<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางรอดเศรษฐกิจไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นอีกปีที่เศรษฐกิจไทยเจอกับวิกฤตสาหัส อย่าง &amp;ldquo;โควิด-19&amp;rdquo;&amp;nbsp;หลายส่วนได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ด้านสาธารณสุข และด้านการทำธุรกิจ ปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวทำให้การใช้ชีวิตประจำวัน และการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนไปแทบจะสิ้นเชิง เกือบทุกภาคส่วนต้องมีการปรับตัวเพื่อให้ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวัน และเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้ ขณะที่อีกหลายส่วนถูกกดดันจากปัจจัยแวดล้อม จนอาจจะไปต่อไม่ไหว สะท้อนให้เห็นจากภาพการปิดกิจการของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายเล็ก ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน ภาวะการว่างงานเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทบเป็นลูกโซ่ส่งต่อไปยังรายได้ที่ไม่เพียงพอกับรายจ่าย จนปูดออกมาเป็นปัญหา &amp;ldquo;หนี้ครัวเรือน&amp;rdquo; ที่อยู่ระดับสูงในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาที่เกิดขึ้นในส่วนต่างๆ ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้ แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะพยายามออกมาตรการช่วยเหลือในหลากหลายมิติ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบหลายส่วนยังไม่สามารถเข้าถึงมาตรการที่ออกมาได้อย่างเต็มที่นัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยปัจจัยเสี่ยงที่กดดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา ทำให้&amp;nbsp;คณะกรรมการนโยบายการเงิน&amp;nbsp;(กนง.) ในการประชุมเมื่อวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ลงเหลือ&amp;nbsp;0.7%&amp;nbsp;จากคาดการณ์เดิมที่&amp;nbsp;1.8%&amp;nbsp;ขณะที่ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ลดลงเหลือ&amp;nbsp;3.7%&amp;nbsp;จากคาดการณ์เดิมที่&amp;nbsp;3.9%&amp;nbsp;ด้วยเหตุผลที่ว่า&amp;nbsp;ความเสี่ยงของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้ายังอยู่ในระดับสูง ตามการบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบมากในปีนี้ และแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงมากในปีหน้า ขณะที่ตลาดแรงงานเองยังเต็มไปด้วยความเปราะบาง โดยเฉพาะภาคบริการและผู้ประกอบอาชีพอิสระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงด้านต่ำอย่างมีนัยสำคัญจากการระบาดทั้งในและต่างประเทศที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบริโภคภาคเอกชน รายได้และการจ้างงานเพิ่มเติมจากผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่ง กนง.จะติดตามปัจจัยดังกล่าวอย่างใกล้ชิด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนภาคเอกชนอย่าง &amp;ldquo;คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สถาบัน&amp;nbsp;(กกร.)&amp;rdquo;&amp;nbsp;มองว่า จากสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ในประเทศที่เริ่มดีขึ้น และแผนการจัดหาวัคซีนที่เพิ่มมากขึ้น จนนำไปสู่การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคบางส่วน จะเป็นผลดีกับเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยมองว่าภาครัฐควรมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มากขึ้น ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมาตรการระยะสั้น เน้นไปที่การกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ เช่น โครงการคนละครึ่ง ช็อปดีมีคืน และกระตุ้นการท่องเที่ยว ส่วนมาตรการระยะยาว มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างและรักษาฐานการผลิต รับมือสงครามการค้า&amp;nbsp;(Trade War)&amp;nbsp;ผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ๆ รวมทั้งภาครัฐควรเดินหน้าการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการที่รัฐลงทุนเอง และโครงการลงทุนแบบ&amp;nbsp;PPP&amp;nbsp;เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุน และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ&amp;nbsp;(FDI)&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไปอย่างเต็มรูปแบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลเอง ที่ก็ยอมรับว่ารายได้จากภาคการท่องเที่ยวและบริการของไทยหายไปจำนวนมาก แต่จากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ก.ย.ที่ผ่านมา และหากสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไว้ได้ดี ก็เชื่อว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส&amp;nbsp;3-4/2564&amp;nbsp;จะดีขึ้น และจะเป็นผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ รวมถึงปีหน้าด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน&amp;nbsp;ที่ยังคงเชื่อมั่นว่า หลังจากนี้ทิศทางเศรษฐกิจของไทยจะค่อยๆ เติบโตไปได้ จากการช่วยเหลือของทุกฝ่ายในการประคับประคองช่วยกัน แม้ว่าประเทศไทยตอนนี้จะมีสถานการณ์ที่ท้าทายเรื่องหลุมรายได้ขนาดใหญ่ และไทยเองก็ยังเป็นประเทศที่อาศัยรายได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งส่วนนี้ต้องใช้เวลา นั่นจึงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลเดินหน้าเปิดประเทศเร็วขึ้น เพื่อเร่งให้รายได้จากภาคการท่องเที่ยวทยอยกลับเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กระทรวงการคลังเอง แม้ว่าก่อนหน้านี้จะยอมรับว่าสภาพการณ์ทั่วไปของเศรษฐกิจไทยยังคงไม่แข็งแกร่ง แม้ว่าไตรมาส&amp;nbsp;2/2564&amp;nbsp;จะเติบโตสูงถึง&amp;nbsp;7.5%&amp;nbsp;เพราะอัตราการเติบโตเทียบระหว่าง 2 ไตรมาสนับตั้งแต่ต้นปียังอยู่ในระดับต่ำกว่า&amp;nbsp;1%&amp;nbsp;และการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นั้น ก็ส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอาจจะช้า และใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี โจทย์สำคัญและอาจจะเป็นทางรอดของเศรษฐกิจไทยตอนนี้ น่าจะเป็นการเร่งกระจายวัคซีนที่มีประสิทธิภาพเพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดของไวรัส ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และจะส่งผลดีต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อๆ ไปด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครองขวัญ รอดหมวน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117464</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ครองขวัญ รอดหมวน, ทางรอดเศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
