<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดจองโรงแรม ที่พัก แล้ววันนี้!&#039;เราเที่ยวด้วยกัน&#039;เฟส 3 พร้อมเพ็คเกจ&#039;ทัวร์เที่ยวไทย&#039;1 ล้านสิทธิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ต.ค.64-นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3&amp;rdquo; พร้อมเปิดให้ประชาชนจองโรงแรม/ที่พักแล้ว หลังจากที่มีการเปิดลงทะเบียนเมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา จำนวน 2 ล้านสิทธิ โดยประชาชนสามารถจองโรงแรม/ที่พักได้ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม &amp;ndash; 23 ตุลาคม 2564 เข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป และจะสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 มกราคม 2565 โดยโครงการเราเที่ยวด้วยกัน&amp;nbsp; รัฐบาลจะสนุนค่าโรงแรม 40% ของราคาที่พักต่อห้องต่อคืน ทั้งนี้ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อห้องต่อคืน จำกัดสิทธิคนละไม่เกิน 15 ห้อง หรือ 15 คืน พร้อมสนับสนุนส่วนลด e-voucher คูปองอาหาร/ท่องเที่ยวมูลค่า 600 บาท ต่อห้องต่อคืน เมื่อเข้าพัก Check-In ที่โรงแรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคูปองอาหาร/ท่องเที่ยว สามารถใช้ได้ที่ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ ประชาชนชำระ 60% และรัฐบาลสนับสนุนอีก 40% ผ่านการตัดเงินจากคูปอง ทั้งนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน 2 สิทธิผู้โดยสาร ต่อ 1 ห้องโรงแรมที่จอง 40% ของราคาค่าตั๋วเครื่องบิน แต่ไม่เกิน 2,000 บาท ต่อผู้โดยสาร พร้อมมีสิทธิเพิ่มเติมสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินเท่ากับ 40% ของราคาตั๋วเครื่องบิน แต่ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อผู้โดยสาร เมื่อเดินทางท่องเที่ยวไปยัง ภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี สงขลา เชียงใหม่ และเชียงราย อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง &amp;ldquo;โครงการทัวร์เที่ยวไทย&amp;rdquo; มีบริษัททัวร์สมัครลงทะเบียนเพิ่มขึ้นจำนวนกว่า 366 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2564) โดยประชาชนสามารถเริ่มจองแพ็คเกจทัวร์ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2564 &amp;ndash; 31 มกราคม 2565 ผ่านผู้ประกอบการนำเที่ยวโดยตรง ใช้ได้ 1 สิทธิต่อ 1 คน จองแพ็คเกจก่อนเดินทางล่วงหน้า 7 วัน ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนค่าแพ็คเกจท่องเที่ยว 40% ไม่เกิน 5,000 บาทต่อสิทธิ จำนวน 1 ล้านสิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เชื่อมั่นว่าทั้ง 2 โครงการจะกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวสิ้นปีต่อเนื่องยาวไปจนถึงต้นปีหน้า สอดรับกับสายการบินยังพร้อมกลับมาเปิดให้บริการและเพิ่มความถี่ในเส้นทางบินที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน นี้&amp;nbsp; ยังมีแผนการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมอีกหลายจังหวัด อาทิ กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; เพชรบุรี&amp;nbsp; ชลบุรี เชียงใหม่&amp;nbsp; เป็นต้น&amp;nbsp; ไทยเที่ยวไทยยังจะช่วยดึงเม็ดเงินเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากขึ้นด้วย&amp;rdquo; นายธนกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119124</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัวร์เที่ยวไทย, ธนกร วังบุญคงชนะ, เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c106148a8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. เห็นชอบ ททท.ปรับปรุงรายละเอียด &#039;เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3&#039; และ &#039;ทัวร์เที่ยวไทย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21&amp;nbsp;ก.ย.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปรับปรุงรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญของ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 และ โครงการทัวร์เที่ยวไทย โดยเปลี่ยนแปลงระยะเวลาสิ้นสุดการดำเนินโครงการฯ ทั้ง 2 โครงการ เป็นวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 และกำหนดให้ประชาชนใช้สิทธิ์ได้ไม่เกินวันที่ 31 มกราคม 2565 พร้อมให้ ททท. เร่งรัดการเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน รายละเอียด ดังนี้ 1.โครงการทัวร์เที่ยวไทย ปรับ 2 หลักเกณฑ์ ได้แก่ (1) เปลี่ยนแปลงการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัด สามารถเดินทางได้ทุกวัน จากเดิมเดินทางได้เฉพาะวันอาทิตย์&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;พฤหัสบดี (2) เพิ่มรายการนำเที่ยว เป็น 30 รายการต่อบริษัท จากเดิม 15 รายการต่อบริษัท โดย ททท. ได้เตรียมความพร้อมสำหรับแพลตฟอร์มการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า 2.โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3&amp;rdquo;&amp;nbsp;ขณะนี้ได้เตรียมเปิดลงทะเบียนสำหรับผู้ประกอบการที่จะสมัครเข้าร่วม โครงการตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;1 ตุลาคม 2564 ทั้งนี้&amp;nbsp;คาดการณ์ ว่าจะสามารถเริ่มดำเนินโครงการและให้ประชาชนใช้สิทธิท่องเที่ยวในเดือนตุลาคมนี้ ในส่วนของรายละเอียดโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 คือ รัฐสนับสนุนค่าโรงแรม 40% (ไม่เกิน 3,000 บาท/ ห้อง/คืน) สนับสนุนคูปองอาหาร 600 บาทต่อคืน และสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน 40% (ไม่เกิน 2,000 บาท หรือ 3,000 บาท โดยดูตามเงื่อนไขของแต่ละจังหวัด) ส่วนโครงการทัวร์เที่ยวไทย นั้น รัฐสมทบเงินให้ 40% ของราคาแพ็กเกจท่องเที่ยว หรือไม่เกิน 5,000 บาทต่อคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีแนวโน้มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันลดลงอย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงรายละเอียดของทั้ง 2 โครงการจะสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศได้ จึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการที่พัก/โรงแรม/ ร้านค้า ร้านอาหารต่าง ๆ ปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรการต่าง ๆ ของ ศบค. และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการควบคุม ป้องกันโรค ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีความรุนแรงในช่วงระหว่างดำเนินโครงการ ททท. ก็สามารถขอยุติดำเนินโครงการฯ ได้ ทั้ง 2 โครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117427</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัวร์เที่ยวไทย, เราเที่ยวด้วยกัน, เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_61488d75cefad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาล มั่นใจโครงการทัวร์เที่ยวไทยกระจายรายได้ 1.5 หมื่นล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ&amp;ldquo;ทัวร์เที่ยวไทย&amp;rdquo; ช่วยเยียวยาผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่งเสริมการเดินทางข้ามจังหวัด/ภูมิภาค เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ลงไปในท้องถิ่นและชุมชน&amp;nbsp;รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณสำหรับแพคเกจเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดา (วันอาทิตย์-วันพฤหัสบดี) ที่มีระยะเวลาการเดินทางอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน และข้ามจังหวัด &amp;nbsp;โดยสนับสนุน 40% แต่ไม่เกิน 5,000 บาท 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ ผ่านบริการของบริษัทนำเที่ยวในประเทศที่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย จุดประกายการเดินทางในประเทศ เพื่อพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวตลอดห่วงโซ่อุปทาน อาทิ บริษัทนำเที่ยว โรงแรมที่พัก ธุรกิจด้านการขนส่ง ธุรกิจร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องให้มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 12,500 ล้านบาท เกิดการกระจายรายได้จากโครงการทัวร์เที่ยวไทยในทางอ้อมอีกไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการฯผ่านเว็บไซต์ (www.ทัวร์เที่ยวไทย) ซึ่งกำลังจะเปิดให้ลงทะเบียนในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ โดยผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวต้องให้ความยินยอม (consent) สมัครบัญชีถุงเงิน ณ สาขา ธ.กรุงไทย ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ (www.ทัวร์เที่ยวไทย) ททท. และ กรมการท่องเที่ยวจะตรวจสอบความถูกต้อง นำเสนอรายการนำเที่ยว (แบ่งประเภท รูปแบบการให้บริการ ราคาและเงื่อนไขการเดินทาง โดยมีคณะทำงานตรวจสอบคุณภาพและความคุ้มค่า รายการนำเที่ยวปรากฏบนเว็บไซต์ต้องแสดงรายละเอียด (ชื่อ รร./ร้านอาหาร) หลังผ่านการอนุมัติจากคณะทำงาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการฯที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ต้องให้ความยินยอม (consent) ติดตั้งแอปฯ &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; เลือกรายการนำเที่ยวทางเว็บไซต์ (www.ทัวร์เที่ยวไทย.ไทย) ติดต่อบริษัทนำเที่ยว &amp;nbsp;ชำระค่ารายการนำเที่ยว ร้อยละ 60 แก่บริษัทนำเที่ยว เดินทางท่องเที่ยวโดยมีการสแกนใบหน้าและQR Code เพื่อยืนยันตัวตน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ ยังมั่นใจว่า การที่ไทยได้รับการจัดอันดับจาก Global COVID-19 Index (GCI) &amp;nbsp;เป็นอันดับ 1ของโลกในการฟื้นตัวของจากสถานการณ์ของโรค COVID-19 จาก 184 ประเทศทั่วโลก และติด 1 ใน 5 ประเทศที่บรรเทาการระบาดของไวรัสได้ก้าวหน้าที่สุด รวมทั้งแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่เริ่มต้นแล้วและเป็นไปตามเป้าหมาย แสดงถึงความพร้อมด้านสาธารณสุขของไทย ประชาชนเชื่อมั่นและมั่นใจความปลอดภัยในการเดินทาง ทั้งนี้ มาตรการ &amp;ldquo;ทัวร์เที่ยวไทย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; จะช่วยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวตลอดห่วงโซ่ทั้ง โรงแรม ผู้ประกอบ และแรงงานภาคการท่องเที่ยวกว่า 4.3 ล้านคนกลับมาคึกคักอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97427</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัวร์เที่ยวไทย, อนุชา บูรพชัยศรี, เราเที่ยวด้วยกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_6047398d0de6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุ่ม3.5แสนล้าน อุ้มธุรกิจสู้ไวรัส คนละครึ่ง3มีแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครม.ไฟเขียว 3.5 แสนล้านอุ้มธุรกิจสู้โควิด ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ-ผุดโกดังพักหนี้ คาดช่วยผู้ประกอบการ 6 หมื่นราย-ไม่ตกงาน 8.2 แสนตำแหน่ง เคาะทัวร์เที่ยวไทยวงเงิน 5 พันล้าน ลุยเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 อีก 2 ล้านสิทธิ์ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ลำบากใจยังไม่เคาะ&amp;ldquo;เราผูกพัน&amp;rdquo; ให้ ขรก. คลังแย้มคนละครึ่งเฟส 3 มีแน่หลังเดือน พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ารัฐบาลให้ความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะประชาชน ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ SMEs มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำต่างๆ ทยอยปลดล็อกออกมา เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงในเรื่องมาตรการเยียวยาของรัฐ ซึ่งวันนี้ได้เห็นชอบหลักการขั้นต้น ส่วนรายละเอียดต่างๆ เป็นเรื่องของหน่วยงานปฏิบัติ จะต้องดำเนินการให้รวดเร็วขึ้น ส่วนการขยายโครงการคนละครึ่งเฟส 3 นายกฯ กล่าวว่า กำลังดำเนินการอยู่ เดี๋ยวให้สอบถามกับทางฝ่ายที่ดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รวมถึงโครงการเราผูกพันที่ช่วยเหลือข้าราชการด้วยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังๆ ของข้าราชการเดี๋ยวต้องดูก่อน เห็นใจจริงๆ ในส่วนของข้าราชการ แต่เขามีเงินเดือน ลำบากเหมือนกัน จะไปดูว่าจะทำอย่างไรได้ สิ่งสำคัญที่สุดจะเกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เป็นสิ่งที่ต้องมองด้วย ขอร้องทำความเข้าใจกับข้าราชการ ไม่ใช่รัฐบาลไม่ห่วงใย แต่เป็นเรื่องของการเยียวยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน แถลงว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวม 2 มาตรการ รวมวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท คาดว่าจะช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจได้ 6 หมื่นราย และสามารถรักษาการจ้างงานได้ 8.2 แสนตำแหน่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ครม.เห็นชอบการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 2 มาตรการ วงเงินรวม 3.5 แสนล้านบาท และมาตรการทางภาษีอากรและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาก่อนดำเนินการตามกระบวนการตรากฎหมายต่อไป ประกอบด้วย 1.มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู) วงเงิน 2.5 แสนล้านบาท โดยกำหนดกลไกการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่มีพื้นฐานดี แต่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ให้เข้าถึงสินเชื่อในอัตราที่เหมาะสมผ่านกลไกการลดความเสี่ยงด้านเครดิตของภาครัฐ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจกลุ่มดังกล่าวสามารถประคับประคองธุรกิจและรักษาการจ้างงาน รวมทั้งปรับปรุงธุรกิจเพื่อให้สอดรับกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากการระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มีสินเชื่อกับสถาบันการเงินแต่ละแห่งไม่เกิน 500 ล้านบาท สามารถขอสินเชื่อได้ไม่เกิน 30% ของวงเงินสินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธ.ค.2562 หรือ ณ วันที่ 28 ก.พ.2564 แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า แต่ต้องไม่เกิน 150 ล้านบาท และสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินแห่งหนึ่งแห่งใด ณ วันที่ 28 ก.พ.2564 สามารถขอสินเชื่อได้ไม่เกิน 20 ล้านบาท โดยสถาบันการเงินจะคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรกของสัญญา และเฉลี่ยไม่เกิน 5% ต่อปี ในช่วง 5 ปีแรกที่สถาบันการเงินได้รับแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งกำหนดให้มีกลไกค้ำประกันสินเชื่อดังกล่าวเพื่อลดความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ประกอบธุรกิจ ระยะเวลาค้ำประกันไม่เกิน 10 ปี ภาระชดเชยค้ำประกันสูงสุด 40% ของวงเงินสินเชื่อภายใต้โครงการ ค่าธรรมเนียมการค้ำประกันโดยเฉลี่ยไม่เกิน 1.75% ต่อปี และรัฐบาลชดเชยค่าธรรมเนียมดังกล่าวโดยเฉลี่ยไม่เกิน 3.5% ต่อปี ตลอดสัญญาได้ นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยจะลดหย่อนค่าธรรมเนียมการจดจำนองหลักทรัพย์ค้ำประกันจากการดำเนินการตามมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู เหลือ 0.01% เพื่อลดภาระให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิซื้อทรัพย์สินนั้นคืนในภายหลัง (มาตรการพักทรัพย์ พักหนี้) วงเงิน 1 แสนล้านบาท โดยสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจไม่ต้องรับภาระต้นทุนทางการเงินเป็นการชั่วคราวและไม่ถูกบังคับให้ขายทรัพย์สินหลักประกันในราคาต่ำกว่าสภาพความเป็นจริงให้แก่กลุ่มทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งมีโอกาสกลับมาดำเนินธุรกิจโดยใช้ทรัพย์สินหลักประกันเดิมได้หลังสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง ทั้งนี้ ธปท.จะสนับสนุนแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำให้สถาบันการเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถขายทรัพย์สินคืนให้ผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์สินรายเดิมในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป นอกจากนี้ สถาบันการเงินสามารถให้ผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์สินเช่าทรัพย์สินนั้นเพื่อดำเนินธุรกิจต่อไปได้ในช่วงระยะเวลามาตรการได้อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง 2 มาตรการมีระยะเวลาการดำเนินการ 2 ปี โดย ครม. สามารถขยายระยะเวลามาตรการออกไปได้อีก 1 ปี ในกรณีที่มีความจำเป็นและมีวงเงินเหลืออยู่ และ ครม.ยังสามารถอนุมัติให้เกลี่ยวงเงินระหว่างมาตรการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท., นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย, นายฉัตรชัย ศิริไล ประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ, นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงมาตรการเพิ่มเติม โดยมั่นใจว่ามาตรการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จ และจะสามารถดำเนินการได้จริงภายในเดือน พ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบโครงการ &amp;quot;ทัวร์เที่ยวไทย&amp;quot; วงเงิน 5,000 ล้านบาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าเดินทางลักษณะร่วมจ่าย ร้อยละ 40 รายละไม่เกิน 5,000 บาท โดยผู้ประกอบการบริษัททัวร์ต้องมาลงทะเบียนกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวในระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ต้องกำหนดราคาที่พักและร้านอาหารไม่เกิน 12,500 บาทต่อโปรแกรม กำหนด 1 ล้านสิทธิ์ บริษัททัวร์แต่ละแห่งรับลูกค้าได้ไม่เกิน 1,000 ราย เริ่มเดือน พ.ค.ถึง ส.ค.64 โดยเป็นการท่องเที่ยวในช่วงวันธรรมดา และต้องชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังอนุมัติโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 จำนวน 2 ล้านสิทธิ์ เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่เดือน พ.ค.ถึง ส.ค. โดยจะแก้ไขระบบไม่ให้มีการฉวยโอกาส ซึ่งจะเพิ่มขั้นตอนให้ผู้ประกอบการต้องให้ความยินยอมใหม่อีกครั้ง ให้ ททท.ตรวจสอบข้อมูลที่พักว่าแต่ละแห่งมีจำนวนห้องเท่าใด รวมถึงต้องส่งข้อมูลราคาห้องมาให้ตรวจสอบ สำหรับการจองที่พักต้องจองล่วงหน้า 7 วัน เพื่อให้ธนาคารกรุงไทยส่งข้อมูลให้ ททท.ตรวจสอบ และต้องใช้การสแกนใบหน้า และมีข้อมูลจีพีเอสในการใช้งานด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบโครงการ ซึ่งจะไม่ได้ต่อโครงการทันทีที่จบเฟส 2 ในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าโครงการจะออกมาได้หลังจากที่โครงการเราชนะ และ ม33เรารักกันสิ้นสุดในช่วงเดือน พ.ค. โดยผู้ได้รับสิทธิรายเดิมอาจจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง เนื่องจากมีข้อมูลในแอปพลิเคชันเป๋าตังแล้ว ซึ่งจะใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงินในก้อนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีวงเงินเหลืออยู่กว่า 2 แสนล้านบาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97068</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยผู้ประกอบการ, ทัวร์เที่ยวไทย, ธุรกิจสู้โควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุ้มธุรกิจสู้โควิด, เราผูกพัน, โกดังพักหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_605a06e96d3a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียว &#039;ทัวร์เที่ยวไทย&#039; วงเงิน 5 พันล้าน เดินทางข้ามจังหวัดในวันธรรมดา 2 คืน 3 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า​ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ อนุมัติโครงการทัวร์เที่ยวไทยของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าเดินทางของประชาชนในลักษณะร่วมจ่าย (Co-pay) ร้อยละ 40 ของค่าใช้จ่ายแพ็กเกจนำเที่ยว แต่ไม่เกิน 5,000 บาท โดยต้องเป็นการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดในวันธรรมดา (วันอาทิตย์-วันพฤหัสบดี) ไม่ต่ำกว่า 3 วัน 2 คืน ไม่มีการกำหนดราคาขั้นต่ำ รวม 1,000,000 สิทธิ์ วงเงินงบประมาณ 5,000 ล้านบาท ตั้งแต่ พฤษภาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2564 ผู้เข้าร่วมโครงการได้แก่ นักท่องเที่ยวที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน โดยนักท่องเที่ยว 1 คนสามารถใช้สิทธิ์ตามโครงการฯได้ 1 สิทธิ์ และได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับประชาชนผู้ท่องเที่ยวที่ได้รับเงินสนับสนุนหรือประโยชน์ใดๆ สำหรับ ผู้ประกอบการ ต้องเป็นบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกับกรมการท่องเที่ยวก่อนวันที่ 1 ม.ค. 63 ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติโดยกรมการท่องเที่ยว สามารถรับนักท่องเที่ยวได้บริษัทละ 3,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โครงการทัวร์เที่ยวไทย เป็นการส่งเสริมฟื้นฟูธุรกิจภาคการท่องเที่ยวในประเทศตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งที่ผ่านมาธุรกิจท่องเที่ยวช่วยสร้างรายได้หลักของประเทศสูงถึงร้อยละ 17 ของจีดีพี โดยครม.ยังมอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยปรับกระบวนการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตครอบคลุมทั้งระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้ประโยชน์จากโครงการ ฯ โดยมิชอบด้วย&amp;quot;นายอนุชากล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97038</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัวร์เที่ยวไทย, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_6047398d0de6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรารักกันสะพัดหมื่นล้าน หนุนนำเงินฝากออกมาใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ม33เรารักกัน&amp;quot; วันแรกกดร่วมโครงการ 5.7 ล้านรายหรือร้อยละ 77 เงินสะพัด 11,441 ล้านบาท &amp;quot;คลัง&amp;quot;&amp;nbsp; ปลื้มยอดใช้จ่ายคนละครึ่งวิ่งเฉียด 1 แสนล้าน กว่า 14.7 ล้านคนแห่ใช้จ่ายคึกคัก &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ถกมาตรการฟื้นฟูเอสเอ็มอี สั่งคลังหาวิธีจูงใจคนนำเงินฝากออกมาใช้ พร้อมเห็นชอบคนละครึ่งเฟส 3 หลังจบ &amp;quot;เราชนะ&amp;quot; ชง ครม.อนุมัติทัวร์เที่ยวไทย-เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 รับช่วงสงกรานต์ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 มีนาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงโครงการ ม33เรารักกัน หลังโอนเงินงวดแรก 1,000 บาทว่า มีผู้กดเข้าร่วมโครงการจำนวน&amp;nbsp; 5,720,967 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 77 ของผู้ได้รับสิทธิ์ มีเงินเข้าสู่ระบบและเกิดประโยชน์แก่แรงงาน 5,720,967,000 บาท&amp;nbsp; มีการซื้อขายสินค้าผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจระยะสั้นคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 11,441&amp;nbsp; ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นวันแรกในการโอนเงิน&amp;nbsp; จึงได้มอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมติดตามสถานการณ์และรายงานผลการดำเนินงานให้ทราบ ภาพรวมยังไม่พบปัญหาใดๆ ส่วนงวดถัดไปจะโอนตามลำดับ คืองวดที่ 2 วันที่ 29 มีนาคม, งวดที่ 3 วันที่ 5 เมษายน และงวดที่ 4&amp;nbsp; วันที่ 12 เมษายน จนครบ 4,000 บาท ซึ่งผู้มีสิทธิ์สามารถใช้เงินซื้อสินค้าและบริการจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.แรงงานกล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบสถานะผู้ได้รับสิทธิ์ผ่านทาง www.ม33เรารักกัน.com และกดยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564&amp;nbsp; หากตรวจสอบแล้วไม่มีสิทธิ์ จะต้องรีบทบทวนสิทธิ์ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp; 15-28 มีนาคม 2564 กลุ่มแรก ผู้ยังไม่ได้ลงทะเบียนมาก่อน กับชื่อ-นามสกุลผิด ให้ทบทวนผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com กลุ่มที่ 2 ผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ลงทะเบียนแล้วแต่ระบบแจ้งว่าไม่ได้อยู่ในมาตรา 33 ต้องไปทบทวนสิทธิ์ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยให้นำบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดมาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงการ ม33เรารักกัน วงเงิน 4,000 บาท ดูเหมือนไม่มาก แต่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้แรงงานได้ ในการใช้จ่ายสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันผ่านร้านค้าที่ร่วมรายการ รวมถึงช่วยพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย หาบเร่แผงลอยได้ด้วย ก็จะเกิดเงินหมุนเวียนในหลายรอบและส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจฟื้นตัวตามมา&amp;quot; นายสุชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp; เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ และฟื้นฟูเศรษฐกิจจนถึงระดับฐานรากทั่วประเทศ โดยความคืบหน้าล่าสุดของโครงการคนละครึ่ง ณ วันที่ 21 มี.ค.64 พบว่ามีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 1.5 ล้านร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิ์จำนวน 14,793,502 คน โดยเป็นการใช้จ่าย 3,000&amp;nbsp; บาทขึ้นไป จำนวน 12,530,056 คน และใช้จ่ายครบ 3,500&amp;nbsp; บาท จำนวน 6,315,918 คน ยอดการใช้จ่ายสะสม 98,860&amp;nbsp; ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 50,610.3 ล้านบาท&amp;nbsp; และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 48,249.7 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, สมุทรปราการ, สงขลา และเชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โครงการคนละครึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค.64 จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังมีวงเงินเหลือเร่งใช้จ่ายให้ครบ&amp;nbsp; 3,500 บาท หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะไม่สามารถใช้สิทธิ์วงเงินที่เหลือได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการรักษาสิทธิ์ของท่านแล้ว&amp;nbsp; ยังเป็นการช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากผ่านการบริโภคภายในประเทศอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมการเดินทางในวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564&amp;nbsp; ตามที่รัฐบาลประกาศให้หยุดยาววันที่ 10-15 เม.ย.64 ว่า&amp;nbsp; บขส.คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 8-10 เม.ย.64 จะมีประชาชนเดินทาง (ขาเข้า-ขาออก) เพิ่มขึ้นประมาณ 100,000 คนต่อวัน ขณะที่ในช่วงวันที่ 11-17 เม.ย.64 คาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารปกติหรือประมาณ 40,000-50,000 คนต่อวัน และจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งในวันที่ 18-19 เม.ย.64 ซึ่งจะเป็นช่วงที่ผู้โดยสารเดินทางกลับจากต่างจังหวัด โดยจะทำให้มีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 100,000 คนต่อวันเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 จะเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 เนื่องจากเมื่อช่วงสงกรานต์ 2563 รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกวันหยุดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัญลักข์กล่าวว่า ในส่วนการเปิดให้ผู้โดยสารที่เข้าร่วมโครงการเราชนะสามารถใช้สิทธิ์ชำระค่าโดยสารได้ โดยชำระค่าโดยสารผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ&amp;nbsp; สถานีเดินรถ และจุดจอดรถโดยสารของ บขส.ทั่วประเทศนั้น&amp;nbsp; โดยตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้&amp;nbsp; บขส.มีรายได้เพิ่มขึ้นจากโครงการเราชนะประมาณกว่า 4,000,000 บาท และคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ถือเป็นผลตอบรับที่ดี และเป็นนโยบายของรัฐที่ต้องการช่วยเหลือการเดินทางของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เรียกประชุมฝ่ายเศรษฐกิจ อาทิ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ช่วงบ่ายวันนี้ได้มีการประชุมหารือมาตรการฟื้นฟูและการรักษาสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp; SMEs รวมถึงมาตรการ soft loan และ asset warehousing&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้ติดตามผลการดำเนินการโครงการ &amp;#39;เราชนะ&amp;#39;&amp;nbsp; และโครงการ &amp;#39;คนละครึ่ง&amp;#39; และพิจารณาการดำเนินการในเฟสต่อไป ปัจจัยสำคัญคือยังตรวจพบว่ามีการโกงเกิดขึ้น ทั้งในส่วนของบุคคลและผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะหาหนทางแก้ไข รวมไปถึงการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด เราต้องไม่ยอมให้คนส่วนน้อยมาทำลายสิ่งดีๆ ของคนส่วนใหญ่ในช่วงวิกฤตินี้ครับ #รวมไทยสร้างชาติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ว่า ได้หารือแนวทางออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยนายกฯ มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปหาวิธีจูงใจคนให้นำเงินที่ฝากไว้ในธนาคารออกมาใช้ หลังพบว่าช่วงเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีสถิติคนออมเงินในธนาคารสูงขึ้น และเก็บเงินจากที่ไม่ได้เดินทางท่องเที่ยว เป็นกรณีเช่นเดียวกับในสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่พบว่าเงินฝากในระบบสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งแนวทางหนึ่งคือ การออกมาตรการช็อปดีมีคืน&amp;nbsp; เพื่อให้นำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าไปลดหย่อนภาษี หรืออาจคิดมาตรการใหม่ๆ ขึ้นมาก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยังได้หารือผลของการออกมาตรการต่างๆ ทั้งเราชนะ, คนละครึ่ง, เราเที่ยวด้วยกัน ได้ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ นายกฯ จึงให้แนวทางดำเนินโครงการคนละครึ่งที่จะจบลงในวันที่ 31 มี.ค.นี้ต่อไป แต่เฟส 3 อาจไม่ทันเดือน เม.ย.นี้ แต่จะต่อเนื่องหลังโครงการเราชนะจบลงในวันที่ 31 พ.ค.เพื่อให้มีโครงการลักษณะนี้ต่อเนื่องไป และรวมถึงโครงการ &amp;quot;เราผูกพัน&amp;quot; ที่ช่วยข้าราชการที่รายได้ไม่สูงก็จะนำเข้า ครม.เร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ไข พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วงเงิน 500,000 ล้านบาท กระทรวงการคลังหารือกับ ธปท.แล้ว จะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เร็วที่สุด ที่ผ่านมามีการใช้วงเงินไป&amp;nbsp; 130,000 ล้านบาท ถ้าเทียบตอนออก พ.ร.ก.ในครั้งแรกกับครั้งนี้ถือว่ารู้โจทย์แล้วว่ากลุ่มไหนเดือดร้อนอย่างไร การนำวงเงินที่เหลืออีก 370,000 ล้านบาทไปแก้ไขให้ตรงจุดจึงไม่ยากแล้ว นายกฯ อยากเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นรูปธรรม จึงสั่งการว่าเวลานำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าพิจารณาใน ครม. ขอให้เสนอเป็นแพ็กเกจหลายๆ เรื่องทีเดียวเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว&amp;nbsp; นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้หารือเพื่อกำหนดโครงการรับรองการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; โดย ททท.ได้ออกหลายแคมเปญเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ขณะที่ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมเสนอ ครม.พิจารณาโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการทัวร์เที่ยวไทย สนับสนุนการสมทบเงินให้ประชาชนรับสิทธิ์เพื่อเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ภายหลังที่ประชุม ครม.มีมติให้นำกลับไปทบทวน อุตช่องป้องกันการทุจริต โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดว่าทั้ง 2&amp;nbsp; โครงการจะเสนอที่ประชุม ครม.ได้ในเร็วๆ นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หวังให้ช่วงสงกรานต์ปีนี้ซึ่งมีวันหยุดยาวรวม 6 วัน เกิดการจับจ่ายใช้สอย เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายที่กำลังดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเราชนะ, โครงการ ม33เรารักกัน ฯลฯ จะตอบโจทย์ประชาชนเป็นอย่างดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง&amp;quot; น.ส.ไตรศุลีกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96940</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, ทัวร์เที่ยวไทย, ฟื้นฟูเอสเอ็มอี, ม33เรารักกัน, มาตรการฟื้นฟูเอสเอ็มอี, สงกรานต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_6058b595aafcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
