<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MRT แจ้งพนักงานประจำสถานีไทรม้าติดเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 เม.ย.64 -รายงานข่าวจากบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT ได้รับรายงานยืนยันว่ามีพนักงานประจำสถานี สถานีไทรม้า โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 1 ราย โดยมีข้อมูลไทม์ไลน์ ดังนี้
วันที่ 13 เมษายน 2564 : วันหยุด เวลา 13.00-15.00 ไปทานข้าวที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ
วันที่ 14-17 เมษายน 2564 : เวลา 06.30-15.30 ปฏิบัติงานที่สถานีไทรม้า
วันที่ 18-20 เมษายน 2564 : วันหยุด
วันที่ 21-24 เมษายน 2564 : เวลา 21.30-06.30 ปฏิบัติงานที่สถานีไทรม้า
วันที่ 25 เมษายน 2564 : วันหยุด ไปพบแพทย์เนื่องจากรู้สึกมีไข้ แพทย์ให้ตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19
วันที่ 26 เมษายน 2564 : วันหยุด พักผ่อนอยู่กับบ้าน
วันที่ 27 เมษายน 2564 : วันหยุด โรงพยาบาลแจ้งผล ตรวจพบการติดเชื้อไวรัสโควิด-19
ขณะปฏิบัติงานพนักงานสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ดังกล่าว และปฏิบัติตามมาตรการของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด โดยให้พนักงานกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสใกล้ชิดไปรับการตรวจหาเชื้อทันที และทำการกักตัวเพื่อสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 14 วัน ทำการสับเปลี่ยนพนักงานชุดใหม่มาปฏิบัติงานแทน พร้อมทั้งทำความสะอาดฆ่าเชื้อบริเวณสถานีเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังคงรักษามาตรการเข้มงวดอย่างต่อเนื่องในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการและของพนักงานเป็นสำคัญ บริษัทฯ ขอขอบพระคุณผู้โดยสารทุกท่านที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นอย่างดี ด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าใช้บริการ เว้นระยะห่างระหว่างใช้บริการ สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลที่มีให้บริการทุกสถานี และสแกนไทยชนะเมื่อเข้า-ออกจากขบวนรถ ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าเราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤติการณ์นี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101023</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดโควิด, ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ, ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT, สถานีไทรม้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210417/image_big_607a768225ccd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยนรัฐบาลใหม่ตัดสินใจ ชี้ขาดค่าโง5.9หมื่นล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คมนาคมจ่อโยนเผือกร้อน &amp;ldquo;ค่าโง่&amp;rdquo; 5.9 หมื่นล้านบาทให้รัฐบาลลุงตู่เคาะ แย้มเจรจาแลกสัมปทานเป็นหนทางดีสุด ชี้จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าทางด่วน ไม่เช่นนั้นจะซ้ำรอย &amp;ldquo;ขสมก.-รถไฟ&amp;rdquo; องค์กรต้านโกงแนะเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้เจ้าของประเทศช่วยป้องกันค่าโง่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงกรณีการต่ออายุสัมปทานให้บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม เพื่อแลกกับการจ่ายค่าโง่คดีพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชนว่า การเจรจาน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เพื่อแลกกับการยุติคดีข้อพิพาททั้งหมด และจ่ายค่าโง่ 59,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้กระทรวงได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กลับไปพิจารณาให้รอบคอบ แต่การตัดสินใจเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ที่จะพิจารณาต่อไป
นายไพรินทร์ยืนยันว่า บอร์ด กทพ.ได้ทำตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งหมดแล้ว คือไม่จ่ายเป็นเงินชดเชย โดยหลังจากนี้การตัดสินใจเป็นเรื่องของ กทพ.และรัฐบาลชุดใหม่ โดยไม่อยากให้เอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน และมองว่าหาก กทพ.บริหารจัดการทางด่วนเองจะมีปัญหา อย่างองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หรือการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เกิดหนี้สะสมจนต้องให้รัฐนำเงินมาอุดหนุนได้
รมช.คมนาคมระบุว่า คดีของ กทพ.เกิดขึ้นจากรัฐบาลก่อนหน้าแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ คดีที่รัฐสร้างทางแข่งขันกับเอกชนผู้รับสัมปทาน ซึ่งศาลตัดสินว่า กทพ.แพ้คดี 4,000 ล้านบาท รวมดอกเบี้ยแล้วเป็นกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่ง กทพ.ได้ขอศาลให้เจรจาก่อน อีกส่วนเป็นคดีที่ไม่ให้ขึ้นค่าผ่านทาง ซึ่งทั้งสองส่วนเป็นเรื่องเกิดขึ้นในอดีต แต่ผลประโยชน์ได้เกิดขึ้นกับประชาชนแล้ว
&amp;ldquo;คดีขึ้นค่าผ่านทางอนุญาโตตุลาการให้ กทพ.แพ้ และศาลตัดสินเพียงว่าคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการขัดกับกฎหมาย และขัดกับความสงบหรือไม่ ศาลไม่สามารถรื้อการตัดสินได้ ดังนั้นที่จะหวังให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำตัดสินไม่ได้ หรือก้าวล่วงคำตัดสินอนุญาโตตุลาการ ดังนั้นต้องเจรจาก่อนมีคำตัดสิน ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นค่าโง่ 1.3 แสนล้านบาท&amp;rdquo; นายไพรินทร์กล่าว
นายไพรินทร์ระบุว่า ที่ผ่านมาการปรับขึ้นค่าผ่านทางยังไม่มีการปรับขึ้นตามที่ควรจะเป็น ซึ่งส่งผลต่อองค์กร โดยมองว่าควรปรับขึ้นค่าทางด่วนขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาบางรัฐบาลนำไปทำประชานิยม และหากในอนาคตมีการนำเงินภาษีของประชาชนอุดหนุนอีก ก็อาจไม่เป็นธรรมกับประชาชนทั้งประเทศ และเป็นการเข้าสู่วังวนเดิม ส่วนกรณีที่ประชาชนมองว่าไม่ควรปรับขึ้นค่าผ่านทางนั้น ต่อไป กทพ.อาจกลายเป็นเหมือน ขสมก. รฟท. และการบินไทย ที่ต้องให้รัฐนำเงินมาอุดหนุน แบบนี้จะเอาไหม
ทั้งนี้ การเจรจาบีอีเอ็มยื่นข้อเสนอทำโครงการก่อสร้างและปรับปรุงทางด่วนขั้นที่ 2 เป็นทางด่วน 2 ชั้นมูลค่า 30,000 ล้านบาท อายุสัมปทาน 15 ปี แต่หากโครงการไม่ผ่านอีไอเอ ก็ไม่สามารถขยายสัมปทานทางด่วนเป็น 30 ปีได้ ซึ่งการจ่ายผลประโยชน์ให้รัฐยังอยู่ที่ 60 ต่อ 40 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
วันเดียวกัน ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ถอดสมการค่าโง่เมกะโปรเจกต์ โดยระบุว่า ตามข้อมูลการลงทุนโครงการที่เป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนฯ (พีพีพี) ระหว่างปี 2523- 2557 มีเพียง 34 โครงการ หรือเฉลี่ยปีละ 1 โครงการ แต่ในช่วงปี 2558-2562 มีมากกว่า 66 โครงการ &amp;nbsp;เฉลี่ย 13 โครงการต่อปี มูลค่ารวม 1.66 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นโครงการรถไฟฟ้าและรถไฟความเร็วสูงมากถึง 57% ซึ่งยังไม่รวมโครงการขนาดการลงทุน 1,000-10,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลและรัฐวิสาหกิจลงทุนเอง
ดร.มานะโพสต์อีกว่า โครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ มักมาพร้อมกับเงินทุนและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่มีความซับซ้อนทั้งด้านเงินลงทุน การก่อสร้าง การบริหารจัดการ การคิดผลตอบแทน และแผนการบริหารโครงการตลอดอายุสัญญา 30-50 ปี ทำให้มีช่องในการครอบงำและคอร์รัปชันเกิดขึ้น โดยมีสาเหตุจาก 1.คนของรัฐบางคนแกล้งโง่ เพราะถูกเบื้องบนสั่งมา หรือไปรับผลประโยชน์จากเอกชน 2.คนของรัฐบางคนไม่ช่ำชอง ไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมนักลงทุน หรือบางกรณีก็รีบเร่งเกินไป เพราะถูกกดดันจากเบื้องบน และ 3.มีการเอื้อประโยชน์กันระหว่างกลุ่มทุนกับนักการเมืองหรือคนในรัฐบาล ซึ่งข้อนี้คือมหันตภัยที่ทวีความเสียหายจากคอร์รัปชันและค่าโง่
&amp;ldquo;การที่รัฐตกเป็นจำเลยถูกฟ้องเรียกค่าโง่นับแสนล้านบาทมากถึง 14 คดี นับตั้งแต่ปี 2532 ถึงปัจจุบันถือเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดของคนไทย ถึงแม้มีข้อมูลว่าการทำสัญญากับเอกชนในระยะหลังมักมีการผูกปมซ่อนเงื่อนให้รัฐต้องเสียค่าโง่ในอนาคตและต้องจ่ายมากขึ้นในแต่ละครั้ง แต่ก็ยากพิสูจน์ว่าเป็นเพราะคนของรัฐขาดทักษะ ประสบการณ์ ไม่รู้เท่าทันจริงๆ หรือแกล้งโง่กันแน่ แต่ค่าโง่ป้องกันได้ถ้ารัฐเปิดเผยข้อมูล&amp;rdquo;ดร.มานะโพสต์&amp;nbsp;
ดร.มานะโพสต์อีกว่า เมกะโปรเจ็กต์จะเกิดประโยชน์คุ้มค่าได้จริงก็ต้องเริ่มต้นตั้งแต่การคัดเลือกเอกชน และการทำสัญญาต้องยึดกติกาที่โปร่งใส รัดกุม ชัดเจนระหว่างกัน คือรัฐต้องรักษาเงื่อนไขที่จะควบคุม-แทรกแซงโครงการได้เมื่อจำเป็น ในขณะที่เอกชนก็ต้องมีความรับผิดชอบเต็มที่ต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวของโครงการ ที่สำคัญอย่างมากคือ ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในฐานะเจ้าของประเทศ โดยรัฐต้องเป็นฝ่ายเชิญชวนสาธารณชนให้ช่วยเป็นหูเป็นตาไม่ให้ใครบิดเบือนแทรกแซงได้ จึงจำเป็นที่รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพื่อจะได้ช่วยกันติดตามตรวจสอบในฐานะเจ้าของเงินที่ไม่ควรเสียค่าโง่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40835</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., ค่าโง่ 5.9 หมื่นล้านบาท, ชี้ขาดค่าโง5.9หมื่นล้าน, ถไฟ, ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ, หนังสือพิมพ์, องค์กรต้านโกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d289e1c23b12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2019 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2019 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.-บีอีเอ็ม รับรถไฟฟ้าขบวนใหม่ให้บริการสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24เม.ย.62-รายงานข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;(BEM) แจ้งว่ารถไฟฟ้าขบวนใหม่ขบวนแรกเดินทางถึงท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่ง BEM ในฐานะผู้รับสัมปทานการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้งโครงข่าย เป็นผู้จัดเตรียมขบวนรถไฟฟ้าเพื่อรองรับการให้บริการส่วนต่อขยายที่จะมีผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ BEM ได้จัดซื้อรถไฟฟ้าเพิ่ม จำนวน 35 ขบวน โดยส่งมอบขบวนแรกเดือนเมษายน 2562 และทยอยส่งมอบจนครบทั้ง 35 ขบวนในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 รวมจะมีรถไฟฟ้าสำหรับให้บริการในสายสีน้ำเงินตลอดทั้งโครงข่าย 54 ขบวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถไฟฟ้าขบวนแรกที่มาถึงท่าเรือแหลมฉบังในวันที่ 24 เมษายนนี้ เป็นรถไฟฟ้ารุ่นใหม่จากบริษัท ซีเมนส์ ผลิตจากโรงงานที่เวียนนา ประเทศออสเตรีย มีรูปแบบที่ทันสมัยตัวรถผลิตจากวัสดุ Stainless steel ซึ่งมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมในกรุงเทพมหานคร และมีอายุการใช้งานที่มากกว่า 30 ปี รถไฟรุ่นใหม่ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ BEM จะดำเนินการทดสอบขบวนรถไฟฟ้าในรางวิ่งทดสอบ (Test Track) ในพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุงพระราม 9 เพื่อทดสอบฟังก์ชั่นการทำงาน (Dynamic Test) จากนั้นจะเริ่มทดสอบระบบรวม (System Integration Test) เพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานทุกระบบสอดคล้องกัน มีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัย ก่อนจะทดลองเดินรถเสมือนจริง(Trial Running) ในเดือนกรกฎาคม โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-หลักสอง เปิดให้บริการเดือนกันยายน 2562 และช่วงบางซื่อ &amp;ndash; ท่าพระ &amp;nbsp;จะเปิดให้บริการมีนาคม 2563 เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางกรุงเทพฯ-ฝั่งธนฯ เป็นโครงข่ายที่สมบูรณ์มีความปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34372</URL_LINK>
                <HASHTAG>BEM, จัดซื้อรถไฟฟ้าเพิ่ม จำนวน 35 ขบวน, ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ, รฟม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cc05a2909df6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐขึ้นMRT 1 เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MRT เปิดใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4.0 ในระบบรถไฟฟ้า สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ดีเดย์ 1 เม.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.62-รายงานข่าวจาก บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ขอแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่ 1 เมษายน 2562 ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4.0 (บัตรฯ) ที่มีสัญลักษณ์ &amp;ldquo;Prompt Card&amp;rdquo; บนหน้าบัตรฯ สามารถใช้เดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRTสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โดยนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาออกเหรียญโดยสารที่ห้องออกบัตรโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ซึ่งผู้ออกเหรียญโดยสารต้องเป็นเจ้าของบัตรฯ และเป็นผู้เดินทางเอง โดยออกเหรียญโดยสารในอัตราค่าโดยสารประเภทบุคคลทั่วไป และเหรียญโดยสารที่ออกด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4.0 ไม่สามารถขอเปลี่ยนเป็นเงินสดได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32520</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, สายสีน้ำเงิน, สายสีม่วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190329/image_big_5c9df48ba6be4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเฮ!ใช้ขึ้นรถไฟฟ้าสายสีม่วง-น้ำเงินได้ เริ่ม20 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
BEM แจงตั้งแต่20 ก.ค.นี้เป็นต้นไปบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถใช้ขึ้นรถไฟฟ้าสายสีม่วง-น้ำเงินได้ เผยผู้ถือบัตรต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธ์ ณ จุดให้บริการทุกสถานี ตั้งแต่วันที่ 6ก.ค.-30 ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย. 61 - รายงานข่าวจากบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM &amp;nbsp;แจ้งกำหนดการเปิดรับขึ้นทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อใช้บริการในระบบรถไฟฟ้า MRT โดยนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาขึ้นทะเบียนเพื่อรับสิทธ์ ณ จุดให้บริการทุกสถานี ภายในสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม &amp;ndash; 30 กันยายน 2561 เวลา 11.00 &amp;ndash; 20.00 น. (วัน เวลา และสถานที่อาจมีความเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม) ซึ่งบัตรสามารถใช้บริการในระบบรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 2 สาย ได้ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลโทร. 0-2624-5200 หรือติดตามทางช่องทางต่างๆ ได้ที่ เฟสบุค : BEM.MRT / ทวิตเตอร์ : bem_mrt &amp;nbsp;/ อินสตาแกรม Mrt_bangkok และ โมบายแอปพลิเคชัน : Bangkok MRT &amp;nbsp;Application &amp;ldquo;เดินทางปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว ด้วยรถไฟฟ้า MRT&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11136</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, บีอีเอ็ม, รถไฟฟ้า, สายสีม่วง, สาวนสีน้ำเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e4a9e0ad4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
