<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 18:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 18:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  11สมาพันธ์วิชาชีพ รวมตัวค้านบางมาตรา ในพรบ.อุดมฯ อ้างกระทบผู้เรียน -จัดการเรียนการสอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29ส.ค.61-11 สมาพันธ์สภาวิชาชีพ สู้ไม่ถอย แสดง ความห่วงใย ร่าง พ.ร.บ.อุดมศึกษา พ.ศ.... มาตรา 64,65,66 &amp;nbsp;อาจส่งผลกระทบการจัดการเรียนการสอน และตัวนักศึกษาโดยตรง &amp;nbsp; ควรตัดออก เผยน้อยใจเคยเสียงเรียกร้อง ไม่ได้รับความสนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ที่กรมประชาสัมพันธ์ - สมาพันธ์สภาวิชาชีพแห่งประเทศไทย โดยมีสภาวิชาชีพ 11 แห่งร่วมกัน แถลงข่าว (ร่าง) พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอุดมศึกษา พ.ศ....ผลกระทบต่อชีวิตและสวัสดิภาพของประชาชนไทย โดยนายทัศไนย ไชยแขวง อุปนายกภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า สภาวิชาชีพ เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ... แต่มีความห่วงใยในบางมาตราที่อาจส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอน และตัวนักศึกษาโดยตรง &amp;nbsp;โดยเฉพาะมาตรา 64 ที่ให้สภาวิชาชีพมีส่วนในการแสดงความคิดเห็นประกอบการจัดทำหลักสูตร แต่มิได้ให้อำนาจในการรับรองหรือกำหนดเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน &amp;nbsp;หรือสร้างภาระอื่นใดให้กับสถาบันอุดมศึกษา มาตรา 65 &amp;nbsp;สภาวิชาชีพจะออกข้อบังคับหรือหลักเกณฑ์เพื่อจัดระเบียบการประกอบอาชีพ โดยมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติหรือก้าวก่ายการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษามิได้ มาตรา 66 &amp;nbsp;ในกรณีที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาเห็นว่าสภาวิชาชีพใดฝ่าฝืนมาตรา 64 ให้แจ้งให้สภาวิชาชีพทราบ และให้สภาวิชาชีพปฏิบัติตามนั้น &amp;nbsp;และมาตรา 48 สถาบันอุดมศึกษามีหน้าที่ในการให้บริการทางวิชาการและวิชาชีพ และให้คำปรึกษาทางวิชาการและวิชาชีพแก่สังคมภายนอกสถาบันอุดมศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ซึ่งสมาพันธ์สภาวิชาชีพฯ เรียกร้องมาหลายครั้งแล้วว่า โดยขอให้ตัดมาตรา 64,65,66 ของร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา ออกทั้งหมด โดยที่ผ่านมา ได้เสนอความเห็นไปยังผู้เกี่ยวข้องหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ จนกระทั่ง ครม.มีมติร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ก็ยังมีทั้ง 3 มาตราดังกล่าวอยู่ จึงต้องออกมาเรียกร้องผ่าน สื่อเพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบ &amp;quot;นายทัศไนยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้สมาพันธ์วิชาชีพทั้ง 11 แห่ง คงไม่ยกระดับการเคลื่อนไหว ออกมาชุมนุม สร้างความวุ่นวายให้กับสังคม แต่จะเดินหน้าให้ช้อมูลกับประชาชนถึงผลกระทบ ที่สภาวิชาชีพ ไม่สามารถไปรับรองสถาบันหรือหลักสูตร และร่วมจัดการสอนได้ &amp;nbsp;เพราะหากให้สภาวิชาชีพทำหน้าที่จัดสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หลังจากจบการศึกษาเท่านั้น หากนักศึกษาสอบไม่ได้ &amp;nbsp;ก็จะเสียทั้งเงินและเวลา รวมทั้งอาจพบปัญหาบุคลากรเถื่อนที่ประกอบอาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตฯ โดยเฉพาะอาชีพที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน ทพ.ไพศาล &amp;nbsp;กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา &amp;nbsp;กล่าวว่า การรับรองหลักสูตรเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคที่มารับการศึกษา โดยเฉพาะขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเอกชนเข้ามาร่วมจัดการศึกษาจำนวนมาก จะต้องเข้าดูแลทั้งจำนวนอาจารย์ต่อนักศึกษา เครื่องมือแพทย์ต้องได้มาตรฐาน จำนวนนักศึกษา ถ้าเราไม่ดูแลหลักสูตร จะมีความมั่นใจได้อย่างไร ว่าเด็กเรียนจบแล้วจะสามารถสอบใบอนุญาตฯ ผ่านได้ &amp;nbsp;ถือเป็นความสูญเสีย โดยการเรียนทันตแพทย์ &amp;nbsp;ผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่ายปีละ 1 ล้านบาท &amp;nbsp;เรียน 6 ปี เป็นเงิน 6 ล้านบาท &amp;nbsp;ที่น่าห่วงคือ หากสอบใบอนุญาตฯไม่ผ่าน คนเหล่านี้ก็คงไม่อยู่เฉย ต้องหาทางประกอบอาชีพโดยไม่มีใบอนุญาต &amp;nbsp;อาจจะพบปัญหาหมอเถื่อนก็ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16433</URL_LINK>
                <HASHTAG>11สมาพันธ์วิชาชีพ, ทัศไนย ไชยแขวง, พรบ.การอุดมศึกษาฯ, ไพศาล กังวาลกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b8686d05e13d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาทนายไม่พอใจ ล็อกสุกิจบนโรงพัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาทนายฯ เคลื่อนไหวกรณีตำรวจล็อกใส่กุญแจมือทนายสุกิจบนโรงพัก เผยสมาชิกทั่วประเทศไม่สบายใจ ชี้ไม่ให้เกียรติกัน กระทบต่อศักดิ์ศรีและวิชาชีพ นัดประชุม 28 มิ.ย. เพื่อกำหนดท่าที โยนเจ้าตัวตัดสินใจจะฟ้องชุดจับกุมผิด ม.157 หรือไม่ ผบ.ตร.ยันไม่เกินกว่าเหตุ ขณะที่บิ๊กป้อมก็หนุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน กทม. วันที่ 20 มิถุนายนนี้ ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ พร้อมด้วยทีมผู้บริหารสภาทนายฯ แถลงข่าวกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการจับกุมนายสุกิจ พูนศรีเกษม ประกอบวิชาชีพเป็นทนายความ ที่อยู่ระหว่างการพาลูกความไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ว่า จากการดูคลิปเบื้องต้น ตัวนายสุกิจที่ถูกจับกุมตามหมายจับ ขณะนั้นกำลังปฏิบัติหน้าที่ของทนายความ แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมด้วยวิธีการที่ปรากฏตามสื่อเป็นการสมควรหรือไม่ เมื่อนายสุกิจเป็นทนายความ การจับกุมดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อวิชาชีพ ศักดิ์ศรีของทนายความ และความเป็นมนุษย์ ที่จะต้องได้รับความคุมครองตามรัฐธรรมนูญและ ป.วิอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตรงนี้เราไม่ได้ออกมาว่าจะปกป้องการกระทำผิด ทุกอาชีพย่อมมีคนที่จะกระทำผิดปะปนกันไป แต่เราตั้งข้อสังเกตถึงวิธีการจับกุมเป็นไปตามหลักการปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ เราจึงอยากฝากถึงผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเราเข้าสู่ยุคปฏิรูปแล้ว การเข้าควบคุมแม้จะเป็นไปตามหมายจับ ก็จะต้องกระทำด้วยความเหมาะสมต่อสภาพและหลักปฏิบัติ เท่าที่เห็นตามคลิปก็ไม่มีทีท่าทีจะหลบหนี สถานที่เป็น สน. แค่เชิญตัวเขาก็ไปแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุมีญาติของนายสุกิจได้แจ้งเรื่องดังกล่าวมายังสภาทนายความให้รับทราบ และเฝ้าระวังในกรณีที่นายสุกิจถูกควบคุมตัวในลักษณะแบบนั้น ซึ่งการจะฟ้องร้องตำรวจชุดจับกุมหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนายสุกิจซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำ ส่วนการเข้าควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดฐานการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่นั้น จะต้องดูรายละเอียดในเรื่องนี้อีกครั้ง ตรงนี้ตนได้เห็นรายละเอียดเพียงเบื้องต้นที่นำเสนอโดยสื่อมวลชน ซึ่งผู้ที่ชี้ว่าการกระทำดังกล่าวมีความผิดหรือไม่ ต้องเป็นศาลยุติธรรมที่มีอำนาจชี้ขาดความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าท่าทีของทนายความทั่วประเทศมีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไร ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์กล่าวว่า ทนายความทั่วประเทศไม่สบายใจเรื่องนี้อย่างมาก หลังเกิดเหตุมีการสอบถามมาทางสภาทนายความถึงหลักการปฏิบัติดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่ากระทบต่อเกียรติ ศักดิ์ศรีของวิชาชีพ ซึ่งก็ยอมรับว่ามีทนายความจำนวนมากไม่พอใจ ส่วนจะออกมาเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่นั้น ต้องรอดูคณะกรรมการที่พิจารณาเรื่องนี้ว่าจะมีการพิจารณาออกมาอย่างไร ก็จะเป็นท่าทีของสภาทนายความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ในฐานะที่เป็นกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม จะนำเรื่องนี้เข้าสู่คณะกรรมการปฏิรูปฯ ด้วยหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์กล่าวว่า แน่นอน เรื่องนี้จะต้องนำเข้า เพราะตำรวจก็ถือเป็นหนึ่งในกระบวนการยุติธรรม เรื่องหลักในการปฏิบัติที่จะเข้าควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะกระทบสิทธิเสรีภาพที่จะต้องมีการปฏิรูป โดยหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ทางตนเองก็ได้มีการนัดหมายพูดคุยกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ถึงหลักการปฏิบัติและหาทางออกในเรื่องนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่านายสุกิจเคยถูกลงโทษถอนใบอนุญาตเป็นทนายความชั่วคราวหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์กล่าวว่า ทราบว่านายสุกิจในอดีตเคยถูกคำสั่งห้ามว่าคดีบางประเภทชั่วคราว แต่ตอนนี้นายสุกิจอยู่ในสถานะทนายความที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ ส่วนรายละเอียดที่เคยถูกสั่งห้ามว่าความในอดีตต้องไปดูอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทัศไนย ไชยแขวง อุปนายกฝ่ายต่างประเทศและกรรมการประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า การควบคุมตัวตามหมายจับย่อมเป็นสิทธิที่จะทำได้ ซึ่งมีหลักปฏิบัติวางไว้อยู่แล้ว ตนมองว่าการจับกุมในคดีนี้เกินสมควรกว่าเหตุทั้งในด้านของอัตราโทษและพฤติการณ์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมาย ทางสภาทนายความจึงได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และจะมีการประชุมเพื่อหารือสรุปท่าทีของสภาทนายความในเรื่องนี้ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ต่อมาสภาทนายความยังออกแถลงการณ์ระบุว่า กรณีเหตุการณ์จับกุมทนายความสุกิจ พูนศรีเกษม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.พหลโยธิน เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2561 ตามที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อสารมวลชนนั้น สภาทนายความในฐานะที่เป็นองค์กรทางวิชาชีพกฎหมายขอแถลงจุดยืนต่อเหตุการณ์นี้ว่า สภาทนายความเห็นว่าอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจับกุม ต้องใช้วิธีการหรือป้องกันเท่าที่เหมาะสมและจำเป็นแก่พฤติการณ์ในการจับกุม แต่หากการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เกินกว่าอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และอาจเป็นความผิดตามกฎหมายอื่น เช่น ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อเสรีภาพ ความผิดต่อร่างกาย และในการนี้จะได้รวบรวมนำข้อสรุปดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสภาทนายความ เพื่อพิจารณาดำเนินการบนพื้นฐานของสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน บทบัญญัติของกฎหมายและศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ สน.พหลโยธิน ขณะที่นายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความ ได้พา น.ส.แสงสุริยเทพ พระมหาสุริยา ร่างทรง 4G มาแจ้งความต่อตำรวจ สน.พหลโยธิน เพื่อดำเนินคดีต่อนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ในข้อหาดูหมิ่นด้วยการโฆษณา แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงหมายจับข้อหารุกที่ป่าสงวนในจังหวัดตาก แต่เจ้าตัวพยายามขัดขืน เจ้าหน้าที่จึงจับใส่กุญแจมือ และขณะนี้อยู่ระหว่างลงบันทึกการจับกุมตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ตำรวจเขาทำตามหน้าที่ของเขา และก่อนจับได้ให้เดินไปห้องสืบสวนดีๆ แต่ขัดขืน&amp;nbsp;ถ้าเดินไปดีๆ ก็จบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ แต่เป็นการทำตามหน้าที่และขั้นตอน และเชื่อว่าคงไม่ต้องชี้แจงกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เมื่อวานนี้ตนได้ให้นายสุกิจและตำรวจชุดจับกุมคุยกัน ก็ปรับความเข้าใจกันแล้ว ว่าเป็นความเข้าใจผิดกัน ตอนนี้ไม่ติดใจเอาความกันทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต่างคนต่างมีเหตุผล เจ๊ากันไป ยืนยันว่าเมื่อวานนี้ไม่มีการกลั่นแกล้งกัน ไม่มีการเข้าข้างใคร หรือทนายคนไหนตามที่คนในสังคมบางส่วนแสดงความเห็น ความเห็นแบบนั้นเลอะเทอะ แล้วนายสุกิจก็เป็นทนายรู้กฎหมาย เราคงไม่ไปกลั่นแกล้งด้วยกฎหมายหรอก แต่ถ้าข้องใจตำรวจก็มาร้องทุกข์กันได้ ถ้าใครกลั่นแกล้งกันก็ต้องดำเนินคดี&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บังคับการกองปราบปราม หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กล่าวว่า ยืนยันว่าทุกอย่างที่ทำไปเป็นไปตามยุทธวิธีถูกต้องตามขั้นตอน ไม่มีการใช้อาวุธ หรือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะปฏิบัติตามยุทธวิธีตามกฎหมาย ป.วิอาญา ที่ว่าด้วยบุคคลใดที่ขัดขวางหรือหลบหนี ผู้จับสามารถใช้ยุทธวิธีการจับกุมตามความเหมาะสมตามแต่สถานการณ์ ส่วนที่สภาทนายความระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการไม่ให้เกียรติวิชาชีพทนายความ ในส่วนนี้อยากชี้แจงว่า พวกคุณเข้าใจกฎหมายทุกอย่าง อย่าพยายามสร้างบรรทัดฐานไปในทางที่ไม่ดี ทุกอย่างต้องว่ากันตามกฎหมาย ส่วนที่มีกระแสว่านายสุกิจจะฟ้องกลับนั้น ฟ้องได้เลยทุกข้อหา เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงกระทำได้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า จากการตรวจร่างกายนายสุกิจเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. พบว่ามีบาดแผลถลอกตรงเข่า ขนาด 1และ 2 เซนติเมตร บาดแผลถลอกที่ต้นคอด้านหลัง มีอาการบวม เจ็บที่แผ่นหลังและเอว โดยบาดแผลที่เกิดเป็นบาดแผลใหม่ ส่วนจะทำให้สะโพกเคลื่อนหรือไม่ ในขั้นนี้ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะตนตรวจเบื้องต้น ต้องเอกซเรย์อีกครั้ง ตนตรวจตอนนายสุกิจกำลังนั่งและยืน ไม่สามารถบอกได้ว่าทำให้นายสุกิจถึงขั้นเดินไม่ได้หรือไม่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11780</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัศไนย ไชยแขวง, พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สุกิจ พูนศรีเกษม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร, แสงสุริยเทพ พระมหาสุริยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a572c4e843.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
