<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันคลินิกดูดไขมัน โฆษณาไร้อนุญาต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สบส.นำตำรวจบุกตรวจคลินิกศัลยกรรมดูดไขมันเสริมอกสาวเสียชีวิตปริศนา พบโฆษณาโดยไม่ขออนุญาต มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 2 หมื่น เตรียมส่งหลักฐานให้แพทยสภาพิจารณาก่อนฟันวินัยและอาญา ด้านสามีผู้ตายเผยได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์เสนอเยียวยา 2 ล้าน แต่ขอรอผลชันสูตรสาเหตุการตายให้แน่ชัดก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 สิงหาคมนี้ ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย พ.ต.อ.จุมพล คณานุรักษ์ ผกก.สน.บางโพงพาง นำเจ้าหน้าที่ สบส. และตำรวจ สน.บางโพงพาง เข้าตรวจสอบคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามแห่งหนึ่งริมถนนพระราม 3 ช่องนนทรี ที่ตกเป็นข่าวดูดไขมันหญิงคนหนึ่งเพื่อฉีดเสริมหน้าอกแล้วมีอาการเจ็บป่วย เสียชีวิต จนมีการแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.บางโพงพาง โดยใช้เวลาตรวจสอบนานประมาณ 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันตแพทย์อาคมกล่าวว่า จากการตรวจสอบคลินิกดังกล่าวพบว่าได้เปิดทำการถูกต้องตามกฎหมาย มีเครื่องมือ ยา เวชภัณฑ์ ห้องผ่าตัดเล็ก และอุปกรณ์กู้ชีพพร้อม ซึ่งแพทย์ผู้ผ่าตัดเป็นแพทย์ที่มิได้อยู่ประจำ แต่หมุนเวียนมารักษา สามารถผ่าตัดได้จริง แต่ไม่ได้ยื่นใบ สพ.6 (หนังสือแสดงความจำนงเป็นผู้ปฏิบัติงานในสถานพยาบาลของผู้ประกอบวิชาชีพ) กับ สบส.ตามระเบียบ นอกจากนี้ยังพบว่าการโฆษณาฉีดไขมันของคลินิกแห่งนี้ไม่ได้ขออนุญาตกับ สบส. ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท จำคุกไม่เกิน 3 ปี จากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานให้แพทย์สภาตรวจสอบตัวแพทย์ รวมถึงคลินิก ก่อนดำเนินการทางวินัยและอาญาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดี สบส.กล่าวว่า ขั้นตอนในการดูดไขมันนั้นต้องตรวจสอบว่าร่างกายมีไขมันส่วนใดเยอะ เช่น ต้นขาหรือหน้าท้อง โดยแพทย์จะดูดไขมันออกมาเพื่อแยกชั้น ก่อนฉีดกลับเข้าไปในจุดที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ หากฉีดในจุดที่ไม่ได้เตรียมการไว้ก่อนอาจเกิดการติดเชื้อได้จากอุปกรณ์หรือสาเหตุอื่น แต่หากไม่ติดเชื้อ ไขมันอาจหลุดรอดเข้าไปในกระแสเลือดจนเกิดการอุดตันและเสียชีวิตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จุมพลกล่าวว่า เรื่องทางคดีขณะนี้ตำรวจกำลังรอรวบรวมพยานหลักฐานบางส่วนจาก สบส. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เบื้องต้นได้ประสาน สน.ลุมพินี ท้องที่ที่คนไข้เสียชีวิต เพื่อส่งศพไปผ่าชันสูตรซ้ำอีกครั้งที่นิติเวชฯ รพ.ตำรวจ ตามความประสงค์ของญาติผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ นายพลชนะ จันทร์เกษม อายุ 29 ปี สามี น.ส.ศรัญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ที่เสียชีวิตหลังทำศัลยกรรมดูดไขมันและเสริมทรวงอก พร้อมกับ น.ส กุสุมา พี่สาวผู้ตาย เดินทางไปรับศพ น.ส.ศรัญญา โดยนายพลชนะเปิดเผยว่า ทางครอบครัวยังติดใจสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งครั้งแรกแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้ผ่าชันสูตร พบติดเชื้อในกระแสเลือด แต่ไม่ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิต จึงได้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอายัดศพ และขอให้ทางโรงพยาบาลจุฬาฯ ส่งศพมาที่นิติเวชฯ รพ.ตำรวจ เพื่อตรวจชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ยังติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เพราะก่อนทำศัลยกรรม แฟนยังมีสุขภาพแข็งแรงดี แต่หลังจากทำศัลยกรรมก็มีอาการทันที รวมถึงตั้งข้อสังเกตของเจ้าหน้าที่คลินิก ก่อนไปโรงพยาบาลก็มีเจ้าหน้าที่ 3 คนที่มารับ และไม่เห็นแพทย์ที่ทำการฉีดยาแก้ปวดและให้น้ำเกลือ ก่อนจะรับกลับมาบ้าน กระทั่งมาเสียชีวิต ซึ่งผมเองไม่มั่นใจว่าขั้นตอนดังกล่าวต้องผ่านการทำของแพทย์หรือไม่ หรือทางเจ้าหน้าที่ที่อยู่สามารถทำกันเองได้&amp;quot; นายพลชนะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังเกิดเหตุทางคลินิกติดต่อมาเพื่อจะช่วยเหลือหรือไม่ นายพลชนะกล่าวว่า มีโทรศัพท์อ้างว่ามาจากคลินิก เสนอเงินให้ 2 ล้านบาท เป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าคอร์สที่เสียไป และค่าทำศพ ซึ่งตนยังไม่ตอบรับ เพราะอยากจะรู้ผลชันสูตรที่แท้จริงก่อน อย่างไรก็ตาม วันนี้ยังไม่สามารถนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลได้ เนื่องจากผลชันสูตรยังไม่ออก ทำให้ต้องฝากศพไว้ที่ รพ.ตำรวจก่อนจนกว่าจะได้รับรายงานผลชันสูตรอย่างเป็นทางการ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76093</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ, พ.ต.อ.จุมพล คณานุรักษ์, พลชนะ จันทร์เกษม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4cebac0ae1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ร้านสปา&quot;เจอกฎเข้ม สบส.บังคับก่อนเปิด ต้องผ่านเกณฑ์ประเมินก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;31 พ.ค.63- ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยว่า กรมสบส.ได้เตรียมความพร้อมรองรับมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 3 ในส่วนของร้านนวดเพื่อสุขภาพ นวดเสริมความงาม และสปา ที่ขึ้นทะเบียนกว่า 10,500 แห่ง แยกเป็นร้านนวดเพื่อสุขภาพ 9,400 แห่ง นวดเสริมความงาม 200 แห่ง และสปาอีก 900 แห่ง &amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการ &amp;nbsp;โดยกำหนดข้อปฏิบัติสำหรับผู้ให้บริการ &amp;nbsp;การจัดการสถานบริการ &amp;nbsp;และผู้รับบริการ &amp;nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องผ่านการประเมินความพร้อมของตนเอง (Self-Assessment) &amp;nbsp;ในการจัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ในการป้องกัน/ทำความสะอาด ได้แก่ จัดเตรียมหน้ากากผ้าหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ &amp;nbsp;อุปกรณ์วัดไข้ &amp;nbsp;น้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อทำความสะอาดพื้นผิวจุดสัมผัสต่าง ๆ ภายในสถานบริการ รวมทั้งการจัดเก็บขยะมูลฝอยให้ถูกสุขลักษณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการให้บริการ ต้องมีพนักงานต้อนรับ สอบถามประวัติ บันทึกข้อมูลผู้รับบริการ ตลอดจนติดตามควบคุมดูแลการให้บริการ &amp;nbsp;ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด &amp;nbsp;โดยจัดระยะห่างของเก้าอี้นวดอย่างน้อย 1.5 เมตร &amp;nbsp;ห้องบริการนวด 1 คนต่อห้อง ให้บริการได้ครั้งละไม่เกิน 1 ชั่วโมง สถานที่เก็บเสื้อผ้าและอุปกรณ์มิดชิด มีช่องทางชำระเงินที่ปลอดภัยเน้นผ่านระบบออนไลน์ จัดระบบระบายอากาศให้ไหลเวียนถ่ายเทได้ดี เมื่อเสร็จสิ้นการให้บริการแม่บ้านจะต้องเก็บผ้าปูเตียง ปลอกหมอน ผ้าขนหนู ด้วยการม้วนออกจากตนเองห้ามสะบัดเพื่อไม่ให้เกิดการฟุ้งกระจายของฝุ่นหรือละอองฝอยได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับผู้รับบริการจะต้องผ่านการคัดกรองทุกครั้งที่เข้ารับบริการ &amp;nbsp;ต้องไม่มีไข้ สวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่รับบริการ ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทั้งก่อนและหลังรับบริการ ส่วนผู้ให้บริการ ต้องคัดกรองทุกวันก่อนเข้าทำงาน หากพบมีไข้ต้องหยุดปฏิบัติงานและไปพบแพทย์ &amp;nbsp;ส่วนข้อห่วงใยเรื่องพนักงานนวดไทยที่กลับจากต่างประเทศนั้น ทุกคนจะต้องเข้ากระบวนการกักตัวสังเกตอาการตามที่รัฐกำหนด เมื่อครบ 14 วันตรวจไม่พบเชื้อโควิด19 หากจะมาทำงานในสถานประกอบการจะต้องผ่านการตรวจสุขภาพตามข้อกำหนดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.สุวภรณ์ แนวจำปา ผู้อำนวยการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า ผู้ประกอบการร้านนวดและสปาต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่ระบบการประเมินตนเอง ของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพในการป้องกันและควบคุมการระบาดของโควิด19ให้ครบทุกข้อ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าผ่านตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ เมื่อเป็นไปตามเกณฑ์แล้วจะถือว่าได้รับการอนุญาตให้เปิดบริการ โดยผู้ประกอบการต้องพิมพ์ใบรับรองการผ่านประเมิน (e-certificate) และพิมพ์ QR Code เพื่อให้ผู้รับบริการลงทะเบียนเพื่อประเมินการใช้งานด้วย รวมทั้งจะต้องลงทะเบียนในเว็บไซต์ไทยชนะ.คอมเพื่อติดตามการรับบริการของประชาชนต่อไป โดยทุกสัปดาห์สถานประกอบการแต่ละแห่งต้องส่งรายงานผลการปฏิบัติงานตามแบบฟอร์มออนไลน์ และจะมีการสุ่มตรวจจากเจ้าหน้าที่ สบส.และเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขจังหวัดเพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67464</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สุวภรณ์ แนวจำปา, ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ, ร้านสปาเพื่อสุขภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed37f728c793.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
