<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 19:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียส่งบินขับไล่ประกบเครื่องบินทิ้งระเบิดสหรัฐเหนือทะเลดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพรัสเซียส่งเครื่องบินขับไล่ ซู-30 สองลำบินตามประกบเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ บี-1บี ของสหรัฐ 2 ลำ เพื่อพาออกจากน่านฟ้าเหนือทะเลดำเมื่อวันพุธ โดยไม่ได้เกิดปัญหาใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เครื่องบิน ซูคอย ซู-30 เอสเอ็ม ของรัสเซีย แสดงการบินเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2564 ว่าเหตุการณ์นี้เกิดในช่วงเวลาเดียวกับที่ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ อยู่ระหว่างเยือนภูมิภาคนี้ โดยคำแถลงของกระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวว่า เครื่องบินขับไล่ของรัสเซียระบุเป้าหมายทางอากาศได้ว่า คือเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ บี-1บี ซูเปอร์โซนิก ของกองทัพอากาศสหรัฐ 2 ลำ ที่บินมาพร้อมกับเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง เคซี-135 อีก 2 ลำ โดยเครื่องบินซูคอย ซู-30 ของรัสเซีย 2 ลำ บินคุ้มกันเครื่องบินของสหรัฐให้พ้นจากน่านน้ำเหนือทะเลดำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องบินซูเปอร์โซนิกเป็นเครื่องบินตั้งแต่ยุคสงครามเย็น ถูกออกแบบมาให้สามารถบรรทุกระเบิดนิวเคลียร์และมิสไซล์ได้ แต่ปัจจุบันใช้บรรทุกอาวุธตามแบบเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของรัสเซีย ซึ่งเผยแพร่พร้อมกับวิดีโอแสดงภาพเครื่องบินของสหรัฐขณะกำลังบิน กล่าวอีกว่า หลังจากเครื่องบินของต่างประเทศถูกคุ้มกันออกจากชายแดนรัสเซียแล้ว เครื่องบินขับไล่ของรัสเซียก็กลับสู่ฐานทัพอากาศโดยปลอดภัย และว่า เครื่องบินของรัสเซียปฏิบัติตามกฎน่านฟ้าสากลอย่างเคร่งครัด และชายแดนของรัสเซียไม่ได้ถูกรุกล้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐเพิ่งกล่าวระหว่างเยือนยูเครนว่า รัสเซียเป็นอุปสรรคต่อสันติภาพในยูเครนตะวันออก และเรียกร้องให้รัสเซียยุติกิจกรรมที่บั่นทอนเสถียรภาพในทะเลดำและตามแนวชายแดนยูเครน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุการณ์คล้ายกันนี้กับเครื่องบิน บี-1บี ของสหรัฐในทะเลญี่ปุ่น คล้อยหลังไม่กี่วันที่เรือพิฆาตของกองทัพเรือสหรัฐลำหนึ่งเจอกับการติดตามในลักษณะเดียวกันนอกชายฝั่งตะวันออกไกลของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของนิตยสารแอร์ฟอร์ซเมื่อต้นเดือนนี้เผยว่า เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-1บี กำลังถูกใช้ในการฝึกผสมกับพันธมิตรนาโตทั่วยุโรป ทั้งในมหาสมุทรอาร์กติก, ทะเลบอลติก และทะเลดำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120356</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหมรัสเซีย, ซูคอย ซู-30, ทะเลดำ, ส่งเครื่องบินขับไล่ประกบ, เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ บี-1บี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_61700f9a5f156.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 23:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 23:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียโวยิงเตือน-ทิ้งบอมบ์ขับไล่เรือพิฆาตอังกฤษพ้นน่านน้ำไครเมีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สนุกละ กระทรวงกลาโหมรัสเซียอ้างเรือและเครื่องบินรบของรัสเซียขับไล่เรือพิฆาตของอังกฤษลำหนึ่งพ้นจากน่านน้ำไครเมีย โดยได้ยิงเตือนและทิ้งระเบิด 4 ลูกบนเส้นทางของเรืออังกฤษ แต่กระทรวงกลาโหมอังกฤษทำไขสือ เข้าใจว่าการยิงของเรือรัสเซียเป็นการซ้อมยิงปืนใหญ่ อ้างผ่านโดยสุจริตในน่านน้ำยูเครน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เรือเอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์ ของกองทัพเรืออังกฤษมาถึงท่าเรือโอเดสซาทางใต้ของยูเครน เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564 (Yulii Zozulia/ Ukrinform/Barcroft Media via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ครั้งล่าสุดซึ่งรัสเซียและอังกฤษบอกเล่ารายละเอียดไม่ตรงกันในครั้งนี้เผยให้เห็นการเผชิญหน้าที่ขยายวงกว้างขึ้นระหว่างรัสเซียกับโลกตะวันตกเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือที่เป็นข้อพิพาท น่านน้ำไครเมียที่เกิดเหตุเมื่อวันอังคารอยู่ในทะเลดำนอกชายฝั่งคาบสมุทรไครเมีย ที่รัสเซียอ้างอธิปไตยหลังจากเข้ายึดแคว้นไครเมียของยูเครนแล้วผนวกดินแดนนี้เป็นของสหพันธรัฐรัสเซียเมื่อปี 2557 โดยที่ประชาคมระหว่างประเทศไม่ให้การรับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีในวันพุธที่ 23 มิถุนายน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอากาศยานและเรือของตะวันตกที่ชายแดนรัสเซียนั้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงยามที่มีความตึงเครียดสูงระหว่างสหรัฐ, สหภาพยุโรป, อังกฤษ กับรัสเซีย แต่น้อยครั้งที่จะถึงขั้นยิงใส่กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมรัสเซียเมื่อวันพุธว่า เรือพิฆาต เอชเอ็มเอล ดีเฟนเดอร์ ของราชนาวีอังกฤษ ได้รับการเตือนล่วงหน้าว่า รัสเซียจะใช้อาวุธหากมีการรุกล้ำพรมแดนของสหพันธรัฐรัสเซีย แต่เรืออังกฤษไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับคำเตือนนี้ เรือลาดตระเวนชายแดนลำหนึ่งจึงยิงเตือนไปหลายนัด และเครื่องบินรบ ซู-24 ทิ้งระเบิด 4 ลูกบนเส้นทางของเรือพิฆาต จากนั้นเรือของอังกฤษก็ออกจากน่านน้ำรัสเซียในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมของอังกฤษปฏิเสธคำบอกเล่าเหตุการณ์ของรัสเซียทันควันว่า ไม่มีการยิงเตือนเรือดีเฟนเดอร์ เรือของราชนาวีอังกฤษลำนี้กำลังผ่านทางโดยสุจริตจากเมืองท่าโอเดสซาของยูเครนไปยังจอร์เจีย ผ่านน่านน้ำอาณาเขตของยูเครนโดยเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้งไม่มีการทิ้งระเบิดด้วย อังกฤษเชื่อว่าหากมีการยิงเกิดขึ้นคงเป็นการ &amp;quot;ซ้อมยิงปืนใหญ่&amp;quot; ที่รัสเซียได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของนายกฯ บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษกล่าวว่า ไม่ถูกต้องที่จะกล่าวว่ามีการยิงเตือนเรืออังกฤษ หรือว่าเรือลำนี้อยู่ในน่านน้ำรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลรัสเซียยืนกรานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยการเรียกผู้ช่วยทูตทหารของอังกฤษเข้าพบที่กระทรวงกลาโหม ตามรายงานข่าวของอินเตอร์แฟกซ์ กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังมีแถลงการณ์ตามมา โดยประณาม &amp;quot;การกระทำที่อันตราย&amp;quot; ของเรือเอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์ ลำนี้ และว่า เหตุการณ์นี้ละเมิดอนุสัญญาขององค์การสหประชาชาติ และเรียกร้องให้อังกฤษเปิดการสอบสวน ขณะเดียวกัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเผยว่า กระทรวงจะเรียกเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำรัสเซียเข้าพบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายของรัฐบาลยูเครน โดยดมิโตร คูเลบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทวีตว่า เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า นโยบายที่ก้าวร้าวและยั่วยุของรัสเซียในทะเลดำและทะเลอาซอฟที่อยู่ใกล้กัน เป็นภัยคุกคามอย่างต่อเนื่องต่อยูเครนและชาติพันธมิตร เขายังเรียกร้องให้นาโตและยูเครนร่วมมือกันมากขึ้นในทะเลดำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า สัปดาห์นี้ชาติตะวันตกกำลังฝึกซ้อมทางทะเลผสมหลายชาติในทะเลดำ โดยมีชื่อเรียกว่าการซ้อม ซีบรีซ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ สถานทูตของรัสเซียประจำสหรัฐเรียกร้องให้สหรัฐและชาติพันธมิตรยกเลิกการฝึกดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107444</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลดำ, ยิงเตือนเรือนอังกฤษ, รัสเซีย, อังกฤษ, เรือพิฆาตเอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์, ไครเมีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d35b56ee2c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
