<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 07:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 07:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มรสุมมีกำลังแรง! กรมอุตุฯเตือนฝนกระหน่ำทั่วไทย เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 31 ก.ค. - 4 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.63 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ&amp;nbsp;7 วันข้างหน้าระบุว่า ในช่วงวันที่ 29 -&amp;nbsp;30 ก.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุกประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ทำให้ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนต่อเนื่อง สำหรับภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 31 ก.ค. - 4 ส.ค. 63 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ประกอบกับจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นและเคลื่อนตัวมาทางทิศตะวันตกผ่านบริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าฟ้าคะนองจะคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 31 ก.ค. - 4 ส.ค. 63 ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ และขอให้ชาวเรือในบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 29 - 31 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 1 - 4 ส.ค. 63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 29 - 30 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 31 ก.ค. - 4 ส.ค. 63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 29 -&amp;nbsp;31 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 -&amp;nbsp;40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 1 - 4 ส.ค. 63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 29 -&amp;nbsp;31 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 1 - 4 ส.ค. 63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 29 -&amp;nbsp;30 ก.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 31 ก.ค. - 4 ส.ค. 63 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในช่วงวันที่ 29 -&amp;nbsp;30 ก.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 31 ก.ค. - 4 ส.ค. 63 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 29 -&amp;nbsp;31 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 1 - 4 ส.ค. 63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72883</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ทะเลมีคลื่นสูง, น้ำท่วมฉับพลัน, น้ำป่าไหลหลาก, ฝนตกหนัก, พยากรณ์อากาศ, ร่องมรสุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f220c539c4b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 19:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 19:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะเลคลั่ง! คลื่นสูงซัดถล่มถนนเลียบชายหาดสงขลาเสียหาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.63 - กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง &amp;quot;คลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563)&amp;quot; ฉบับที่ 4 ระบุว่า ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมามีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงไปมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งของภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 23-24 ก.พ. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จังหวัดสงขลา คลื่นทะเลอ่าวไทยสูง 2-4 เมตรพัดถล่มถนนเลียบชายทะเล สข.2004 สงขลา-นาทับ ของกรมทางหลวงชนบท ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมืองสงขลา จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังถูกคลื่นลมแรงพัดกระหน่ำอย่างต่อเนื่องขึ้นมาบนถนน ส่งผลให้การสัญจรบนถนนเส้นนี้เป็นไปด้วยความยากลำบากเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษ และควรหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางสายนี้ เนื่องจากน้ำเค็มจากทะเลโดนคลื่นซัดข้ามเขื่อนขึ้นมาบนถนนถูกรถยนต์ทำให้รถเป็นสนิมได้ จะต้องเสียเวลาล้างรถเพื่อล้างน้ำเค็มออกทุกวัน หากใช้เส้นทางนี้ในช่วงคลื่นลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันถนนเลียบชายทะเล สข.2004 สงขลา-นาทับ อีกจุดหนึ่งที่ไม่มีเขื่อนหินกันคลื่นแบบถาวร แต่มีเขื่อนหินชั่วคราวก็ถูกคลื่นพัดถล่มอย่างหนักอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน โดยถนนได้รับความเสียหายไปแล้ว 1 เลน ระยะทางกว่า 100 เมตร ขณะนี้คลื่นยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จำเป็นต้องใช้ถนนเส้นทางนี้จะต้องเจอกับน้ำทะเลที่ซัดขึ้นมาบนถนนตลอดเวลาจะหลบไปทางไหนก็ไม่ได้เพราะถนนวิ่งได้เพียงเลนเดียวและจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57966</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นลมแรง, คลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย, จังหวัดสงขลา, ทะเลมีคลื่นสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e52681b4c8df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 07:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 07:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯเตือนฝนถล่มทั่วพื้นที่ภาคใต้ &#039;5 จังหวัดฝั่งอ่าวไทย&#039; เสี่ยงท่วมฉับพลัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.62 - เมื่อเวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง &amp;quot;ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2562)&amp;quot; ฉบับที่ 4 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 17-19 ตุลาคม 2562 บริเวณภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา คลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&amp;nbsp;ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลางจึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48208</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ทะเลมีคลื่นสูง, น้ำท่วมฉับพลัน, พยากรณ์อากาศ, ภาคใต้ฝนตกหนัก, เตือนฝนตกหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da7b2463c83e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2019 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2019 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯเตือน 6 จว.รับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ทะเลอันดามันคลื่นสูง 4 เมตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.62 - กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง &amp;quot;ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 8&amp;ndash;11 ส.ค. 62)&amp;quot; ฉบับที่ 4 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. 62 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดจันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว&amp;nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42982</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ดินโคลนถล่ม, ทะเลมีคลื่นสูง, น้ำท่วมฉับพลัน, น้ำป่าไหลหลาก, ฝนตกหนัก, สภาพอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1477482218.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯเผยไทยมีฝนลดลง แต่ตกหนักบางพื้นที่ในภาคกลาง-ตะวันออก-ใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.62 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า บริเวณประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักไว้ด้วย&amp;nbsp;สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา แนวลมที่พัดเข้าหากันของลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับลมตะวันตกกำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ (17 พ.ค.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก&amp;nbsp;กำแพงเพชร สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร&amp;nbsp;นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี&amp;nbsp;
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.&amp;nbsp;ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง&amp;nbsp;
สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.&amp;nbsp;ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.&amp;nbsp;ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36003</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ทะเลมีคลื่นสูง, ฝนฟ้าคะนอง, พยากรณ์อากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1477482218.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 07:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 07:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลมหนาวกลับมาแล้ว อุณหภูมิลดลง 1-3 องศาแถมฝนประปราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.61 - กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนลักษณะอากาศทั่วไปใน&amp;nbsp;24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า บริเวณภาคใต้มีฝนลดลง สำหรับบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนได้บางพื้นที่ และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ ได้เคลื่อนสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางแล้ว มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ในช่วงวันที่ 24-27 พ.ย. และจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเป็นพายุดีเปรสชั่น และหย่อมความกดอากาศต่ำ ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศจีนตอนใต้และประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในวันพรุ่งนี้ (23 พ.ย. 2561) ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเล อันดามันมีกำลังปานกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp;อากาศเย็นในตอนเช้าและอุณภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 บางพื้นที่&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 7-15 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กบางพื้นที่&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;มีเมฆบางส่วน และอุณภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 บางพื้นที่&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนมากทางตอนบนของภาค&amp;nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 บางพื้นที่&amp;nbsp;
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และนราธิวาส&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และอุณภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22491</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ทะเลมีคลื่นสูง, ฝนฟ้าคะนอง, พายุดีเปรสชัน, ยอดดอยมีอากาศหนาว, ลักษณะอากาศทั่วไป, อากาศเย็นในตอนเช้า, อุณหภูมิลดลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf5f3023c574.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2018 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2018 08:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนภาคใต้รับมือฝนตกหนักถึง 10 พ.ย. คนกรุงเตรียมเปียกฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ย.61 - กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง &amp;quot;ฝนตกหนักถึงหนักมากในบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 พ.ย. 61)&amp;quot;&amp;nbsp;ฉบับที่ 6 ระบุว่า&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2561 บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคใต้ระมัดระวังอันตรายจากที่ฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ ขอให้เกษตรกรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยส่งผลกระทบดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2561 มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 มีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณชายฝั่งภาคใต้ตอนล่าง มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ในวันนี้ (8 พ.ย.61) และเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันพรุ่งนี้ (9 พ.ย. 61) ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ในขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่างรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 10 พ.ย. 61&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21582</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ทะเลมีคลื่นสูง, น้ำท่วมฉับพลัน, น้ำป่าไหลหลาก, ฝนฟ้าคะนอง, ภาคใต้มีฝนตกหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181108/image_big_5be38d27df520.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
