<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งอาก้าถล่มกรุง นักท่องเที่ยวตาย1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันธพาลครองเมือง คว้าอาวุธสงครามไล่ยิงกันสนั่นย่านประตูน้ำเขย่า สตช. หลังนักท่องเที่ยวชาวอินเดียถูกลูกหลงเสียชีวิต บาดเจ็บอีก 4 บิ๊กโจ๊กสั่งตำรวจท่องเที่ยว ตม.ร่วมล่า 3 มือปืน สั่งปิดชายแดนสกัดหนีออกนอก &amp;quot;บิ๊กหยม&amp;quot; นำ พฐ.ควานหาหลักฐาน พบทั้งหัวกระสุน ปลอกกระสุนขนาด 7.62 มม.ที่ใช้กับอาก้า หรือเอเค 47 เจอหยดเลือดกลางซอยคาดเป็นของคนร้าย ส่งตรวจดีเอ็นเอหาตัวบุคคล เตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวเมื่อวันจันทร์ กรณีวัยรุ่นวิวาทกันแล้วใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงคู่อริ กระสุนถูกนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าเซ็นทารา วอเตอร์เกท พาวิลเลียน ว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนของตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สืบสวนหาตัวคนร้ายซึ่งพอทราบแล้วว่าผู้ที่ก่อเหตุมี 3 ราย และช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจคนที่บ้าน แต่ไม่พบตัว ขณะเดียวกันเตรียมขอศาลออกหมายจับแล้ว ส่วนมูลเหตุในการก่อเหตุพบว่า วัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่มมีเรื่องทะเลาะกันมาก่อน เมื่อเจอกันจึงลงมือก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อหมายจับออกแล้วจะปิดกั้นด่านชายแดนทั้งหมด ควบคู่กับการสืบสวนจับกุม ส่วนการเยียวยานักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บ ได้สั่งเจ้าหน้าที่เรื่องการออกวีซ่าอำนวยความสะดวกการอนุญาตให้พักอยู่ในประเทศต่อในการรักษาตัว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุร้ายดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อค่ำวันอาทิตย์ ตำรวจ สน.พญาไทได้รับแจ้งนักท่องเที่ยวต่างชาติถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณลานจอดรถห้างเซ็นทาราฯ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี ไปตรวจสอบ พบผู้บาดเจ็บจำนวน 5 คน เป็นชาวอินเดีย 2 คน ชาวไทย 2 คน และชาวลาว 1 คน จึงนำส่ง รพ. ต่อมานักท่องเที่ยวชาวอินเดียเสียชีวิตที่ รพ.ตำรวจ 1 คน ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนหลายชนิดตกอยู่จำนวนหนึ่ง ขณะที่พยานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำนักท่องเที่ยวชาวอินเดียไปช็อปปิ้งที่ห้าง โดยมีนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งนั่งอยู่ใกล้ลานจอดรถเพื่อรอขึ้นรถทัวร์กลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างนั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 20 คน วิ่งไล่กันออกจากโต๊ะสนุกเกอร์ที่อยู่ติดกับลานจอดรถ โดยมีทั้งปืน มีดและไม้ วิ่งเข้าไปในซอยข้างห้าง เจอวัยรุ่น 3 คน สะพายปืนอาก้าออกมา กราดยิงใส่กลุ่มคู่อริ จนแตกฮือหนีต่ายกันอลหม่าน รวมทั้งนักท่องเที่ยวบริเวณนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ถูกยิง ได้แก่ นายเคียววงสา โทนเคียว อายุ 24 ปี ชาวลาว, นายทักษิณ สุขเอียด, นายพรเทพ พุ่มพวง, นายชาร์มา แดตฮามแมนดาร์ อายุ 45 ปี ชาวอินเดีย อาการสาหัส ถูกกระสุนเข้าบริเวณท้อง ส่วนผู้เสียชีวิตคือ นายกักเฮอร์จา ดีราช อายุ 42 ปี ชาวอินเดีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พญาไท วันที่ 8 ตุลาคมนี้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเพื่อคลี่คลายคดี โดยมี พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รรท.รอง ผบช.น., พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์เปิดเผยว่า กลุ่มก่อเหตุทราบแล้วเป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งกัน อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่ลงมือก่อเหตุ และคาดว่าจะสามารถออกหมายจับได้ในเร็ววันนี้ ส่วนเรื่องอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืน จำเป็นต้องรอกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นปืนชนิดใด และให้ชุดสืบสวนตรวจสอบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมีความเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานกับทางสถานทูตอินเดียประจำประเทศไทยแล้ว ส่วนการออกหมายจับอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รรท.รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ภายหลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นทราบว่าเป็นการทะเลาะวิวาทกันระหว่างคน 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มเจ้าถิ่นที่อาศัยอยู่ละแวกจุดเกิดเหตุ อีกกลุ่มมาจากที่อื่น มาเล่นสนุกเกอร์ภายในซอยดังกล่าว และเคยมีเรื่องกันมาก่อนหลายครั้ง เมื่อพบกันและต่างฝ่ายต่างมีอาวุธ จึงยิงปืนใส่กัน ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. นำเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบใน 4 จุด เริ่มจากที่เต็นท์ร้านขายน้ำชา พบคราบเลือดของชายชาวอินเดียที่เสียชีวิต จากนั้นไปตรวจที่โต๊ะสนุกเกอร์จุดเกิดเหตุแรกที่มีเรื่องเขม่นกันของทั้งสองกลุ่ม แล้วไปตรวจสอบตู้อะลูมิเนียมหน้าร้านอาหารที่มีร่องรอยกระสุนปืน พบหัวกระสุนปืนขนาด 9 มม. จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และจุดสุดท้ายคือเส้นทางการก่อเหตุและหลบหนี เป็นตรอกที่ทะลุออกซอยร่วมใจ พบปลอกและเศษหัวกระสุนขนาด 7.62 มม. และ 9 มม. ตกอยู่จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบรอยเลือดซึ่งคาดว่าจะเป็นของกลุ่มผู้ก่อเหตุที่ได้รับบาดเจ็บ จึงส่งตรวจดีเอ็นเอเพื่อระบุตัวบุคคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า เหตุวิวาทครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบว่ามีการใช้อาวุธสงครามรวมอยู่ด้วย คดีนี้ถือเป็นเหตุสะเทือนขวัญ จำเป็นต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่ง บช.น.ได้เร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีจำนวนผู้ก่อเหตุกี่คน และมีความขัดแย้งในประเด็นใดบ้าง คาดว่าจะสรุปได้ในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานระบุว่า ขณะนี้พบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ในที่เกิดเหตุอย่างน้อย 3 ชนิด ประกอบด้วย ปลอกกระสุนขนาด 7.62 มม. ที่คาดว่าใช้กับปืนอาก้า หรือเอเค 47 รวมถึงปลอกกระสุนขนาด .38 สเปเชียล และปลอกกระสุนขนาด 9 มม. จึงสันนิษฐานว่าการก่อเหตุครั้งนี้มีมือปืนไม่ต่ำกว่า 3 คน หลังจากนี้จะนำปลอกกระสุนปืนไปตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการ และรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับมือปืนที่ลงมือก่อเหตุต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการใช้อาวุธสงครามกราดยิงนักท่องเที่ยวจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บว่า เรื่องนี้ต้องตรวจสอบ โดยเฉพาะอาวุธที่ผิดกฎหมาย ซึ่งยอมรับว่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมาเราสามารถกวาดล้างอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมากแล้ว โดยเฉพาะอาวุธปืนมีกว่าพันกระบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า คดียิงกันที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเสียชีวิต และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง คดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ พนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยขณะนี้ได้รับรายงานว่าทางฝ่ายสืบสวนตำรวจนครบาล และฝ่ายสืบสวน บก.น.1 บูรณาการในการสืบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว โดยตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ท่านได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ได้ตรวจตรา อาวุธปืน และสิ่งผิดกฎหมาย ประกอบกับจัดทำข้อมูลท้องถิ่น เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น พร้อมทั้งคาดโทษท้องที่หากเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวอีก เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และภาพลักษณ์ของประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ กล่าวว่า คดีนี้ตนเองซึ่งรับผิดชอบงานด้านความมั่นคงต้องเข้าไปดู เพราะมีชาวต่างชาติเสียชีวิต ส่วนการใช้อาวุธสงครามกลางเมืองต้องสืบสวนสอบสวนก่อน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการสืบสวนพูดมากไม่ได้ เพราะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19402</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาร์มา แดตฮามแมนดาร์, ทักษิณ สุขเอียด, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พรเทพ พุ่มพวง, พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคียววงสา โทนเคียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb636472353.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
