<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางรอดวิกฤติน้ำในประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศไทยแม้ว่าจะเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาทางภัยพิบัติค่อยข้างน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของดิน ฟ้า อากาศ ทำให้ที่ผ่านมาประเทศไทยค่อนข้างที่จะมีความเป็นอยู่แบบง่ายดาย ไม่ต้องรับมือกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเลย เพราะปัญหาน้ำของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเสีย ถือเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากยาวนาน ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมทั้งเศรษฐกิจของประเทศมาโดยตลอด และแทบจะเป็นปัญหาเดียวเลยที่ยังหาทางแก้ไขไม่ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยที่ผ่านมาภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ ชุมชน ก็พร้อมที่จะเดินหน้ารับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นมาอยู่แล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะแก้ไขได้โดยเร็ว แต่ในปัจจุบันทุกหน่วยงานที่กล่าวมานั้น รวมถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ ก็ยังตระหนักถึงปัญหานี้อยู่เรื่อยๆ จึงได้ร่วมกันระดมความคิดเห็น ในงาน SD Symposium 2020&amp;ldquo;Circular Economy : Actions for Sustainable Future&amp;rdquo; ที่จัดขึ้นโดยเอสซีจี เพื่อหาทางออกแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงปัญหาวิกฤติน้ำประเทศไทย ด้วยหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (เซอร์คูลาร์ อีโคโนมี) พร้อมเสนอทางรอดและข้อสรุป ตลอดจนแนวทางให้เกิดการขยายผลนำไปปฏิบัติจริงได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเชื่อว่า การบริหารจัดการน้ำด้วย &amp;ldquo;ระบบน้ำหมุนเวียน&amp;rdquo; จะช่วยแก้ปัญหาวิกฤติน้ำได้อย่างยั่งยืน จึงได้ชงข้อเสนอ &amp;ldquo;ระบบจัดการน้ำหมุนเวียน&amp;rdquo; ทางรอดวิกฤติภัยแล้ง การบริหารจัดการน้ำด้วยวิธีการดังกล่าวคือ การจัดการน้ำและการจัดรูปที่ดินให้สามารถใช้น้ำซ้ำได้หลายรอบ ซึ่งที่ผ่านมาภาคเอกชนได้ร่วมมือกันส่งเสริมชุมชนเรียนรู้การจัดการน้ำด้วยตัวเอง จนเกิดเป็นชุมชนยั่งยืนที่แก้ปัญหาสำเร็จ ช่วยเพิ่มผลผลิต การเกษตร สร้างอาชีพมั่นคง รายได้ยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเอง และรอดพ้นวิกฤติภัยแล้งได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยได้ถอดบทเรียนจากชุมชนต้นแบบใช้น้ำหมุนเวียน ได้แก่ ชุมชนดงขี้เหล็ก จ.ปราจีนบุรี, ชุมชนศาลาดิน จ.นครปฐม, ชุมชนบ้านป่าภูถ้ำ จ.ขอนแก่น และชุมชนบ้านสาแพะ จ.ลำปาง เป็นกรณีศึกษา เพื่อเป็นต้นแบบและแนวทางให้เกิดการขยายผลต่อในชุมชนอื่นๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมข้อเสนอร่วมแก้ปัญหาด้วยระบบน้ำหมุนเวียน โดย&amp;nbsp; 1.สนับสนุนให้คนไทยพึ่งพาตัวเอง เรียนรู้การจัดรูปที่ดินและใช้เทคโนโลยีสร้างระบบน้ำหมุนเวียนให้เพียงพอต่อความต้องการแต่ละชุมชน รวมทั้งเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด ด้วยการขุดลอกแหล่งน้ำที่ตื้นเขิน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความรู้การเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิต และพัฒนาตลาดค้าส่งในท้องถิ่นให้แก่เกษตรกรและคนกลับคืนถิ่น จากพิษเศรษฐกิจโควิด-19 และ&amp;nbsp; 2.เชิญชวนรัฐบาลร่วมขยายผลระบบน้ำหมุนเวียน ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการขาดแคลนน้ำ ฟื้นคืนเศรษฐกิจชุมชน และส่งเสริมเพิ่มผลผลิตเกษตรให้ไทยเป็นครัวโลกในที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ทางรอดภาคเกษตร ที่เป็นภาคสำคัญที่ต้องใช้น้ำมากพอสมควร โดยจะต้องปรับการผลิตให้เหมาะสม ใช้ความรู้และเทคโนโลยีเสริม โดย นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์&amp;nbsp; ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า การใช้น้ำภาคเกษตรในแต่ละสาขาจะใช้ในปริมาณที่แตกต่างกัน โดยกลุ่มที่ใช้น้ำมากที่สุดและมีคนเกี่ยวข้องจำนวนมาก คือ สาขาทำนา รองลงมาเป็นสาขาทำไร่ สาขาทำสวน และสาขาปศุสัตว์ ตามลำดับ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เกษตรกรควรมีน้ำในการใช้ยังชีพและประกอบกิจกรรมของตัวเอง ที่สำคัญมีวิธีจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด สิ่งที่ต้องทำคือ ใช้น้ำทุกลิตรให้มีประสิทธิภาพทั้งกับชีวิตและการผลิต ห้ามใช้ฟุ่มเฟือย เพราะวันหนึ่งเราอาจขาดแคลนได้ แม่น้ำจะเป็นทรัพย์สินเปิดเข้าถึงได้เสรี แต่เป็นการใช้ร่วมกัน ถ้าขาดแคลนจะได้รับผลกระทบทุกคน สิ่งที่น่าห่วงสำหรับภาคเกษตรคือ การปรับตัวของเกษตรกร ต้องปรับการผลิตให้ตอบสนองทั่วโลกที่ต้องการอาหารปลอดภัยและมีคุณภาพมากขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากเกษตรกรมีการบริหารจัดการที่ดี ปรับการผลิตปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริง ภัยแล้งจะไม่เป็นปัญหาใหญ่ของภาคการเกษตร และจะไม่ใช่ปัญหาที่ภาครัฐหรือหน่วยงานอื่นๆ ต้องเข้ามาเยียวยาเกษตรกรทุกปี และหากสามารถทำให้เกษตรกรมีความรู้นำไปปรับตัวสร้างเศรษฐกิจผสมผสาน มีการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรก็จะสามารถอยู่รอดได้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84912</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ณัฐวัฒน์ หาญกล้า, ทางรอดวิกฤติน้ำในประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
