<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปักหมุดชมดอกไม้ ดูสายหมอกอีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt 324pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ฤดูหนาวนี้ในหลายภูมิภาคตอนบนของเมืองไทย คงเป็นที่หมายตาของนักท่องเที่ยวทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมขึ้นยอดดอย พิชิตภู หรือชมทะเลหมอกสัมผัสไอเย็นตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ รวมทั้งดอกไม้เบ่งบานสะพรั่งและพรรณไม้สีสันสวยงาม&amp;nbsp; โดยเฉพาะในภาคอีสาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ จากข้อมูลเว็บไซต์ &amp;nbsp;www. เที่ยวอีสาน.com สนับสนุนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้รวบรวม 10 พิกัดท่องเที่ยวเป็นทางเลือกให้สำหรับคนชื่นชอบธรรมชาติและถ่ายรูปไปซึมซับบรรยากาศความหนาวเย็น ด้วยการเดินทางที่ไม่ยาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เริ่มต้นที่ &amp;ldquo;ภูห้วยอีสัน&amp;rdquo; เป็นจุดชมวิวลำน้ำโขงบนเนินเขาเล็กๆ ที่สามารถชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกได้อย่างสวยงามอีกแห่งหนึ่งของ จ.หนองคาย เมื่อนั่งรถอีแต๋นที่จัดไว้บริการนักท่องเที่ยวขึ้นมาถึงจุดชมวิวสูงสุด จะมองเห็นทั้งบ้านเรือนใน อ.สังคม จ.หนองคาย ลำน้ำโขง และเกาะแก่ง ที่คั่นระหว่างชายแดนไทย-ลาว พร้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง ความงดงามอยู่ที่เวลาพระอาทิตย์เริ่มสาดกระทบสายหมอกและลำน้ำโขง บรรยากาศทุ่งหญ้ารอบตัวจะทาไปด้วยสีส้มอุ่นๆ ราวกับอยู่ในความฝัน ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือระหว่างเดือนตุลาคม-พฤษภาคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;จุดชมวิววัดผาตากเสื้อ&amp;rdquo; อ.สังคม จ.หนองคาย เป็นจุดชมวิวสกายวอล์กทรงเกือกม้ายาว 16 เมตร ที่สามารถเดินออกไปชมวิวพาโนรามาน่าตื่นตาของแม่น้ำโขงกว้างใหญ่ไกลถึงฝั่ง สปป.ลาว ประเทศเพื่อนบ้าน แถมในช่วงน้ำลดยังสามารถมองเห็นสันทรายเป็นคลื่นคล้ายเกล็ดพญานาคจากระยะไกลด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนใครที่อยากมาสัมผัสทะเลหมอกจะต้องมาเช้าหน่อย โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่หมอกจะลอยตัวคลุมเหนือพื้นด้านล่างจนมิด กลายเป็นวิวสุดอลังการราวกับยืนอยู่เหนือปุยเมฆก็ไม่ปาน ชมวิวแล้วก็อย่าลืมเดินขึ้นบันไดนาคไปสักการะพระประธานบนพระอุโบสถของวัด พร้อมกับทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;อุทยานแห่งชาติภูเรือ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ต.หนองบัว อ.ภูเรือ จ.เลย จุดชมวิวที่รู้จักกันดีคือ ผาโหล่นน้อย ซึ่งเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม และหากเดินขึ้นเขาไปอีกประมาณ 700 เมตร จะพบกับ ยอดภูเรือ ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,365 เมตร เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทั้งแม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขง ซึ่งกั้นระหว่างพรมแดนไทย-ลาว นอกจากจะได้ชมแสงสาดกระทบยอดเขาอย่างงดงามแล้ว บนนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาวาบรรพต มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติชมดอกไม้ป่าช่วงหน้าหนาว และบริการลานกางเต็นท์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ภูทอก&amp;rdquo; จุดชมวิวที่สามารถมาได้ทั้งวัน ทั้งมาชมทะเลหมอกยามเช้า โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ที่หากใครมีโอกาสมาเยือน อ.เชียงคาน จ.เลย ก็ไม่ควรพลาดที่จะขึ้นมารอแสงแรกส่องลงบนผืนหมอกหนานุ่ม ในขณะที่ยามเย็น วิวพระอาทิตย์ตกจากบนนี้ก็สวยงามไม่แพ้กัน ซึ่งนอกจากความงดงามตามธรรมชาติแล้ว ยังจะได้เห็นทั้งทิวทัศน์มุมสูงของตัวเมืองเชียงคาน ฝั่งตรงข้ามคือเมืองสานะคาม สปป.ลาว มีลำน้ำโขงคั่นกลาง เรื่อยไปจนถึงแก่งคุดคู้ ที่ตรงสุดโค้งน้ำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ภูลมโล&amp;rdquo; ใครที่ชมวิวดอกนางพญาเสือโคร่งทางเหนือจนเบื่อแล้ว ขอให้มาเปลี่ยนบรรยากาศชมซากุระเมืองไทยทางฝั่งอีสานดูบ้าง โดยเฉพาะที่ภูลมโล ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ฝั่งจ.เลย ซึ่งมีลักษณะเป็นเนินเขาติดกันหลายลูก และมีต้นนางพญาเสือโคร่งขึ้นตามธรรมชาติอยู่ทั่วไป เมื่อถึงช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี เนินเขาจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูอย่างอลังการจากดอกไม้ที่เบ่งบานพร้อมกัน เรียกว่ามองจากมุมสูงก็จะได้วิวขุนเขาแซมด้วยสีชมพูเต็มไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแสงยามเช้าตรู่ หรือจะลงไปเดินหามุมเซลฟีใต้ต้นซากุระเอง ก็มีมากมายจนไม่ต้องแย่งวิวกับใครแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ภูป่าเปาะ&amp;rdquo; เป็นจุดชมวิวที่สามารถมาได้ทั้งวัน โดยไฮไลต์อยู่ที่วิว &amp;ldquo;ภูหอ&amp;rdquo; หรือเรียกเก๋ๆ ว่า &amp;ldquo;ฟูจิเมืองเลย&amp;rdquo; ซึ่งถือเป็นวิวที่ใครต่างก็ตั้งใจนั่งรถอีแต๊กชาวบ้านขึ้นมาชมกัน ลักษณะเป็นภูเขายอดตัดราบ มองไกลๆ คล้ายชามคว่ำดูแปลกตา จนมีคนเชื่อมโยงว่าเหมือนภูเขาไฟฟูจิที่ญี่ปุ่นเพียงแต่ไม่มีหิมะปกคลุมเท่านั้นเอง บนยอดภูป่าเปาะมีจุดชมวิวเตรียมไว้ให้ถึง 4 จุด โดยจุดชมวิวที่อยู่สูงสุดจะสามารถมองเห็นวิวได้รอบตัว 360 องศา เรียกว่าจะมารอพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมสายหมอก หรือจะมาชมพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติกก็ได้ ทิวทัศน์ที่เห็นก็สวยงามแตกต่างไปในแต่ละฤดูกาล สามารถมาเที่ยวได้ทั้งปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;อุทยานแห่งชาติภูกระดึง&amp;rdquo; สำหรับนักเดินทางขาลุย ยอดภูกระดึง คงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องมาเช็กอินซักครั้งในชีวิต เพราะความท้าทายของระยะเดินเท้าขึ้นเขากว่า 9 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลา 4-6 ชั่วโมงในการไต่ระดับขึ้นไปจนถึงยอดภู แต่ความสวยงามของป่าสนและธารน้ำตกบนนั้นก็ตอบแทนหยาดเหงื่อของนักเดินทางอย่างคุ้มค่า โดยจุดชมวิวที่กลายเป็นภาพจำของภูกระดึงนั่นคือ ผาหล่มสัก ที่มีชะง่อนหินยื่นออกไปกับกิ่งสน มุมถ่ายภาพสุดฮิตที่ใครก็ต้องมาต่อคิวรอเวลาพระอาทิตย์ลับฟ้า นอกจากนี้ก็ยังมีผานกแอ่น ซึ่งเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งแทบทุกคนที่ขึ้นมาบนภูกระดึงจะต้องตื่นมารับอรุณด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ทะเลบัวแดง&amp;rdquo; หากใครได้มาเยือนทะเลบัวแดง บึงหนองหาน อ.กุมภวาปี อุดรธานี สักครั้งแล้วรับรองว่าจะต้องหลงรัก เทศกาลชมทะเลบัวแดงมีขึ้นตลอดฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงกุมภาพันธ์ โดยจุดล่องเรือชมบัวแดงกระจายอยู่หลายแห่งรอบบึง แต่ท่าเรือซึ่งมีขนาดใหญ่และเป็นที่นิยมที่สุดอยู่ที่บ้านเดียม ตำบลเชียงแหว แต่ละวันจะมีชาวบ้านมาให้บริการเรือนำเที่ยวจำนวนมาก รวมทั้งมีร้านค้าร้านอาหารให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ข้ามไปอีสานใต้ &amp;ldquo;ผามออีแดง&amp;rdquo; เป็นจุดชมวิวที่อยู่ติดชิดชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา และยังอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารฝั่งไทย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เรียกว่าเป็นบริเวณที่เคยรุ่งเรืองด้วยอารยธรรมขอม จากบรรดาสถูปและปราสาทหลายแห่งที่กระจายอยู่ในบริเวณนี้ รวมไปถึงปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากจุดชมวิวผามออีแดงนี้เช่นกัน นอกจากนี้ใต้หน้าผายังมีทางเดินให้ลงไปชมภาพสลักนูนต่ำอายุกว่า 1,000 ปีด้วย ส่วนใครที่อยากมาสัมผัสทะเลหมอก ต้องรีบมาแต่เช้า จะมีโอกาสได้เห็นหมอกลอยล่องเหนือผืนป่าเขียวขจี และโอบล้อมเทือกเขาฝั่งกัมพูชาอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปิดท้าย &amp;ldquo;จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม&amp;rdquo; ทุกหนึ่งปีจะเนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ มีทั้งทุ่งดอกไม้นานาพรรณ จัดแสดงงานสถาปัตยกรรม แสดงศิลปะพื้นบ้าน เพื่อสืบสานวัฒนธรรมเก่าแก่ของชาวอีสาน ซึ่งแต่ละปีธีมงานจะเปลี่ยนไปเรื่อย อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถสรรหาผลิตผลคุณภาพจากจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม โดยเฉพาะพืชผักต่างๆ และผ้าไหมไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื่อว่าสถานที่ 10 สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ จะทำให้ทุกท่านได้ซึมซับบรรรยากาศในฤดูหนาวอย่างเต็มอิ่ม และเก็บประสบการณ์สุดประทับใจกลับออกไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย หรือ&amp;nbsp; www. เที่ยวอีสาน.com&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52477</URL_LINK>
                <HASHTAG>ททท, ทะเลบัวแดง, ภูทอก, ภูห้วยอีสัน, วัดผาตากเสื้อ, อุทยานแห่งชาติภูกระดึง, อุทยานแห่งชาติภูเรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191214/image_big_5df4d600e822e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2019 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยวสโลว์ไลฟ์ ที่พัทลุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เกาะดินให้นักท่องเที่ยวลงถ่ายรูป)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทริปนี้เราได้เดินทางมายังจังหวัดพัทลุง แหล่งท่องเที่ยวเมืองรองที่อาจจะไม่ได้อยู่ในตัวเลือกของนักท่องเที่ยวสักเท่าไหร่ แต่ที่นี่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของผู้คนที่ยังคงมีวิถีชีวิตเรียบง่าย มีหนังตะลุงที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟลต์บินค่อนข้างเช้า เครื่องลงที่สนามบินนครศรีธรรมราช นั่งรถตู้ต่อไปยังพัทลุงประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่ก่อนจะเดินทาง เพราะมื้อเช้าสำคัญที่สุดเราเลยมุ่งหน้ามาที่ร้านโกปี๊ 1942 ชื่อนี้สายชา-กาแฟคงคุ้นหูเป็นอย่างดี เพราะถือว่าเป็นร้านดัง รีวิวก็เยอะมากๆ เราสั่งติ่มซำ บะกุ๊ดเต๋ และน้ำ ชาเย็น บะกุ๊ดเต๋อร่อยมากๆ ไปต่อที่สถานที่ไหว้พระเสริมสิริมงคล ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งองค์พระบรมธาตุเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ยอดเจดีย์หุ้มด้วยทองคำแท้ โดยรอบยังรายล้อมไปด้วยเจดีย์บริวารอีก 149 องค์ มีวิหารพระทรงม้า วิหารพระแอด เป็นต้น ใครไหว้พระเสร็จก็สามารถไปเดินตลาดด้านข้างได้อีกด้วยนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลับบ้างชมวิวข้างทางบ้างเราก็มาถึงพัทลุง สะลึมสะลือลงจากรถ เก็บสัมภาระเข้าที่พักที่ท่าเรือปากประ บ้านต้นลำพูน เรียบร้อยก็เดินทางไปนั่งทานของหวานเล่นที่ บิ้งนา คาเฟ่ ร้านสไตล์ลอฟต์ อยู่ติดริมถนนห่างจากตัวเมืองไม่มากนัก มีทุ่งนาล้อมรอบให้บรรยากาศชิวๆ เราคิดว่าร้านน่าสนใจมาก ไม่ใช่แค่น้ำอร่อยนะ แต่มุมถ่ายรูปเยอะ หลายแนว ทั้งชิงช้า บันได วิวเขา เชิงสะพาน มีให้เลือกแบบไม่ต้องแย่งชิงกันเลย ใครชอบถ่ายรูปกับร้านคาเฟ่นะ บอกเลยว่าตอบโจทย์ที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บรรยากาศงานมหกรรม 390 ปี ชัยบุรีฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; บ่าย 3 กว่าๆ เดินทางต่อไปที่ศาลากลางจังหวัด เที่ยวงาน &amp;quot;มหกรรม 390 ปี ชัยบุรี เปิดวิถีเมืองเท่พัทลุง&amp;quot; ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว งานนี้เรียกได้ว่าเป็นงานใหญ่ทีเดียว เพราะมีทั้งแสง สี การแสดง ร้านอาหารพื้นบ้าน ร้านค้างานหัตถกรรมท้องถิ่นมาตั้งบูธให้ได้เลือกช็อป ชิมกันตั้งแต่หัวค่ำ พอฟ้ามืดก็มีการแสดงหนังตะลุง การแสดงจากศิลปินนักร้องต่างๆ มากมาย ให้ชาวบ้านได้รับชมกันอย่างครบรส &amp;nbsp;เดินชมงานจนหนำใจเราก็แวะร้านข้าวต้มบ่าววี กินเบาๆ ก่อนนอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ทะเลบัวแดง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันถัดมาต้องตื่นเช้ากันสักหน่อย เพราะมีนัดล่องเรือ ซึ่งที่พักก็จะมีบริการให้แบบเหมาลำนั่งได้ 6 คน ราคา 1,200 บาท ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ เราเริ่มต้นกันตั้งแต่ทะเลสาบสงขลา แต่ท้องฟ้านั้นไม่เปิดเท่าไหร่ ความหวังที่จะเห็นพระอาทิตย์ดวงกลมโตยามเช้าก็ริบหรี่ลงทันที พอเรือแล่นออกไปกลางทะเลสาบสงขลาได้สักพักเราก็จะเห็นว่าชาวบ้านยังใช้การยกยอขนาดใหญ่หาปลากันอยู่ไม่น้อยเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ฝูงนกทะเลน้อย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นั่งเรือชมวิวไปเพลินๆ ก็เข้าสู่พื้นที่อุทยานนกน้ำทะเลน้อยที่มีไฮไลต์คือ ชมบัว และชมนกกว่า 200 ชนิด จากที่เคยผิดหวังกับการชมบัวมาหลายรอบ เราต้องขอปักหมุดไว้ที่นี่เลยว่า ขนาดมาในฤดูที่สภาพอากาศแปรปรวนก็จะยังได้เห็นบัวแดงเต็มท้องทะเล แซมด้วยบัวหลวงบ้าง ล่องไปเรื่อยๆ เราก็มาถึงจุดชมนก จะเริ่มเห็นนกเกาะอยู่ตามต้นไม้ทั้งนกอีโก้ง นกเป็ดน้ำ นกกระสาแดง และฝูงนกที่มาถลาเล่นลมให้เราได้เห็นกัน ยังมีเกาะดินกลางน้ำให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปถ่ายรูปด้วย มองไปรอบๆ ก็จะมีฝูงควายน้ำด้วย จุดนี้เราใช้เวลาอยู่นานพอควร ให้คุ้มกับการตื่นเช้าแล้วได้มาชมธรรมชาติที่สวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เดินช็อปที่ตลาดบรรยากาศในป่า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไปต่อกันที่อำเภอควนขนุน ตลาดป่าไผ่สร้างสุข ซึ่งในบริเวณเดียวกันก็มีสวนไผ่ขวัญใจ ทั้งสองสถานที่คล้ายกัน คือ เป็นตลาดสีเขียว ลดการใช้ถุงพลาสติก ให้ชาวบ้านได้นำอาหารหรือสินค้าพื้นบ้านมาขาย เราเริ่มเดินกันที่สวนไผ่ขวัญใจ ร้านค้าเรียงรายตั้งอยู่ในซุ้มที่สร้างด้วยไม้ไผ่อย่างเป็นสัดส่วน มีทั้งอาหาร-ขนมพื้นบ้าน อย่าง ขนมลา ปลาทอด ขนมจีนน้ำยา ข้าวยำ ไข่ปลาทอด สาคู มีขนมม้าโบราณ บอกได้เลยว่าถ้าได้มาเดินตั้งแต่ทางเข้าจนถึงทางออกของตลาดป่าไผ่ต้องมีของกินติดไม้ติดมือกลับบ้านแน่นอน ที่นี่เปิดทุกวันเสาร์ ตั้งแต่ 09.00-17.00 น. จากนั้นเราเดินทางไปที่ ร้านกระจูดวรรณี หัตถกรรมพื้นบ้านของชาวพัทลุง ที่ได้นำกกที่มีอยู่มากในพื้นที่มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ แต่ก่อนอาจจะมีแค่เสื่อ แต่ปัจจุบันมีการดีไซน์ที่ร่วมสมัยมากขึ้น จึงมีทั้งกระเป๋า รองเท้า ที่วางจานชามและสินค้าอื่นๆ นักท่องเที่ยวสามารถมาเรียนรู้วิธีการสานกระจูดได้ด้วยนะ ติดต่อได้ที่เบอร์ 08-7760-9879&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ตาไข่)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จุดหมายปลายทางสุดท้ายก่อนกลับเราได้มีโอกาสเดินทางไปยังวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) ในอำเภอสิชล ที่มีชื่อเสียงด้านความศักดิ์สิทธิ์ ใครมาบนบานอะไรก็สมปรารถนา มีแก้บนด้วยรูปปั้นไก่ การจุดประทัด ชุดทหาร และอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องโชคลาภและค้าขาย แต่ไม่ใช่บนที่วัดนะ บนกับไอ้ไข่ เรียกให้สุภาพก็คือ ตาไข่ ซึ่งมีตำนานเล่าว่าคือวิญญาณเด็กอายุประมาณ 9-10 ขวบที่คอยติดตามหลวงปู่ทวด แต่เกิดเหตุให้ต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทั้งนี้ก็เป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคลด้วย. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48794</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลน้อย, ทะเลบัวแดง, ท่องเทีี่ยว, วัดเจดีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db1994c70576.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
