<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานเข้าทร.! 2ทหาร&#039;รล.จักรีนฤเบศร&#039;ติดโควิด จ่อกักตัว200นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ในพื้นที่ภาคตะวันออก และมีนโยบายให้ตรวจคัดกรองเชิงรุกนั้น ได้มีการตรวจสอบกรณีโรงเบียร์ป๋าแดง ที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พบว่ามีกำลังพลของเรือหลวงจักรีนฤเบศรได้เข้าไปใช้บริการในช่วงเวลาที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ภายหลังก่อนหน้านี้มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากโรงเบียร์ดังกล่าว ผลเบื้องต้นมีกำลังพลของเรือหลวงจักรีนฤเบศรติดเชื้อ 2 นาย ซึ่งทางเรือหลวงจักรีนฤเบศรได้คัดแยกกำลังพลทั้ง 11 นาย ไปกักตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันตั้งแต่ช่วงเช้าเมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่ระบาดวิทยาจากโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ที่เป็นโรงพยาบาลทหารเรืออีกแห่งในพื้นที่ อ.สัตหีบ ทำการตรวจคัดกรองเชิงรุกกำลังพลทั้งหมดบนเรือ เนื่องจากเรือหลวงจักรีนฤเบศรเป็นเรือขนาดใหญ่ มีกำลังพลกว่า 200&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ร.ท.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลภายหลังรับทราบว่ามีกระแสข่าวกำลังพลบนเรือจักรีนฤเบศรติดโควิด-19 จำนวน 2 ราย ซึ่งอยู่ในระหว่างให้ น.อ.จรัญ วทัญญู ผู้บังคับการเรือหลวงจักรีนฤเบศ ชี้แจงรายละเอียดที่แน่ชัด หากพบว่ากระแสข่าวเป็นเรื่องจริงจะต้องกักตัวกำลังพลบนเรือทั้งหมดที่มีประมาณ 500 นาย เพราะต้องตรวจสอบว่ากำลังพลคนใดเป็นคนนำเชื้อโควิด-19.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89434</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัพเรือ, พล.ร.ท.เชษฐา ใจเปี่ยม, เรือหลวงจักรีนฤเบศร, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7aa169b0ef2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทัพเรือ&#039;แจงยิบ บ้านกลางทะเล ภัยคุกคามใหม่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทัพเรือแจงยิบปฏิบัติตามขั้นตอน กม. ปัดไล่ล่าเอาชีวิต 2 สามีภรรยาสร้างบ้านลอยทะเลใกล้ภูเก็ต ชี้ภัยคุกคามมั่นคงรูปแบบใหม่ ตม.ถอนวีซ่าผัวมะกันแล้ว ตร.เร่งรวบรวมหลักฐานชงอัยการเอาผิด ม.119 พร้อมขยายผลอีกหลายข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 เมษายน พล.ร.ท.สิทธิพร มาศเกษม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 3 (ศร.ชล.เขต 3) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการทางกฎหมายกับนายแชด แอนดริว เอลวอทอวสกี ชาวอเมริกัน และนาเดีย หรือนางสุปราณี เทพเดช ภรรยาชาวไทย ประกาศความสำเร็จในการตั้งเขตปกครองตนเองกลางทะเลสากลใกล้ จ.ภูเก็ต ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งเรื่องต่ออัยการตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อดำเนินการกับสองสามีภรรยาดังกล่าว ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 เนื่องจากพบว่ามีการเชิญชวนคนมาสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่ในทะเล ถือว่าเป็นการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ อีกทั้งจังหวัดภูเก็ตจะดำเนินการขยายผลในข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย โดย ศร.ชล.เขต 3 จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.สิทธิพรกล่าวว่า ล่าสุดสิ่งปลูกสร้างยังคงอยู่ที่เดิม โดยมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบตลอดเวลา ซึ่งยังไม่มีการดำเนินการกลับมาใช้ประโยชน์ใดๆ เพิ่มเติมอีก ทั้งนี้ หากคดีดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว จะต้องมีการรื้อและยึดสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน ส่วนที่สองสามีภรรยาร้องเรียนสื่อต่างประเทศว่าถูกทหารไทยคุกคามตามล่าจนเกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิต และขอลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศนั้น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่และพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายปกติทุกขั้นตอน ไม่เคยข่มขู่คุกคามหรือตามล่า ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัวสองสามีภรรยา เบื้องต้นทราบว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ได้ยื่นถอนวีซ่าสามีที่เป็นคนต่างชาติเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากนี้เจ้าหน้าที่ ศร.ชล. และทัพเรือภาคที่ 3 จะต้องดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกัน เพราะถือว่าเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และต้องขอร้องให้ชาวบ้านในทุกพื้นที่ช่วยกันตื่นตัว เฝ้าระวัง และร่วมมือกันป้องกันดูแลพื้นที่ของตนเองด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. พล.ร.ท.กาญจน์ ดีอุบล เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ (ทร.) ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า สองสามีภรรยาดังกล่าว ได้ดำเนินการก่อสร้างที่พักอาศัยลอยน้ำ ตามแนวคิดการตั้งถิ่นฐานในทะเลนอกน่านน้ำทะเลอาณาเขต (Seasteading) ในนามของ Ocean Builders โดยมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า Seasteading ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ของบริษัท Phuket Premier Boatyard Co,Ltd. ตั้งอยู่ที่บ้านหยิด หมู่ 7 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และถูกนำไปติดตั้งสำเร็จในพิกัด ละติจูด 7 องศา 29.37 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 98 องศา 34.81 ลิปดาตะวันออก หรือบริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะราชาใหญ่ ระยะห่างประมาณ 14 ไมล์ทะเล ซึ่งพิกัดดังกล่าวอยู่ในเขตต่อเนื่องของประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทร. โดยทัพเรือภาคที่ 3 ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน ศร.ชล.เขต 3 ดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการเอาผิดกับเจ้าของบ้านลอยน้ำแล้ว อาทิ ตม.ภูเก็ต ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวของนายเชด แอนดริว เอลวอทอวสกี และขอให้บันทึกรายชื่อลงระบบข้อมูล (ระบบ PIBICS) เป็นบุคคลต้องห้าม, สภ.วิชิต รับแจ้งความจากทัพเรือภาคที่ 3/ศร.ชล.เขต 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 พร้อมทั้งดำเนินการสอบปากคำนายทหารพระธรรมนูญ ทัพเรือภาคที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อนำส่งให้อัยการสูงสุด ด้านจังหวัดภูเก็ตประสานกระทรวงการต่างประเทศในการเตรียมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกาให้รับทราบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตจะหารือกรมเจ้าท่า เพื่อพิจารณาสั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตใช้อำนาจตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ในการออกคำสั่งทางปกครอง ให้เจ้าของ Seasteading เคลื่อนย้ายวัตถุพยานออกไปภายใน 30 วัน สรุปแนวทางการดำเนินการต่อไป คือ ให้พนักงานสอบสวน สภ.วิชิต ส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการสูงสุดดำเนินการรับเป็นคดีแล้ว จึงจะดำเนินการยึดของกลาง (บ้านลอยน้ำ) ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการเคลื่อนย้ายบ้านลอยน้ำกลับเข้าสู่ฝั่ง ทัพเรือภาคที่ 3 เจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต สภ.วิชิต สภ.เมืองภูเก็ต และจังหวัดภูเก็ต ขั้นตอนการปฏิบัติงานดังนี้ ขั้นที่ 1 วางแผนเตรียมการตรวจสอบโครงสร้างบ้านลอยน้ำ, ขั้นที่ 2 ออกเรือนำทีมเจ้าหน้าที่จาก กองโรงงาน ฐานทัพเรือพังงา และชุดปฏิบัติการพิเศษ ทัพเรือภาคที่ 3 เข้าตรวจสอบโครงสร้าง, ขั้นที่ 3 ปรับแผนการปฏิบัติ และเตรียมอุปกรณ์ในการลากบ้านลอยน้ำ, ขั้นที่ 4 ดำเนินการเคลื่อนย้ายบ้านลอยน้ำกลับเข้าฝั่ง, ขั้นที่ 5 ดำเนินการเก็บรักษาบ้านลอยน้ำ ณ สถานที่เก็บ โดยทำการส่งมอบให้กับ สภ.วิชิต เพื่อดำเนินการเก็บรักษาเป็นของกลางในการดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทร.มีหน้าที่ในการรักษาเอกราช อธิปไตยและความมั่นคงของชาติทางทะเล จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้กระทำการเป็นกลุ่มบุคคลที่มีแนวความคิดจะสร้างถิ่นฐานถาวรกลางทะเลนอกเขตอำนาจอธิปไตยของรัฐต่างๆ โดยพยายามอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายมาดำเนินการ โดยมิได้ดำเนินการขออนุญาตต่อทางการของประเทศไทย รวมทั้งยังเชิญชวนให้กลุ่มคนที่มีแนวความคิดเดียวกันเข้ามาพักอาศัยหรือสร้างเพิ่มเติม ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวแสดงออกถึงความมีเจตนาไม่เคารพต่อกฎหมายของประเทศไทยในฐานะรัฐชายฝั่ง และจะทำให้เกิดรัฐใหม่ในอาณาเขตทางทะเลของประเทศไทย ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการแก้ไข ปัญหาดังกล่าวอาจจะขยายวงกว้างและยากที่จะแก้ไข อันจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทย รวมทั้งจะส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างมหาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันว่า ทร.ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งเมื่อตรวจพบการกระทำผิด ก็ได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการไปตามกระบวนการตามอำนาจหน้าที่ โดยปัจจุบันเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้ กองทัพเรือไม่ได้ส่งกำลังพลติดตามหรือคุกคามตามที่นายเชด แอนดริว เอลวอทอวสกี และภรรยา ให้ข่าวกับสื่อต่างประเทศทั้งสิ้น&amp;quot; โฆษก ทร.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้กองทัพเรือร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ร่วมกันตรวจสอบกรณีดังกล่าว เพื่อป้องกันการฝ่าฝืนกฎหมายในการแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ หรือการติดตั้งสิ่งก่อสร้าง อันอาจเป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิ์ของไทยที่เป็นรัฐชายฝั่งในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ และผลกระทบอื่นที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า คดีนี้มีการแบ่งการดำเนินการเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.ส่วนที่เกิดขึ้นในทะเล คือ ส่วนของบ้านพัก ในขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์จากนายทหารรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ดังนั้นอัยการสูงสุดจะเป็นผู้รับผิดชอบในคดีนี้ 2.ส่วนเป็นความผิดบนบก ซึ่งเกิดขึ้นในราชอาณาจักร คือ ความผิดตาม พ.ร.บ.เดินเรือทะเล เนื่องจากมีสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางการเดินเรือในทะเล ต้องรอเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่ามาร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดี สำหรับโรงงานที่ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง ต้องดูว่ามีการขออนุญาตหรือไม่ หากมีการขออนุญาต การที่สร้างสิ่งปลูกสร้างในทะเลจะมีความผิดเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ พบว่าชาวต่างชาติดังกล่าวอยู่ในราชอาณาจักรในลักษณะนักท่องเที่ยว ซึ่ง ตม.ได้ดำเนินการในบางส่วนแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34022</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัพเรือ, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.ร.ท.กาญจน์ ดีอุบล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190419/image_big_5cb9cc0ea921c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
