<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2018 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2018 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทะเลตรัง&#039;ปลายทางยอดฮิตเที่ยวปีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.61- &amp;nbsp;บรรยากาศส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บริเวณแหล่งท่องเที่ยวทะเลตรัง คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาพักผ่อนชมธรรมชาติช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 โดยเฉพาะในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม &amp;nbsp;บริเวณหาดปากเมง มีนักท่องเที่ยวเล่นน้ำ ก่อกองทราย เดินเล่นชายหาด ถ่ายภาพ รวมทั้งนั่งรับประทานอาหารตามแนวร่มไม้ของทิวสน ท่ามกลางรอยยิ้มและความสนุกสนาน โดยเฉพาะเด็กๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณนักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทะเลตรัง จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงวันที่ 31 ธันวาคม ถึง 2 มกราคม &amp;nbsp;เนื่องจากบริเวณหาดปากเมง เป็น 1 ใน 3 จุดของจังหวัดตรัง ที่จะมีการจัดกิจกรรมเค้าท์ดาวน์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางนันทวรรณ ศินิโภคพัฒน์ ผอ.ททท.ตรัง &amp;nbsp;กล่าวว่า ในช่วง เทศกาลปีใหม่ 2562 จะมีผู้เดินทางมาเข้ามาท่องเที่ยวยังจังหวัดตรัง ประมาณ 12,000 คน มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 76.06 % และมีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 72 ล้านบาท &amp;nbsp;โดยแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลหลายแห่งก็ยังคงเป็นที่นิยมในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ อาทิ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ถ้ำมรกต เกาะกระดาน เกาะมุกด์ เกาะเชือก ล่องแพบ้านน้ำราบ บ่อหินฟาร์มสเตย์.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25439</URL_LINK>
                <HASHTAG>ททท.ตรัง, ทะเลตรัง, เค้าท์ดาวน์, เทศกาลปีใหม่, แหล่งท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181230/image_big_5c28a1951346b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2018 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2018 19:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มจิตอาสาตระเวนเก็บไข่ปลาหมึกมาขยายพันธุ์ปล่อยคืนทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านบ้านน้ำราบ หรือ บ้านท่าขยง ตำบลบางสัก อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ไม่มีใครไม่รู้จักนายชุลี ช่วยเพชร หรือ บังลี&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ปี อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;111/1&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.บางสัก เนื่องจากบังลีมีจิตอาสาและเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติมานานหลายสิบปี เมื่อว่างเว้นจากภารกิจหลัก บังลีก็จะขับเรือออกตระเวนเก็บไข่หมึกกระดอง หมึกกล้วยและหมึกหอม ที่มักจะมาไข่ทิ้งไว้ในไซดักปูของชาวประมง โดยเก็บไข่ปลาหมึกไปเพาะขยายพันธุ์ให้เป็นตัวอ่อนโดยใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;28-30&amp;nbsp;วันก่อนที่จะนำมาปล่อยคืนสู่ทะเล เพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำและความอุดมสมบูรณ์ในท้องทะเลตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธรรมชาติของปลาหมึกจะมาไข่ทิ้งไว้ตามโขดหินหน้าเกาะต่างๆหรือในไซปูของชาวประมง ซึ่งไข่สามารถยึดเกาะได้ แต่เมื่อชาวประมงไปกู้ไซดักปูขึ้นมา ก็มักจะเคาะไข่หมึกให้ร่วงหล่นแล้วเอาแต่ปูไปขาย ทำให้ไข่ปลาหมึกหมดโอกาสที่จะฟักออกเป็นตัวและลดปริมาณลงเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บังลีเห็นแล้วนึกเสียดายจึงตัดสินใจซื้อเรือ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำเพื่อออกหาไข่หมึกตามไซปูของเพื่อนบ้าน และยังขอให้ชาวประมงช่วยเก็บไข่หมึกที่พบมาส่งให้ เพื่อที่จะได้นำมาเพาะฟักในตู้อนุบาลของกลุ่มประมงพื้นบ้านก่อนนำไปปล่อยคืนสู่ทะเลทุกๆ&amp;nbsp;1เดือนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ และทำมาแล้วกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีแล้วจนสามารถปล่อยลูกปลาหมึกคืนสู่ทะเลไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;ตัวต่อปี โดยจะให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในหมู่บ้านร่วมปล่อยลูกปลาหมึก เพื่อมีส่วนร่วมและปลุกจิตสำนึกอนุรักษ์ทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชุลี บอกว่า&amp;nbsp;นอกจากในชุมชนของตนจะมีปลาหมึกอยู่อย่างชุกชุมแล้ว ชุมชนข้างเคียง เช่นที่เกาะมุก เกาะลิบง บ้านมดตะนอย บ้านหาดยาวและชุมชนอื่นๆยังสามารถจับปลาหมึกขายได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ขาดแคลน ซึ่งตนจะทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดแรง แม้จะเหนื่อยมากแต่ทำแล้วมีความสุข เป็นงานเพื่อสังคมที่ตนทำด้วยใจรัก และสร้างความอุดมสมบูรณ์ในชุมชนชาวประมงได้ตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15874</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวประมงพื้นบ้าน, ทะเลตรัง, นายชุลี ช่วยเพชร, เก็บไข่ปลาหมึก, เพาะพันธุ์ปลาหมึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7c07ed973c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไข่ปูคั่วกลิ้ง&#039; เมนูต่อยอดอาชีพประมงพื้นบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปูไข่สดๆจากทะเลรังสรรค์เมนูได้หลากหลายไม่ว่าจะนำมานึ่งกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ด ทำแกงคั่วปูสับปะรด ข้าวผัดปูอีกมากมาย และเมนูที่ได้รับความนิยมจากชาวประมงนั่นก็คื &amp;quot;ไข่ปูคั่วกลิ้ง&amp;quot; เมนูเด็ดจากเนื้อและไข่ปูม้าสดจากทะเลที่ชาวประมงพื้นบ้านนิยมทำรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆมาตั้งแต่โบราณ ปัจจุบันมีผู้ทำคั่วกลิ้งปูส่งขายโดยรวมกลุ่มแม่บ้านเป็นวิสาหกิจชุมชนชื่อ &amp;quot;บ้านนาทะเลรวมทรัพย์&amp;quot; ตำบลตะเสะ อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง จัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตไข่ปูคั่วกลิ้งบรรจุกระปุกขายสร้างรายได้อย่างงดงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางปริชาติ เพทาย หรือป้าปุ๋ย อายุ 64 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน นาทะเลรวมทรัพย์ กำลังวุ่นกับการทำไข่ปูคั่วกลิ้ง เมนูเด็ดต่อยอดอาชีพชาวประมงพื้นบ้านโดยจะใช้ไข่ปูสดๆจากชาวประมงพื้นบ้านในชุมชน มาผสมกับเครื่องแกงคั่วสูตรพิเศษที่มีความเผ็ดร้อนจากพริกแห้ง พริกไทย หอมสมุนไพรที่ใส่ลงไปอย่างเช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และหัวเปราะหอม ซึ่งหัวเปราะหอมมีสรรพคุณและประโยชน์มากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผสมหลักในการทำไข่ปูคั่วกลิ้งประกอบด้วย กะทิสด 1.5 กิโลกรัม ใบเตยหอม 10 ใบ เครื่องแกงคั่วปรุงเสร็จ 1 กิโลกรัม ปลาทูแกะเนื้อ 3 กิโลกรัม ไข่ปูม้า 2 กิโลกรัมและใบกรูดซอย 20 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนการทำก็ไม่ยุ่งยากแต่จะให้เวลาในการผัดนานหน่อย เริ่มต้นด้วยการนำกระทะมาตั้งไฟให้ร้อน ใส่ทำกะทิลงไป ใส่ใบเตยหอม ตามด้วยเครื่องแกงคั่วเคี่ยวเครื่องแกงจนสุกหอม เมื่อน้ำงวดลงก็ให้ใส่เนื้อปลาทูลงไป ตามด้วยไข่ปู และโรยใบมะกรูดลงไป ผัดด้วยไฟอ่อนๆไปจนแห้ง ใช้เวลา 3 ชั่วโมงเป็นอันเสร็จไข่ปูคั่วกลิ้งสามารถเก็บไว้รับประทานได้นาน แต่ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยส่งขายทั้งปลีกและส่งทั้งในและต่างจังหวัด ผ่านเฟซบุ๊คชื่อ Parichat Patai &amp;nbsp;จำหน่ายกระปุกละ 35 บาท หรือขายเป็นกิโลกรัมราคาจะอยู่ที่ 400-600 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาของไข่ปูด้วย สอบถามสั่งซื้อทางโทรศัพท์หมายเลข 082-874-6407&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15550</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มนาทะเลรวมทรัพย์, จังหวัดตรัง, ทะเลตรัง, เมนูยอดนิยมชาวประมง, ไข่ปูคั่วกลิ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b75613625686.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 23:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 23:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด!ลุงชาวฝรั่งเศสบินมาเที่ยวทะเลตรัง เกิดเป็นลมหมดสติเสียชีวิตกะทันหัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.61 - ร.ต.อ.สุชีพ หนูอุดม ร้อยเวรสอบสวน สภ.สิเกา จ.ตรัง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีชาวต่างชาติเป็นลมหมดสติ บริเวณหน้าถ้ำมรกต หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันซีนชื่อดังของ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งตั้งอยู่กลางท้องทะเลอันดามัน&amp;nbsp; จึงนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ชีพฉุกเฉินจากโรงพยาบาลสิเกา เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางทะเล และเจ้าหน้าที่ทีมค้นหาใต้น้ำ มูลนิธิกุศลสถานตรัง นำเรือเร็วออกไปทำการช่วยเหลือ และรีบนำร่างมาขึ้นฝั่ง&amp;nbsp; แต่เป็นที่น่าเสียดาย เนื่องจากไม่สามารถช่วยยื้อชีวิตได้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามทราบว่า นักท่องเที่ยวรายนี้คือ Mr.Rooseedeke Jose อายุ 60 ปี ชาวฝรั่งเศส&amp;nbsp; ซึ่งเดินทางมาท่องเที่ยว และเข้าพักที่ โรงแรมอนันตรา สิเกา รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.ตรัง ระหว่างวันที่ 22-29 มี.ค.นี้&amp;nbsp; โดยก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิต พร้อมภรรยา และเพื่อนอีก 2 คน ได้เช่าเหมาเรือทัวร์ไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงของ จ.ตรัง หลายแห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเมื่อมาถึงบริเวณหน้าถ้ำมรกต Mr.Rooseedeke Jose เกิดอาการแน่นหน้าอก&amp;nbsp; ก่อนที่จะหน้ามืด และเป็นลมหมดสติเฉียบพลัน สร้างความตกตะลึงให้กับญาติๆ และนักท่องเที่ยวคนอื่นอย่างมาก&amp;nbsp; จึงประสานเจ้าหน้าที่แล้วช่วยกันนำร่างขึ้นฝั่ง เพื่อปฐมพยาบาลในเบื้องต้น แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวได้เสียชีวิตแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.สุชีพ&amp;nbsp; เผยว่า&amp;nbsp; จากการตรวจสอบแล้วพบว่า Mr.Rooseedeke Jose มีโรคประจำตัว ประกอบกับสภาพอากาศในท้องทะเลที่ร้อนจัดในช่วงนี้ จึงทำให้เกิดอาการหน้ามืด เป็นลม และเสียชีวิตในเวลาต่อมา&amp;nbsp; ขณะที่ญาติๆ ไม่ได้ติดใจเกี่ยวกับสาเหตุการตายในครั้งนี้ และเตรียมจะนำศพกลับประเทศฝรั่งเศส เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6031</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวฝรั่งเศสจมน้ำ, ตรัง, ทะเลตรัง, นักท่องเที่ยว, ร.ต.อ.สุชีพ หนูอุดม, สภ.สิเกา, อนันตราสิเกา รีสอร์ท, เกาะลิบง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abbc5aa8c37e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
