<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 22:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่าวไทยกำลังเน่าหนัก ทะเลกำลังร้องไห้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์เอาภาพนี้ขึ้นเฟซบุ๊กวันก่อน พร้อมกับข้อความที่ผมขออนุญาตเผยแพร่ต่อให้คนไทยทั้งประเทศได้อ่าน และร่วมกันลงมือทำอะไรอย่างจริงจังก่อนจะสายเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ธรณ์บอกว่า &amp;quot;ยินดีอย่างยิ่ง&amp;quot; ที่จะนำภาพและข้อความนี้ไปบอกกล่าวเพื่อนร่วมชาติกันอย่างกว้างขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเอาเข้าจริงๆ ไม่มีคนใดคนหนึ่งกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือแม้แต่รัฐบาลที่จะสามารถกู้วิกฤตินี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเรื่องของทุกคนในชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริงวันนี้ก็สายไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะอ่าวไทยกำลังเน่าอย่างรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาใหญ่มากครับ อาจารย์ธรณ์บอกว่า &amp;quot;ทะเลกำลังร้องไห้&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะมีประโยชน์อะไรที่เราประกาศนโยบาย Thailand 4.0 แต่อ่าวไทยกำลังจะเน่า และทรัพยากรทางทะเลของเรากำลังเข้าขั้นวิกฤติ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเพิ่งไปทำรายการ Thailand Live กับ ThaiPBS คุยกับชาวประมงและชาวบ้านที่เพชรบุรี ได้รับรู้เรื่องราวความวิปริตของอ่าวไทยในทำนองเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นวิกฤติระดับชาติที่เราจะอยู่เฉยๆ หรือทำอะไรแบบที่ทำแบบเดิมต่อไปไม่ได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ธรณ์บอกว่าภาพนี้ส่งมาจากท่านคณบดีคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ รศ.ดร.เชษฐพงษ์ &amp;nbsp;เมฆสัมพันธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเป็นคณบดี ท่านยังเป็นประธานคณะทำงานด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อมทางทะเล ภายใต้คณะกรรมการทะเลแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพนี้ได้มาจากการลงสำรวจทะเลอ่าวไทยตอนใน หรืออ่าวไทยรูปตัว ก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านขับเรือสำรวจตั้งแต่สัตหีบไล่มาจนถึงศรีราชา น้ำทะเลเป็นสีเขียวปี๋ขุ่นคลั่ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขับเรือเรื่อยต่อมาทางปากแม่น้ำบางปะกง น้ำทะเลเป็นสีแดงคล้ำจนเหมือนสีดำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านวกมาสำรวจตามชายฝั่ง ปลาตาย คลื่นสีเขียวสาดซัดเข้าฝั่ง ยังพาขยะพลาสติกเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นท่านจึงบอกผมว่า ธรณ์...ช่วยหน่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยบอกคนไทยหน่อยว่า เรากำลังอยู่ในสถานการณ์แสนสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่าวไทยตอนในกำลังเน่าอย่างรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อดูภาพนี้ประกอบกับข่าวที่เราได้ยินตลอด 1-2 อาทิตย์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นข่าวน้ำเสียที่พัทยา น้ำดำที่บางแสน ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นภาพที่สอดคล้องกัน ภาพที่แสดงว่าทะเลอ่าวไทยตอนในกำลังประสบปัญหาอย่างหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาคือน้ำเปลี่ยนสี (ขี้ปลาวาฬ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้ำเปลี่ยนสีเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ เกิดขึ้นเป็นระยะในช่วงหน้าฝน รวมถึงปลายฝนต้นหนาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้ำเปลี่ยนสีเกิดจากคุณภาพน้ำผิดปกติ มีธาตุอาหารสูงมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพลงก์ตอนพืชมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง และทำให้สัตว์น้ำหน้าดินตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือบางครั้งหากหนักมาก จะทำให้ปลาตายเนื่องจากในน้ำขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้ำจากสัตหีบถึงสีชังเป็นสีเขียวขุ่น เพราะแพลงก์ตอนพืชกลุ่มหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้ำจากบางแสนเรื่อยมาถึงปากน้ำบางปะกงเป็นสีดำ เพราะแพลงก์ตอนพืชอีกกลุ่มหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไม่ว่าจะสีไหน สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังบอกเราว่า ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ในอดีตเคยเกิดในบางพื้นที่และเป็นช่วงสั้นๆ ความรุนแรงไม่มากมายนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน มันเปลี่ยนไปและเปลี่ยนไปอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทะเลเปลี่ยนสีแทบทั้งอ่าวไทยตอนใน น้ำเต็มไปด้วยแพลงก์ตอน จนปลาตายแล้วถูกซัดขึ้นมาบนหาด ตรงนั้นตรงนี้สลับกันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความรุนแรงของน้ำเปลี่ยนสีมีมากขึ้นและมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลสำคัญคือการพัฒนาที่ควบคุมไม่ได้ ระเบียบกติกาที่ไม่สามารถบังคับใช้ ทำให้สิ่งที่ลงมากับแม่น้ำลำคลองทำลายสมดุลแห่งท้องสมุทร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธาตุอาหารที่มาจากปุ๋ยเคมีภาคการเกษตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้ำที่ปราศจากการบำบัดจากแหล่งชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปล่อยน้ำเสียลงตรงๆ จากแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วและแออัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดไม้ทำลายป่า ทำให้ตัวกรองตั้งแต่ต้นน้ำหายไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดน้ำท่วมน้ำหลาก พัดพาของเสียลงสู่ทะเล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ของเสียในที่นี้ ยังหมายถึงขยะบนบกที่ลงสู่ทะเลทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วมใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะระบบการจัดการขยะของเราไม่สมบูรณ์ การกลบฝังขยะจำนวนมากกลายเป็นภูเขาขยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีเหตุผลอีกมากมาย แต่สิ่งที่อยากจะบอกคือเราจะต้องเจอกับปัญหามากขึ้นและมากขึ้น โดยผมยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเป็นสภาพที่เราต้องเผชิญ ในระหว่างที่เรากำลังพยายามทำให้ประเทศนี้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จริงอยู่ บางอย่างเราอาจแก้ได้ในบางพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดเกาะ-ฟื้นฟูปะการัง-ควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว-จัดระบบบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวทางทะเล ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หากเป็นน้ำเสีย/ขยะทะเล เราทำเช่นนั้นไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทะเลเป็นปลายน้ำ เป็นจุดสุดท้ายที่รองรับทุกอย่างจากแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะอ่าวไทยตอนใน อ่าวประวัติศาสตร์ อ่าวสยาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่รองรับทุกอย่างจากแม่น้ำสำคัญที่สุดในประเทศ 4 สาย (บางปะกง เจ้าพระยา ท่าจีน และแม่กลอง)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นชายฝั่งที่มีคนอาศัยมากที่สุด มีเมืองท่องเที่ยวทางทะเลขนาดใหญ่ที่สุด มีท่าเรือใหญ่สุด และมีการพัฒนาในทุกด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังเป็นทะเลที่อยู่ติดกับพื้นที่แห่งความหวัง EEC
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าทะเลอ่าวไทยตอนในตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ขณะที่ EEC กำลังจะเกิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมบอกได้ว่าในแง่สิ่งแวดล้อมทางทะเล เราไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ เราเริ่มจากติดลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติดลบอย่างไร? ลองดูภาพเหล่านั้นอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมไม่ได้ต้องการเขียนเรื่องนี้เพื่อกล่าวโทษคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะผมไม่รู้จะโทษใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเพียงต้องการจะบอกว่า เราลำบากแน่และลำบากมากๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะผมเชื่อว่าปัญหาจะหนักหนาสาหัสขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ตามการเติบโตของประเทศ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวและการพัฒนาชายฝั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมากขึ้นเรื่อยๆ ตามสภาพภูมิอากาศแปรปรวน ที่นับวันจะรุนแรงและคาดเดาได้ยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลกระทบจากน้ำเปลี่ยนสีตลอดชายฝั่ง ทำให้ความหวังหลายอย่างเป็นไปแทบไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราจะมีนักท่องเที่ยวที่ยินดีจ่ายเงินในอัตราสูงได้อย่างไร หากน้ำทะเลเราเน่าจนไม่มีใครอยากลงเล่น...หรือแม้แต่ดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราจะพัฒนาอาหารทะเลมูลค่าสูงได้อย่างไร หากปลาในทะเลขาดออกซิเจนหายใจจนตายเกลื่อนหาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรากำลังลำบากครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหากภาคส่วนอื่นๆ ไม่เข้าใจ ปล่อยให้คนทะเลแก้ไขปัญหาทะเลเพียงลำพังเหมือนที่ผ่านมา &amp;nbsp;สถานการณ์จะพาเราเข้าสู่จุดสิ้นหวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะการแก้ปัญหาที่ปลายน้ำทำได้ยากเย็นแสนสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เน้นย้ำอีกครั้งว่า ท่านคณบดีคณะประมง ผู้ฝากเรื่องนี้ให้ผมมาบอกต่อ เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานด้านนี้มา 30 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานมลพิษทางทะเลก็มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำเปลี่ยนสีแทบทั้งหมดที่ประเทศนี้มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขายังรู้สึกใกล้หมดหวัง เห็นทะเลพังไปต่อหน้าต่อตา แต่ไม่สามารถทำอะไรได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะถ้าทุกคนพยายามสุมปัญหาลงมาที่ทะเล จากนั้นหวังว่านักวิชาการจะช่วยแก้ปัญหาให้ คนทำงานในทะเลจะทำให้น้ำสะอาดขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันไม่มีคนกลุ่มนั้นอยู่ในโลก ไม่มีฮีโร่ที่คิดค้นยาที่หยดติ๋งลงไปแล้วทำให้มหาสมุทรสะอาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีโรงบำบัดน้ำเสียใดๆ ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีเลิศเลอจากที่ไหน สามารถบำบัดน้ำเสียที่ถูกปล่อยลงมาอย่างไร้ความรับผิดชอบตั้งแต่ต้นทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่บ้าน ตั้งแต่ร้านอาหาร ตั้งแต่โรงแรม ตั้งแต่ชุมชน ตั้งแต่โรงงาน ตั้งแต่ไร่นาบ่อปลา ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันมีเพียงแต่คำว่า &amp;quot;รับผิดชอบ&amp;quot; ร่วมกันของทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้าย การนำเสนอปัญหาทุกครั้ง ควรต้องมีทางออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฐานะกรรมการปฏิรูปประเทศและกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ผมได้เสนอไปแล้วว่า ให้จัดทำพื้นที่ต้นแบบ 2 แห่ง คือ คลัสเตอร์ท่องเที่ยวอันดามัน และพื้นที่อ่าวไทยตอนใน &amp;amp; EEC
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเริ่มเห็นการทำงานอย่างจริงจังในคลัสเตอร์อันดามัน ที่เร่งเครื่องมากขึ้นหลังเหตุการณ์เรือฟีนิกซ์ ที่สร้างผลกระทบอย่างแรงต่อรายได้ประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ผมยังไม่เห็นความหวังใดๆ ในพื้นที่อ่าวไทยตอนในและ EEC ในเรื่องการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงนำภาพและคำเตือนจากนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลมาบอกไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราจะพัฒนา EEC แล้วเรียกว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเมื่อทะเลกำลังร้องไห้ครับ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือคำเตือนจากทั้งอาจารย์เชษฐพงษ์และอาจารย์ธรณ์ที่ผมเห็นว่าจำเป็นจะต้องป่าวประกาศให้รู้กันทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ไม่ใช่วิกฤติเฉพาะอ่าวไทย นี่คือวิกฤติของชาติ!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15157</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ทะเลกำลังร้องไห้, อ่าวไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
