<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 06:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 06:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.เปิดทางเอกชนบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค. 2564 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เปิดเผยถึง ความคืบหน้าในการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบท่าอากาศยานของ ทอท.ว่ากระทรวงการคลังมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการใช้ประโยชน์ในที่ดินราชพัสดุ ออกไปอีก 30 ปี นับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2564 - 29 กันยายน 2594 ครอบคลุมการดำเนินกิจการท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) และท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.)ซึ่ง ทอท.ได้ทำข้อตกลงการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุไว้กับกรมท่าอากาศยาน (ทย.) และกองทัพอากาศ (ทอ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัยกล่าวต่อว่า การขยายเวลาการใช้ประโยชน์ที่ดินราชพัสดุในครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงในทั้ง 6 ท่าอากาศยานของ ทอท. บนพื้นที่จำนวนมากกว่า 2,100 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมดราว 32,000 ไร่ ตลอดจนส่งเสริมศักยภาพของท่าอากาศยาน ไปพร้อมกับการเพิ่มผลตอบแทนทางการเงินให้กับผู้ประกอบการ นำไปสู่ ความคุ้มค่าการลงทุนในกิจการต่างๆ ภายในท่าอากาศยาน พร้อมสร้างรายได้ในระยะยาวให้กับ ทอท. อีกด้วย โดยที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการจำนวนมากแจ้งความจำนงขอเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ว่างเปล่าเพื่อพัฒนาเป็นโครงการต่างๆ มากกว่า 68 โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทอท.ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเอาไว้แล้ว ทั้งด้านการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ และการจัดสรรการใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงถนนวัดศรีวารีน้อย 723 ไร่ บริเวณโดยรอบ ทสภ. ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจัดสรรผู้ประกอบการกลุ่มแรกเพื่อเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ได้ภายใน 3 เดือนนับจากนี้หรือภายในเดือนธ.ค.2564 ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการ ทอท. ได้มีมติเห็นชอบอนุมัติแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคหลักบนพื้นที่ดังกล่าว ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 1,985.349 ล้านบาท เมื่อวันที่ 22 ก.ย.2564 ที่ผ่านมานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าการแก้ไขข้อตกลงการใช้ที่ดินราชพัสดุ นายนิตินัยระบุว่า ทย.ได้ลงนามในบันทึกแก้ไขข้อตกลงการใช้ประโยชน์ในที่ดินราชพัสดุในส่วนของ ทย. ทั้ง 5 ท่าอากาศยาน ได้แก่ ทสภ. ทชม.(บางส่วน) ทชร. ทภก. และ ทหญ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลืออีก 2 ท่าอากาศยาน ได้แก่ ทดม. และ ทชม.(บางส่วน) ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไขข้อตกลงฯ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในอีกไม่ช้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118499</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความคืบหน้าในการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์, ทอท., นิตินัย ศิริสมรรถการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_61579a0f37f46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดทอท. ตั้ง &#039;กิตติพงศ์ &#039;นั่งผอ.สุวรรณภูมิคนใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22&amp;nbsp; ก.ย. 2564 รายงานข่าวจาก บริษัท ท่าอากาศยาน ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ทอท. เมื่อวันที่ 22 กันนายน 2564 มีมติโยกย้ายและแต่งตั้งให้พนักงาน ดำรงตำแหน่ง จำนวน&amp;nbsp;18 คน&amp;nbsp;ดังนี้ 1.นายเจนวิทย์ มุสิกรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงิน 2 ไปดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงิน และปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน อีกตำแหน่งหนึ่ง 2. นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) สายปฏิบัติการ 1 ไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ ทสภ. 3. ร.ต.ธานี ช่วงชู ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง 4. นายมนต์ชัย ตะโหนด รองผู้อำนวยการ ทดม. สายบำรุงรักษาไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ ทภก

5. นายวิจิตต์ แก้วไทรเทียม รองผู้อำนวยการ ทสภ. สายบำรุงรักษา ไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) 6. ร.ท.สัมพันธ์ ขุทรานนท์ ผู้อำนวยการ ทดม. ไปดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษา 11 ทอท. 7. นางอรอุมา อดุลยานนท์ ผู้เชี่ยวชาญ 10 ทอท. ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการท่าอากาศยาน 8. น.ส.พัชรวลัย ตันประวัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงิน 1 ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงิน 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; 9. นางอัญชลี ประมวลเจริญกิจ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน ไปดำรงตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงิน 1&amp;nbsp;

10. นายสมภพ ภาคสวรรค์ ผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานมาตรฐานท่าอากาศยานและการบิน 11. นายกฤติยา ก้อนทอง รองผู้อำนวยการ ทสภ. สายปฏิบัติการ 2 ไปดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ ทสภ. สายปฏิบัติการ 1&amp;nbsp;12. นายอัษฎางค์ ขำคมกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด ไปดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ ทสภ. สายปฏิบัติการ 2&amp;nbsp;13. นายณัฐวุฒิ รัตนสุนทร ผู้อำนวยการฝ่ายสนามบินและอาคารท่าอากาศยานดอนเมือง ไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ทสภ. สายบำรุงรักษา

&amp;nbsp;14. นายเดชฤทธิ์ ขุนน้อย ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเขตการบิน ทสภ. ไปดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ ทดม. สายบำรุงรักษา 15. นายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการท่าอากาศยาน ไปดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ ทชม. สายสนับสนุนธุรกิจ 16. น.ต.สมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายงานมาตรฐานท่าอากาศยานและการบิน ไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) 17. นายกฤษฎา พุกะทรัพย์ รองผู้อำนวยการ ทชม.สายสนับสนุนธุรกิจ ไปดำรงตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญ 10 ทอท. และ 18. น.ส.ปวีณา จริยฐติพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด ไปดำรงตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญ 9 ทอท. และรักษาการ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด อีกตำแหน่งหนึ่ง ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117531</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติพงศ์ กิตติขจร, ทอท., ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614ae9145dd3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 19:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมไฟเขียว &#039;ทอท.&#039; รับหน้าที่บริหารสนามบิน &#039;อุดรธานี-กระบี่-บุรีรัมย์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 2564 รายงานข่าวจากกรมท่าอากาศยาน (ทย.) แจ้งว่า ทย. จะดำเนินการตามแนวทางการมอบความรับผิดชอบการบริหารจัดการท่าอากาศยานให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ใน 3 ท่าอากาศยาน ได้แก่ท่าอากาศยานอุดรธานี กระบี่ และบุรีรัมย์ เพื่อเพิ่มปริมาณเที่ยวบิน และผู้โดยสาร ทั้งต่างประเทศและในประเทศ รวมถึงการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการบินได้อย่างคล่องตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวเป็นการดำเนินงานเพื่อร่วมกันพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการท่าอากาศยานที่มีอยู่ของ ทย. ซึ่งเป็นท่าอากาศยานของภาครัฐ ให้มีความสามารถในการจัดหารายได้ให้มากขึ้น โดยที่ ทย. ยังได้รับเงินชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปจากการมอบความรับผิดชอบดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจะทำให้ ทย. จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการบริหารงานที่คล่องตัว ของ ทอท. ด้วย ซึ่งรายได้ชดเชยดังกล่าวทย. จะนำไปบริหารจัดการท่าอากาศยานที่เหลืออยู่ เพื่อลดการใช้เงินงบประมาณของภาครัฐในการดำเนินงานอย่างไรก็ตามการมอบความรับผิดชอบในบริหารจัดการดังกล่าว ไม่ได้มีการโอนทรัพย์สินของรัฐไปให้กับทาง ทอท. แต่อย่างใด แต่เป็นการมอบความรับผิดชอบในการบริหารจัดการผ่านสัญญาเช่ากับกรมธนารักษ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ส่วนรายได้ของ ทย. ที่หายไป ทาง ทอท. ก็มีการชดเชยให้ เหมือนในขณะที่ ทย. บริหารจัดการเอง โดยอยู่ระหว่างการศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมากำหนดรูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งประเทศจะได้รับประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรรัฐร่วมกันระหว่างทย. และ ทอท. ส่งผลให้ปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสาร รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการบินเพิ่มมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทย. ยังคงมีภารกิจในการพัฒนาและจัดสร้างสนามบินแห่งใหม่ เพื่อรองรับการเดินทางและการขนส่งทางอากาศของประเทศในอนาคต อาทิเช่น มุกดาหาร บึงกาฬ เป็นต้น ดังนั้นแนวทางการมอบความรับผิดชอบการบริหารจัดการท่าอากาศยาน ให้ ทอท. จะทำให้ภาครัฐประหยัดงบประมาณในการลงทุน เนื่องจาก ทาง ทอท. จะเป็นผู้ลงทุนและบริหารจัดการแทน ภายใต้ข้อกำหนดและกรอบระยะเวลาการลงทุนที่ชัดเจน อีกทั้งยังเป็นการขานรับนโยบายรัฐบาล ในการกำหนดยุทธศาสตร์ท่าอากาศยานของประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ด้วยการเสริมศักยภาพการบริหารจัดการ และใช้ทรัพยากรท่าอากาศยานของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116823</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน (ทย.), ทอท., ท่าอากาศยานกระบี่, ท่าอากาศยานบุรีรัมย์, ท่าอากาศยานอุดรธานี, รับบริหารสนามบินภูมิภาค, สนามบิน 3 จังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141e31bb6d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.ยืนยันมีมาตรการช่วยเหลือสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.2564 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท) เปิดเผยว่าตามที่สื่อมวลชนบางแห่งได้นำเสนอกรณีสมาคมสายการบินประเทศไทย ประกอบด้วย 7 สายการบินในประเทศ ได้แก่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ สายการบินไทยสมายล์ สายการบินนกแอร์ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ และสายการบินไทยเวียตเจ็ต ได้เรียกร้องให้ ทอท. ยกเว้นการจัดเก็บค่าบริการขึ้น-ลงอากาศยาน รวมถึงค่าจอด-ค่าปรับออกไปก่อน นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ทอท. ได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 โดยการลด/ยกเว้น ค่าบริการขึ้นลงของอากาศยาน (Landing Charges) และค่าบริการที่เก็บอากาศยาน (Parking Charges) ค่าเช่าสำนักงาน และค่าบริการต่าง ๆ ซึ่ง ทอท.ได้มีการขยายระยะเวลาของมาตรการช่วยเหลือฯ จากเดิมที่สิ้นสุดเดือนธันวาคม 2564 ขยายไปจนถึงสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2565 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ยังมีสัญญาณว่าจะยังไม่สิ้นสุดลงภายในเดือนธ.ค.2564 ไปจนสิ้นสุดตารางการบินฤดูหนาวของปี 2564 ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2565 โดยการขยายมาตรการช่วยเหลือฯ ในส่วนของค่าบริการสนามบินดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการบินพลเรือนแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ทอท. ยังได้อนุญาตให้สายการบินเลื่อนชำระหนี้สินคงค้างของสายการบินตั้งแต่เริ่มสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในปี 2563 มาโดยตลอดอีกทั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤติของการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน คณะกรรมการพิจารณารายได้ของ AOT จึงมีมติเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2564 ผ่อนผันการวางหลักประกันเงินสดสำหรับสายการบินที่มีหนี้สินค้างชำระกับ ทอท. ที่ประสงค์จะทำการบิน ณ สนามบินที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทอท. ทั้ง 6 แห่ง และอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือสายการบินเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้แก่สายการบินในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่รุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ทอท.สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการและสายการบินตามมาตรการดังกล่าว ซึ่งหากสถานการณ์ของโรค COVID-19 ยังมีความยืดเยื้อ ทอท. อาจมีการพิจารณาให้ความช่วยเหลือฯ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในลำดับต่อไป ทั้งนี้ เพื่อช่วยประคับประคอง และพยุงธุรกิจของคู่ค้าสำคัญของ ทอท.ให้สามารถก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน และร่วมกันฟื้นฟูอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวของประเทศต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110712</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยอุตสาหกรรมการบิน, ทอท., ธุรกิจการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f9193e5fec1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิด ‘ทอท.’ เปิดตัวเลขผู้โดยสาร 8 เดือนแรกลดลง 71.5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค. 2564 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยในสำหรับการดำเนินงานของ ทอท. พบว่าภาพรวมการดำเนินงาน 6 ท่าอากาศยานที่อยู่ภายใต้การดูแล โดย 8 เดือนที่ผ่านมาของปีงบประมาณ 2564 (ต.ค.2563 &amp;ndash; พ.ค.2564) ปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง มีผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 18.33 ล้านคน ลดลง 71.5% สอดคล้องไปกับจำนวนเที่ยวบิน ที่พบว่ามีประมาณ 206,000 เที่ยวบิน ลดลง 51.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (มีผู้โดยสาร 64.20 ล้านคนและเที่ยวบิน 425,800 เที่ยวบิน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากปีงบประมาณ 2563 ทอท.ได้ประโยชน์จากไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2563 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นช่วงเดือนทอง(&amp;nbsp;Golden Months) แต่ในปีงบประมาณ 2564 นโยบายภาครัฐของไทยและหลายประเทศสำคัญของโลกยังคงมาตรการการจำกัดการเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศตลอดทั้งปี เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 และจากการแพร่ระบาดฯ ระลอก 2 และ 3 ส่งผลให้การฟื้นตัวของการเดินทางภายในประเทศเกิดการปรับตัวลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินที่ลดลงส่งผลให้ผลการดำเนินงานด้านการเงินของ ทอท. รอบ 6 เดือนของปีงบประมาณ 2564 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 &amp;ndash; 31 มี.ค. 2564 (งบการเงินเฉพาะบริษัท) ทอท. มีรายได้จากการขายหรือการให้บริการ 3,748.03 ล้านบาท และรายได้อื่น 792.13 ล้านบาท รวมรายได้คิดเป็น 4,540.16 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่าย 13,464.40 ล้านบาท และรายได้ภาษีเงินได้ 1,857.30 ล้านบาท จึงทำให้มีผลขาดทุนสำหรับงวดดังกล่าว จำนวน 7,066.94 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เพื่อเป็นการคืนขีดความสามารถเดิมของ ทดม.และพัฒนาเต็มศักยภาพของพื้นที่ให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ล้านคนต่อปี ปัจจุบัน ทอท. อยู่ระหว่างการแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) กำหนด หลังจากนั้น ทอท. จะจัดส่งรายงานให้กับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้เป็น&amp;nbsp;16.5&amp;nbsp;ล้านคน ขณะนี้ ทอท. อยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียดโครงการ ซึ่งจะใช้เวลาออกแบบประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี และอยู่ระหว่างเสนอรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับแก้ไขให้แก่ คชก. โดยคาดว่าจะเสนอโครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในช่วงต้นปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และจะเริ่มจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้างหลังจากออกแบบแล้วเสร็จ ซึ่งจะใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี คาดว่าสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;เช่นเดรยวกับสนามบินของ ทอท. อีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานเชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ยังคงเดินหน้าดำเนินโครงการพัฒนาสนามบินตามแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากการพัฒนาศักยภาพของสนามบินและการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการแล้ว ทอท. ยังมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกิจการที่ไม่เกี่ยวกับการบิน (Non-Aeronautical Revenue)&amp;nbsp;โดยมีแนวคิดต่อยอดพัฒนาทรัพย์สิน (ที่ราชพัสดุ) ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ ซึ่งที่ผ่านมา ทอท.ได้มีการประชาสัมพันธ์ทรัพย์สิน (ที่ราชพัสดุ) ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ผ่านสื่อต่างๆ เช่น เว็บไซต์ของ ทอท. กลุ่มไลน์ผู้ประกอบการของ ทอท. เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108311</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนวนผู้โดยสาร, ทอท., นิตินัย ศิริสมรรถการ, ภาพรวมการดำเนินงาน 6 ท่าอากาศยาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba1ff164a1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมผนึกเกษตรฯยกระดับช่องทางขนส่งสินค้าเกษตรไปต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เมษายน 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมเปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานตามนโยบายและงานสำคัญของกระทรวงคมนาคม ว่า ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าผลการดำเนินโครงการช่องทางพิเศษสำหรับสินค้าเน่าเสียง่าย (Perishable Premium Lane : PPL) ของ ทอท. เพื่อเป็นศูนย์ตรวจสอบคุณภาพสินค้าการเกษตรก่อนส่งออกไปยังประเทศปลายทางได้อย่างมีมาตรฐานสากล ซึ่งในระยะแรกจะดำเนินการจัดตั้ง สถานที่สำหรับเตรียมสินค้าเกษตร สินค้าเน่าเสียง่าย และตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนส่งออกต่อไปในอนาคตผ่านทางช่องทางพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงสถานที่ให้บริการ บริเวณอาคารคลังสินค้า 4 (WH4) อยู่ภายในเขตปลอดอากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) โดยดำเนินงานผ่านบริษัทจำกัดในนาม บริษัท ท่าอากาศยานไทย ทาฟ่า โอเปอเรเตอร์ จำกัด (AOT TAFA Operator Co.,Ltd : AOTTO) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ทอท. และ บริษัท ทาฟ่า คอนซอร์เที่ยม จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณารายละเอียดของการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกระทรวงคมนาคม โดย ทอท. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร เกี่ยวกับแผนการดำเนินงานในระยะยาวของโครงการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตรก่อนส่งออก เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทั้งสองกระทรวงในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร และการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตรก่อนส่งออกทางอากาศไปยังประเทศปลายทางได้อย่างมีมาตรฐานสากล และเป็นการยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบสินค้าเกษตรให้แก่ผู้ส่งออกและเกษตรกรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังเป็นการสนับสนุนการส่งออกสินค้าภาคเกษตรเพิ่มมูลค่าประเภท พืช ผัก ผลไม้ ไปสู่ตลาดต่างประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางอากาศและระบบโลจิสติกส์ในภาพรวมของประเทศ โดยในระยะแรกจะเริ่ม ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจะขยายต่อไปยังท่าอากาศยานอื่น ๆ ในอนาคต ซึ่งกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะร่วมมือกันในเรื่องต่าง ๆ เช่น ร่วมกันพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตรให้มีประสิทธิภาพและมาตรฐานสูงขึ้น, ร่วมกันวางระบบการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตรก่อนบรรทุกขึ้นเครื่องบิน เพื่อขนส่งไปยังประเทศปลายทาง,ร่วมกันผลักดันและโน้มน้าวให้ประเทศคู่ค้าตระหนักถึงประโยชน์ของการตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนบรรทุกขึ้นเครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมกันผลักดันและโน้มน้าวให้ประเทศคู่ค้าส่งเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรหรือหน่วยงานที่ได้รับความไว้วางใจมาตรวจสอบสินค้าเกษตร ณ ท่าอากาศยานของไทยก่อนบรรทุกขึ้นเครื่องบินไปยังประเทศปลายทาง, จัดตั้งคณะทำงานหรือคณะเจรจาเพื่อติดต่อประสานงานกับประเทศต่าง ๆ หรือหน่วยงานหรือองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆและร่วมกันจัดสัมมนาหรือการฝึกอบรมให้แก่บุคลากรของทั้งสองฝ่าย หรือให้แก่บุคคลภายนอก รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ได้สั่งการให้สนข. กับ ทอท. เร่งจัดทำรายละเอียด MOU ระหว่างกระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้แล้วเสร็จ เพื่อให้สามารถลงนามได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2564 รวมถึงจัดทำ Action Plan เพื่อให้การดำเนินงานเกิดความชัดเจน และสามารถมุ่งไปสู่การพัฒนาเป็นศูนย์ตรวจสอบและรับรองคุณภาพสินค้าก่อนส่งออก (Certified Hub) ในอนาคต ทั้งนี้จะมีการกำหนดการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานดังกล่าวในเดือนพฤษภาคม 2565 ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100999</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอท., นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, โครงการช่องทางพิเศษสำหรับสินค้าเน่าเสียง่าย (Perishable Premium Lane : PPL)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_60839da1c4cb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.ย้ำชัดไม่มีเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากอินเดียเข้ามายังประเทศไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 เมษายน 2564 นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(ทสภ.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;กรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีเครื่องบินเช่าเหมาลำจากประเทศอินเดียซึ่งขณะนี้มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่รุนแรง เข้ามายังประเทศไทยนั้น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้ตรวจสอบแล้วขอยืนยันว่าในระยะเวลาที่ผ่านมาไม่มีเครื่องเช่าเหมาลำเดินทางจากประเทศสาธารณรัฐอินเดียมายังประเทศไทยผ่าน ทสภ. แต่อย่างใด ล่าสุดศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ชี้แจงแล้วว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทสภ. ในฐานะหน่วยงานผู้ดูแลการเดินทางเข้า-ออกประเทศทางอากาศ ขอยืนยันว่าภารกิจการรับเที่ยวบินจากประเทศอินเดียในเวลานี้มีเพียงส่วนการรับคนไทยกลับบ้าน &amp;nbsp;(Repatriation flight) ตามภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งคนไทยจะเข้ามาได้จะต้องลงทะเบียนล่วงหน้า โดยไม่ได้มีเที่ยวบินเช่าเหมาลำอื่นจากประเทศอินเดียเข้ามายัง ทสภ.
นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์กล่าวว่า ทสภ.ในฐานะท่าอากาศยานหลักของประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนมาตรการคัดกรองผู้โดยสารของกระทรวงสาธารณสุข และศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC )อย่างเข้มงวด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ขนผู้โดยสารต่างชาติเข้าประเทศไทยในขณะนี้ยังเป็นไปตามเงื่อนไขที่ กพท. กำหนด โดยผู้โดยสารทุกคนต้องผ่านมาตรการคัดกรองที่ ทสภ.อย่างเคร่งครัด โดยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้มีการบูรณการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเมื่อผู้โดยสารทั้งคนไทยและคนต่างชาติเดินทางมาถึง ทสภ. &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับขั้นตอนดำเนินการนั้น ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ทสภ. จะดำเนินการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ ตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ตั้งแต่ลงจากเครื่องบิน โดยจัดให้ผู้โดยสารนั่งพักคอย เพื่อตรวจความครบถ้วนของเอกสารและตรวจคัดกรองโรค หลังจากที่ด่านควบคุมโรคฯ คัดกรองเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกรณีถ้าผู้โดยสารไม่มีไข้จะไปผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และรับกระเป๋า และออกทางช่องทางพิเศษ เพื่อขึ้นรถ ที่จัดเตรียมไว้เฉพาะ โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) คอยกำกับดูแลนำผู้โดยสารไปส่งยังสถานกักตัวตามที่รัฐกำหนด ตามระยะเวลาการกักตัว 7-14 วันแล้วแต่เงื่อนไข ส่วนผู้โดยสารที่มีไข้ด่านควบคุมโรคฯจะดำเนินการนำส่งโรงพยาบาลและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค Covid -19 ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดต่อไป จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบการคัดกรองของภาครัฐที่ ทสภ. ว่ามีการดำเนินการอย่างเคร่งครัด รัดกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทสภ. ได้ให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสาธารณสุข โดยเน้นย้ำในการดูแลรักษาความสะอาดในทุกพื้นที่ภายในท่าอากาศยาน รวมถึงบริเวณพื้นที่จุดสัมผัสต่าง ๆ เช่น ห้องน้ำ ลิฟต์ ทางเดินเลื่อน แบบ Deep Cleaning อย่างต่อเนื่องทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และได้ขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการทุกคนต้องถือปฏิบัติยึดหลักวิถีบินใหม่ D &amp;ndash; M &amp;ndash; H &amp;ndash; T &amp;ndash; T&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย D (DISTANCING) เว้นระยะห่างกัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่น M (MASK- WEARING) สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา H (HAND WASHING) หมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ T (TEMPERATURE CHECK) ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และ T (THAICHANA) สแกนแอปพลิเคชั่นไทยชนะ ขอให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ เชื่อมั่นและมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยและสาธารณสุขของ ทสภ. ที่ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 อย่างละเอียดมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100738</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สาธารณรัฐอินเดีย, ทอท., ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(ทสภ.), เที่ยวบินเช่าเหมาลำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60862fceee430.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
