<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 18:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือดำน้ำนิวเคลียร์สหรัฐชนวัตถุปริศนาในทะเลจีนใต้ ทหารเจ็บระนาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพเรือสหรัฐเผยว่า เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ลำหนึ่งของสหรัฐชนกับ &amp;quot;วัตถุปริศนา&amp;quot; ใต้น้ำในทะเลจีนใต้เมื่อวันเสาร์ เรือได้รับความเสียหายและมีลูกเรือบาดเจ็บมากกว่า 12 นาย จีนได้ทีวิจารณ์สหรัฐจงใจปกปิดลักษณะของเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ยูเอสเอส คอนเนตทิคัต ที่ฐานทัพเรือคิตแซป-เบรเมอร์ตัน รัฐวอชิงตันของสหรัฐ (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม ว่าแถลงการณ์ของกองทัพเรือสหรัฐเผยแพร่ที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวว่า เรือดำน้ำโจมตีเร็วพลังงานนิวเคลียร์ ยูเอสเอส คอนเนตทิคัต ชนวัตถุุขณะอยู่ใต้น้ำเมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม ขณะปฏิบัติการในน่านน้ำสากลในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทัพกล่าวว่าไม่มีลูกเรือได้รับบาดเจ็บอันตรายถึงชีวิต แต่สำนักข่าว ยูเอสเอ็นไอนิวส์ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านข่าวกองทัพเรือ รายงานว่า มีลูกเรือบาดเจ็บระดับเล็กน้อยถึงปานกลางราว 12 นาย ขณะบีบีซีอ้างคำกล่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐหลายคนว่า มีลูกเรือบาดเจ็บเล็กน้อย 15 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูเอสเอ็นไอนิวส์กล่าวด้วยว่า ขณะเกิดเหตุ เรือดำน้ำนิวเคลียร์ลำนี้กำลังปฏิบัติการอยู่ในทะเลจีนใต้ ซึ่งกองทัพเรือสหรัฐมักปฏิบัติการเดินเรือเพื่อท้าทายการอ้างสิทธิของจีนเหนืออาณาเขตที่เป็นข้อพิพาทอ้างสิทธิทับซ้อนกับหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของกองทัพเรือสหรัฐกล่าวว่า กำลังตรวจสอบขอบเขตของความเสียหายที่เกิดกับเรือยูเอสเอส คอนเนตทิคัต และเหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน เรือดำน้ำลำนี้ยังอยู่ในสภาพที่มั่นคงปลอดภัย และโรงขับเคลื่อนพลังงานนิวเคลียร์กับพื้นที่ต่างๆ ไม่ได้รับผลกระทบ ยังสามารถปฏิบัติการได้อย่างสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานยูเอสเอ็นไอนิวส์และโฆษกของกองทัพเรือสหรัฐกล่าวว่า ขณะนี้ยูเอสเอส คอนเนตทิคัตกำลังมุ่งหน้าไปยังฐานทัพสหรัฐบนเกาะกวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันศุกร์ว่า จีน &amp;quot;กังวลอย่างยิ่ง&amp;quot; เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ และกล่าวหาสหรัฐว่าจงใจปกปิดลักษณะที่แท้จริงของเหตุการณ์ สหรัฐควรชี้แจงเหตุการณ์โดยละเอียด รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เรือดำน้ำชน และการชนครั้งนี้ก่อให้เกิดการรั่วไหลของนิวเคลียร์หรือไม่ และทำให้สิ่งแวดล้อมทางทะเลในบริเวณนั้นได้รับความเสียหายหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกจีนผู้นี้ยังกล่าวหาสหรัฐด้วยว่า &amp;quot;รบกวนสันติภาพ&amp;quot; ในทะเลจีนใต้มายาวนาน &amp;quot;ภายใต้การชูธงเสรีภาพในการเดินเรือ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชนใต้น้ำที่เพิ่งได้รับการเปิดเผยนี้ เกิดในช่วงเวลาที่มีความตึงเครียดข้ามช่องแคบไต้หวันเพิ่มมากขึ้น โดยกองทัพอากาศจีนส่งเครื่องบินรบเกือบ 150 ลำบินเข้าเขตป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันในเวลา 4 วันนับตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าวประจำวันศุกร์ จ้าวกล่าวถึงรายงานที่ว่า ทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐแอบเข้ามาช่วยฝึกทหารไต้หวันนานเกือบปีตั้งแต่ปลายปีที่แล้วด้วย โดยกล่าวว่าเป็นอันตรายต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนอย่างร้ายแรง สหรัฐควรตระหนักว่าสถานการณ์ไต้หวันมีความอ่อนไหวสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สหรัฐควรหยุดขายอาวุธให้ไต้หวัน และยุติความสัมพันระหว่างสหรัฐกับไต้หวัน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ และสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน&amp;quot; โฆษกจีนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์กับเรือดำน้ำสหรัฐยังเกิดในเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังจากรัฐบาลสหรัฐ, อังกฤษ และออสเตรเลีย ทำความตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือออคัส ที่สหรัฐจะถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์แก่ออสเตรเลีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119178</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนวัตถุปริศนาใต้น้ำ, ทะเลจีนใต้, ยูเอสเอส คอนเนตทิคัต, เรือดำน้ำนิวเคลียร์สหรัฐ, เรือดำน้ำโจมตีเร็วพลังงานนิวเคลียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_61602ce1b2399.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียเรียกทูตจีนประท้วงเรือรุกล้ำเขตเศรษฐกิจในทะเลจีนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซียเรียกเอกอัครราชทูตจีนประจำกัวลาลัมเปอร์เข้ารับการประท้วงเมื่อคืนวันจันทร์ ต่อกรณีที่เรือของจีนหลายลำ รวมถึงเรือสำรวจ รุกล้ำเข้าเขตเศรษฐกิจจำเพาะของมาเลเซียในทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนที่รัฐซาราวักและซาบาห์ของมาเลเซียบนเกาะบอร์เนียวในทะเลจีนใต้ (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซียเรียกเอกอัครราชทูตจีนประจำกัวลาลัมเปอร์เข้ารับการประท้วงเมื่อคืนวันจันทร์ ต่อกรณีที่เรือของจีนหลายลำ รวมถึงเรือสำรวจ รุกล้ำเข้าเขตเศรษฐกิจจำเพาะของมาเลเซียในทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 5 ตุลาคม อ้างคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียว่า กระทรวงเรียกเอกอัครราชทูตโอหยาง อวี้จิง เข้าพบเพื่อแสดงจุดยืนของมาเลเซีย และประท้วงการมีอยู่และกิจกรรมของเรือจีนหลายลำ ซึ่งรวมถึงเรือสำรวจ 1 ลำ ภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (อีอีซี) ของมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียกล่าวหาจีนว่า เรือของจีนขัดต่อกฎหมายท้องถิ่นและกฎหมายระหว่างประเทศด้วยการเข้ามาอยู่นอกชายฝั่งรัฐซาบาห์และซาราวักที่อยู่บนเกาะบอร์เนียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า การเรียกทูตจีนเข้าพบเมื่อวันจันทร์ถือเป็นครั้งที่ 2 แล้วในปีนี้ที่มาเลเซียประท้วงกิจกรรมของจีนภายในน่านน้ำที่เป็นข้อขัดแย้งแย่งชิงกันอย่างร้อนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนมิถุนายน มาเลเซียเคยส่งเครื่องบินขับไล่หลายลำบินขึ้นสกัดกั้นเครื่องบินทหารของจีน 16 ลำ ที่ปรากฏอยู่นอกชายฝั่งบอร์เนียวในทะเลจีนใต้ มาเลเซียกล่าวหาจีนว่ากำลังละเมิดอธิปไตยของตน แต่จีนอ้างว่าเป็นการฝึกบินปกติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118835</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลจีนใต้, มาเลเซียประท้วงจีน, รุกล้ำเขตเศรษฐกิจจำเพาะ, เรียกทูตจีนเข้าพบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c149b338b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เตือนภาคเหนือ-อีสานตอนบน เริ่มมีมวลอากาศเย็นแผ่ลงมา-เจอฝนตก 6-10 ต.ค. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - เฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ภาพกราฟฟิก แสดงการพยากรณ์ฝนรวมทุกๆ 24 ชม. 10 วันล่วงหน้า (2 - 11 ต.ค.64) (ระหว่างเวลา 07.00น. - 07.00 น.วันรุ่งขึ้น) จาก ECMWF 2021100112 พร้อมให้ข้อมูลถึงแนวโน้มการก่อตัวพายุบริเวณทะเลจีนใต้ว่า&amp;nbsp;มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะเริ่มกลับมาพัดปกคลุม ทำให้มีฝนเกิดขึ้นบางแห่ง ตั้งแต่วันที่ 6-11 ต.ค. 64 อาจมีฝนหนักบางแห่งทางภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง (รวม กทม.และปริมณฑล) ภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่าน ส่วนภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน เริ่มมีมวลอากาศเย็นแผ่ซึมลงมาปกคลุม ฝนน้อยลง คลื่นลมยังมีกำลังอ่อน อาจจะแรงขึ้นบ้างช่วง 6-10 ต.ค.64 และยังต้องติดตามหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ช่วงวันที่ 7-10 ต.ค. 64 ที่คาดว่าจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือได้ และเคลื่อนตัวไปทางเกาะไหลหลำ &amp;nbsp;(ข้อมูลนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลที่นำเข้าใหม่ ใช้เป็นแนวทางเพื่อประกอบการตัดสินใจ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า (3- 8 ต.ค.64) โดยระหว่างวันที่&amp;nbsp;3 &amp;ndash; 4 ต.ค. 64 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ในขณะที่มีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทย ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 8 ต.ค. 64 ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง #ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 8 ต.ค. 64 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น และคาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำ&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118540</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ทะเลจีนใต้, น้ำท่วม, ฝนตก, พายุ, พายุโซนร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_615814be88065.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองปธน.สหรัฐอ้อนเวียดนามร่วมมือกดดันจีน เสนอวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ของสหรัฐ เข้าพบบรรดาผู้นำเวียดนามในวันพุธ หลังจากไฟลต์จากสิงคโปร์ต้องเลื่อนหลายชั่วโมงเพราะความวิตกอาการฮาวานาที่สถานทูตอเมริกัน โดยเธอเสนอให้ความสนับสนุนด้านความมั่นคงทางทะเลเพื่อคัดง้างการอ้างสิทธิของจีน และจะมอบวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มอีก 1 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ของสหรัฐ (Photo by Chen Mengtong/China News Service via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 25 สิงหาคม อ้างเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวว่า รองประธานาธิบดีแฮร์ริสได้พบหารือกับประธานาธิบดีเหงียน ซวน ฟุก, รองประธานาธิบดีหวอ ถิ อันห์ ซวน และนายกรัฐมนตรีฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ ที่กรุงฮานอยในวันพุธ ระหว่างการพบกับประธานาธิบดีเวียดนาม แฮร์ริสกล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องเพิ่มแรงกดดันจีน กรณีการอ้างสิทธิของจีนเหนือทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจำเป็นต้องหาวิธีกดดัน, เพิ่มแรงกดดัน ให้ปักกิ่งปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล และเพื่อท้าทายการระรานและการอ้างสิทธิทางทะเลเกินขอบเขตของจีน&amp;quot; รองประธานาธิบดีสหรัฐกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ระหว่างเยือนสิงคโปร์นาน 2 วัน แฮร์ริสก็โจมตีจีนในลักษณะเดียวกัน โดยระบุว่าจีนใช้การบีบบังคับและขู่ขวัญเพื่อสนับสนุนการอ้างสิทธิโดยมิชอบด้วยกฎหมายของจีนเหนือพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ แต่รัฐบาลจีนปฏิเสธคำกล่าวของเธอ และตอบโต้กลับว่า สหรัฐพยายามตอกลิ่มสร้างความแตกแยกระหว่างจีนกับเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายปีมานี้ จีนมีความขัดแย้งกับหลายประเทศกรณีการอ้างสิทธิเหนือทะเลจีนใต้ ซึ่งทับซ้อนกับบรูไน, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน และเวียดนาม โดยจีนได้วางกำลังยุทโธปกรณ์รวมถึงมิสไซล์ต่อต้านเรือและมิสไซล์ชนิดยิงจากพื้นสู่อากาศไว้ตามด่านนอกที่จีนถมสร้างเป็นเกาะเทียมขึ้นตามแนวพืดปะการังและหินโสโครก ทั้งยังเมินคำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศเมื่อปี 2559 ที่ปฏิเสธการอ้างสิทธิของจีนเหนือทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายเดิมกล่าวว่า แฮร์ริสได้เสนอให้การสนับสนุนด้านความมั่นคงทางทะเลแก่เวียดนาม รวมถึงการส่งเรือของกองทัพเรือและเรือบรรทุกเครื่องบินมาเยือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ รองประธานาธิบดีสหรัฐยังเสนอส่งวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไฟเซอร์ให้แก่เวียดนามเพิ่มอีก 1 ล้านโดส ทำให้ยอดวัคซีนที่สหรัฐบริจาคให้เวียดนามเพิ่มเป็น 6 ล้านโดส ทั้งยังจะให้เงินอีก 23 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนความพยายามของเวียดนามในการต่อสู้กับโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮร์ริสเดินทางมาถึงเวียดนามเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ล่าช้ากว่ากำหนดเดิมราว 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่าเป็นเพราะสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำเวียดนามกล่าวว่าตรวจพบ &amp;quot;เหตุการณ์ผิดปกติด้านสุขภาพ&amp;quot; ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการฮาวานาที่ยังเป็นปริศนาจนถึงขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการเจ็บป่วยดังกล่าวเกิดกับเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐในหลายประเทศรวมถึงจีนและรัสเซีย โดยยังสรุปสาเหตุไม่ได้ แต่สหรัฐกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของรัสเซียหรือประเทศอื่นๆ ใช้อุปกรณ์โซนิกหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ความเข้มสูงเป็นเครื่องมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่เที่ยวบินของแฮร์ริสดีเลย์ นายกฯ ฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ ของเวียดนามและเอกอัครราชทูตจีนประจำเวียดนามได้พบปะกันโดยไม่ประกาศกำหนดการล่วงหน้า โดยนายกรัฐมนตรีเวียดนามย้ำว่าเวียดนาม &amp;quot;จะไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด&amp;quot; ส่วนทูตจีนเผยว่า จีนจะบริจาควัคซีนแก่เวียดนาม 2 ล้านโดส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114517</URL_LINK>
                <HASHTAG>กดดันจีน, คามาลา แฮร์ริส, ทะเลจีนใต้, บริจาควัคซีนไฟเซอร์, รองประธานาธิบดีสหรัฐ, เยือนเวียดนาม, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_61260f3306390.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนตอกหน้ารองปธน.แฮร์ริส ชี้สหรัฐเห็นแก่ตัวทิ้งอัฟกานิสถาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มาอีกแล้ว รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ของสหรัฐกล่าวหาจีนบีบบังคับข่มขู่เพื่อสนับสนุนการอ้างสิทธิอย่างผิดกฎหมายในทะเลจีนใต้ บ่อนทำลายกฎระเบียบและอธิปไตยของชาติอื่น เจอโฆษกจีนสวนหน้าหงาย สหรัฐเดินนโยบายต่างประเทศ &amp;quot;เห็นแก่ตัว&amp;quot; มีพฤติการณ์ระรานเป็นเจ้าโลก ดูอัฟกานิสถานเป็นตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า รองประธานาธิบดีหญิงของสหรัฐกล่าวโจมตีจีนเมื่อวันอังคารที่ 24 สิงหาคม ระหว่างเยือนสิงคโปร์เพื่อกระชับความร่วมมือและแสดงความมุ่งมั่นของสหรัฐในการเกี่ยวพันกับภูมิภาคนี้เพื่อทัดทานการแผ่อิทธิพลของจีน ในสุนทรพจน์เกี่ยวกับเป้าหมายด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ แฮร์ริสย้ำว่าสหรัฐมีพันธสัญญายืนยาวในเอเชีย พร้อมกับโจมตีจีนอย่างไม่อ้อมค้อมว่า จีนยังคงบีบบังคับ ขู่ขวัญ และอ้างสิทธิเหนือทะเลจีนใต้ส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอ้างสิทธิโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเหล่านี้ถูกปฏิเสธโดยคำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการปี 2559 และการกระทำของปักกิ่งยังคงบ่อนทำลายระเบียบที่อิงจากกฎกติกาและคุกคามอธิปไตยของประเทศต่างๆ&amp;quot; รองประธานาธิบดีแฮร์ริสกล่าว &amp;quot;สหรัฐยืนหยัดเคียงข้างพันธมิตรและหุ้นส่วนของเราในการเผชิญกับภัยคุกคามเหล่านี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลจีนตอบโต้คำกล่าวหาของรองประธานาธิบดีหญิงสหรัฐทันควัน หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงที่กรุงปักกิ่ง โจมตีสหรัฐว่า ดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบ &amp;quot;เห็นแก่ตัว&amp;quot; และสร้างวาทกรรมเรื่องระเบียบโลกที่อิงตามกฎกติกาเพื่อปกป้องพฤติกรรมระรานเป็นเจ้าโลกของสหรัฐเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์ในอัฟกานิสถานตอนนี้บอกเราชัดเจนว่า กฎและระเบียบที่สหรัฐพูดถึงคืออะไร&amp;quot; โฆษกจีนกล่าว &amp;quot;สหรัฐสามารถแทรกแซงทางทหารอย่างมัวเมาในประเทศอธิปไตย และไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อความทุกข์ยากของประชาชนในประเทศนั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวอีกว่า เพื่อปกป้องหลักนโยบาย &amp;quot;อเมริกาต้องมาก่อน&amp;quot; สหรัฐสามารถใส่ร้ายป้ายสี, ปราบปราม, บีบบังคับ และระรานประเทศอื่นๆ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนใดๆ &amp;quot;นี่คือระเบียบที่สหรัฐต้องการ แต่ตอนนี้ใครจะเชื่อล่ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮร์ริสมาเยือนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นาน 7 วัน โดยเตรียมจะเดินทางไปเวียดนามเป็นประเทศถัดไป แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐก็กำลังเร่งรีบอพยพคนอเมริกันและพันธมิตรออกจากอัฟกานิสถานให้ทันเส้นตายการถอนตัวจากประเทศนี้ในวันที่ 31 สิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความล่มสลายของอัฟกานิสถานที่โดนตอลิบันยึดครองได้อย่างรวดเร็วกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสหรัฐ แฮร์ริสถูกคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย แต่เธอบ่ายเบี่ยงว่า ขณะนี้สหรัฐทุ่มเทสมาธิกับการ &amp;quot;อพยพพลเมืองอเมริกัน, หุ้นส่วนระหว่างประเทศ, ชาวอัฟกันที่เคยทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับเรา และชาวอัฟกันอื่นๆ ที่เสี่ยง ออกมาอย่างปลอดภัย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองประธานาธิบดีสหรัฐยังพยายามบรรเทาความหวาดกลัวที่เพิ่มมากขึ้นว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีนจะบีบให้ประเทศต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับทั้งสองฝ่าย ต้องเลือกข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเกี่ยวพันของเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินโด-แปซิฟิกไม่ได้ต่อต้านประเทศหนึ่งประเทศใด หรือออกแบบมาเพื่อทำให้ใครต้องเลือกระหว่างประเทศใดๆ&amp;quot; แฮร์ริสกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอยังประกาศด้วยว่า สหรัฐกำลังเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ประจำปี 2566 ซึ่งมีจีนเข้าร่วมด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114399</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ทะเลจีนใต้, ทิ้งอัฟกานิสถาน, นโยบายต่างประเทศแบบเห็นแก่ตัว, รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124d120a5b62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 22:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 22:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอแจมด้วย อินเดียส่งกองเรือรบวางกำลังในทะเลจีนใต้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินเดียกำลังจะส่งกองเรือเฉพาะกิจของกองทัพเรือมาวางกำลังในทะเลจีนใต้เดือนนี้ เพื่อขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศพันธมิตร และจะเข้าร่วมการฝึกทางทหารกับกลุ่มสี่เส้าของสหรัฐด้วย โดยเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายปฏิบัติการตะวันออก ที่ส่งสัญญาณความต้องการเล่นบทบาทที่ใหญ่ขึ้นในภูมิภาคนี้เพื่อทัดทานอิทธิพลของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เรือพิฆาต ไอเอ็นเอส กัลกัตตา ของกองทัพเรืออินเดีย เข้าร่วมงาน DIMDEX 2018 การประชุมและนิทรรศการลการป้องกันทางทะเลนานาชาติครั้งที่ 6 ที่กาตาร์ เมื่อ 12 มีนาคม 2561 (Marina Lystseva\TASS via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 4 สิงหาคม อ้างแถลงการณ์ของกองทัพเรืออินเดียว่า กองเรือของอินเดียที่ประกอบด้วยเรือ 4 ลำ ที่รวมถึงเรือพิฆาตติดมิสไซล์นำวิถี 1 ลำ และเรือฟริเกตติดตั้งมิสไซล์ 1 ลำ จะถูกส่งมาวางกำลังนาน 2 เดือน ที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ทะเลจีนใต้ และแปซิฟิกตะวันตก เพื่อขับเน้นถึงการเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ, การแสดงตนอย่างสันติ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับประเทศพันธมิตรทั้งหลาย เพื่อสร้างความมั่นใจในความสงบเรียบร้อยในอาณาเขตทางทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมากองทัพอินเดียระวังกับการเป็นปรปักษ์กับจีน แต่การปะทะกันหลายครั้งระหว่างทหารจีนกับอินเดียเมื่อปีที่แล้วบริเวณชายแดนที่เป็นข้อพิพาท ทำให้อารมณ์ความรู้สึกเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้รัฐบาลอินเดียหันไปใกล้ชิดกับสหรัฐมากขึ้นเพื่อพยายามคัดง้างจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทะเลจีนใต้เป็นหนึ่งในจุดอ่อนไหวที่ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ โดยรัฐบาลสหรัฐไม่ยอมรับการอ้างสิทธิเหนือดินแดนของจีนที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ เดือนมิถุนายนปีนี้กองทัพเรือสหรัฐส่งกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส โรนัลด์เรแกน มาปฏิบัติภารกิจตามปกติที่ทะเลจีนใต้ และเดือนนี้กองทัพเรืออังกฤษก็เตรียมส่งกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินมาร่วมการฝึกในทะเลฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรืออินเดียกล่าวว่า ส่วนหนึ่งของการวางกำลังทางทะเลครั้งนี้ เรือของอินเดียจะเข้าร่วมการซ้อมรบร่วมประจำปีกับสหรัฐ, ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย นอกชายฝั่งเกาะกวม ทั้งสี่ประเทศนี้รวมตัวกันเป็นกลุ่มไม่เป็นทางการในชื่อ กลุ่ม 4 ฝ่าย ที่รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน สนับสนุนให้ใช้เป็นหนทางในการต้านทานจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112257</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม 4 ฝ่าย, กองทัพเรืออินเดีย, ทะเลจีนใต้, ทัดทานจีน, ส่งเรือรบมาทะเลจีนใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610aaeb8ed8d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐบี้อาเซียนเอาจริงกับพม่า ย้ำร่วมยืนหยัดต้านการบีบบังคับของจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐประชุมทางไกลกับรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มอาเซียน ระบุ สหรัฐ &amp;quot;กังวลอย่างยิ่ง&amp;quot; เกี่ยวกับสถานการณ์ในพม่าและเรียกร้องอาเซียนดำเนินการทันทีเพื่อยุติความรุนแรงและฟื้นฟูประชาธิปไตยในประเทศนี้ อีกด้านยืนยันสหรัฐอยู่ข้างชาติอาเซียนที่เผชิญการ &amp;quot;บีบบังคับ&amp;quot; จากจีนกรณีทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ (Photo by Mark Makela/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 14 กรกฎาคม กล่าวว่า การประชุมทางไกลระหว่างแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กับบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศของ 10 ชาติสมาชิกอาเซียน เป็นการประชุมกันครั้งแรกของสองฝ่ายในสมัยของประธานาธิบดีโจ ไบเดน และเกิดในช่วงยามที่มีความกังวลกันในหมู่นักการทูตและภาคส่วนอื่นๆ ว่ารัฐบาลสหรัฐจะไม่ให้ความสนใจมากพอแก่ภูมิภาคนี้ ซึ่งมีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาคของสหรัฐเพื่อทัดทานการแผ่อิทธิพลมากขึ้นของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยในแถลงการณ์ที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคารตามเวลาสหรัฐว่า รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ &amp;quot;เรียกร้องให้อาเซียนดำเนินการร่วมกัน เพื่อผลักดันการยุติความรุนแรง, ฟื้นฟูการเปลี่ยนผ่านตามระบอบประชาธิปไตยของพม่า และปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังอย่างไม่เป็นธรรมทุกคน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนอกเหนือจากแสดงความ &amp;quot;ห่วงกังวลอย่างยิ่ง&amp;quot; เกี่ยวกับเมียนมาซึ่งในแถลงการณ์ในชื่อเดิมของประเทศนี้แล้ว ไพรซ์กล่าวว่า บลิงเคนยังกระตุ้นให้กลุ่มอาเซียน &amp;quot;ดำเนินการทันทีทันใดเพื่อให้ระบอบการปกครองของพม่ารับผิดชอบต่อฉันทมติและแต่งตั้งผู้แทนพิเศษ&amp;quot; โดยเขาหมายถึงฉันทมติ 5 ข้อที่อาเซียนเห็นพ้องกันในการประชุมเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการแต่งตั้งทูตพิเศษไปยังเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มอาเซียนเป็นแกนหลักในความพยายามทางการทูตเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ขัดแย้งในเมียนมา หลังจากกองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แต่ระบอบปกครองทหารของเมียนมาไม่แสดงท่าทีใส่ใจที่จะปฏิบัติตามฉันทมติ 5 ข้อนั้น ที่รวมถึงการเรียกร้องให้มีการเจรจาและยุติความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากประเด็นเมียนมา บลิงเคนยังย้ำกับบรรดารัฐมนตรีของชาติอาเซียนด้วยว่า สหรัฐปฏิเสธ &amp;quot;การอ้างสิทธิทางทะเลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;quot; ของจีนในทะเลจีนใต้ และสหรัฐ &amp;quot;ยืนหยัดเคียงข้างผู้อ้างสิทธิ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการเผชิญหน้ากับการบีบบังคับ (ของจีน)&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนอ้างสิทธิเหนือดินแดนในทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด รวมถึงพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาท โดยจีนอ้างแผนที่ &amp;quot;เส้นประ 9 เส้น&amp;quot; รูปทรงเกือกม้าที่จีนประกาศเองโดยฝ่ายเดียว เพื่อครอบครองอาณาเขตทางทะเลที่ทับซ้อนกับเขตเศรษฐกิจจำเพาะของเวียดนาม, มาเลเซีย, บรูไน, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงทะเลจีนใต้ ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงยังกลายเป็นแนวหน้าแห่งใหม่ในการขับเคี่ยวกันระหว่างสหรัฐและจีน แต่จีนนั้นแซงหน้าสหรัฐไปแล้ว ทั้งเรื่องการใช้จ่ายและอิทธิพลเหนือประเทศท้ายน้ำในฐานะที่จีนเป็นผู้ควบคุมต้นน้ำสายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไพรซ์กล่าวว่า บลิงเคนรับปากว่า สหรัฐจะสนับสนุนภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่เสรีและเปิดกว้างต่อไปภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านฮิชัมมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซีย กล่าวว่า เขาหวังว่าการประชุมร่วมกันในวันพุธส่งสัญญาณถึงความทุ่มเทครั้งใหม่ของสหรัฐต่อความร่วมมือแบบพหุภาคีในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเข้าใจดีว่าพหุภาคีนิมยมไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐชุดที่แล้วให้ความสำคัญ แต่การเปิดรับความร่วมมือแบบพหุภาคีของรัฐบาลไบเดนเป็นพัฒนาการที่น่ายินดี&amp;quot; เขากล่าว &amp;quot;เส้นทางนี้เป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่เสถียรภาพ, สันติภาพ, ความรุ่งเรือง และความมั่นคงปลอดภัยในภูมิภาคของเรา&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109699</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลจีนใต้, รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ, รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน, สหรัฐ, อาเซียน, เมียนมา, แอนโทนี บลิงเคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60eebeb804445.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
