<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 07:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดอาเซียนระบาดหนัก มาเลเชียยอดแตะ 9,000 ราย/วัน ฟิลิปปินส์-ไทย-อินโดยอดพุ่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค. 2564 &amp;nbsp;ยอดโควิดทั่วโลก 30 พ.ค.64 ผู้ป่วยโควิด-19 สะสม 170,609,535 &amp;nbsp;ราย เพิ่มขึ้น 483,459 ราย เสียชีวิตสะสม 3,547,858 ราย เพิ่มขึ้นราย 10,570ราย หายป่วย 152,741,284 ราย อินเดียเเพิ่มขึ้นสูงสุด 174,401 ราย
ยอดโควิดทั่วโลก 30 พ.ค.64 เวลา 07.15 น. Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก อยู่ที่ 170,609,535 &amp;nbsp; ราย เพิ่มขึ้น &amp;nbsp; 483,459 &amp;nbsp;ราย ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก รวมอยู่ที่ &amp;nbsp;3,547,858 ราย เพิ่มขึ้น 10,570ราย &amp;nbsp;หายป่วยสะสม 152,741,287 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา 34,034,586 ราย(+11,929 ) อันดับ 2 อินเดีย 27,893,472 ราย(+174,401) อันดับ 3 บราซิล 16,471,600 ราย(+78,943) อันดับ 4 ฝรั่งเศส 5,657,572 ราย(+10,675) อันดับ 5 ตุรกี 5,235,978 ราย (+7,656) อันดับ 6 รัสเซีย 5,053,748 ราย(+9,289) อันดับ 7 สหราชอาณาจักร 4,480,945 ราย(+3,398)อันดับ 8 อิตาลี 4,213,055 ราย (+3,351) อันดับ 9 อาเจนติน่า 3,732,263 ราย(+29,841)อันดับ 10 เยอรมนี 3,684,672 ราย(+4,513)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เพื่อนบ้านอาเซียนการระบาดก็ยังหนัก อินโดนีเชีย ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 6,565 ราย , ฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 7,443 ราย &amp;nbsp;มาเลเชีย เพิ่มขึ้น 9,020 ราย ขณะที่ไทย ก็มีจำนวนผู้ป่วยสะสมอันดับที่ 83 ของโลก โดยมีผู้ป่วยทั้งหมด 149,779 ราย เพิ่มขึ้น 4,803 &amp;nbsp;และมีผู้เสียชีวิตรวม 988 ราย ซึ่งจำนวนผู้ป่วยตีคู่มากับ ประเทศเมียนมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104631</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทั่วโลก, ผู้ป่วยโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b2dc8fe74e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 07:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดโควิดทั่วโลกยังหนัก อินเดียติดเชื้อรายวันเกิน 4 แสนรายต่อเนื่อง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดโควิดทั่วโลก 9 พ.ค.64 เวลา 07.20 น. Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก อยู่ที่ &amp;nbsp;158,296,977 &amp;nbsp;ราย เพิ่มขึ้น 772,468 &amp;nbsp;ราย ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก รวมอยู่ที่ 3,295,950 ราย เพิ่มขึ้น 12,661 &amp;nbsp;ราย ราย หายป่วยสะสม 136,577,295 &amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหรัฐฯมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุด มีผู้ติดเชื้อสะสม 33,452,659 ราย อันดับ 2 อินเดีย 22,295,911 ราย อันดับ 3 บราซิล 15,150,628 ราย อันดับ 4 ฝรั่งเศส 5,767,959 ราย อันดับ 5 ตุรกี 5,016,141 ราย อันดับ 6 รัสเซีย 4,871,843 ราย อันดับ 7 สหราชอาณาจักร 4,433,090 ราย อันดับ 8 อิตาลี 4,102,921 ราย &amp;nbsp;อันดับ 9 สเปน 3,567,408 ราย และอันดับ 10 เยอรมนี 3,519,250 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ในบราซิล และ อินเดีย ยังน่าห่วง &amp;nbsp;โดยอินเดียว ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากกว่า 4 แสนราย และ เสียชีวิตถึง 4,133 ราย ขณะที่บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อยังเพิ่มถึง 63,268 ราย และเสียชีวิต 2,091 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102252</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทั่วโลก, ผู้ติดเชื้อรายใหม่, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_60972c3d367c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สังเวยCOVIDทะลุ2แสน เบลเยียมแชมป์อัตราดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ยอดสังเวยไวรัสโคโรนาทั่วโลกเกิน 200,000 ศพแล้ว ส่วนผู้ติดเชื้อสะสมจ่อทะลุ 3 ล้าน &amp;nbsp;&amp;quot;อู่ฮั่น&amp;quot; ไม่มีคนป่วยโควิด-19 นอนโรงพยาบาลอีก สเปนตายเพิ่มน้อยสุดใน 1 เดือน รัฐบาลให้เด็กเล็กออกนอกบ้านได้ครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์ ซาอุฯ ผ่อนคลายล็อกดาวน์ เว้นนครเมกกะยังเคอร์ฟิว 24 &amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคโควิด-19 ที่พบผู้ติดเชื้อในจีนครั้งแรกเมื่อปลายปีที่แล้วและคร่าชีวิตผู้ป่วยรายแรกในเดือนมกราคม ถึงขณะนี้ได้คร่าชีวิตชาวโลกมากกว่า 200,000 คนแล้วนับข้อมูลถึงวันเสาร์ที่ 25 เมษายน &amp;nbsp;2563 โดยจำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดในวันอาทิตย์เพิ่มเป็นเกือบ 204,000 ราย มียอดผู้ติดเชื้อสะสมใน 210 &amp;nbsp;ประเทศและดินแดนมากกว่า 2,934,000 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุดในโลก มีผู้ติดเชื้อแล้วอย่างน้อย &amp;nbsp;939,000 ราย เสียชีวิตเกือบ 53,934 รายตามข้อมูลที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ถึงช่วงเย็นวันอาทิตย์ตามเวลาไทย โดยเมื่อคืนวันเสาร์อเมริกามีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2,494 ศพภายใน 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;ยอดนี้เพิ่มจาก 1,258 ศพเมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็นยอดตายรายวันต่ำที่สุดของสหรัฐฯ ในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ &amp;nbsp;อิตาลีมีผู้เสียชีวิตมากรองลงมาที่ 26,384 ศพ, สเปน 23,190 ศพ, ฝรั่งเศส 22,614 ศพ และสหราชอาณาจักรเป็นชาติที่ 5 ที่มีผู้เสียชีวิตเกิน 2 หมื่นราย โดยยอดล่าสุดของวันเสาร์อยู่ที่ 20,319 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า นับแต่จีนรายงานอย่างเป็นทางการว่ามีผู้เสียชีวิตเพราะไวรัสโคโรนาที่ก่อโรคปอดอักเสบครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อวันที่ 10 มกราคม ผ่านไปนาน 91 วันโรคนี้จึงคร่าชีวิตผู้ป่วยเกิน 100,000 คน แต่ใช้เวลาอีกเพียง 16 วันก็คร่าชีวิตผู้ป่วยเพิ่มเป็น 200,000 คน ในขณะที่ตลอดทั้งปีนั้นประเมินกันว่าจะมีชาวโลกเสียชีวิตประมาณ 400,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปรียบเทียบประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด 20 ชาติ พบว่าเบลเยียมมีอัตราการเสียชีวิตมากที่สุดเมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากร ที่ 6 ศพต่อประชากร 10,000 คน ส่วนของสเปนอยู่ที่ 4.9 ศพ &amp;nbsp;และอเมริกาอยู่ที่ 1.6 ศพต่อประชากร 10,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิตของอเมริกา, สเปน และอิตาลีรวมกันมีมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งโลก โดยอัตราการเสียชีวิตของอเมริกาอยู่ที่ประมาณ 8% ส่วนอิตาลีและสเปนนั้นอัตราผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตมีมากกว่า 10% &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี อัตราโดยรวมนี้ยังถือว่าต่ำหากพิจารณาว่ายังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่ได้รับรายงาน เนื่องจากผู้ที่มีอาการก็ไม่ได้รับการตรวจเชื้อครบทุกราย และหลายประเทศไม่ได้รวมผู้เสียชีวิตที่พบในบ้านพักคนชราหรือสถานที่อื่นๆ นอกโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ทางการจีนรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 11 รายเมื่อวันเสาร์ ลดลงจาก 12 &amp;nbsp;รายของวันศุกร์ และไม่มีผู้เสียชีวิต ที่นครอู่อั่นของมณฑลหูเป่ย์ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการระบาด คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติแถลงว่า ถึงวันอาทิตย์อู่ฮั่นไม่มีผู้ป่วยโควิด-19 รักษาอยู่ในโรงพยาบาลอีกแล้วแม้แต่รายเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อู่ฮั่นมีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ 46,452 ราย จากยอดรวมทั่วจีนแผ่นดินใหญ่ 82,827 ราย หรือราว 56% &amp;nbsp;และมีผู้เสียชีวิต 3,869 ราย จากผู้เสียชีวิตทั้งประเทศ 4,632 ราย หรือ 84% ทางการจีนเริ่มสั่งล็อกดาวน์เมืองอู่ฮั่นและมณฑลหูเป่ย์นานกว่า 2 เดือนตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม และยกเลิกการล็อกดาวน์อู่ฮั่นเมื่อต้นเดือนนี้ แต่ปัจจุบันศูนย์รวมการระแวดระวังของจีนย้ายไปยังมณฑลเฮย์หลงเจียง ซึ่งอยู่ติดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและมีผู้ติดเชื้อที่เดินทางเข้ามาจากรัสเซียจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปนก็มีแนวโน้มที่ดีเช่นกัน โดยกระทรวงสาธารณสุขแถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตรายวันลดลงเหลือ 288 ศพ เป็นยอดต่ำที่สุดนับแต่วันที่ 20 มีนาคม และลดลงจาก 378 ศพของเมื่อวันเสาร์ &amp;nbsp;ข่าวนี้ประกาศออกมาในวันเดียวกับที่คำสั่งผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เด็กเล็กเริ่มมีผลบังคับใช้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสเปนใช้มาตรการเข้มงวดกับประชากรเกือบ 47 ล้านคนที่ได้รับคำสั่งให้อยู่แต่ในเคหสถานมาตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม โดยอนุญาตให้ผู้ใหญ่ออกไปซื้ออาหาร, ยา, พาสุนัขเดินเล่นได้ช่วงสั้นๆ หรือหากป่วยฉุกเฉิน แต่เด็กๆ จะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกบ้านอย่างสิ้นเชิง การผ่อนคลายมาตรการในวันอาทิตย์จะปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีออกนอกบ้านได้เป็นครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์ แต่จำกัดแค่วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง ระหว่างเวลา 09.00-21.00 น.โดยต้องมีผู้ปกครองดูแล 1 ราย และห้ามไปไกลบ้านเกินระยะ 1 กิโลเมตร คำประกาศของนายกฯ เปโดร ซานเชซ เมื่อวันเสาร์ยังเผยด้วยว่า &amp;nbsp;ชาวสเปนทุกคนจะได้รับอนุญาตให้ออกไปเดินหรือออกกำลังกายนอกบ้านได้ตั้งแต่สุดสัปดาห์หน้า และวันอังคารนี้เขาจะประกาศแผนยกเลิกการล็อกดาวน์ที่จะมีผลช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ด้วยว่า รัฐบาลซาอุดีอาระเบียจะผ่อนคลายมาตรการเคอร์ฟิว 24 &amp;nbsp;ชั่วโมงลงบางส่วน โดยยังยกเว้นนครเมกกะและพื้นที่ที่มีการระบาดหนักที่ยังห้ามประชาชนออกนอกบ้านตลอดเวลา ส่วนพื้นที่อื่นนั้นจะยกเว้นเคอร์ฟิวระหว่างเวลา 09.00-17.00 น.และร้านค้าจะได้รับอนุญาตให้เปิดกิจการได้จนถึงวันที่ 13 พฤษภาคม รายงานของกระทรวงสาธารณสุขซาอุฯ เมื่อวันเสาร์เผยว่า ซาอุฯ มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 16,299 ราย เสียชีวิต 136 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภูมิภาคอาเซียน สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 931 รายเมื่อวันอาทิตย์ ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเป็น &amp;nbsp;13,624 ราย ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งพักอาศัยในหอพักแรงงานที่อยู่กันอย่างแออัด ส่วนผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 12 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในอาเซียน 743 ศพ เพิ่มขึ้น 23 ศพ จากผู้ติดเชื้อ 8,882 ราย เพิ่มขึ้น 275 ราย, ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อสะสม 7,579 ราย เพิ่มขึ้น 285 ราย เสียชีวิต &amp;nbsp;494 ราย เพิ่มจากวันก่อน 7 ราย, มาเลเซียติดเชื้อ 5,742 ราย เสียชีวิต 98 ราย และเมียนมามีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 2 ราย รวมเป็น 146 ราย เสียชีวิต 5 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64349</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทั่วโลก, ยอดสังเวยไวรัสโคโรนา, ยอดเสียชีวิตจากไวรัสโคโรนา, สหรัฐอเมริกา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea585d71a5cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤติสุดนับแต่สงครามโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ใกล้หลักล้านเข้าไปทุกที ยอดติดเชื้อไวรัสโคโรนาทั่วโลกพุ่งเกิน 870,000 ราย เสียชีวิตกว่า 43,000 คน สเปนติดเชื้อทะลุหลักแสน สหรัฐ-ฝรั่งเศสตายมากกว่าจีนแล้ว เลขาธิการยูเอ็นชี้วิกฤติโลกครั้งนี้หนักสุดนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 หวั่นจุดชนวนความขัดแย้งทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คำกล่าวของอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่นครนิวยอร์กของสหรัฐเมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2563 มีออกมาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกาและหลายชาติยุโรปรุนแรงมากขึ้น โดยในส่วนของสหรัฐนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเตือนในวันเดียวกันว่า สหรัฐจะต้องเผชิญกับสองสัปดาห์ที่ทุกข์ทรมานมากๆ หลังจากจำนวนผู้เสียชีวิตในสหรัฐเพิ่มขึ้นมากที่สุดในช่วง 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันพุธที่ 1 เมษายนของไทย ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสะสมที่ยืนยันแล้วจาก 180 ประเทศและดินแดน อยู่ที่ 874,081 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 43,291 ราย หายแล้ว 185,194 ราย สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อมากที่สุด 189,633 ราย เสียชีวิต 4,081 ราย เมืองนิวยอร์กซิตีของมลรัฐนิวยอร์กมีคนเสียชีวิตแล้ว 1,096 ราย มากที่สุดในสหรัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิตาลีซึ่งมีผู้เสียชีวิตรายแรกเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 12,428 ราย มากที่สุดในโลก จากผู้ติดเชื้อสะสม 105,792 ราย สเปนเป็นประเทศที่ 3 ที่มีผู้ติดเชื้อเกิน 100,000 ราย โดยกระทรวงสาธารณสุขแถลงเมื่อวันพุธ ยืนยันจำนวนผู้ติดเชื้อ 102,136 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มถึง 864 คนภายใน 24 ชั่วโมง ยอดรวมเป็น 9,053 ศพ ฝรั่งเศสก็มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่าจีนแล้วเช่นกัน หลังจากวันอังคารมีคนเสียชีวิตเพิ่มถึง 499 คน มากที่สุดใน 1 วัน ทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 3,523 คน จากผู้ติดเชื้อ 52,836 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนรายงานเมื่อวันพุธว่า จีนแผ่นดินใหญ่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 36 คนเมื่อวันอังคาร เสียชีวิตอีก 7 คน ยอดรวมผู้เสียชีวิต 3,312 คน จากผู้ติดเชื้อ 81,554 คน แต่หายแล้ว 76,238 คน วันเดียวกันนี้ทางการจีนยังประกาศด้วยว่า มีผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการมากกว่า 1,300 คน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จีนเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวหลังจากมีความกังวลว่าผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการสามารถแพร่เชื้อไวรัสได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิหร่านก็ยังสถานการณ์หนักเช่นกัน กระทรวงสาธารณสุขแถลงเมื่อวันพุธว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 138 คนในเวลา 24 ชั่วโมง ยอดเสียชีวิตในประเทศเพิ่มเป็น 3,036 คน ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,987 คน ยอดรวมเป็น 47,593 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้มีประชากรโลกราวครึ่งหนึ่งแล้วที่ตกอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ จำกัดการเคลื่อนย้ายและการทำกิจกรรม เอเอฟพีอ้างผลการวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารไซแอนซ์เมื่อวันอังคารว่า การตัดสินใจของรัฐบาลจีนที่ปิดเมืองอู่ฮั่น ซึ่งพบการแพร่เชื้อครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม ช่วยป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อภายนอกเมืองนี้ได้หลายแสนราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสโตเฟอร์ ดาย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดหนึ่งในผู้จัดทำรายงานนี้กล่าวว่า การวิเคราะห์บ่งชี้ว่าหากอู่ฮั่นไม่จำกัดการเดินทางและไม่มีการใช้มาตรการฉุกเฉินระดับประเทศเพื่อควบคุมการระบาด จะมีผู้ติดเชื้อนอกเมืองอู่ฮั่นอีกมากกว่า 700,000 คนภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร อันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ยอมรับว่าโรคระบาดครั้งนี้เป็นวิกฤติครั้งเลวร้ายที่สุดของโลกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงทางเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นผลจากโควิด-19 เสี่ยงต่อการกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้งทั่วโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โรคติดต่อนี้เป็นภัยคุกคามต่อคนทุกคนบนโลกนี้ และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะนำมาซึ่งภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งอาจไม่ได้เกิดควบคู่กันในอดีต&amp;quot; เขากล่าว &amp;quot;การผสมผสานของข้อเท็จจริงทั้งสอง และความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความไร้เสถียรภาพมากขึ้น, ความไม่สงบยิ่งขึ้น และความขัดแย้งเพิ่มขึ้น เป็นสิ่งที่ทำให้เราเชื่อว่า วิกฤติครั้งนี้เป็นวิกฤติที่ท้าทายที่สุดที่โลกเผชิญนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การโลกบาลแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2488 และปัจจุบันมีสมาชิก 193 ประเทศ กูเตอร์เรสกล่าวว่า การตอบสนองที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้นจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างพร้อมเพรียง และเมื่อทุกฝ่ายลืมเรื่องการเล่นเกมการเมืองและเข้าใจว่ามนุษยชาติอยู่ในภาวะเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง องค์การนาโตกำลังจะจัดประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศชาติสมาชิก 30 ประเทศผ่านระบบวิดีโอลิงค์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 70 ปีของนาโตในวันพฤหัสบดีนี้ เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต แถลงที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อวันพุธว่า นาโตต้องหยุดยั้งไม่ให้การระบาดของไวรัสโคโรนากลายเป็นภัยคุกคามความมั่นคง พร้อมกับเตือนว่า รัสเซียหรือกลุ่มก่อการร้ายอาจฉวยความได้เปรียบจากวิกฤติครั้งนี้ ซึ่งคร่าชีวิตชาวยุโรปแล้วมากกว่า 30,000 คน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61746</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทั่วโลก, ยอดติดเชื้อไวรัสโคโรนา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตเลขาธิการยูเอ็น, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e84a26b9cdf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดเจาะสหรัฐอ่วม-ยุโรปก็สาหัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ยอดติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกผ่านหลัก 800,000 รายแล้ว สเปนโงหัวไม่ขึ้นตายเพิ่มวันเดียวเป็นสถิติใหม่ 849 ศพ อิตาลีสงบนิ่งไว้อาลัยผู้วายชนม์ครบ 11,500 ชีวิต สหรัฐดับทะลุ 3,000 อาเซียนน่าวิตก พม่าสังเวยศพแรก หลายชาติพบผู้ติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง อินโดนีเซียตายเยอะสุดแต่ผู้นำเพิ่งตื่นประกาศภาวะฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กำลังส่งผลกระทบต่อประชากรเกือบครึ่งโลก หรือราว 3,600 ล้านคน โดยจำนวนผู้ติดเชื้อล่าสุดตามการรวบรวมแบบเรียลไทม์ของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐ เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2563 ตามเวลาประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อสะสม 801,400 &amp;nbsp;ราย เสียชีวิตแล้ว 38,743 ราย และหายแล้ว 172,657 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิตาลีมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก เมื่อวันจันทร์เสียชีวิตเพิ่ม 812 ราย จำนวนรวมเป็น 11,591 ศพแล้ว จากผู้ติดเชื้อสะสม 101,739 ราย ซึ่งหายแล้ว 14,620 ราย เมื่อวันอังคารทั่วอิตาลีพร้อมใจกันสงบนิ่งไว้อาลัยนาน 1 นาที และลดธงครึ่งเสา เพื่อไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตที่ทะลุหลัก 11,500 คนในเวลา 1 เดือน ซึ่งนับเป็นโศกนาฏกรรมการสูญเสียจากภัยพิบัติคราวเดียวครั้งเลวร้ายที่สุดของอิตาลีนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้รัฐบาลยังตัดสินใจขยายเวลาการล็อกดาวน์ 3 สัปดาห์ออกไปเป็นถึงวันที่ 12 เมษายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในสเปนก็ยังไม่ถึงจุดสูงสุดเช่นกัน เมื่อวันอังคารสเปนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอีก 849 คนในช่วง 24 ชั่วโมง เป็นยอดตายมากที่สุดในวันเดียว ยอดรวมเป็น 8,189 ศพ จากผู้ติดเชื้อ 94,417 ราย วันก่อนหน้านี้ทางการสเปนออกคำสั่งห้ามจัดงานศพไม่ว่าบุคคลนั้นจะเสียชีวิตจากสาเหตุใด รวมถึงการจัดพิธีรำลึกที่บ้าน โดยจะอนุญาตให้มีผู้ร่วมพิธีฝังศพไม่เกิน 3 รายและต้องรักษาระยะห่าง 1-2 เมตรด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เบลเยียม ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มอย่างต่อเนื่องเป็น 12,775 ราย และ 705 ศพ ตามลำดับ เมื่อวันอังคารพบกรณีเด็กหญิงอายุเพียง 12 ปีที่ติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิต ซึ่งเป็นกรณีที่พบน้อยมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สหรัฐอเมริกา จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 3,170 คนแล้วในวันอังคาร สหรัฐมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลกและยังเพิ่มขึ้นไม่หยุด โดยมียอดติดเชื้อสะสม 164,719 ราย หายแล้วเพียง 5,945 ราย มหานครนิวยอร์กเมืองเดียวมีคนเสียชีวิต 914 รายแล้ว เรือพยาบาลของกองทัพสหรัฐขนาด 1,000 เตียงเข้าเทียบท่าที่เกาะแมนฮัตตัน เพื่อแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลในเมืองนี้ ขณะเดียวกันที่สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ก ทางการก็จัดตั้งโรงพยาบาลสนามไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภูมิภาคอาเซียน รัฐบาลเมียนมายืนยันว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเสียชีวิตรายแรกในประเทศเมื่อวันอังคาร เป็นชายวัย 69 ปีที่เป็นโรคมะเร็ง คำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขเมียนมากล่าวว่า คนไข้รายนี้เคยไปรับการรักษาที่ออสเตรเลีย และระหว่างการเดินทางกลับเมียนมายังได้แวะที่สิงคโปร์ด้วย เขาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนครย่างกุ้งเมื่อเช้าวันอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมียนมามีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้วเพียง 14 ราย ส่วนใหญ่เป็นคนที่เคยเดินทางไปต่างประเทศ แต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขเมียนมาเตือนว่า มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิด &amp;quot;การระบาดใหญ่&amp;quot; ในประเทศ หลังจากแรงงานนับแสนคนในไทยเดินทางกลับเข้าประเทศก่อนไทยปิดพรมแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เวียดนาม ซึ่งมีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 204 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต เมื่อวันอังคาร นายกรัฐมนตรีเหงียน ซวน ฟุก แถลงว่า เวียดนามจะเริ่มใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมเป็นเวลา 15 วัน เริ่มตั้งแต่วันพุธที่ 1 เมษายน โดยประชาชนจะต้องอยู่ในเคหสถาน และจะอนุญาตให้ออกจากบ้านได้เพื่อซื้ออาหารหรือเป็นกรณีฉุกเฉินเท่านั้น และต้องเว้นระยะห่างจากบุคคลอื่นอย่างน้อย 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในฟิลิปปินส์รุนแรงมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขแถลงว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 538 คน เพิ่มขึ้นมากที่สุดใน 1 วัน ทำให้ยอดติดเชื้อสะสมในประเทศเพิ่มเป็น 2,084 ราย มากเป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 10 คน ยอดเสียชีวิตรวมเป็น 88 คน ส่วนมาเลเซียพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 140 รายเมื่อวันอังคาร ยอดรวมเพิ่มเป็น 2,766 ราย มากที่สุดในกลุ่มอาเซียน และมีผู้เสียชีวิตอีก 6 ราย รวมเป็น 43 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซีย ซึ่งเพิ่งตรวจพบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายแรกเมื่อต้นเดือนมีนาคม แต่ถึงวันอังคาร พบผู้ติดเชื้อแล้ว 1,528 ราย โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 114 รายเมื่อวันอังคาร และเสียชีวิตอีก 14 ราย ยอดรวมเป็น 136 ศพ เป็นยอดเสียชีวิตมากที่สุดในอาเซียน อย่างไรก็ดี โดยทั่วไปเชื่อกันว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในอินโดนีเซียซึ่งเต็มไปด้วยหมู่เกาะและมีประชากรมากกว่า 260 ล้านคน สูงกว่าที่รัฐบาลรายงานมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า สมาคมแพทย์อินโดนีเซียกล่าวเตือนไว้ว่า วิกฤติไวรัสโคโรนาในประเทศเลวร้ายกว่าที่มีรายงานอย่างเป็นทางการมาก และการตอบสนองของรัฐบาลก็ย่ำแย่ไม่มีชิ้นดี ผู้ว่าราชการจังหวัดจาการ์ตาซึ่งมีประชากรถึง 30 ล้านคน กล่าวไว้ว่า ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม มีศพเหยื่อไวรัสทั้งที่ยืนยันแล้วหรือต้องสงสัยเกือบ 300 ศพ ถูกห่อด้วยพลาสติกแล้วรีบนำไปฝังในเมืองนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศแล้วเมื่อวันอังคาร แต่เขายังคงเมินเสียงเรียกร้องให้ล็อกดาวน์เมืองใหญ่ทั่วประเทศ ในคำแถลงเมื่อวันอังคารวิโดโดไม่ได้เผยรายละเอียดของภาวะฉุกเฉินมากนัก มีเพียงการขอให้ประชาชนเว้นระยะห่างในสังคม และประกาศงบประมาณช่วยเหลือทางสังคมและอุดหนุนแรงงานรายได้ต่ำ 1,500 ล้านดอลลาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรมราชทัณฑ์ของอินโดนีเซียประกาศจะปล่อยผู้ต้องขังเกือบ 30,000 คน เพื่อช่วยควบคุมการแพร่ระบาดในเรือนจำที่แออัด จำนวนดังกล่าวมากกว่า 10% จำนวนผู้ต้องขังทั้งประเทศ 272,000 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61641</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทั่วโลก, ยอดติดเชื้อโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e835012d64fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!รมต.เยอรมนีฆ่าตัว กระทิงดุยอดดับทุบสถิติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั่วโลกสังเวยโควิด-19 เกิน 31,000 ศพแล้ว &amp;quot;อิตาลี&amp;quot; มากกว่า 1 หมื่น สเปนยังร่อแร่ตายวันเดียวทำสถิติใหม่ สลดรัฐมนตรีคลังรัฐเฮสเซินของเยอรมนีฆ่าตัวตายเซ่นพิษเศรษฐกิจจากวิกฤติไวรัส &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; มึนแนะล็อกดาวน์รัฐนิวยอร์กแต่เจอต้านหนักจนต้องกลับลำ ฟิลิปปินส์แซงไทยติดเชื้อเพิ่มวันเดียว 343 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทั่วโลกจากฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐ เผยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมทั่วโลก ณ เวลา 19.15 น. ของวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563 ตามเวลาไทย อยู่ที่ 679,977 รายแล้ว ในจำนวนนี้เสียชีวิต 31,734 ราย หายแล้ว 145,625 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อที่ผ่านการตรวจยืนยันแล้วมากที่สุด 124,686 คน เสียชีวิต 2,191 คน โดยนครนิวยอร์กซิตีเป็นเมืองที่สถานการณ์หนักที่สุด มีผู้เสียชีวิต 672 คน อิตาลีมีผู้ติดเชื้อ 92,472 คน เสียชีวิต 10,023 คน จากคำแถลงของสำนักงานป้องกันภัยพลเรือนอิตาลีเมื่อวันเสาร์ โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5,974 คน เสียชีวิตเพิ่มอีก 889 คน แต่ยังน้อยกว่าเมื่อวันศุกร์ที่เสียชีวิตมากเป็นสถิติถึง 969 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สเปนกำลังประสบชะตากรรมใกล้เคียงกับอิตาลี โดยเมื่อวันเสาร์มีผู้เสียชีวิตเพิ่มถึง 838 คน ทำให้ยอดเสียชีวิตรวมเป็น 6,528 คน ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5,562 คน ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 78,797 คน เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของปาโบล โรดริเกซ แพทย์รังสีวิทยาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงมาดริดว่าคนไข้ถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นสึนามิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปนมีผู้เสียชีวิตมากแซงหน้าจีนตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่แล้ว แต่จีนยังมีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่าที่ 81,439 ราย โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันเสาร์ 45 ราย ในจำนวนนี้เป็นการติดเชื้อภายในประเทศเพียงรายเดียว ที่เหลือติดเชื้อมาจากต่างประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความวิตกว่าเชื้อนำเข้าจะก่อคลื่นการระบาดรอบที่ 2 ทำให้รัฐบาลจีนใช้มาตรการห้ามชาวต่างชาติเข้าประเทศเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมาพร้อมกับลดจำนวนเที่ยวบินจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็เริ่มผ่อนคลายการล็อกดาวน์เมืองอู่ฮั่นที่เป็นศูนย์กลางการแพร่เชื้อเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยเริ่มเปิดให้บริการรถไฟโดยสารเข้าเมือง โดยเครือข่ายรถไฟใต้ดินส่วนใหญ่และศูนย์การค้าบางแห่งจะเริ่มให้บริการในสัปดาห์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิหร่านมีผู้สังเวยโควิดมากเป็นอันดับ 4 ของโลกรองจากอิตาลี, สเปน และจีน ที่ 2,640 คน โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 123 คนเมื่อวันเสาร์ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,901 คน ยอดสะสม 38,309 คน หายแล้ว 12,391 คน ฝรั่งเศสมียอดผู้เสียชีวิต 2,314 คน ติดเชื้อ 37,575 คน นายกรัฐมนตรีเอดัวร์ ฟิลิป เตือนว่าการต่อสู้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรมนีมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 552 คนเมื่อวันเสาร์ ยอดรวมเพิ่มเป็น 58,247 คน ในยุโรปเป็นรองแค่อิตาลีและสเปน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 22 ราย ยอดรวมเป็น 455 ศพ เมื่อวันอาทิตย์เยอรมนียังได้รับข่าวน่าสลดใจเมื่อโทมัส เชเฟอร์ รัฐมนตรีคลังของรัฐเฮสเซินวัย 54 ปี ถูกพบเป็นศพใกล้กับรางรถไฟเมื่อวันเสาร์ โดยสำนักงานอัยการวีสบาเดินสันนิษฐานว่าเป็นการฆ่าตัวตาย โวลเคอร์ บุฟฟีเยร์ มุขมนตรีรัฐเฮสเซินกล่าวว่า เชเฟอร์ซึ่งเป็นรัฐมนตรีคลังของรัฐนี้มานาน 10 ปี วิตกอย่างมากว่าจะรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างไร ที่ผ่านมาเชเฟอร์ทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อช่วยบริษัทต่างๆ และแรงงานในรัฐนี้รับมือกับผลกระทบจากวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ของสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเช่นกัน ผู้เสียชีวิตเกินหลักพันแล้วเมื่อวันเสาร์ โดยมีผู้ติดเชื้อ 17,089 คน เสียชีวิต 1,019 คน รัฐบาลอังกฤษซึ่งนายกฯ บอริส จอห์นสัน ผู้นำรัฐบาลติดเชื้อไวรัสโคโรนานี้ด้วย ยอมรับเมื่อวันอาทิตย์ว่าการล็อกดาวน์ประเทศอาจยืดยาวนานกว่าที่กำหนดไว้ 3 สัปดาห์พอสมควร โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจต้องล็อกดาวน์ไปถึงเดือนมิถุนายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังกล้าๆ กลัวๆ ว่าจะใช้มาตรการนี้ในรัฐนิวยอร์กที่สถานการณ์หนักที่สุดในสหรัฐหรือไม่ ทรัมป์สร้างความสับสนเมื่อเขาประกาศในวันเสาร์ว่า จะล็อกดาวน์รัฐนิวยอร์กกับรัฐเพื่อนบ้านทั้งนิวเจอร์ซีย์และคอนเนตทิกัต หลังจากหวาดวิตกว่านักเดินทางจากนิวยอร์กกำลังนำเชื้อไปแพร่ในรัฐอื่นๆ โดยเฉพาะรัฐฟลอริดา แต่ภายหลังโดนผู้ว่าการรัฐทั้ง 3 คัดค้านอย่างรุนแรงว่ามาตรการล็อกดาวน์จะก่อความตื่นตระหนกและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ ทรัมป์ก็เปลี่ยนใจในอีก 8 ชั่วโมงต่อมา และขอให้ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งชาติ (ซีดีซี) ออกเป็นคำเตือนการเดินทางแทน โดยแนะว่าผู้พักอาศัยในรัฐเหล่านี้ควรงดเว้นการเดินทางที่ไม่จำเป็นเป็นเวลา 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปิดประเทศกักประชากรไว้ในเคหสถานที่อินเดีย กำลังสร้างความยากลำบากต่อประชากร 1,300 ล้านคน นายกฯ นเรนทรา โมดี แถลงต่อประชาชนผ่านวิทยุเมื่อวันอาทิตย์ ขอโทษที่การล็อกดาวน์นาน 21 วัน ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะคนยากจนได้รับความเดือดร้อน แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นในการต่อสู้กับไวรัสนี้ อินเดียมีผู้ติดเชื้อเพียง 987 ราย เสียชีวิต 25 ราย ทางการอินเดียกำลังสั่งปิดหมู่บ้าน 12 แห่ง ที่เคยต้อนรับคุรุที่ติดเชื้อรายหนึ่งซึ่งอาจกลายเป็น &amp;quot;ซูเปอร์สเปรดเดอร์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอินเดียได้สั่งการให้ทุกรัฐและดินแดนปิดพรมแดนของตนเพื่อลดการเคลื่อนย้ายของประชาชนและจัดสรรงบประมาณให้แต่ละรัฐจัดหาอาหารและที่พักแก่แรงงานต่างถิ่น หลังจากพบว่ามีแรงงานพยายามกลับบ้านในชนบท โดยยอมแม้กระทั่งเดินเท้าหลายร้อยกิโลเมตรเนื่องจากระบบคมนาคมหยุดบริการทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อนบ้านในเอเชียใต้อย่างศรีลังกา ซึ่งเพิ่งรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตคนแรกเมื่อคืนวันเสาร์ รัฐบาลประกาศขยายคำสั่งห้ามนักเดินทางด้วยเครื่องบินเข้าประเทศไปถึงวันที่ 7 เมษายน แต่สนามบินยังเปิดให้มีเที่ยวบินขาออกได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากศรีลังกา วันเดียวกันประเทศกาตาร์, จอร์แดน, บรูไน และโตโก ก็ประกาศว่ามีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายแรกของประเทศ ส่วนในวันอาทิตย์ อุรุกวัย, นิวซีแลนด์ และมาลี เป็นประเทศใหม่ที่เริ่มมีผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภูมิภาคอาเซียน เมื่อวันอาทิตย์กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์รายงานว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 343 ราย เสียชีวิตอีก 3 ราย จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในฟิลิปปินส์เพิ่มเป็น 1,418 ราย หายแล้ว 42 ราย ยอดเสียชีวิตรวมเป็น 71 ศพ ส่วนมาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 150 คน ยอดรวมเพิ่มเป็น 2,470 คน มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีผู้เสียชีวิตอีก 7 คน ยอดรวมเป็น 34 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียสั่งล็อกดาวน์ประเทศมาตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม โดยสั่งปิดโรงเรียนและธุรกิจที่ไม่จำเป็น จำกัดการเดินทางและการเคลื่อนไหวของประชาชนถึงวันที่ 14 เมษายน โดยกำหนดโทษสูงสุดจำคุก 6 เดือนสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนการกักกัน แต่เมื่อวันอาทิตย์ รัฐมนตรีกลาโหม อิสมาอิล ซาบรี ยาคอบ เปิดเผยว่ามีประชาชนถูกจับกุมฐานฝ่าฝืนแล้วมากกว่า 1,200 คนในสัปดาห์ที่ผ่านมา เฉพาะวันเสาร์ที่ผ่านมาวันเดียวมีคนถูกจับ 649 คน ฐานออกมารวมกลุ่มกัน, ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ และฝ่าแนวกั้นของตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 130 ราย ยอดสะสมในประเทศ 1,285 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 12 ราย ยอดรวมเป็น 144 ศพแล้ว ขณะที่สิงคโปร์มีผู้เสียชีวิตรายที่ 3 เมื่อวันอาทิตย์ ส่วนยอดผู้ติดเชื้อยังอยู่ที่ 802 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61396</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19, ทั่วโลก, พิษเศรษฐกิจจากวิกฤติไวรัส, รัฐมนตรีคลังรัฐเฮสเซินเยอรมนี, วิกฤติไวรัส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e80bb5dc453a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหยื่อ‘โควิด’พุ่ง ทั่วโลก6.6พันศพ ‘อิตาลี’ยังไม่พีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อิตาลี-สเปน-อิหร่านยังอาการหนัก จำนวนผู้เสียชีวิตและติดเชื้อโควิด-19 พุ่งไม่หยุด ผู้นำอิตาลีเตือนสถานการณ์ยังไม่ถึงจุดพีกด้วยซ้ำ หลายชาติดิ้นรนออกมาตรการควบคุม นครนิวยอร์กและแอลเอสั่งปิดภัตตาคารและโรงหนัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทั่วโลกใกล้แตะ 170,000 รายแล้วนับถึงช่วงค่ำวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2563 และผู้เสียชีวิตมีมากกว่า 6,600 คนในอย่างน้อย 142 ประเทศและดินแดน &amp;nbsp;แต่ในจำนวนนี้ราวครึ่งหนึ่งเป็นผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตในจีน ประเทศที่สถานการณ์หนักสุดรองจากจีน ได้แก่ อิตาลี, อิหร่าน และสเปน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีอ้างคำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขสเปนเมื่อวันจันทร์ว่า ในช่วง &amp;nbsp;24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สเปนพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เกือบ 1,000 คน ทำให้ยอดรวมผู้ติดเชื้ออยู่ที่ &amp;nbsp;8,744 คน ช่วงเวลาเดียวกันมีคนไข้เสียชีวิตเพิ่มอีก 9 คน ยอดเสียชีวิตรวมเป็น 279 ศพ วันก่อนหน้านี้รัฐบาลสเปนประกาศภาวะเฝ้าระวังทั่วประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาวะฉุกเฉิน โดยสั่งให้ประชาชน 46 &amp;nbsp;ล้านคนงดออกนอกบ้าน ยกเว้นการเดินทางซื้ออาหารหรือเวชภัณฑ์ ไปทำงาน หรือไปพบแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อิตาลีถือเป็นชาติยุโรปที่สถานการณ์หนักหนาสาหัสที่สุด วันอาทิตย์วันเดียวมีคนเสียชีวิตเพิ่มเป็นสถิติใหม่ถึง 368 ราย ทำให้ยอดสังเวยไวรัสในอิตาลีมีถึง 1,809 ราย ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตภายนอกจีนทั้งหมด ส่วนผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 24,747 รายนับเฉพาะข้อมูลถึงวันอาทิตย์ และอิตาลีเป็นชาติแรกของสหภาพยุโรป (อียู) ที่ประกาศปิดโรงเรียนและปิดธุรกิจร้านค้าเกือบทั้งหมดทั่วประเทศเพื่อหวังชะลอการแพร่ระบาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นายกฯ จูเซปเป คอนเต กล่าวเตือนเมื่อวันจันทร์ว่า ตามทัศนะของผู้เชี่ยวชาญสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศนี้ยังไม่ถึงจุดสูงสุด และอิตาลีกำลังจะเผชิญกับหลายสัปดาห์ที่เสี่ยงที่สุด เขายังเรียกร้องให้ชาติยุโรปประสานมาตรการด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจเพื่อรับมือโรคระบาดครั้งใหญ่นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้นำประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (จี 7) มีกำหนดประชุมทางไกลในวันจันทร์ตามเวลาฝั่งตะวันตกเพื่อหารือการใช้มาตรการร่วมกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนอิหร่าน กระทรวงสาธารณสุขแถลงว่า โควิด-19 คร่าชีวิตคนในอิหร่านเพิ่มถึง 129 คนเมื่อวันจันทร์ มากเป็นสถิติใหม่ ยอดรวมผู้เสียชีวิตในอิหร่านนับแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์เพิ่มเป็น 853 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีเพิ่มอีก 1,053 ราย ยอดรวมอยู่ที่ 14,991 ราย หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นสมาชิกสภาผู้ชำนาญการ ซึ่งมีหน้าที่เลือกผู้นำสูงสุดของประเทศ และทำให้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านทั้งที่ยังดำรงตำแหน่งหรือพ้นจากตำแหน่งไปแล้วสังเวยไวรัสโคโรนารวมอย่างน้อย 12 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สหรัฐอเมริกา ไวรัสโคโรนากำลังกระทบต่อชีวิตและจิตใจของสังคมอเมริกันตามคำกล่าวของนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก บิล เด บลาซิโอ ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์เพิ่งออกคำสั่งให้ภัตตาคาร, บาร์ และร้านอาหารปิดบริการ โดยยกเว้นให้เฉพาะการสั่งกลับบ้านหรือบริการส่งถึงที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้เขายังสั่งปิดสถานบันเทิงยามราตรี, โรงภาพยนตร์, โรงละครและงานคอนเสิร์ต โดยเขากล่าวว่าแม้สถานที่เหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจิตใจของนิวยอร์ก แต่นิวยอร์กกำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่ไม่เคยเจอมาก่อนและต้องตอบสนองประหนึ่งอยู่ในภาวะสงคราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นครลอสแองเจลีสที่อยู่ชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ก็ประกาศใช้มาตรการแบบเดียวกับนิวยอร์ก &amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเอริก การ์เซตติ กล่าวว่า บาร์, ภัตตาคาร (ยกเว้นการซื้อกลับบ้านหรือส่งถึงบ้าน), &amp;nbsp;ไนต์คลับ และสถานบันเทิงและสันทนาการต่างๆ ต้องปิดบริการอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนวันอาทิตย์ไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม พร้อมกับยืนยันว่าแอลเอจะไม่มีปัญหาอาหารขาดแคลน และร้านขายของชำจะยังเปิดบริการตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อมูลเมื่อวันอาทิตย์ สหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 แล้วเกือบ 70 ราย จากผู้ติดเชื้อกว่า &amp;nbsp;3,600 ราย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) เพิ่งออกแนวทางฉบับใหม่สำหรับบังคับใช้ทั่วประเทศ โดยแนะนำให้ผู้จัดกิจกรรมยกเลิกหรือเลื่อนกิจกรรมที่มีคนรวมตัวกันตั้งแต่ &amp;nbsp;50 คนขึ้นไป ยกเว้นกิจกรรมประจำวันด้านการศึกษาหรือธุรกิจ ก่อนหน้านี้หลายมลรัฐได้ใช้มาตรการปิดโรงเรียน, พิพิธภัณฑ์, สนามกีฬา และสถานบันเทิงไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลายประเทศก็กำลังใช้มาตรการจำกัดการรวมตัวของฝูงชน เช่น กิจกรรมกีฬา, วัฒนธรรม และศาสนา ส่วนการป้องกันการนำเข้าเชื้อจากนอกประเทศ ก็ทำให้หลายชาติใช้มาตรการกักกันโรคและควบคุมการผ่านเข้าออก เมื่อวันจันทร์เยอรมนีเป็นชาติล่าสุดที่ประกาศควบคุมการผ่านแดนจาก 5 &amp;nbsp;ประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, ลักเซมเบิร์ก และสวิตเซอร์แลนด์ วันเดียวกันฮังการีซึ่งเพิ่งพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศ ก็ประกาศใช้มาตรการปิดพรมแดนและห้ามการจัดกิจกรรมสาธารณะทั้งหมด รวมถึงโปรตุเกสที่ได้ปิดพรมแดนและงดรับนักท่องเที่ยวจากสเปนแล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59988</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทั่วโลก, ผู้เสียชีวิตและติดเชื้อโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิตาลี-สเปน-อิหร่าน, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200316/image_big_5e6f90d76483f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
