบการให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้เต็มรูปแบบตั้งแต่ ก.ค. 2564 เป็นต้นไป ก่อนที่จะขยายไปยัง 5 ท่าอากาศยานที่เหลือในการกำกับดูแลของ ทอท.ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินการดังกล่าวนั้น ทอท. ได้รับการสนับสนุนการเชื่อมโยงระบบทั้ง 3 ส่วน จากข้อมูลของสายการบินที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงหน่วยงานรัฐบาล &amp;nbsp;อาทิ ฐานข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, หน่วยงานด้านความมั่นคง และกระทรวงมหาดไทย ในการพิสูจน์บุคคล เพื่อเป็นการเว้นระยะห่าง ลดการสัมผัส ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 อีกทั้งยัง เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการ และสร้างความมั่นใจในการให้บริการแก่ผู้โดยสาร รวมถึงยังเป็นการเตรียมความพร้อมรับการเปิดน่านฟ้าด้วยมิติใหม่ของการให้บริการในอนาคตอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวต่ออีกว่า การเช็คอินของผู้โดยสารนั้น แบ่งเป็น 1. ผู้โดยสารที่ไม่มีสัมภาระ สามารถเช็คอินได้ด้วยตนเอง ด้วยระบบ Self Check-in (Kiosk) ที่เชื่อมต่อกับ AOTs Applications หรือผู้โดยสารสามารถทำการเช็คอินจากที่บ้านก่อนการเดินทางมายังสนามบิน 2.กรณีที่ผู้โดยสารต้องโหลดสัมภาระ ซึ่งตามปกติแล้วนั้น ผู้โดยสารจะต้องไปที่เคาท์เตอร์ของสายการบิน และมีใบอนุญาตผ่านขึ้นเครื่อง (บอร์ดดิ้ง พาส) แต่หลังจากนี้ บริเวณจุดตรวจบัตรโดยสาร จะใช้ระบบรักษาความปลอดภัยจากเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล (Biometric Security System) ในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ซึ่งจะมีการถ่ายภาพใบหน้า ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานของรัฐบาลที่เกี่ยงข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้โดยสารมีสัมภาระนั้น จะมีการติดตั้งระบบเครื่องโหลดสัมภาระแบบบริการตนเอง (Self-Service Luggage Loader) ซึ่งหากสัมภาระนั้น มีน้ำหนักเกินที่กำหนด สามารถชำระด้วยบัตรเครคิต ณ จุดนั้นได้ โดยไม่ต้องเสียเวลากลับไปยังเคาน์เตอร์สายการบิน ขณะที่ ก่อนขึ้นเครื่องบิน ซึ่งตามปกติจะใช้การตรวจบัตรประชาชนของผู้โดยสาร แต่ในอยาคตจะใช้การสแกนใบหน้า ซึ่งเป็นระบบไบโอเมตรทริกซ์แทน ทั้งนี้ จะช่วยลดระยะเวลา และเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105287</URL_LINK>
                <HASHTAG>AOT Airports App, ทอท, ระบบเช็กอินอัตโนมัติ, สุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba1ff164a1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยอ่วม!หนัก &#039;ทอท.&#039; ปัดต่อสัญญาบริหารสนามบินภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รายงานข่าวจากบมจ.การบินไทย แจ้งว่า เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2564 ที่ผ่านมา &amp;nbsp;บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT ได้บอกเลิกสัญญาการบริหารงานให้บริการภาคพื้นและห้องรับรองพิเศษ&amp;nbsp;ที่สนามบินภูเก็ต &amp;nbsp;พร้อมทั้งได้จัดตั้ง บริษัทบริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) เข้าไปให้บริการภาคพื้นแทนการบินไทย &amp;nbsp;โดยให้เหตุผลว่า &amp;nbsp;บมจ. การบินไทย เข้าสู่การฟื้นฟูกิจการผ่านศาลล้มละลาย และมีหนี้ที่การบินไทยค้างจ่ายต่อทอท.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ที่ผ่านมานั้นบมจ.การบินไทยได้รับสิทธิ์ในการบริการงานบริการภาคพื้นที่สนามบินภูเก็ต และมีกำหนดสิ้นสุดสัญญาบริหารงานในวันที่ 30 เม.ย. 2564 ซึ่งที่ผ่านมานั้นฝ่ายบริหารการบินไทย ได้เข้าหารือกับ นายวิษณุ เครืองาน ในฐานประธานคณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหา บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;เพื่อต่อสัญญาการบริหารงานดังกล่าวต่ออีก 5 ปี พร้อมทั้งทำเรื่องเสนอไปยัง AOT แต่ ทาง AOT ยืนยันไม่ต่อสัญญาให้ &amp;nbsp; พร้อมทั้งได้มีการชี้แจงว่าได้ให้สัมปทานกับบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) &amp;nbsp;ไปแล้วเป็นระยะเวลา 20 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวจากวงในแจ้งว่า &amp;nbsp; บริษัทดังกล่าวนั้น ตั้งมาเพื่อมาผูกขาดในสนามบิน โดยไม่ผ่านกระบวนการการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ PPP ซึ่งมี AOT ถือหุ้น 49 % และอดีตผู้บริการการบินไทยถืออีก 51 %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 ส.ค.63 &amp;nbsp;บมจ.ท่าอากาศยานไทย ได้ร่วมประชุมมวิสามัญผู้ถือหุ้น บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (บพท.)ครั้งที่ 2/2563 ได้มีมติอนุมัติเพิ่มทุนของ บพท.อีกจำนวน 644 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 400 ล้านบาท รวมเป็นทุนจดทะเบียนเป็น 1,044 ล้านบาท ด้วยการออกหุ้นใหม่จำนวน 6,440,000 หุ้น แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 6,182,400 หุ้น และ หุ้นบุริมสิทธิ 257,600 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท จำหน่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน โดยเรียกชำระค่าหุ้นเป็นเงินสด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเพิ่มทุนดังกล่าวเนื่องจาก บพท.ได้รับอนุญาตให้เข้าประกอบกิจการให้บริการภาคพื้น ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต มีกำหนดเวลา 11 ปี 10 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.63 ถึงวันที่ 29 ก.ย.75 บพท.จึงมีความจำเป็นต้องมีการลงทุนเพื่อจัดหาอุปกรณ์ตลอดจนการดำเนินการอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องเพื่อเป็นการเตรียมการในการเข้าประกอบกิจการ ทั้งนี้ &amp;nbsp;บพท. เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง AOT &amp;nbsp;และ บริษัท เอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (SAL)ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 49 และ 51 ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้น นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. ท่าอากาศยานไทย มีความกังวลต่อกรณีที่ การบินไทย ต้องเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการผ่านศาลล้มละลาย ซึ่งหนี้ที่การบินไทยมีต่อทอท.ต้องพักชำระไปด้วย &amp;nbsp;และจะส่งผลให้ความต่อเนื่องของธุรกิจที่การบินไทยเป็นผู้ประกอบการในสนามบิน โดยมี4 ธุรกิจ ได้แก่ ได้แก่ ครัวการบิน ,บริการภาคพื้น( Ground Service ) ศูนย์ซ่อมเครื่องบิน(MRO) ,บริการคลังสินค้า (Cargo) ซึ่งทอท.ได้ประเมินความเสี่ยงกรณีผลกระทบที่จะทำให้การให้บริการหยุดชะงัก เช่น ธุรกิจที่มีการบินไทยให้บริการเพียงรายเดียว หรือ มีให้บริการน้อย หากการบินไทยหยุดบริการรายที่เหลือ ไม่มีศักยภาพบริการเพียงพอ รวมถึงที่หมดสัญญาแล้วต้องดำเนินการตามพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่ง ทอท.ได้เตรียมความพร้อมในการจัดหาผู้ประกอบการรายใหม่เข้าดำเนินการ เพื่อให้มีความต่อเนื่อง โดยเฉพาะ คาร์โก้ และบริการภาคพื้น กรณีที่การบินไทยมีปัญหา เพื่อไม่ให้กระทบต่อบริการภายในสนามบิน ซึ่งขณะนี้ทอท.ได้มีการตั้งบริษัทลูก บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) เข้าไปให้บริการภาคพื้น ที่สนามบินภูเก็ต เพิ่มอีก1 บริษัทเพื่อให้เป็นทางการเลือกแล้ว เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98035</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอท, บมจ.การบินไทย, บริษัทบริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604adcf16cd5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
