<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเลื่อนนัดไต่สวนคดี&#039;ทอน&#039;ฟ้อง&#039;สนธิญาณ&#039;หมิ่นเรียก27.5ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 64 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 813 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ คดีดำอ.3080/63 ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เป็นโจทก์ฟ้องนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยการโฆษณาฯ กรณีวันที่ 9 พ.ย.63 เครือข่ายปกป้องสถาบันได้จัดชุมนุมที่ ม.รามคำแหง และจำเลยได้ปราศรัย ทำนองว่า โจทก์อยู่เบื้องหลังกลุ่มเยาวชนที่จัดชุมนุมทางการเมืองและอื่นๆ&amp;nbsp; ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสีย พร้อมเรียกค่าเสียหาย 27.5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ นายสนธิญาณเดินทางมาศาลพร้อมทนายความ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี อ้างว่าปัจจุบันมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งกรุงเทพมหานครได้มีประกาศสั่งปิดสถานที่ชั่วคราวในหลายพื้นที่ ทั้งยังได้ขอความร่วมมือให้งดการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านเพื่อลดการแพร่ระบาดของการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ประกอบกับก่อนหน้านี้โจทก์มีความจำเป็นต้องลงพื้นที่ไปรับทราบปัญหาของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวในหลายพื้นที่ ด้วยเหตุนี้เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวจึงขออนุญาตเลื่อนคดีออกไปอีกสักนัดหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลสอบถามจำเลยและทนายจำเลยแล้วแถลงไม่ค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิเคราะห์แล้วเห็นว่าปัจจุบันมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนากระจายเป็นวงกว้างประกอบกับได้มีหนังสือของสำนักงานศาลยุติธรรมเรื่องแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารจัดการคดีในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งได้ประกาศให้ศาลมีดุลพินิจในการเลื่อนคดีหากพิจารณาแล้วเห็นว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลไม่สามารถดำเนินไปได้โดยปลอดภัยแก่คู่ความทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งจำเลยและทนายจำเลยไม่ค้านกรณีจึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้เลื่อนไปนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 11 ต.ค. เวลา 9.00 น.ตามที่คู่ความทั้งสองฝ่ายมีวันว่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่งทนายจำเลย แถลงว่า ได้ขอหมายเรียกพยานเอกสารซึ่งอยู่ในความครอบครองของโจทก์ แต่โจทก์ได้ยื่นคำคัดค้านการขอส่งเอกสารตามคำร้องฉบับลงวันที่ 20 พ.ค.จึงบันทึกไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนุ สุขบำเพิง ทนายความนายสนธิญาณ กล่าวว่า ในคดีนี้ศาลได้มีการเลื่อนนัดอีกครั้งไปวันที่ 1 ตุลาคมเนื่องจากทนายฝั่งโจทก์ได้ขอเลื่อนนัดโดยอ้างว่าอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สำหรับเหตุการณ์ที่นายธนาธรยื่นฟ้องเกิดจากครั้งที่นายสนธิญาณ ได้กล่าวกับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยมีเนื้อหาว่านายธนาธรอยู่เบื้องหลังของม็อบกลุ่มราษฎรและมีพฤติกรรมลบหลู่สถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมที่จะสู้คดีเพราะมีบันทึกข้อเท็จจริงทุกเหตุการณ์และคำพูดของนายธนาธรที่มีพฤติกรรมบ่อนทำลายไม่ว่าจะสถานที่ไหนหรือเวลาไหนทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสนธิญาณ กล่าวว่า ความจริงแล้วในวันนี้ตนไม่จำเป็นต้องเดินทางมาเอง แต่เพราะอยากเจอหน้ากับนายธนาธร แต่ก็ไม่ได้เจอ ส่วนตัวไม่กังวลเพราะมีหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริง ว่าสิ่งที่นายธนาธรทำกำลังทำให้ประเทศเสียหาย สร้างความขัดแย้ง แม้ตัวจะบอกว่าต้องการประชาธิปไตย แต่ก็ไปคุกคามสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งถ้าหากอยากเปลี่ยนประเทศให้เป็นประชาธิปไตยโดยแท้จริงแล้วให้ลองทำกับบริษัทของตัวเองก่อนให้เปลี่ยนจากบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นสหกรณ์ แล้วค่อยมาพูดเรื่องอื่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106315</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอน, ธนาธร, ศาลอาญา, สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, หมิ่น, เลื่อนคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6e43685472.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;หวั่นไทม์ไลน์วัคซีนเลื่อน อย่าโยงการเมือง ตอก&#039;ทอน&#039;ไม่ต้องขอโทษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค. 64 - ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงข่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมต่อกรณี การชุมนุมเกี่ยวเนื่องกับวัคซีนโควิด-19 ว่า บอกว่ายังไม่ใช่เวลานี้ ต้องเข้าใจว่าการที่จะใช้วัคซีนต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจน เพราะเราต้องระมัดระวัง ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้เราก็ทำตามไทม์ไลน์ ที่เรากำหนดอยู่แล้ว ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง ซึ่งรัฐบาลก็พยายามทำอย่างเต็มที่ ด้วยหลักทางด้านสาธารณสุข และคณะกรรมการโรคระบาดและสำนักงานอาหารและยา (อ.ย.) ต้องมีความชัดเจนเกิดขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่อยากให้เกี่ยวพันกับเรื่องการเมืองหรือเรื่องอื่นเพราะอันตราย เนื่องจากเราไม่ใช่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์วัคซีน เราเพียงแต่อยู่ในวงโซ่การผลิตของเขา และของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ภายนอก และการนำเข้ามา จำเป็นต้องมีโรงงานในการผลิต ซึ่งเป็นการรับจ้างการผลิตบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ขออย่านำไปเกี่ยวข้องกับสถาบันอะไรทั้งสิ้น ให้เป็นเรื่องของการดำเนินการทางธุรกิจ เนื่องจากบริษัทนี้เป็นบริษัทที่อยู่ในพระปรมาภิไธย รัฐบาลจำเป็นต้องขอพระราชทานเพื่อเข้ามาอยู่ในการพิจารณาการผลิตวัคซีน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ขณะเรื่องของงบประมาณรัฐบาลก็ดำเนินการทั้งสิ้นในการเพิ่มขีดความสามารถของโรงงาน ทั้งนี้มีอยู่หลายโรงงานที่เสนอมา ผลิตวัคซีน และได้ตรวจสอบทุกโรงงานแล้วพบว่ามาตรฐานที่ดีที่สุด ก็คือของ สยามไบโอไซเอนซ์ คือสิ่งที่อยากชี้แจงให้ทราบไม่ได้เกี่ยวกับอะไรทั้งสิ้น อยากให้เข้าใจตรงนี้ เรื่องการชุมนุมก็เป็นเรื่องธรรมดาแต่อย่าให้เกิดผลกระทบ กับคนอื่นแล้วอย่าทำผิดกฎหมายซึ่งรัฐบาลก็รับได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ต่อไปนี้จะมีการบังคับใช้กฎหมาย 112 ทุกรายใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คนละเรื่องกันต้องเข้าใจว่ากฎหมายมีทุกมาตรา ที่ผ่านมาในช่วงแรก ได้ให้โอกาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่ต้องการใช้ มาตรา 112 ปิดปากคนหรือทำร้ายใครทั้งสิ้นต้องไปดูที่ว่าสิ่งที่เขาทำ มาทำซ้ำมากี่ครั้งแล้ว ไม่ว่าจะเด็กหรือใครก็ตามก็ผ่านการให้โอกาสมาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้ หลายคนอาจจะมีอยู่หลายคดี ที่ต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งเช่นเดียวกับทุกคดีที่มีการดำเนินการตามกฎหมาย หากคิดว่าตัวเองถูกกฎหมายก็ต่อสู้ด้วยกระบวนการยุติธรรม และรัฐบาลไม่ต้องการที่จะเอาเรื่องนี้มาพันกับเรื่องการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ตราบใดก็ตามที่มีการทำความผิดทุกคนก็ต้องได้รับการลงโทษ ตามกฎหมายไทยที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่อยากให้เอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นสำคัญและส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&amp;quot; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การชุมนุมจะส่งผลกระทบ ไทม์ไลน์เรื่องวัคซีนที่วางเอาไว้จะเลื่อนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;#39;ก็นั่นน่ะสิ อย่านำมาเกี่ยวกับการเมือง วันนี้การเจรจาการตกลงก็เป็นไปได้ด้วยดี พอเราประโคมข่าวเรื่อยๆก็จะเกิดปัญหาความหวาดระแวง ก็ไม่อยากให้ไปอยู่ในเรื่องของการเมือง นักการเมืองก็ต้องระมัดระวังด้วย การพูดจาอะไรต่างๆออกไปบางครั้งทำให้เกิดผลกระทบ ซึ่งตอนนี้ยังคาดว่าเราชี้แจงทำความเข้าใจกับเขาได้ เพราะฉะนั้นคนของเราเองอย่าทำในเรื่องเหล่านี้เรามีผลกระทบกับคนทั้งประเทศ ในการที่จะได้รับวัคซีนเพื่อฉีดตามระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ ตาม Timeline ของเรา หากทําให้เกิดความเสียหายทุกคนก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบตรงนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นรัฐบาลก็ทำอะไรไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เรียกร้องให้เปิดรายละเอียดเอกสารการจัดซื้อวัคซีน พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; กล่าวว่า รายละเอียดต่างๆ ให้ไปว่ากันในสภา ซึ่งจะมีคนชี้แจงอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า นายธนาธร พร้อมขอโทษหากเข้าใจผิด พล.อ.ประยุทธ กล่าวว่า &amp;quot;ไม่ต้อง ผมคิดว่าผมไม่ได้ผิดอะไร&amp;quot;&amp;nbsp; เมื่อถามถึงเหตุผลอะไรที่ใช้ มาตรา 112 แจ้งความดำเนินคดีกับนายธนาธร นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้เลือก หากการดำเนินการเข้ากับกฎหมายใดก็แจ้งกฎหมายนั้น ซึ่งก็มีทั้งหมดมาตรา 112 มาตรา 116 มีอยู่หลายมาตรา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หากผิดตรงไหนก็ต้องโดน ถ้าไม่อยากถูกดำเนินคดีก็อย่าทำ กฎหมายมีให้ทุกคนต้องปฏิบัติตาม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90941</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอน, ธนาธร, นายกฯ, ม.112, ม็อบ, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e6b799c851.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธะอิสระ&#039;ย้อนเกล็ด&#039;ทอน&#039;ด้อยค่าสถาบันฯแต่เบื้องหลังแสวงหาผลประโยชน์ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.64- เพจหลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) โพสต์ข้อความว่า ขออนุญาตเลียนแบบนะท่านด็อกเตอร์
๑๙ มกราคม ๒๕๖๔&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทอน และ พวกเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา ๑๑๒ ให้แก้กฎหมายอาญาคดีหมิ่นประมาทให้เป็นคดีแพ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เวลาลงพื้นที่แล้วถูกชาวบ้านด่า ก็ให้ลูกน้องไปฟ้องร้องกล่าวโทษคดีอาญาแก่ชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบนี้ก็ทำได้นะ ทอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียกร้องให้ปฎิรูปสถาบัน และตรวจสอบงบประมาณที่อุดหนุนสถาบันเพื่อความโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เวลาพวกตัวเองรับบริจาค ก็ไม่ยอมให้เขาตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูช่างโปร่งใสจริงๆ นะ ทอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทอน มักจะพร่ำคำสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่แม่โกงที่ป่าสงวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้องชายจ่ายเงินติดสินบน หวังฮุบเอาที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุป ทอน บริสู้ด บริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้ามพระเจ้าแผ่นดินตรัสกับประชาชนในที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ตัวเอง และพวกลอยหน้าลอยตา หลอกเด็กให้เชื่อทั้งที่เป็นเรื่องเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิหนำซ้ำ ยังวิพากษ์วิจารณ์องค์พระมหากษัตริย์อย่างเสียหาย แต่กลับพูดว่าวิจารณ์โดยสุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุจริตชนเขาเหยียดหยามผู้มีคุณต่อแผ่นดินอย่างนี้หรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทอน ทำงี้ได้ไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทอน และพวกมักจะชอบกล่าวหา ว่าเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เห็นต่าง ข่มขู่ คุกคามตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทีพวกของ ทอน รุมด่า ใส่ร้าย กล่าวหา บูลลี่ สาดสี พระมหากษัตริย์ เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้เห็นต่าง
ทอน กลับเลือกที่จะเงียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทอน แสดงออกให้สังคมรับรู้มาตลอดว่า ทอน มีข้อกังขา สงสัย ด้อยค่าสถาบันพระมหากษัตริย์มาตลอด แต่เบื้องหลังครอบครัว ทอน กลับแสวงหาผลประโยชน์กับทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปก็คือ อะไรที่ ทอน บุตร ช่อ และพวก พูด มันมักจะตรงกันข้ามกับสิ่งที่ ทอน และพวกทำเสมอ ใช่ไหมทอน? มันต้องถูกเสมอว่างั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าคนเห็นต่าง พูด แสดง ต้องผิดเสมอ ใช่ไหมทอน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พุทธะอิสระ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90289</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอน, วัคซีนพระราชทาน, หลวงปู่พุทธะอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_600652f027d60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พ่อของฟ้า&#039;ต้องรีบอ่านด่วน!&#039;หมอวรงค์&#039;เขียน&#039;จดหมายถึงทอน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.63- นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง &amp;quot;
จดหมายถึงทอน&amp;quot; ระบุว่า คิดว่าทอนคงจะพอเข้าใจนะว่า คนที่ชอบโกหกชนิดไม่สนใจว่าประชาชนจะคิดอย่างไร โกหกแบบซ้ำแล้วแล้วซ้ำอีก คนไทยเขาจะมองว่า ถ้าไม่ใช่สุขภาพจิตไม่ดี ก็มาจากสันดาน ถ้าไม่ใช่ทั้งสองอย่างก็น่าจะสมองส่วนหน้า (cerebrum)ไม่ทำงาน สภาพที่ทอนต้องเป็นแบบนี้ ไม่เพียงแต่ปัจจัยที่กล่าว ทอนน่าจะต้องมองไปที่ข้างตัวทอนด้วย ทอนสังเกตไหม คนข้างตัวทอน เมื่อทอนเจ็บแต่เขาไม่เจ็บ เขาเป็นฝ่ายที่ต้องดูแลกฏหมาย เพราะเขาเป็นนักกฏหมาย แต่กลายเป็นว่า การที่เป็นทั้งนักกฏหมาย และเป็นเบอร์สอง แต่มีส่วนทำให้เบอร์หนึ่งอย่างทอนต้องลำบาก อยากให้ทอนลองไตร่ตรอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ปล่อยให้เบอร์หนึ่งอย่างทอน ต้องสิ้นสภาพส.ส.ชนิดเรียกว่าตายน้ำตื้น เพราะฝ่ายกฏหมายต้องศึกษากติกาก่อน ที่จะต้องลงแข่งขัน หรือว่าฝ่ายกฏหมายของทอนเขาไม่อ่านรัฐธรรมนูญเลยเหรอ ซึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เขาบังคับใช้กับผู้สมัคร ส.ส. ห้ามถือหุ้นสื่อ แต่เขาปล่อยให้ทอนถือหุ้นสื่อ จนถึงวันสมัครส.ส.ซึ่งเรื่องนี้ความผิดอยู่ที่เกลอของทอนเต็มๆ ที่ต้องย้ำเตือนทอนในฐานะนักกฏหมาย แต่กลับปล่อย ไม่เตือน ถึงบอกแล้วไงว่า ใครใกล้เขามักจะไม่รอด และทอนก็ไม่รอดจริงๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นอกจากรักษาทอนไม่ได้ ยังรักษาพรรคไว้ไม่ได้อีก ในคดีเงินกู้ จริงอยู่แม้ว่าเรื่องการกู้เงิน จะเป็นการหลุดจากปากของทอน แต่เมื่อทอนหลุดปากไปแล้ว นักกฏหมายพรรค ต้องตั้งหลักและกำกับบท ไม่ใช่ปล่อยให้ทอนกับช่อเล่นกันสนุกสองคน เป็นหน้าที่ของเกลอ ต้องคุมเกมส์ให้ได้ หรือว่าทอนดื้อเอง ถึงทอนจะดื้ออย่างไร ต้องอยู่ในเกมส์ เห็นเกลอทอนออกมา เรื่องเอกสารหลุดของกกต. ซึ่งมันสายเกินไปแล้ว ในเชิงกลยุทธ์ถ้าเขาคุมเกมส์ได้ตั้งแต่ทอนพลั้งปากพูด สถานการณ์น่าจะดีกว่านี้ แต่กลายเป็นว่า เขาปล่อยทอนหรือว่าเขาก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง จึงทำให้นอกจากเขารักษาทอนไม่ได้ เขายังรักษาพรรคไว้ไม่ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำลายเกียรติยศของทอนมาก แม้แต่สาวกของทอนยังตำหนิ นั่นคือแคมเปญ&amp;quot;เมย์เดย์เมย์เดย์ เราช่วยกัน&amp;quot;มาพร้อมๆกับข้อความที่ทอนโพสต์ &amp;quot;ผู้ที่เดือดร้อนรับได้เลยทันทีอย่างถ้วนหน้า 3,000 บาทไม่ต้องพิสูจน์ความจน&amp;quot; แคมเปญบลั๊ฟรัฐบาล แต่ทอนเองทำไม่ได้ เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน หลอกลวงสาวก
การคิดทำแบบนี้คนที่เป็นเบอร์สอง ต้องไม่ปล่อยให้ออกมา เพราะดูก็รู้ว่าเจ๊งแน่ แต่การที่เกลอของทอนปล่อยให้ทอนกับช่อเล่น เท่ากับหวังดีประสงค์ร้ายคือ ปล่อยให้ไปตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.หรือแม้แต่แคมเปญล่าสุดอย่าง #ตามหาความจริง ที่ปล่อยช่อออกมาเล่น นอกจากแย่งซีนแกนนำนปช. ซึ่งปกติแล้วมันควรเป็นบทบาทของพวกเขา แต่กลายเป็นว่า เหล่าแกนนำนปช.ยิ่งเจ็บ เพราะทอนน่าจะรับรู้ได้ คลิปต่างๆถูกเอามาแชร์เหมือนต้องการตอกย้ำให้ เหล่าแกนนำไม่ได้เกิด และที่สำคัญในช่วงเวลาแบบนี้ อารมณ์ประชาชนเขาไม่รับ งานนี้เกลอของทอน ควรจะยับยั้ง เพราะอดีตเคยปล่อยทอนไปตายหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้เท่ากับว่าเขายังปล่อยช่อ ออกไปตายอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือตัวอย่างเล็กๆน้อย ที่อยากให้ทอนได้ไตร่ตรอง และเห็นถึงความไม่ธรรมดาของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นแล้ว เกลอของทอนยังมีลักษณะโกหกซ้ำๆเหมือนทอน แต่ คนนอกมองทอนโกหก เป็นตัวตน ดูเป็นธรรมชาติ มาจากเบื้องลึกของหัวใจจริงๆ แต่เกลอของทอน เป็นการโกหกแบบหน้าด้าน ที่เขาเรียกเจ้าเล่ห์กว่ามาก ดูการโกหกไม่เป็นธรรมชาติ เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ครั้งที่ประชาชนเขาจับได้ว่า ทอนไม่ได้ทำบลายทรัสต์ ตามที่เคยพูดก่อนเลือกตั้ง เกลอของทอนก็ออกมาแก้ต่างให้ โดยให้สัมภาษณ์ว่า ทอนยังไม่ได้ปฏิญาณตนการเป็นส.ส. ถือว่าทอนยังไม่ได้เป็นส.ส. แต่สุดท้ายถูกชาวเน็ตเอาคลิปมาแฉว่า ทอนปฏิญาณตนเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ประธานสภาจะอ่านคำนิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และให้ทอนออกจากห้องประชุม การที่เกลอของทอนออกมาโกหกว่าทอนยังไม่ได้ปฏิญาณตน ทั้งๆที่เขาก็นั่งในห้องประชุมสภาใกล้ทอน รู้ทั้งที่รู้ว่าทอนปฏิญาณตนแล้ว แต่เขาก็ยังกล้าโกหก...คิดดูเอาละกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ถ้าทอนจำได้ พรรคเคยมีมติขับส.ส.ออกจากพรรค 4 คน มีการให้ข่าวต่อสื่ออย่างชัดเจน ว่าพรรคมีมติขับออก &amp;nbsp;แต่สุดท้ายเกลอของทอนเอง ก็โกหกแบบไม่สนความจริง อ้างว่าองค์ประชุมไม่ครบ แต่ก็ถูกส.ส.คนหนึ่งเอาเทปบันทึกการประชุมมาแฉว่า เกลอของทอนเป็นประธานในที่ประชุม เป็นคนขานและถูกบันทึกเสียงไว้ว่าองค์ประชุมครบแล้ว ให้ลงมติได้ เท่ากับว่าเกลอของทอนก็โกหกแบบหน้าตาเฉยอีก ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าองค์ประชุมครบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การโกหกครั้งนี้ของเกลอของทอน ถือว่าเป็นครั้งที่classic และเป็นครั้งที่เรียกว่า typical เจ้าเล่ห์ เพราะมันฟ้องถึงการแสดงออกของสีหน้าและแววตา นั่นคือการออกมาแถลงเอกสารหลุดของกกต. ต่อคดียุบพรรค การเรียกเอกสารหลุดนั้นดูน่าสนใจอยู่แล้ว และมาเจอคนประเภทเลือกสิ่งที่ตนเองต้องการบิดเบือนนำเสนอ ยิ่งสร้างความสับสนให้ประชาชนเข้าใจผิดได้ง่าย แต่โชคร้ายที่ตัวผมเอง กลับได้เอกสารหลุดของกกต.ชิ้นนั้นด้วย เมื่อมาอ่านดูแล้ว รู้เลยว่าเขาบิดเบือนประเด็นไหนบ้าง โดยเฉพาะที่อ้างว่าเมื่อมีการยกคำร้องเรื่องต้องยุติ เกลอของทอนก็ตีความกฏหมายผิดมาตรา อย่างที่กล่าวให้ทอนเห็นภาพ เขายังมีตรรกกะแปลกๆที่นึกไม่ถึงว่าเคยเป็นอดีตอาจารย์สอนกฏหมายมหาวิทยาลัยมีชื่อของประเทศเช่น Lawfare หรือ นิติสงคราม สังเกตดูว่า ทอนและเพื่อนๆชอบทำในสิ่งที่หมิ่นเหม่ต่อการผิดกฏหมาย ก็ในเมื่อบ้านเมืองมีขื่อมีแป เราเป็นนิติรัฐ ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อพวกทอนทำผิดกฏหมาย แล้วจนตรอก เกลอของทอนก็จะออกมาสร้างกระแสว่าถูกกฏหมายเล่นงาน ทั้งๆที่กฏหมายนี้มีมาก่อนแล้ว ไม่ว่าเป็นใคร ถ้าทำผิดกฏหมาย ก็ต้องผิด แต่เกลอของทอน กลับมาปั่นกระแสว่า ถูกกฏหมายเล่นงานด้วย คำว่าlawfare หรือนิติสงคราม แทนที่จะยึดมั่นในกฏหมาย ปฏิบัติตามกฏหมาย จะได้ไม่ผิด แต่นี่กลายเป็นทำผิดกฏหมายแล้ว ว่าเขามากลั่นแกล้ง แบบนี้ไม่น่าเชื่อเลยว่าเกลอคนนี้เหรอ ที่เป็นนักกฏหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เขียนจดหมายถึงทอน อยากจะบอกทอนว่า แม้ทอนจะโกหกเป็นนิสัย จมปลักกับความขัดแย้งในอดีต แต่ทอนเป็นคนมีพลัง คนนอกเขาสังเกตพลังของทอนได้ แต่กลายเป็นว่า เกลอของทอนก็จะเล่นเกมส์ของเขาคนเดียว แต่เกมส์ที่ทอนกับช่อเล่นนั้น เป็นเกมส์เสี่ยงที่เกลอไม่มาเสี่ยงด้วย เท่ากับว่าเมื่อทอนกับช่อเจ็บ เกลอไม่เจ็บด้วย และเขาก็เอาตัวรอดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางที่ดีทอนน่าจะเปลี่ยน mind setใหม่ ถ้ามองโลกบวก หยุดโกหก หยุดจาบจ้วง หยุดสร้างความขัดแย้ง คิดถึงประโยชน์ชาติ และประชาชน โดยเฉพาะความอยู่ดีกินดี และความผาสุขของประชาชน รักษาวัฒนธรนม ประเพณีที่เป็นจุดแข็ง ของประเทศไว้ ทำอะไรทุกครั้งเอาประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง ทอนน่ายังมีอนาคตที่ดีต่อการเมืองไทยนะ แต่ถ้ายังเป็นเหมือนเดิม ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ก็ช่วยไม่ได้ ก็ต้องสู้กันไป หวังว่าทอนน่าจะเปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66146</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดหมายถึงทอน, ทอน, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, พ่อของฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec0d3402f3d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทอน&#039;โวยลากปชช.แบกหนี้อุ้มบินไทย! โชว์วิชันสอนรัฐบาลปล่อยเจ๊งเปิดเสรีน่านฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค. 63 -&amp;nbsp; ช่วงค่ำวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้เฟซบุ๊กไลฟ์แสดงความคิดเห็นกรณีแผนฟื้นฟูบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นชอบให้กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ค้ำประกันกู้เงิน 50,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง ใช้ในการดำเนินงานและชำระหนี้ระยะสั้นว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาลอุ้มการบินครั้งนี้ไม่ได้ใช้เงินเพียงแค่ 50,000 ล้านบาท เพราะใช้เพียงหล่อเลี้ยงสภาพคล่อง และจ่ายเงินเดือนพนักงาน ในขณะที่ธุรกิจการบิน การท่องเที่ยว และสนามบินปิดอยู่ ต่อไปถ้าการบินไทยล้มละลาย เจ้าหนี้ได้เงินทุกบาททุกสตางค์จากรัฐบาล แต่ยังมีก้อนที่สองที่พูดถึงกันน้อย คือการเพิ่มทุนเพื่อปรับปรุงงบการเงินให้แข็งแรง และเดินหน้าธุรกิจในระยะยาวอีก 80,000 ล้านบาท รวมแล้วจะต้องใช้เงิน 130,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการอุ้มการบินไทยแบบรัฐบาล เพราะแบบที่รัฐบาลทำอยู่ปัจจุบันนั้น ถ้าการบินไทยไปได้ดี ผู้ถือหุ้นเป็นผู้ชนะ ถ้าการบินไทยเจ๊ง ประชาชนแพ้ ผู้ถือหุ้นไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย เจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นตามมาตรการของรัฐบาลนี้ไม่ต้องมีความรับผิดชอบใดๆ กับผลประกอบการของการบินไทย ไม่ว่าจะขาดทุนเท่าไรก็ตาม แต่ถ้ากำไรพวกเขาได้ประโยชน์ กลับกันในส่วนของประชาชน ถ้าการบินไทยไปได้ดี ประชาชนไม่ได้อะไรเลย แต่ถ้าการบินไทยเจ๊ง ประชาชนจะต้องเป็นคนแบกหนี้ เป็นคนที่จะต้องจ่ายเงินเพิ่มทุนลงไป ดังนั้นผมเห็นว่าเรามีรูปแบบอื่น มีวิธีแบบอื่นที่จะจัดการปัญหาของการบินไทยในวันนี้ได้ดีกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประมาณการณ์งบกำไรขาดทุนในแผนฟื้นฟูระหว่างผู้บริหารการบินไทยกับรัฐบาล ที่ประมาณการว่าในปีนี้จะติดลบ 59,000 ล้านบาท แต่ปี 2564 จะกลับมามีกำไร 4,500 ล้านบาท และในปี 2567 จะมีกำไร 13,000 ล้านบาทนั้น ในฐานะที่ทำธุรกิจ เป็นไปไม่ได้ที่การบินไทยจะลดต้นทุน 42% ภายใน 2 ปี เพราะผมไม่เชื่อมั่นแผนธุรกิจนี้ และผู้ที่ทำแผนธุรกิจนี้รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่ได้ขอเงินแค่ 50,000 ล้านบาท แต่ขอเงินจากรัฐบาลถึง 130,000 ล้านบาท ถ้าเป็นไปตามแผนธุรกิจนี้จริง ไม่จำเป็นที่จะต้องกู้เงินและเพิ่มทุนเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่แผนธุรกิจนี้ทำขึ้นมาเพื่อให้สวยหรู สามารถขอเงินกระทรวงการคลังได้ เพื่อที่จะบอกว่าปีต่อไปจะมีกำไร จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การบินไทยไม่สามารถปรับปรุงตัวเองให้กลับมามีกำไรยั่งยืนได้ ในปีที่แล้วขาดทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากจะปรับต้นทุนจาก 200,000 ล้านบาท ให้เหลือ 116,000 ล้านบาท ต้องลดต้นทุนกว่า 40% ภายใน 2 ปี เป็นไปได้ยากมาก ดังนั้นจึงไม่มีความเชื่อมั่นในแผนธุรกิจฉบับนี้เลย ว่าภายในปีหน้าปีเดียวการท่องเที่ยวจะกลับมา เราจะสามารถลดต้นทุนได้ เราจะขายฝูงบิน (Fleet) ได้ และจะกลับมามีกำไรได้ 4,500 ล้านบาทภายใน 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบินไทยไม่ใช่สายการบินเดียวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ ยังมีสายการบินอื่นอีกด้วย ที่ผ่านมาเงินเดือนและสวัสดิการของการบินไทย สูงกว่าสายการบินอื่นๆ ในเอเชีย แต่ประสิทธิภาพต่อพนักงานหนึ่งคนต่ำ ค่าเฉลี่ยพนักงาน 1 คนของการบินไทย สร้างยอดขายได้เพียง 8.8 ล้านบาทต่อปี ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสายการบินอื่น 11.7 ล้านบาทต่อปี จะเห็นได้ว่าการบินไทยมีต้นทุนต่อพนักงานสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมการบิน แต่ขณะเดียวกันมีประสิทธิภาพต่อหัวพนักงานต่ำกว่า แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของผู้บริหารและการบริหารองค์กร ที่ไม่สามารถเอาศักยภาพของพนักงานมาแปรเป็นรายได้และกำไรได้ ดังนั้นคงหนีไม่พ้นการปฏิรูปครั้งใหญ่ การปรับโครงสร้างการบริหาร การปรับโครงสร้างหนี้ และการปรับโครงสร้างทุนของการบินไทย หากยังเห็นว่าจำเป็นจะต้องมีสายการบินแห่งชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรามีทางเลือกอยู่ 4 ทาง คือ 1.เปิดเสรีน่านฟ้า รัฐบาลถือหุ้นการบินไทยเหลือ 0% แล้วให้สายการบินทุกแห่งแข่งขันอย่างเสรี 2.เปิดเสรีน่านฟ้า หุ้นการบินไทยที่รัฐบาลถือต้องไม่เกิน 25% แต่ให้กลไกตลาดมีอำนาจพอที่จะกำกับการบินไทย 3.ทำแบบปัจจุบัน ที่รัฐบาลถือหุ้นมากกว่า 51% 4.รัฐบาลถือหุ้นการบินไทย 100% แต่ปัจจุบันมีหนทางคือ 1.ปล่อยการบินไทยล้มละลายไปเลย รัฐบาลไม่เข้าไปยุ่ง ให้กลไกตลาดเป็นตัวจัดการ ถ้ามีคนสนใจ ผู้ซื้อรายใหม่จะไปดำเนินการต่อเอง 2.การเข้าไปช่วยการบินไทยปล่อยกู้ในระยะสั้นเพื่อนำไปสู่การขาย หรือล้มละลายอย่างมีการจัดการ (Bridge Loan) 3.ยึดการบินไทยกลับมาเป็นของรัฐ (Nationalization) ตัดผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ออกให้หมด ซึ่งจะไปสู่จุดจบแบบไหนก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น หากปล่อยให้ล้มละลาย จำเป็นจะต้องนำมาสู่การเปิดน่านฟ้าเสรี เพราะการบินไทยได้ประโยชน์จากการที่ประเทศไทยไม่ได้เปิดเสรีน่านฟ้า ใครอยากจะบินเส้นทางไหนก็บินได้ ค่าสัมปทานเส้นทางต้องเท่ากันทุกสายการบิน ซึ่งมีหลักการของการเท่าเทียมของการแข่งขัน รัฐบาลห้ามช่วยสายการบินแห่งชาติของตัวเองเป็นพิเศษ ทุกสายการบินจะต้องได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกัน การบินไทยได้รับประโยชน์จากการไม่เปิดเสรีทางการบิน ผูกขาดเส้นทางการบินในเมืองที่มีกำไรได้ การเปิดเสรีน่านฟ้าทำให้เกิดการแข่งขัน ประชาชนได้ประโยชน์ ทีนี้ถ้าให้เงินกู้ 50,000 ล้านบาท เอาไปปล่อยกู้แล้วเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูโดยไม่ต้องเพิ่มทุน 80,000 ล้านบาท ให้เงินกู้เพื่อนำไปสู่การขายกิจการ รัฐบาลจะได้คืนโดยผู้ซื้อรายใหม่ อาจนำไปสู่การเปิดเสรีน่านฟ้าทั้งแบบ 100% หรือรัฐบาลถือหุ้นไม่เกิน 25% โดยนำการบินไทยไปประมูลเพื่อนำเงินคืนรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การยึดกิจการกลับมาเป็นของรัฐ วิกฤตเศรษฐกิจปี 2551-2553 จากสหรัฐอเมริกาลามมาถึงยุโรป สายการบินที่ล้มละลายคือ เจแปนแอร์ไลน์ สายการบินแห่งชาติของญี่ปุ่น รัฐบาลไม่ให้เงินช่วย แต่เข้าไปยึดกลับมาเป็นของรัฐ เจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นเป็นศูนย์ เมื่อทำกำไรได้ 4-5 ปี กลับไปขายในตลาดโดยรัฐบาลขายหุ้นจนเหลือ 0% ถ้าเดินเส้นทางนี้อาจเข้าสู่การฟื้นฟูและปรับปรุงกิจการ แล้วนำไปสู่ทางใดก็ได้ ผมเห็นว่าถ้ารัฐบาลเลือกใช้วิธีถือหุ้น 51% และแบบถือหุ้น 100% ย่อมเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลอุ้มการบินไทยมาแล้วหลายครั้ง แสดงให้เห็นว่าการบินไทยไม่ปรับปรุงตัวเองให้แข่งขันกับตลาด และมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนได้ ถ้าจะเหลือทางเลือกคือ ควรถือหุ้นรายย่อย ถ้าเห็นว่าการบินไทยมีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ แล้วปล่อยให้ตลาดกำกับดูแลการบินไทยได้จริง ปราศจากอิทธิพลการครอบงำของกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ที่ใช้ทรัพย์สินของการบินไทย โดยไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนและผู้ถือหุ้นอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าเสียดายที่ผู้ซื้อกิจการการบินไทย ที่มีศักยภาพในไทยมีเพียงแค่ 5 เจ้า ได้แก่ กลุ่มซีพี กลุ่มเบียร์ช้าง กลุ่มบีทีเอส กลุ่มกัลพ์ และกลุ่มคิง เพาเวอร์ ซึ่งมีธุรกิจบางอย่าง หรือผลประโยชน์บางอย่างที่สามารถใช้ประโยชน์จากการบินไทยได้ ส่วนต่างชาติแคนดิเดตที่เป็นไปได้ คือสายการบินจากประเทศจีน เนื่องจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลจีนมีความใกล้ชิดกันสูง และครอบงำธุรกิจด้านต่างๆ ในประเทศไทย นอกจากนี้ในเชิงยุทธศาสตร์ สายการบินอื่นที่ทำให้การบินไทยอยู่ในกลุ่มบริษัทสายการบิน ที่มีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดโลกสูง แต่ตัวเลือกนี้ก็ลำบาก เพราะสายการบินใหญ่ๆ ทั่วโลกล้วนแต่ประสบปัญหาความลำบากในช่วงนี้ ดังนั้นโอกาสที่สายการบินใหญ่ๆ จะมีศักยภาพเข้ามาซื้อกิจการการบินไทยในช่วงนี้มีน้อยมาก กลุ่มสุดท้ายคือกองทุนจากภาคการเงิน ทั้ง Private equity หรือ Hedge Fund เข้ามาซื้อกิจการที่มีปัญหาและฟื้นฟูกิจการเพื่อขายในตลาดเอากำไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจะต้องปล่อยให้ล้มละลาย หรือปล่อยกู้ระยะสั้นเพื่อขาย จะมีการเรียกร้องให้เจ้าหนี้ ผู้ถือหุ้น รวมถึงผู้บริหาร พนักงาน และสหภาพแรงงาน มารับผิดชอบร่วมกันในการฟื้นฟูกิจการ อนาคตที่การบินไทยจะต้องเพิ่มทุน ต้องไม่มาจากภาษีประชาชนอย่างเดียว เจ้าหนี้อาจแปลงหนี้เป็นทุนหรือลดหนี้ ส่วนผู้ถือหุ้นก็ต้องลดหุ้นตัวเองลงเพื่อให้บริษัทไปต่อได้ ทุกคนหาทางออกร่วมกันและเจ็บร่วมกัน ปัจจุบันเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นของการบินไทย พบว่ากระทรวงการคลังถือหุ้น 51% รองลงมาคือกองทุนรวมวายุภักดิ์ นอกนั้นเป็นบริษัทเอกชนทั้งหมด ถ้ารัฐบาลอุ้มการบินไทย คนกลุ่มนี้คือคนกลุ่มที่ไม่ต้องรับผิดชอบกับสถานการณ์ของการบินไทย ถ้าไม่ลดทุนของพวกเขาลง แต่ถ้าการบินไทยมีกำไรก็ได้ดอกผลจากรัฐบาล ไม่ต้องลงขันยามที่เจ็บปวด เจ้าหนี้พบว่ามีทั้งกระทรวงการคลังและธนาคาร ถ้าไม่ปรับโครงสร้างหนี้ ก็ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ซึ่งหนี้การบินไทยมีหลายประเภท มากที่สุดคือค่าเช่าเครื่องบิน (Leasing) หลายประเทศยังให้หยุดจ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ข้อเสนอของรัฐบาลไม่มีที่ไหนพูดถึงการร่วมรับผิดชอบของเจ้าหนี้ ผู้ถือหุ้น ไม่มีที่ไหนที่จะปลดกรรมการบริษัท (บอร์ด) และผู้บริหารออกทั้งหมด โดยปกติในบริษัทส่วนใหญ่เมื่อจะต้องไปขอกู้เงินรัฐบาลขนาดนี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือต้องปลดบอร์ดและผู้บริหารระดับสูงออกให้หมด การผลักภาระทุกอย่างมาอยู่ที่ภาษีประชาชนโดยที่คนกลุ่มอื่นไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ เลย ท้ายที่สุดประชาชนผู้เสียภาษีรับผิดชอบการบินไทยฝ่ายเดียว สิ่งที่ทำให้ตนรู้สึกแย่มาก คือทุนของการบินไทยไม่ว่าจะเกิดโควิดหรือไม่ ทุนก็เหลือน้อยอยู่แล้ว ปีนี้หากขาดทุนเท่าเดิมก็ล้มละลายอยู่ดี เพียงแต่สถานการณ์ทำให้การล้มละลายเร็วกว่าเดิม แต่สิ่งที่ผู้บริหารไม่รู้สึกกับอนาคตของตัวเอง มีความพยายามซื้อฝูงบินใหม่ 38 ลำ ในช่วงเดือน มี.ค. 2562 หลังการเลือกตั้ง อาศัยช่วงสูญญากาศที่ยังไม่มีรัฐบาล นึกไม่ออกว่าถ้าไม่ออกมายับยั้งการซื้อฝูงบินจะเกิดอะไรขึ้น ในภาวะที่การบินไทยจะล้มละลายอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาวะแบบนี้ถ้ารัฐบาลถือหุ้นใหญ่ก็จะกลับไปสู่แบบเดิม วิธีที่ดีที่สุดก็คือ การเปิดเสรีน่านฟ้า และให้รัฐบาลไม่ต้องถือหุ้น หรือถือหุ้นน้อยกว่า 25% และใช้ต่อเมื่อมีวิกฤตและความจำเป็น เป็นทางเลือกที่ดีกว่าข้อเสนอของรัฐบาลในปัจจุบันนี้ เพราะเมื่อเจ๊งประชาชนรับ แต่กำไรผู้ถือหุ้นเอาไป ไม่มีความยุติธรรมกับประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยืนยันว่ารัฐบาลมีทางเลือกอื่นที่ประชาชนไม่ต้องรับต้นทุนทั้งหมดของการอุ้มการบินไทย ในขณะที่ถ้าจะเลือกให้รัฐบาลถือหุ้นต่อไป เลือกที่จะถือหุ้นที่เล็ก น้อยกว่า 25% เพื่อนำไปสู่การเปิดเสรีน่านฟ้า ผมเชื่อว่าเงิน 130,000 ล้านบาทเป็นเงินจำนวนที่เยอะ ประเทศไทยมีงบประมาณ 3 ล้านล้านบาทต่อปี คิดเป็น 3-4% ของงบประมาณประเทศต่อปี เรากำลังบอกว่า เราจะใช้เงินก้อนนี้ไปอุ้มการบินไทย โดยที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคนอื่นไม่ต้องรับผิดชอบเลย ผมไม่เห็นด้วย และผมเชื่อว่าเรามีทางเลือกที่ดีกว่านี้&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65591</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ทอน, ธนาธร, รัฐบาล, เปิดเสรีน่านฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191130/image_big_5de2702b0d1f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 20:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอน-ปิยบุตร-ช่อหยุดได้แล้ว! &#039;หมอวรงค์&#039;ซัดแรงอย่าเหยียบศพปชช.เพื่อให้ได้อำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค. 63 &amp;ndash; นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ไม่รู้กาลเทศะ&amp;rdquo; โดยระบุว่า สภาพปัจจุบันนี้ ไม่เพียงแต่ประเทศไทยเราที่ต้องเผชิญกับปัญหาเชื้อโควิด-19 แต่กำลังเป็นปัญหาของมวลมนุษยชาติที่ต้องเผชิญกันทั้งโลก ผมเชื่อว่าทุกฝ่ายต้องการความเป็นเอกภาพ และกำลังใจที่มอบให้ทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ตลอดจนประชาชน ที่ต้องช่วยกันฟันฝ่าให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ โดยสูญเสียน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่น่าเชื่อว่า ยังมีคนกลุ่มหนึ่งออกมาเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้นายกฯ ลาออก ขณะที่นานาชาติ และคนไทยในต่างประเทศ ต่างชื่นชมประเทศไทยและรัฐบาลไทยในการรับมือสิ่งนี้ ถึงขนาดคนไทยมาแออัดที่สถานทูตเพราะอยากกลับเมืองไทย
คงต้องใช้คำว่า&amp;quot;ไม่รู้กาละเทศะ&amp;quot;สำหรับคนพวกนี้ หรือว่าพวกคุณต้องการให้เกิดความสูญเสีย มีคนติดเชื้อมากๆ มีผู้เสียชีวิตมากๆ พวกคุณจะได้เหยียบศพประชาชนเพื่อเรียกร้องให้ได้มาซึ่งอำนาจตามที่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากบอกว่า หยุดได้แล้วธนาธร ปิยบุตร และช่อ แค่นี้ประชาชนเขาเอือมกันมากแล้ว.......มาช่วยกัน ร่วมมือกันให้ประเทศไทยผ่านเรื่องร้ายๆนี้ไปก่อนไม่ได้เชียวหรือ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60558</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอน, ธนาธร, รปช., หมอวรงค์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e269dce067d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2020 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2020 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทอน&#039;ปลุกอีก! &#039;แฟลชม็อบ&#039;ระเบิดความไม่พอใจของปชช. แนะอ่านหนังสือต่อสู้เผด็จการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค. 63 &amp;ndash; เมื่อเวลา 11.15 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์รูปภาพประชาชนและระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;จากเผด็จการสู่ประชาธิปไตย: แผนการสู่อิสรภาพ ไม่เคยมีใครคิด ไม่เคยมีใครคาดหวัง ไม่เคยมีใครรู้ล่วงหน้า ว่าเหตุการณ์การยุบพรรคอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จะเป็นตัวจุดชนวนความไม่พอใจของคนจำนวนมากในสังคมให้ระเบิดออกมาเป็นการแสดงออกซึ่งความไม่พอใจ (ที่มีมาก่อนหน้านี้แล้ว) ต่อสภาพการเมืองการปกครอง การบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ และสภาพสังคมภายใต้เผด็จการที่ครองอำนาจมาอย่างยาวนาน คนจำนวนมาก จึงตัดสินใจว่าพวกเขา-พวกเราจะไม่อยู่เฉยอีกต่อไปและต้องออกมาทำอะไรบางอย่างบ้างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่กังขาในความสามารถของพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนในการต่อโค่นล้มเผด็จการ โดยเฉพาะศักยภาพของคนรุ่นใหม่ที่ออกมาชุมนุมกันอย่างเป็นจริงเป็นจังในช่วงนี้ แต่การโค่นล้มเผด็จการที่ฝังรากในสังคมไทยมายาวนานไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น ผมจึงเห็นว่าช่วงนี้สำคัญที่สุดที่เราจะมาร่วมกันศึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เครื่องมือ เทคนิควิธีการ ในการต่อกรกับเผด็จการและเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ผมจึงขอแนะนำหนังสือชื่อ &amp;ldquo;From Dictatorship to Democracy&amp;rdquo; หรือที่แปลเป็นไทยในชื่อ &amp;ldquo;จากเผด็จการสู่ประชาธิปไตย&amp;rdquo; ของ ยีน ชาร์ป (Gene Sharp) นักวิชาการผู้ที่ศึกษาและเขียนงานจำนวนมากเกี่ยวกับการต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรง โดยผมถือว่าหากเราอยากอ่านหนังสือสักเล่ม หนังสือเล่มนี้ก็คงเป็นหนังสือเล่มแรกในรายการหนังสือบังคับอ่านของวิชา &amp;ldquo;ต่อสู้เผด็จการ101&amp;rdquo; สำหรับผู้คนนับพันล้านคนทั่วโลกที่ยังใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการและอยากเปลี่ยนแปลงสังคมตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันที่จริง หนังสือเล่มนี้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาพม่าและอังกฤษในปี 2537 มีการแปลไปให้ผู้อ่านทั่วโลกกว่าอีก 30 ภาษาในปัจจุบัน แต่ประเด็นที่ผมรู้สึกฉงนสนใจมากกว่า ก็คือหนังสือเล่มนี้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในประเทศไทย(เพื่อเป็นองค์ความรู้และเครื่องมือต่อสู่เผด็จการให้กับขบวนการประชาธิปไตยในพม่า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งประเทศไทยในปี 2537 นั้นเป็นประเทศที่มีสิทธิเสรีภาพ มีอนาคตบนเส้นทางอันสดใส เพราะคนไทยสามารถกำจัดเผด็จการได้สำเร็จในปี 2535 และเชื่อว่าการรัฐประหาร 23 กุมภาพันธ์ 2534 นั้นจะเป็นรัฐประหารครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ชาติไทย เป็นที่อิจฉาของเพื่อนบ้านหลายประเทศที่ยังอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ความจริงกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะตั้งแต่ตอนนั้นมาจนถึงวันนี้ เรามีรัฐประหารไปแล้วถึง 2 ครั้ง คือรัฐประหารปี 2549 และ 2557 รวมถึงความขัดแย้งวุ่นวาย และความไร้เสถียรภาพทางการเมืองทำให้ระบอบประชาธิปไตยไม่สามารถลงหลักปักฐานได้อย่างมั่นคงแข็งแรง นำไปสู่การกลับมาของระบอบเผด็จการ ซึ่งเผด็จการก็ยังคงสืบทอดอำนาจมาจนถึงปัจจุบันนี้และมีแนวโน้มจะอยู่ยาวไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจชีวิตความเป็นไปของผู้คนในสังคม จนประเทศไทยกลายเป็นประเทศท้ายๆ ในโลกที่ยังคงมียึดอำนาจรัฐประหารกันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากวันนั้นถึงวันนี้ ผ่านไปแล้วถึง 26 ปี สังคมเสื่อมถอยลงในทุกด้านเพราะมรดกตกทอดของการรัฐประหาร เป็นเวลาเหมาะสมยิ่งที่เราได้มีโอกาสอ่านหนังสือแปลเล่มนี้เป็นภาษาไทยอย่างจริงจัง 26 ปีที่ผ่านไปไม่ได้หมายความว่าหนังสือเล่มนี้มันล้าสมัย ไม่ทันการณ์ หรือใช้ไม่ได้แล้ว อันที่จริง มันยังคงเป็นคำภีร์สำคัญในการต่อสู้กับเผด็จการและเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย เพราะแก่นแกนสาระสำคัญของความเป็นเผด็จการและการต่อสู้เพื่ออิสรภาพนั้นยังคงเป็นจริงนิรันดร์ตราบใดที่ยังมีสังคมมนุษย์ในเอกภพนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยย่อแล้ว ยีน ชาร์ป เสนอว่ารัฐบาลเผด็จการยังลอยนวลอยู่ได้ เพราะประชาชนในสังคมยังยอมให้เป็นเช่นนั้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความกลัว ความเพิกเฉย หรือความนิยมชมชอบในเผด็จการ แต่หากประชาชนรวมตัวกันต่อสู้อย่างกล้าหาญ รอบคอบและมีวินัย รัฐบาลก็ไม่อาจต้านทานพลังอำนาจของประชาชนได้ ในประวัติศาสตร์มีตัวอย่างของประชาชนที่โค่นล้มเผด็จการจนสำเร็จมามากแล้ว จากตัวอย่างเหล่านี้ ยีน ชาร์ป ได้รวบรวมวิธีการต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรงเอาไว้ถึง 198 วิธี แบ่งออกเป็น 2-3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ การจูงใจสร้างแนวร่วม การหยุดให้ความร่วมมือแก่รัฐบาล และการเข้าแทรกแซงโดยสันติวิธี พร้อมทั้งเสนอข้อควรระวังในสถานการณ์ต่างๆ และแนวทางการวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อต่อสู้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงอยากเชื้อเชิญให้ผู้ที่ต้องการต่อสู้กับเผด็จการและอยากเปลี่ยนแปลงสังคมมาร่วมกันศึกษาองค์ความรู้ ประวัติศาสตร์ ประสบการณ์ และเทคนิควิธีการ เพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับเผด็จการสืบทอดอำนาจในปัจจุบัน โดยการอ่านหนังสือเล่มนี้ และนำความรู้ไปพิจารณาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของเรา โดยหวังว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย-ทางใดทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเรียนรู้ ฝึกฝน อดทนและรอคอย การสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน รวมถึงการสร้างกฎระเบียบวินัยในการเคลื่อนไหวทางสังคมนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว การเคลื่อนไหวก็จะเป็นไปอย่างไร้ทิศทาง ปราศจากจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน ไม่มียุทธศาสตร์และยุทธิวิธีที่ชาญฉลาดเพียงพอ อันนำมาสู่ความเสื่อมถอยและล้มเหลวไปในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสัปดาห์ต่อๆ ไป หากไม่มีอะไรผิดพลาด ผมจะมาแนะนำหนังสือดีๆ ที่เกี่ยวกับการต่อสู้กับเผด็จการโดยไม่ใช้ความรุนแรงอีกหลายๆ เล่ม (งานนี้พูดไว้ก่อนเลยว่าในสังคมไทยเราก็มีผู้ที่สนใจและมีองค์ความรู้เรื่องทำนองนี้อยู่ไม่น้อยเลย แต่เราอาจหลงลืมหรือไม่ได้สนใจมากเท่าที่ควรจนทำให้เรารู้สึกว่าขาดตรงนี้ไป โดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่าทุกท่านจะอ่านเล่มนี้สนุกจนวางไม่ลง และหวังว่าสักวันใดวันหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะหลุดพ้นจากเผด็จการและวงจรอุบาทว์ไปได้เสียที&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58639</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอน, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ยีน ชาร์ป, ยุบพรรค, หนังสือจากเผด็จการสู่ประชาธิปไตย, อนค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26bc37e767e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
