<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 06:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 06:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯเตือนฝนตกหนักในภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ม.ค. 2564 &amp;nbsp;ประกาศ กรมอุตุนิยมวิทยา&amp;quot;ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4 - 8 มกราคม 2564)&amp;quot;ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 04 มกราคม 2564
มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง มีแนวโน้มว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซีย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2564 เวลา 05.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2564 เวลา 17.00 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88724</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุ, ทะเลอ่าวไทย, ฝนตกหนัก, ภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181107/image_big_5be23f82d0049.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2020 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2020 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมเชื้อเพลิงฯยันไม่มีน้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณอ่าวไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 63 นายศุภลักษณ์ พาฬอนุรักษ์ โฆษกกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีคราบน้ำมันบริเวณหาดสุชาดา อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ว่ากรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศได้ตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทผู้รับสัมปทานทุกรายที่มีการดำเนินงานในอ่าวไทยทันที โดยตรวจสอบย้อนหลังไป 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าไม่มีการรั่วไหลของน้ำมันดิบจากกระบวนการผลิตและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบัน เพื่อเป็นการบูรณาการการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมบริเวณชายฝั่งอย่างมีประสิทธิภาพและการหาที่มาของคราบน้ำมัน หรือก้อนน้ำมันที่เกิดขึ้นในแต่ละปีให้มีความชัดเจน กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และ 9 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วย กรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า &amp;nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมศุลกากร ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศลชร.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี&amp;nbsp; บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และสมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู)พัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เพื่อให้สามารถบ่งชี้ที่มาของคราบน้ำมันดิบบนพื้นฐานทางวิชาการตามหลักมาตรฐานสากล นับเป็นการพัฒนาระบบควบคุมและตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;สำหรับเหตุการณ์การพบก้อนน้ำมันบริเวณชายหาดต่าง ๆ ที่ผ่านมา ได้มีการตรวจสอบกับฐานข้อมูลแล้ว ไม่พบข้อมูลที่บ่งชี้ว่าก้อนน้ำมันหรือคราบน้ำมันตามชายหาดดังกล่าว มาจากธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากนี้จะ หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาสาเหตุของคราบน้ำมันดังกล่าวต่อไป&amp;quot; โฆษกกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76643</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ, ก้อนน้ำมันดิบ, ทะเลอ่าวไทย, เชื้อเพลิงรั่วไหล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200906/image_big_5f548c59e2d43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2019 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2019 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพเรือภาคที่ 1 จับเรือประมงเวียดนาม 3 ลำ รุกล้ำทำประมงอ่าวสัตหีบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.62 - พลเรือโทบรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 1 ได้สั่งการให้เรือตรวจการณ์ ต.272 มี เรือเอก อนนท์ สุขจิตร์ ผู้ควบคุมเรือ ทำการออกลาดตระเวนค้นหา หลังได้รับแจ้งจากเครือข่ายวิทยุมดดำนาวี พบกลุ่มเรือประมงสัญชาติเวียดนามหลายลำ ลักลอบทำประมงในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย บริเวณอ่าวไทยพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีพลเรือตรี บรรพต เนตรกระจ่าง รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 และนาวาเอกณัฐพงศ์ ปานโสภณ ผอ.กองข่าว ควบคุมการปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลาดตระเวนพิกัด แบริ่ง 155 ระยะ 47 ไมล์ จากเกาะจวง พบกลุ่มเรือประมงสัญชาติเวียดนาม จำนวน 3 ลำ ขนาดลำเรือ 4 วา ตัวเรือสีเขียว และสีฟ้า กำลังทอดสมอลอยลำทำการตกหมึกน้ำลึก จึงได้เข้าตรวจค้นพร้อมจับกุมลูกเรือรวม 12 คน และยึดของกลางปลาหมึกสดจำนวนหนึ่ง เบื้องต้นได้ควบคุมเรือพร้อมลูกเรือทั้งหมด เข้าเทียบยังท่าเทียบเรือกลางอ่าว กองเรือยุทธการ ก่อนนำส่งพนักงาน สภ.สัตหีบ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหา ลักลอบทำประมงในน่านน้ำไทย ผิดกฎหมายสิทธิการทำประมง พ.ศ.2482 และผิด พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเรือตรีบรรพต กล่าวว่า ทัพเรือภาคที่ 1 ได้จับกุมเรือประมงที่ลุกล้ำทำประมงน่านน้ำไทยมาอย่างต่อเนื่อง ในปีงบประมาณนี้สามารถจับกุมเรือประมงเวียดนามได้แล้ว 13 ลำ ครั้งนี้รวม 19 ลำ และในส่วนของภาพรวมพื้นที่อ่าวไทย ประกอบด้วย ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ทัพเรือภาคที่ 2 และกรมประมง จับกุมได้รวม 29 ลำ ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าแนวโน้มไม่มีทีท่าจะลดลง อย่างไรก็ตาม ทัพเรือภาคที่ 1 จะยังคงดำเนินการลาดตระเวนอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเรือประมงต่างสัญชาติ เข้ามาลักลอบเอาผลประโยชน์ของชาติในทะเล &amp;nbsp;และเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติให้คงอยู่สืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36828</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชลบุรี, จับเรือประมง, ทะเลอ่าวไทย, สภ.สัตหีบ, อ่าวสัตหีบ, เรือประมงสัญชาติเวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190526/image_big_5cea630d51ee9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 09:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดภาพ&#039;กรมอู่ทหารเรือติดป้ายชื่อ ร.ล.ภูมิพลอดุลยเดชกลางทะเลอ่าวไทย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.62- เพจ รวมพล คนรักทหารเรือ (I Love Navy) โพสต์ภาพและข้อความ &amp;quot;#กรมอู่ทหารเรือติดตั้งป้ายชื่อเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชกลางทะเลอ่าวไทย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือฟริเกตสมรรถนะสูง หรือ &amp;nbsp;ร.ล.ภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อจาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แทนชื่อเดิม เรือหลวงท่าจีน ได้เดินทางผ่านน่านน้ำไทย เพื่อเตรียมเข้าพิธีต้อนรับ และ ขึ้นระวางเรือประจำการในวันที่ 7 ม.ค. 2562 นี้ ที่ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี &amp;nbsp;โดยมี พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.)เป็นประธานในพิธี ซึ่งเรือฟริเกตลำดังกล่าว ต่อจาก DSME.-DAEWOO Shipbuilding &amp;amp; Marine Engineering CO., LTD.) ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี งบประมาณลำละ 1.46 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ &amp;nbsp;กองทัพเรือ ได้จัดเรือหลวงนรศวร ตากสิน และ รัตนโกสินทร์ ต้อนรับเรือลำใหม่ ที่แล่นผ่านเข้าน่านน้ำไทยตามธรรมเนียมปฏิบัติด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25909</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอู่ทหารเรือ, ทะเลอ่าวไทย, ร.ล.ภูมิพลอดุลยเดช, เพจ รวมพล คนรักทหารเรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c32b2a8ac385.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
