<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แพทย์ชนบท&#039;เสนอทางรอดเดียวของไทย! รัฐบาลบิ๊กตู่ทำไม่ได้ต้องลาออกไป  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย. 64 - เพจเฟซบุ๊ก&amp;quot;ชมรมแพทย์ชนบท&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า ลับลวงพราง วัคซีนโควิด ตอน 16 : 28-06-64 ข้อเสนอชมรมแพทย์ชนบทฉบับที่ 2 : วัคซีนต้องมีให้ฉีดเดือนละ 15 ล้านโดส ประเทศไทยจึงจะรอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซิเนชั่นและวิคตอรี่ ที่นายกประยุทธ์ชูสองนิ้วนั้นเป็นตลกร้ายที่ห่างไกลความจริง ความสามารถในการฉีดวัคซีนของบุคลากรทางการแพทย์ทั้งรัฐและเอกชนรวมๆ แล้วไม่น้อยกว่า 5 แสนโดสต่อวัน&amp;nbsp; เราทุกคนพร้อมลุยงานหนักสลับมาฉีดวัคซีนให้ได้ทุกวันไม่มีวันหยุด เพื่อให้ถึงเป้าที่ 15 ล้านโดสต่อเดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ แต่ปัญหาคือมีวัคซีนให้ฉีดน้อยเหลือเกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามแผนเดิมรัฐบาลตั้งการเป้าการจัดหาวัคซีนไว้ชัดเจนว่า มิถุนายนวัคซีนยังมีน้อย แต่ตั้งแต่กรกฎาคมเป็นต้นไป&amp;nbsp; รัฐบาลจะได้แอสตร้าเดือนละ 10 ล้านโดส และซิโนแวก 3-5 ล้านโดส รวมเป็น 13-15 ล้านโดส&amp;nbsp; ซึ่งดูเป้าแล้วจะอุ่นใจสักนิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มาวันนี้ แอสตร้าจากสยามไบโอไซน์มีกำลังการผลิตที่น่าจะคงที่แล้วคือ เดือนละ 15 ล้านโดส (ลดลง 25% จากเดิมที่บอกไว้ที่ 20 ล้านโดสต่อเดือน)&amp;nbsp; จำนวนเดือนละ 15 ล้านโดสที่ผลิตได้นี้ จะส่งมอบให้รัฐบาลไทยเพียงเดือนละ 4 ล้านโดส ส่วนที่เหลือจะต้องส่งออกตามสัญญา ความฝันที่เดือนละ 10 ล้านโดส จึงหดหายได้มาเพียง 40%เท่านั้น เล่นเอายอดจัดสรรวัคซีนเดือนกรกฎาคมที่จะถึงในไม่กี่วันนี้ ไม่ลงตัว จนบัดนี้ก็ยังไม่มีการแจ้งยอดจัดสรรมาที่จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนซิโนแวคนั้นดูชิวๆ&amp;nbsp; ขอให้รัฐบาลไทยจ่ายเงิน ประเทศจีนเขาพร้อมส่ง ดังข่าวการสั่งซื้อซิโนแวคอีก 28 ล้านโดส ดังนั้นการสั่งเพิ่มซิโนแวคมากกว่า 5 ล้านโดสต่อเดือนจึงเป็นไปได้แน่ แต่ที่แย่คือประสิทธิภาพของซิโนแวคที่ต่ำกว่าวัคซีนอื่นใด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ โมเดิร์นน่า จอห์นสันแอนจอห์นสันนั้น&amp;nbsp; หากไม่นับlotเล็กที่มหามิตรอเมริกาอภินันทนาการทางการตลาดให้&amp;nbsp; ก็ต้องรอไม่ก่อนตุลาคม 2564 ซึ่งถึงตอนนั้นไทยคงระบาดจนย่ำแย่ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชมรมแพทย์ชนบทได้คุยกันอย่างหนัก เราเห็นบุคลากรทางการแพทย์ ท้องถิ่น ท้องที่ และ อสม. ต่างก็สู้ยิบตาควบคุมโรคในพื้นที่จนอ่อนล้า งานรักษาพยาบาลบนหอผู้ป่วยและ ICU ก็เหนื่อยแสนสาหัส ทางรอดของประเทศก็ยังอยู่ที่ &amp;ldquo;วัคซีน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ไม่ใช่การล็อกดาวน์ เราจะล็อกดาวน์ตัวเองไปได้กี่สัปดาห์ เศรษฐกิจก็จะล่มแล้ว ผู้คนจะอดตายกันอยู่แล้วนะ หากไม่เร่งระดมฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด&amp;nbsp; อย่าว่าแต่ 120 วันจะเปิดประเทศเลย ข้ามปี 2565 ก็เปิดประเทศไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนก็เสมือนเสื้อเกราะ ใครๆก็อยากได้เสื้อเกราะหนาๆ อย่างดี เช่นไฟเซอร์ โมเดิร์นนา แต่กว่าจะได้มาก็ตุลาคม เราเคยนึกว่าเราจะมีเสื้อเกราะเกรดปานกลางคือแอสตร้าอย่างเพียงพอแต่ก็ไม่จริงเสียแล้ว&amp;nbsp; แต่ที่แน่ๆเราสามารถซื้อเสื้อเกราะเกรดบางอย่างซิโนแวคซิโนฟาร์มได้ไม่อั้น ขอให้มีเงินจ่ายก็พอ&amp;nbsp; เกราะบางนี้ก็พอไหวแม้จะป้องกันการติดเชื้อได้แม้ไม่ดีเท่า แต่ก็ลดการป่วยหนักและลดการตายลงได้&amp;nbsp; ที่แย่ก็คือซิโนแวคอย่างบางนี้ราคาแพงหูฉี่ แพงพอๆ กับเสื้อเกราะอย่างหนานี่สิ แต่ดูเหมือนเราแทบจะไม่มีทางเลือก จะยอมใส่เกราะบางๆ หรือจะสู้โควิดแบบไม่มีเสื้อเกราะให้ใส่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยได้มาถึงจุดวิกฤต&amp;nbsp; เราจะยอมรับการมีวัคซีนฉีดเพียงไม่ถึง 10 ล้านโดสต่อเดือนไม่ได้อีกแล้ว ทั้งๆ ที่เราฉีดได้มากกว่า 15 ล้านโดสต่อเดือน รัฐบาลต้องเร่งรัดจัดหาวัคซีนในทุกช่องทางมาให้เร็วและมากที่สุด ให้ได้เดือนละ 15 ล้านโดส และต้องพยายามในทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เสื้อเกราะอย่างหนา เช่นไฟเซอร์ โมเดิร์นนามาให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนให้เร็วและมากที่สุดเช่นกัน นี่คือเป้าหมาย คือความอยู่รอดของประเทศ และคือตัววัดความสามารถและประสิทธิภาพของรัฐบาล จะสอบตกถูกไล่ออกก็อยู่ที่ข้อสอบข้อนี้&amp;nbsp; แต่ถ้าสอบตกคนไทยทั้งประเทศก็พลอยตกเหวไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้เราคงต้องทำใจว่า &amp;ldquo;มันสายเกินไปแล้วสำหรับคนไทยที่จะสามารถเลือกวัคซีนได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; เกราะจะบางหรือปานกลางก็ต้องแย่งฉวยใส่กันป่วยกันตายไปก่อน วัคซิเนชั่นและวิคตอรี่ที่แท้จริง&amp;nbsp; ต้องฉีดวัคซีนเดือนละไม่ต่ำกว่า 15 ล้านโดส โดยต้องพยายามให้เป็นซิโนแวคให้น้อยที่สุด นี่คือทางรอดเดียวที่เหลืออยู่ รัฐบาลประยุทธ์จะผลักดันให้เป็นจริงได้ไหม ถ้าทำไม่ได้ก็ควรจะพิจารณาตนเองลาออกไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107869</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชมรมแพทย์ชนบท, ทางรอดประเทศไทย, วัคซีน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d926dd939b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวนดุสิตโพลเผยทางรอดยุคโควิดให้สร้างงานสร้างอาชีพพักหนี้นักการเมืองไม่ทุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 มิ.ย.63- สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ทางเลือก..ทางรอด ประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุคโควิด &amp;ndash; 19&amp;rdquo; กลุ่มตัวอย่าง 1,070 คน สำรวจระหว่างวันที่ 15 &amp;ndash; 19 มิถุนายน 2563 สรุปผลได้ ดังนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทางเลือก..ทางรอดของเศรษฐกิจไทย&amp;rdquo; กลุ่มตัวอย่างเห็นว่าในด้านปัญหาเศรษฐกิจจะสามารถแก้ไขได้จะต้องเน้นสร้างงาน สร้างอาชีพ ร้อยละ 81.07 รองลงมาคือ อยากให้มีการพักหนี้ (ไม่ต้องจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย) ร้อยละ 55.23 รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาของประชาชนให้มากขึ้น ร้อยละ 54.12 มีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว ร้อยละ 52.78 และรัฐบาลฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจนถึงระดับรากหญ้า ร้อยละ 44.10 จากผลการสำรวจดังกล่าว ทำให้เห็นว่าประชาชนอยากให้เน้นแก้ปัญหาเรื่องการจ้างงาน อยากให้มีงานทำ เพื่อจะได้เกิดรายได้ ซึ่งเป็นวิธีการแก้ปัญหาระดับบุคคลที่เห็นภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้ชัดเจน เพราะหากประชาชนมีงานทำ ก็จะได้มีรายได้ มีเงินไว้จับจ่ายใช้สอยนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทางเลือก..ทางรอดของสังคมไทย&amp;rdquo; ในด้านสังคมไทยกลุ่มตัวอย่างเห็นว่า ประชาชนควรยึดหลักพอเพียงในการดำรงชีวิต ร้อยละ 83.56 รองลงมาคือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจให้แก่กัน ร้อยละ 78.67 ทุกคนควรมีสติ มีความอดทน ร้อยละ 74.67 มีความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ ร้อยละ 73.78 และควรเคารพกติกาของสังคม ร้อยละ 67.33 จากผลการสำรวจดังกล่าว จะเห็นได้ว่าในภาพรวมปัญหาของสังคม เป็นปัญหาที่ทุกคนสามารถแก้ไขร่วมกันได้ ตั้งแต่ยึดหลักการพอเพียงในการดำเนินชีวิต มีน้ำใจต่อกัน มีสติในการใช้ชีวิต ช่วยเหลือกัน โดยอยู่ในพื้นฐานการเคารพกฎหมายของบ้านเมือง ก็จะทำให้ปัญหาสังคมผ่านพ้นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทางเลือก..ทางรอดของการเมืองไทย&amp;rdquo; ปัญหาในด้านการเมืองไทย กลุ่มตัวอย่างเห็นว่าวิธีการแก้ปัญหาที่ควรทำมากที่สุด คือ นักการเมืองทุกระดับต้องไม่ทุจริตคอรัปชั่น ร้อยละ 83.67 รองลงมาคือ ไม่เห็นแก่อำนาจและผลประโยชน์ ร้อยละ 81.21 เน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ร้อยละ 74.27 บริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล ร้อยละ 69.80 และเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบการทำงานอย่างเป็นระบบ ร้อยละ 66.44 จากผลการสำรวจดังกล่าว ทำให้สะท้อนภาพปัญหาทางการเมืองที่&amp;nbsp; คนไทยมองว่ามีปัญหามายาวนานนั้นมาจากปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ดังนั้นจึงควรแก้ปัญหาด้วยการไม่ทุจริต ไม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเอง เห็นแก่ประชาชน มีธรรมาภิบาล และต้องให้ทุกฝ่ายสามารถมีส่วนร่วมในการตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการสำรวจของสวนดุสิตโพลครั้งนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นความคิดและมุมมองของกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนไทยที่มองเห็นสภาพปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ โดยอาศัยความร่วมมือตั้งแต่ประชาชนและทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐที่ต้องมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีการพัฒนาในทุก ๆ ด้านต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69791</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสร้างงาน สร้างอาชีพ, ความพอเพียง, ทางรอดประเทศไทย, สวนดุสิตโพล, โลกยุคโควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef59fbc379d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
