<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาหัวหน้าพรรคไปเลย!&#039;ไร้ผม&#039;ยกย่อง&#039;แม้ว&#039;ผู้นำทันสมัย-คิดก้าวหน้า ทำไทยเกือบเป็นเสือตัวที่ห้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.61 -&amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 12 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับความเสียหายอย่างมากโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจจากความไม่สงบทางการเมืองและการปฏิวัติ 2 หน เศรษฐกิจของไทยใน12 ปีที่ผ่านมาโตเฉลี่ยได้เพียงปีละ 3% กว่าเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก และ 4 ปีที่ผ่านมาโตเฉลี่ยได้เพียง 2% กว่าเท่านั้น พึ่งจะมาเริ่มฟื้นในปีนี้ ซึ่งถ้าหากไม่มีการปฏิวัติ เศรษฐกิจไทยในช่วง 12 ปีที่ผ่านมาควรจะต้องโตได้เฉลี่ยปีละ 5-6% ตามศักยภาพ และประชาชนจะต้องกินดีอยู่ดีกว่านี้มาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่าหากจำกันได้ 10 กว่าปีที่แล้วเรามีผู้นำที่เป็นที่เกรงขามของประชาคมโลก มีทฤษฎีเศรษฐกิจ ที่ถูกขนานนามว่า ทักษิโณทิกส์ เป็นแบบแผนพัฒนาประเทศของตัวเองที่ประเทศที่กำลังพัฒนาอื่นๆ อยากขอนำไปใช้บ้าง ประเทศไทยรุ่งเรืองถึงขนาดกำลังจะเป็นเสือตัวที่ห้าของเอเชีย แต่หลังการปฏิวัติและความผันผวนทางการเมืองเรื่อยมาทำให้ ประเทศไทยเปลี่ยนจากเสือตัวที่ห้า กลายเป็นเห็บสยามที่ต้องคอยกระโดดเกาะและดูดประเทศมหาอำนาจไปแล้ว ตามการวิเคราะห์ของอดีตปลัดกระทรวงการคลังที่ได้ถอดใจลาออกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราเคยมีผู้นำที่ทันสมัย ความคิดก้าวหน้า มองอนาคตประเทศไทยก้าวไกล ทุกเช้าวันเสาร์ คนไทยส่วนใหญ่ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ จะต้องคอยรับชมหรือรับฟังวิสัยทัศน์ของผู้นำในขณะนั้นว่าจะมีแนวคิดใหม่ๆอะไร ทิศทางประเทศจะไปทางไหน แนะนำอ่านหนังสืออะไรที่จะทำให้ก้าวทันโลก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวต่อว่า ในขณะที่ปัจจุบันทุกค่ำวันศุกร์กลายเป็นช่วงประหยัดไฟ เพราะคนไทยจะปิดโทรทัศน์ ไม่มีใครอยากฟังผู้นำเพราะไม่มีเนื้อหาอะไรที่น่าสนใจ จนกระทั่งต้องนำดาราและนักร้องมาช่วยเรียกเรตติ้งเพิ่มคนดู และถึงขนาดต้องนำกลุ่มนักร้องต่างประเทศเข้ามาช่วยซึ่งก็ไม่รู้ว่าประเทศไทยจะได้ประโยชน์อะไรจากการที่ผู้นำโบกแท่งไฟไปมาและถ่ายรูปหมู่ด้วยท่าแปลกๆ &amp;nbsp;โดยในโลกปัจจุบันวิสัยทัศน์ของผู้นำเป็นเครื่องตัดสินว่าประเทศจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร และความสามารถแข่งขันของประเทศต้องขึ้นกับความรู้ความสามารถของผู้นำเป็นหลัก ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับจำนวนเส้นผมบนศีรษะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะหากหันมาดู นายอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ คนที่ถูกจัดให้เป็นคนที่ฉลาดที่สุดในโลกก็มีเส้นผมไม่มากนัก หรือ นายเจฟ เบซอส อภิมหาเศรษฐีที่ชาญฉลาดและเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกในปัจจุบัน โดยมีทรัพย์สินรวมกันกว่า หนึ่งแสนหกหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ผู้ก่อตั้งบริษัทขายของออนไลน์ยักษ์ใหญ่ อเมซอน &amp;nbsp;ก็ไม่มีเส้นผมเลย โดยหากผู้นำยังวัดคนจากปริมาณเส้นผมบนศีรษะมากกว่าจำนวนรอยหยักบนสมอง อนาคตของประเทศไทยก็คงจะพัฒนาไปได้ไม่มากนัก ดังนั้นอีกไม่นานนี้ ประชาชนไทยจะสามารถเลือกได้ว่าจะอยากได้ผู้นำเช่นไร ที่จะพาประเทศก้าวไปข้างหน้าได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัยกล่าวว่า ในภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็ว จนโลกต้องเผชิญกับ disruption ในด้านต่างๆ จากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน โดยอยากให้พิจารณาจากแนวคิดและผลงานตลอด 4 ปีกว่าที่ผ่านมาว่าจะสามารถนำพาประเทศไทยฝ่าฟันการเปลี่ยนแปลงของโลกและ disruption ด้านต่างๆ ในอนาคตได้หรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้วคนไทยทุกคนจะต้องรับผลจากการตัดสินใจนี้ร่วมกัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18022</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไร้ผม, ทักษิโณทิกส์, นายพิชัย นริพทะพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5ab9d17ab4dec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
