<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.เปิดตัวเลขประชาชนเดินทางบนทางหลวงช่วงสงกรานต์ 10-16เม.ย. 7.3 ล้านคัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9เม.ย.64-รายงานข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.)โดยสำนักอำนวยความปลอดภัย แจ้งว่าระหว่างวันที่ 10 &amp;ndash; 16 เมษายน 2564 รวม 7 วัน คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางบนทางหลวงสายหลักและมอเตอร์เวย์ จำนวน 7,369,351 คัน แบ่งเป็นฝั่งขาเข้า 3,594196 คัน และฝั่งขาออก 3,775,155 คัน เพิ่มขึ้นจากเทศกาลสงกรานต์ 2563 กว่า 2.5 ล้านคัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมทางหลวงขอความร่วมมือประชาชนเดินทางเหลื่อมเวลากระจายการเดินทางโดยบ้านใกล้กรุงเทพฯให้เดินทางออก ทีหลังและเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯก่อน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ระหว่างวันที่ 9 &amp;ndash; 15 เมษายน 2564 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางและหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเทศกาลดังกล่าวและพร้อมดำเนินการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยใน 10 เส้นทาง ที่มีการจราจรหนาแน่น ดังนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ดอนเมือง &amp;ndash; รังสิต &amp;ndash; ต่างระดับบางปะอิน (ทล.1) &amp;ndash; อยุธยา &amp;ndash; บางปะหัน &amp;ndash; อ่างทอง &amp;ndash; สิงห์บุรี &amp;ndash; ชัยนาท &amp;ndash; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อุทัยธานี &amp;ndash; นครสวรรค์ (ทล.32) ระยะทาง 172 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ลาดบัวหลวง &amp;ndash; สุพรรณบุรี &amp;ndash; ชัยนาท (ทล.340) ระยะทาง 164 กม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
3. &amp;nbsp;ต่างระดับบางปะอิน &amp;ndash; วังน้อย &amp;ndash; หนองแค &amp;ndash; สระบุรี (ทล. 1) &amp;ndash; แก่งคอย &amp;ndash; ปากช่อง &amp;ndash; ลำตะคอง &amp;ndash; สีคิ้ว &amp;ndash; &amp;nbsp;แยกปักธงชัย &amp;ndash; นครราชสีมา (ทล.2) ระยะทาง 195 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. รามอินทรา &amp;ndash; มีนบุรี &amp;ndash; หนองจอก &amp;ndash; แยกฉะเชิงเทรา/พนัสนิคม &amp;ndash; ฉะเชิงเทรา &amp;ndash; ปราจีนบุรี &amp;ndash; กบินทร์บุรี &amp;ndash; แยกปักธงชัย (ทล.304) ระยะทาง 278 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. รังสิต &amp;ndash; ธัญบุรี &amp;ndash; องครักษ์ &amp;ndash; บ้านนา (ทล.305) &amp;ndash; กบินทร์บุรี (ทล.33) ระยะทาง 135 กม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;6. ต่างระดับบางขุนเทียน &amp;ndash; สมุทรสาคร &amp;ndash; บ้านบ่อ &amp;ndash; สมุทรสงคราม &amp;ndash; ต่างระดับวังมะนาว (ทล.35) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะทาง 75 กม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
7. ตลิ่งชัน &amp;ndash; ศาลายา &amp;ndash; นครชัยศรี (ทล. 338) &amp;ndash; นครปฐม &amp;ndash; บางแพ &amp;ndash; ราชบุรี &amp;ndash; ต่างระดับวังมะนาว (ทล. 4) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะทาง 120 กม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
8. ทับช้าง &amp;ndash; สุวรรณภูมิ &amp;ndash; ลาดกระบัง &amp;ndash; บางปะกง &amp;ndash; หนองขาม &amp;ndash; หนองปรือ - พัทยา &amp;nbsp;(ทล.7) ระยะทาง 119 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. บางนา &amp;ndash; บางพลี &amp;ndash; บางวัว &amp;ndash; บางปะกง (ทล.34) ระยะทาง 38 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. วงแหวนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตก (ทล. 9) ระยะทาง 148 กม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่างเดินทาง สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 &amp;nbsp;และ ตำรวจทางหลวง 1193&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98911</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางหลวง, ปริมาณรถ, สงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d9f43b205e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2020 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2020 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.อัพเดทการจราจร10เส้นทางหลักวันแรกช่วงหยุดยาว10ธ.ค.นี้ไม่พบรถติดสะสม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.63-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่าเนื่องในวันหยุดราชการตามมติคณะรัฐมนตรีระหว่าง &amp;nbsp;วันที่ 10 &amp;ndash; 13 ธันวาคม 2563 ทล. ได้รายงานสภาพการจราจร ใน 10 เส้นทางหลัก 10 ธ.ค. 63 กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง โดย อาคารศูนย์ควบคุมการจราจรกลางลาดกระบัง CC และ CCB พัทยา ได้รายงานภาพรวมสภาพจราจรบนทางหลวงพิเศษ ทล.7 (กรุงเทพ - มาบตาพุด)สภาพการจราจรโดยรวม ปริมาณรถปานกลาง เคลื่อนตัวได้ แต่มีรถชะลอตัว
- กม.7+000 มุ่งหน้ามาบตาพุด (ต่างระดับทับช้าง)
&amp;nbsp;มีรถชะลอตัว เป็นระยะทาง 1 กม. เคลื่อนตัวได้ ไม่หยุดชะงัก บริเวณหน้าด่านไม่มีแถวคอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล.9 (บางปะอิน - บางพลี)สภาพการจราจรโดยรวม
ปริมาณรถปานกลาง เคลื่อนตัวได้ดี แต่มีรถชะลอตัว
- กม.33+000 มุ่งหน้าบางปะอิน (ลงด่วนจตุโชติ-ด่านชั่งน้ำหนักลำลูกกา)มีรถชะลอตัว เป็นระยะทาง 2 กม. เคลื่อนตัวได้ ไม่หยุดชะงัก
- กม.53+000 มุ่งหน้าบางพลี (ทางออก ทล.7 มุ่งหน้ามาบตาพุด)ชะลอตัวเนื่องจาก ทล.7 มุ่งหน้ามาบตาพุดมีปริมาณรถมาก บริเวณหน้าด่านไม่มีแถวคอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาย 7&amp;nbsp;
- ด่านลาดกระบัง ขาเข้าและขาออก
การจราจรคล่องตัวไม่มีแถวคอย
- ด่านอื่นๆ การจราจรคล่องตัวไม่มีแถวคอย
สาย 9
ด่านขาเข้า มุ่งหน้าบางพลี
- ด่านธัญบุรี 1 การจราจรคล่องตัวไม่มีแถวคอย&amp;nbsp;
- ด่านทับช้าง 1 การจราจรเคลื่อนตัวได้ ไม่มีแถวคอย&amp;nbsp;
ด่านฯขาออก มุ่งหน้าบางปะอิน
- ด่านฯธัญบุรี 2 การจราจรคล่องตัวไม่มีแถวคอย
- ด่านทับช้าง 2 การจราจรคล่องตัวไม่มีแถวคอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แขวงทางหลวงธนบุรีได้รายงานสภาพการจราจร
ทล.35 (ถนนพระราม 2) ดาวคะนอง - แสมดำ
จุดที่ 1 ที่ กม.3+772
-ขาเข้า รถมาก เคลื่อนตัวได้ช้า
-ขาออก รถมาก เคลื่อนตัวได้ช้า
&amp;nbsp;จุดที่ 2 ที่ กม.10+775
-ขาเข้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp; ทางหลัก รถน้อย คล่องตัว
&amp;nbsp; ทางขนาน รถมาก เคลื่อนตัวได้ช้า
-ขาออก รถมาก เคลื่อนตัวได้ช้า
จุดที่ 3 ที่ กม.12+975
-ขาเข้า รถปานกลาง เคลื่อนตัวได้
-ขาออก รถปานกลาง เคลื่อนตัวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แขวงทางหลวงสมุทรสาคร ขอรายงานสภาพการจราจร บนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2)
จุดที่ &amp;nbsp;1 &amp;nbsp;ตอน แสมดำ &amp;ndash; สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนฝั่งตะวันตก &amp;nbsp;ที่ กม. 29+300&amp;nbsp;
- ขาเข้า รถน้อย คล่องตัว
- ขาออก รถมาก เคลื่อนตัวได้
จุดที่ 2 ตอน สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนฝั่งตะวันตก &amp;ndash; นาโคกกม.45+100 สภาพการจราจร
- ขาเข้า รถน้อย คล่องตัว
- ขาออก รถน้อย คล่องตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองได้รายงานสภาพการจราจร ทล.7 &amp;nbsp;สถานที่บริการทางหลวงบางปะกง 1 ( Service Area)ขาออก (มุ่งหน้ามาบตาพุด)
สภาพการจราจร &amp;nbsp;1. การจราจรคล่องตัว
2. เจ้าหน้าที่วางกรวยและแบริเออร์น้ำ เพื่อให้ผู้ใช้ทางที่มุ่งหน้ามาบตาพุด (ไม่เข้า Service area )ใช้ 3 ช่องทางขวา3. รถที่เข้าใช้บริการสถานที่บริการทางหลวงบางปะกง 1 ( Service Area) ให้ใช้ช่องทางซ้ายเท่านั้น4. ประชาสัมพันธ์ผุ้ใช้ทาง ผ่านป้าย VMS. และติดป้ายแนะนำข้างทาง &amp;nbsp;&amp;ldquo;สถานที่บริการทางหลวงบางปะกง 1 ( Service Area) &amp;nbsp;ปริมาณจราจรปานกลาง แนะนำให้ใช้บริการจุดพักรถ หนองรี 1 &amp;nbsp;ที่กม.71+600 อีก 22 กม.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แขวงทางหลวง​อยุธยา​ ขอรายงานสภาพ​การจราจร​บริเวณ​ทางแยก​ต่างระดับบางปะอิน​
1. ทล.1 (พหลโยธิน)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; - ​ขาออก มุ่งหน้า​ ทล.32​ (สายเอเชีย)​ อยุธยา​ - นครสวรรค์​ : รถปานกลาง คล่องตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; - ขาออก มุ่งหน้า​สระบุรี​ : รถมาก​เคลื่อนตัว​ได้ช้าเลยจุดก่อสร้าง​มอเตอร์​เวย์​กม.56 คล่องตัว​
&amp;nbsp; &amp;nbsp; - ขาเข้า : รถน้อย &amp;nbsp;คล่องตัว​&amp;nbsp;
2. ทล.32 (เอเชีย)​&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; - ขาออก​ : รถปานกลาง คล่องตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; - ขาเข้า : ​รถน้อย คล่องตัว​
3. ทล.9 วงแหวน​ตะวันตก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; - ขาออก​ มุ่งหน้า​ต่างระดับ​บางปะอิน​ รถปานกลาง​ เคลื่อนตัวได้ดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; - ขาเข้า​ มุ่งหน้า​บางบัวทอง รถน้อย คล่องตัว​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 2 &amp;nbsp;
ขอรายงานสภาพการจราจร บนทางหลวงหมายเลข 2&amp;nbsp;
จุดที่ 1 &amp;nbsp;ทล.2 กม.38+000 (สะพานกลับรถมอกลางดง)ทิศทาง ขาออก &amp;nbsp;สภาพการจราจร คล่องตัว &amp;nbsp;ใช้ความเร็วได้ 80 กม./ชม. จุดที่ 2 &amp;nbsp;ทล.2 กม.85+000 (ลำตะคอง)ทิศทาง ขาออก &amp;nbsp;สภาพการจราจร คล่องตัว &amp;nbsp;ใช้ความเร็วได้ 80 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แขวงทางหลวงฉะเชิงเทรา ขอรายงานสภาพการจราจรทล. 304 ตอน พนมสารคาม - เขาหินซ้อน&amp;nbsp;
กม.121+900 (ต่างระดับชำขวาง)&amp;nbsp;
สภาพการจราจร
-ขาออก ปริมาณรถน้อยคล่องตัว
-ขาเข้า ปริมาณรถน้อยคล่องตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แขวงทางหลวงสระบุรี ได้รายงานสภาพการจราจร&amp;nbsp;
ถนนทางหลวงหมายเลข 2 บริเวณ กม.35+470
ตอน ซับบอน -มวกเหล็ก(ช่วงมวกเหล็กเขตรอยต่อแขวงนครราชสีมาที่ 2)
- ขาออก กทม.การจราจรเคลื่อนตัวได้ดี ใช้ความเร็วมากกว่า 60 กม./ชม.&amp;nbsp;
- ขาเข้า กทม.การจราจรเคลื่อนตัวได้ดี ใช้ความเร็วมากกว่า 60 กม./ชม.
&amp;nbsp;
แขวงทางหลวงสระบุรี ถนนทางหลวงหมายเลข 1 ตอน หินกอง-ปากข้าวสารบริเวณ กม.99+000(สะพานต่างระดับพระพุทธฉาย)
- ขาออก กทม.การจราจรเคลื่อนตัวได้ดี ใช้ความเร็วมากกว่า 60 กม./ชม.
- ขาเข้า กทม.การจราจรเคลื่อนตัวได้ดี ใช้ความเร็วมากกว่า 60 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวว่าขณะนี้แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 1 ได้ดำเนินการตามมาตรการเร่งด่วน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล / วันหยุดยาว บนดอยอินทนนท์ ทล.1009 โดยการเพิ่มป้ายเตือน และติดตั้งหลักล้มลุกเพื่อบีบช่องจราจร ให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็ว และห้ามแซงในช่วงลงเขาที่มีระยะทางยาว และในช่วงที่มีการสัญจรของนักท่องเที่ยวและรถพลุกพล่าน เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนมาตรการระยะยาวที่จะดำเนินการติดตั้ง guardrail 2 ชั้นตลอด 2 ข้างทางในช่วงที่อาจเกิดอันตราย ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทาง สภาพการจราจร แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย หรือขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรี 24 ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86495</URL_LINK>
                <HASHTAG>จราจร, ทางหลวง, หยุดยาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201210/image_big_5fd1adba18fe0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2019 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม ปิ๊งไอเดียเลิกเกาะกลางใช้แบริเออร์ยางพารากั้นแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ศักดิ์สยาม&amp;rdquo; ลั่นลุยยกเลิกเกาะกลางถนนใหม่ทั่วไทย ใช้แบริเออร์ยางพารากั้นแทน หวังลดอุบัติเหตุ สั่ง ทช. ทำทางลอดสี่แยกชุมชนสวายจีก บุรีรัมย์ ชูเป็นโมเดลลดอุบัติเหตุถนนชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
19 ส.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจบริเวณจุดกลับรถบนทางหลวงหมายเลข 226 กม.128+200 และ กม.129+100 พร้อมรับฟังปัญหาจากชาวบ้านชุมชนสวายจีก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ว่า บริเวณดังกล่าวอยู่ระหว่างการขยายถนนจาก 2 เลน เป็น 4 เลน(ไป-กลับ) ซึ่งจุดนี้เป็นทางโค้งยาว ประกอบกับเป็นจุดตัดสี่แยก และถนนจากทางสายรองเป็นเนิน ทำให้ต้องเร่งเครื่องยนต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางโค้งเป็นจุดอับที่มองไม่เห็นด้วย ทำให้จุดนี้เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตหลายครั้ง ตนจึงได้มอบให้กรมทางหลวงชนบท(ทช.) จัดทำทางลอด เพื่อลดอุบัติเหตุ สร้างความปลอดภัยในการเดินทางให้แก่ประชาชน โดยให้เริ่มดำเนินการในปี 63&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีการใช้แบริเออร์กั้นเพื่อปิดจุดสี่แยกดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านที่มาจากถนนสายรองทั้ง 2 ด้าน ร้องเรียนเข้ามามากว่าต้องไปกลับรถไกลถึง 2 กิโลเมตร(กม.) ทำให้ไม่สะดวกในการเดินทาง อย่างไรก็ตามการทำทางลอดจุดนี้จะยกให้เป็นกรณีศึกษาในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุ ซึ่งจะใช้งบประมาณน้อยกว่าการทำสะพานข้ามแยกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมอบให้กรมทางหลวง (ทล.) และ ทช. ยกเลิกการลงทุนก่อสร้างเกาะกลางบนถนนทั่วประเทศสำหรับถนนที่จะก่อสร้างใหม่ โดยให้ใช้แบริเออร์ที่ทำจากยางพาราเป็นตัวกั้นถนนแทน และต้องสามารถรองรับการใช้ความเร็วรถที่ 120 กิโลเมตร(กม.)ต่อชั่วโมง(ชม.)ด้วย ไม่ให้เหมือนกับแบริเออร์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุ และไม่ทำให้ถนนเสียหาย รวมทั้งสามารถนำงบประมาณที่จะใช้ก่อสร้างเกาะกลางถนนไปใช้ขยายถนน 4 เลนเพิ่มเติมให้ชาวบ้านได้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43756</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง (ทล.), ทางหลวง, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รมว.คมนาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5a538188da4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.สั่งเฝ้าระวังน้ำท่วม ดินโคลนถล่มบนทางหลวง ตลอด24ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทางหลวง รายงานสถานการณ์น้ำท่วมและสถานการณ์ดินสไลด์ ดินโคลนถล่มบนทางหลวง หลังได้รับผลกระทบจากพายุเบบินคา พบ 3 จังหวัดน้ำท่วม การจราจรผ่านไม่ได้ 6 แห่ง พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ส.ค.61 นายธานินทร์ &amp;nbsp;สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยถึงความเสียหายของสายทางที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงที่ได้รับความเสียหายจากอิทธิพลของพายุเบบินคา ประจำวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2561 ว่ามีสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ 3 จังหวัด จำนวน 4 แห่ง จำนวน 4 สายทาง &amp;nbsp;การจราจรผ่านได้ 1 แห่ง / ผ่านไม่ได้ 3 แห่งรายละเอียดสายทางที่การจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีดังนี้ 1. จังหวัดน่าน ทางหลวงหมายเลข 1168 ตอน น่าน &amp;ndash; น้ำใส พื้นที่อำเภอภูเพียง ช่วงกม.ที่ 0 ระดับน้ำสูง 90 ซม. แนะนำเส้นทางเลี่ยง ไปอำเภอเมือง ไปอำเภอแม่จริม ใช้เส้นทางเลี่ยงแยกทางหลวงหมายเลข 101 ที่ กม.353 เข้าสะพานนาเหลืองพัฒนา ผ่าน อบต.นาเหลือง &amp;ndash; อบต.น้ำแก่น ผ่านที่ว่าการ อำเภอภูเพียง ไปออกทางหลวงหมายเลข 1168 ที่กม.2+000 (วัดพระธาตุแช่แห้ง) ไปอำเภอแม่จริม แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางหลวงหมายเลข 1169 ตอน ท่าล้อ &amp;ndash; เมืองพลวง พื้นที่อำเภอภูเพียง ช่วงกม.ที่ 0 ระดับน้ำสูง 60 ซม. แนะนำเส้นทางเลี่ยงไปอำเภอสันติสุข ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 101 เลี้ยวชวาที่บ้านผาสิงห์ ไปบ้านหาดผาขน ออกไปบรรจบทางหลวงหมายเลข 1169 ที่ กม.11+625 บ้านเมืองจัง แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จังหวัดเชียงใหม่ ทางหลวงหมายเลข 118 ตอน เชียงใหม่ &amp;ndash; เชียงราย พื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด ช่วงกม.ที่ 45 &amp;ndash; 47 น้ำท่วมทางเบี่ยงขาด แนะนำเส้นทางเลี่ยง เส้นทางที่ 1 เชียงใหม่ (ทล.11) &amp;ndash; ลำพูน &amp;ndash; ลำปาง (ทล.1) &amp;ndash; พะเยา &amp;ndash; เชียงราย ระยะทางประมาณ 350 กม. &amp;nbsp;เส้นทางที่ 2 เชียงใหม่ (ทล.1001) พร้าว (ทล.1150) เวียงป่าเป้า แม่สรวย เชียงราย ระยะทางประมาณ 250 กม. &amp;nbsp;เส้นทางที่ 3 เชียงใหม่ (ทล.107) ฝาง &amp;ndash; (ทล.109) แม่สรวย (ทล.118) &amp;ndash; เชียงราย ระยะทางประมาณ 280 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าการซ่อมแซมทางเบี่ยงทางหลวงหมายเลข 118 ทั้ง 4 จุด ดังนี้ จุดที่ 1 ที่กม.43 แล้วเสร็จอยู่ระหว่างเก็บความเรียบร้อย &amp;nbsp;จุดที่ 2 ที่กม.45 อยู่ระหว่างดำเนินการซ่อมแซม คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้ &amp;nbsp;จุดที่ 3 ที่ กม.46 แล้วเสร็จ อยู่ระหว่างเก็บความเรียบร้อย &amp;nbsp;จุดที่ 4 ที่กม.47 อยู่ระหว่างดำเนินการซ่อมแซม คาดว่าจะเปิดการจราจรได้ในวันที่20 ส.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ดินสไลด์/ดินโคลนถล่ม พื้นที่ 2 จังหวัด &amp;nbsp;จำนวน 3 แห่ง จำนวน 2 สายทาง &amp;nbsp;(การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่ง) ดังนี้ จังหวัดน่าน ทางหลวงหมายเลข 1081 ตอนบ้านเวร &amp;ndash; ห้วยโก๋น พื้นที่อำเภอบ่อเกลือ ช่วงกม.ที่ 121 ใช้ ทล.101 เดินทางไปอำเภอเฉลิมพระเกียรติแทน และบริเวณที่ กม.36+025 &amp;nbsp;- กม.36+200 ซ้ายทาง ผิวทางเกิดการทรุดตัว เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงสันติสุข ได้ดำเนินการติดตั้งป้ายเตือน และอำนวยความปลอดภัยด้านการจราจร &amp;nbsp;อุดรอยแตกปัจจุบัน การจราจรผ่านได้ 1 ช่องทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางหลวงหมายเลข &amp;nbsp;1081 ตอนบ่อเกลือ - เฉลิมพระเกียรติ์ ช่วงกม.ที่121+250 - กม.121+350 บ.ง้อมเปา ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ์ จ.น่าน ดินสไลด์ปิดผิวทาง การจราจรผ่านไม่ได้ หมวดทางหลวงเฉลิมพระเกียรติ์กำลังดำเนินการนำเครื่องจักรเข้าแก้ไขเปิดการจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;และ3.จังหวัดระนอง ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนกระบุรี &amp;ndash; หงาว พื้นที่อำเภอเมือง ช่วงกม.ที่ 584+500 แนะนำเส้นทางเลี่ยงให้ใช้ทางหลวงชนบท 4010 ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 4004 &amp;ndash; บ้านน้ำตก แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ หน่วยงานส่วนภูมิภาคในสังกัดกรมทางหลวงได้เข้าช่วยเหลือโดยการแจกน้ำ อาหาร และช่วยอำนวยความสะดวกขนย้ายสิ่งของแก่ผู้ประสบภัย ของหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทางหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ทั่วประเทศ หรือ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15703</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดน่าน, ดินสไลด์ ดินโคลน, ทางหลวง, ธานินทร์  สมบูรณ์, อธิบดีกรมทางหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b79143c09878.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวงชนบทแนะทางลัด8เส้นทางช่วงสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
กรมทางหลวงชนบท &amp;nbsp;แนะนำเส้นทางลัดเส้นทางเลี่ยง 8 เส้นทางให้กับประชาชนใช้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 เพื่อความสะดวกและแบ่งเบาปริมาณการจราจรบนสายทางหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มีนาคม 61-กรมทางหลวงชนบท &amp;nbsp;แนะนำเส้นทางลัดเส้นทางเลี่ยง ให้กับประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้อย่างสะดวก และแบ่งเบาปริมาณการจราจรบนสายทางหลัก โดยมีเส้นทาง 8 สายหลัก ดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เส้นทางเลี่ยงจากกรุงเทพฯ สู่ภาคใต้ ภาคเหนือ ถนนนครอินทร์และถนนราชพฤกษ์&amp;nbsp;
สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปสู่จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือสามารถใช้เส้นทาง ได้ดังนี้&amp;nbsp;
- จากถนนแจ้งวัฒนะ (สาย 304) ตรงไปแยกปากเกร็ด ก่อนถึงแยกปากเกร็ดให้ขึ้นสะพานยกระดับไปยังถนนชัยพฤกษ์ตรงไปบรรจบกับถนน ราชพฤกษ์ (จุดที่ 6 ) แล้วข้ามสะพานยกระดับเข้า จ.ปทุมธานี จนไปบรรจบกับถนนสาย 345 (จุดที่ 7 ) ให้เลี้ยวซ้ายวิ่งตรงผ่านสี่แยกไปยังถนนสาย 340 ผ่าน จ.สุพรรณบุรีไป จ.ชัยนาท เข้าถนนเอเชีย (สาย 32)ผ่าน จ.นครสวรรค์ เพื่อเข้าสู่ภาคเหนือ - จากถนนแจ้งวัฒนะ (สาย 304) ตรงไปแยกปากเกร็ด ก่อนถึงแยกปากเกร็ดให้ขึ้นสะพานยกระดับไปยังถนนชัยพฤกษ์ ตรงไปบรรจบกับถนน ราชพฤกษ์(จุดที่ 6 ) แล้วข้ามสะพานยกระดับเข้า จ.ปทุมธานี จนไปบรรจบกับถนนสาย 345 (จุดที่ 7 ) ให้เลี้ยวซ้ายจนไปบรรจบกับถนนวงแหวนตะวันตก(สาย 9) แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนวงแหวนตะวันตก วิ่งตรงไปจนถึงทางต่างระดับบางปะอิน แล้วใช้ถนนพหลโยธิน (สาย 1) มุ่งหน้า &amp;nbsp;จ.สระบุรี เพื่อไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือใช้ถนนเอเชีย (สาย 32) เพื่อไปสู่ภาคเหนือ - จากถนนสาธรข้ามสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชไปยังถนนราชพฤกษ์ วิ่งตรงไปจนไปบรรจบกับถนนสาย 345 (จุดที่ 7 ) ให้เลี้ยวซ้ายวิ่งตรงผ่านสี่แยกไปยังถนนสาย 340 ผ่าน จ.สุพรรณบุรีไป จ.ชัยนาทเข้าถนนเอเชีย (สาย 32) ผ่าน จ.นครสวรรค์มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปสู่จังหวัดพื้นที่ภาคใต้สามารถใช้เส้นทาง ได้ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- จากถนนแจ้งวัฒนะ (สาย 304) ตรงไปแยกปากเกร็ด ก่อนถึงแยกปากเกร็ดให้ขึ้นสะพานยกระดับไปยังถนนชัยพฤกษ์ ตรงไปบรรจบกับถนน ราชพฤกษ์ (จุดที่ 6 ) ให้เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางถนนราชพฤกษ์จนถึงทางแยกต่างระดับสวนเลียบ (จุดที่ 1 ) ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนกัลปพฤกษ์ &amp;nbsp;ไปยัง จ.สมุทรสาครผ่าน จ.เพชรบุรี เพื่อมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ - จากถนนติวานนท์ (สาย 306) ผ่านกระทรวงสาธารณสุข ให้ข้ามสะพานยกระดับไปยังถนนนครอินทร์ วิ่งไปบรรจบกับถนนราชพฤกษ์ (จุดที่ 4 ) ให้เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางถนนราชพฤกษ์จนถึงทางแยกต่างระดับสวนเลียบ (จุดที่ 1 ) ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนกัลปพฤกษ์ตรงไป จ.สมุทรสาคร ผ่าน &amp;nbsp;จ.เพชรบุรี เพื่อมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ - จากถนนสาธรข้ามสะพานตากสินไปยังถนนราชพฤกษ์วิ่งตรงไปจนถึงทางแยกต่างระดับสวนเลียบ (จุดที่ 1) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกัลปพฤกษ์ตรงไป จ.สมุทรสาคร ผ่าน จ.เพชรบุรี เพื่อมุ่งหน้าสู่ภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เส้นทางเลี่ยงจากกรุงเทพฯ สู่ภาคเหนือ (จ.เพชรบูรณ์) สาย สบ.3021 แยกทางหลวงหมายเลข 362 &amp;ndash; บ้านหนองปลากระดี่ ท่านที่จะเดินทางไปภาคเหนือ (จ.เพชรบูรณ์) มักจะประสบปัญหาการจราจรติดขัด ช่วงเดินทางผ่านตัวเมืองสระบุรี กรมทางหลวงชนบทขอแนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรติดขัดโดยให้ผู้ใช้เส้นทางเลี่ยงไปใช้ถนนทางหลวงชนบท สาย สบ.3021 แยกทางหลวงหมายเลข 362-บ้านหนองปลากระดี่ ซึ่งผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปตามถนนพหลโยธิน เมื่อถึง กม.ที่ 89+000 ให้สังเกตป้ายทางเลี่ยงเมืองสระบุรี แล้วออกคู่ขนานเมื่อถึงแยกหินกอง ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 329 จากนั้นให้วิ่งไปจนถึงสี่แยกร่องแซง โดยให้สังเกตป้ายเลี่ยงเมืองสระบุรี ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนทางหลวงชนบท สบ.3021 แยกทางหลวงหมายเลข 362-บ้านหนองปลากระดี่ ให้ผู้เดินทางใช้เส้นทางนี้ไปจนสุดเส้นทางก็จะพบกับทางเลี่ยงเมืองสระบุรี ก็จะสามารถเดินทางไป จ.เพชรบูรณ์ ได้โดยสวัสดิภาพ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เส้นทางเลี่ยงจากภาคตะวันออก สู่ภาคเหนือ สาย นม.1016 แยกทางหลวงหมายเลข 2 - บ้านกุดคล้า และ สาย นม.3052 แยกทางหลวงหมายเลข 304 - บ้านท่ามะปรางค์ ท่านที่ต้องการเดินทางจากภาคตะวันออกเพื่อจะมุ่งหน้าไปภาคเหนือ นั้น กรมทางหลวงชนบท ขอแนะนำเส้นทางเลี่ยง-ทางลัด โดยผู้ใช้เส้นทางสามารถเดินทางจากภาคตะวันออก โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 304 มุ่งหน้าไป อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เมื่อถึง กม.ที่ 56+400 ให้สังเกตป้ายเขาใหญ่ ปากช่อง มวกเหล็ก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงชนบท สาย นม.3052 แยกทางหลวงหมายเลข 304-บ้านท่ามะปรางค์ ให้ผู้ใช้เส้นทางเดินทาง ตามเส้นทางดังกล่าวไปจนสุดปลายทาง จะพบกับถนนทางหลวงหมายเลข 2090 ให้เลี้ยวขวาแล้วขับตรงไปประมาณ 2 กิโลเมตร โดยให้สังเกตป้ายเลี้ยวซ้าย อ.มวกเหล็ก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงชนบท สาย นม.1016 แยกทางหลวงหมายเลข 2-บ้านกุดคล้า ใช้เส้นทางดังกล่าวไปจนสุดปลายทาง ก็จะพบกับถนนทางหลวงหมายเลข 2 (กม.ที่ 144+000 ) ก็จะสามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางถนนหลวงหมายเลข 2 &amp;nbsp;ไปยังภาคเหนือได้โดยสวัสดิภาพ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เส้นทางเลี่ยงการจราจร จังหวัดเพชรบุรี สาย พบ.6020 บ้านลาด - บ้านโพธิ์ลอย จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;
ท่านที่เดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อมุ่งสู่ภาคใต้นั้นกรมทางหลวงชนบทขอแนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรติดขัดบริเวณ จ.เพชรบุรี ดังนี้ โดยให้ผู้ใช้เส้นทางจากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ถึง กม.ที่ 153+500 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3204 ผ่านสี่แยกไฟแดง และผ่านโรงพยาบาลบ้านลาด ถึงสี่แยกไฟแดงบ่อหมันระยะทางประมาณ 9 กม.ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงชนบทสาย พบ.5020 ผ่านโรงเรียนบ้านลาดวิทยาคม จะเจอคลองชลประทานขับตรงไปพบสี่แยกบ้านลาดให้ขับตรงไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3179 ประมาณ 2.6 กม. พบสามแยกท่าศาลาให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 4 เพื่อเดินทางสู่ภาคใต้ ต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. เส้นทางเลี่ยงการจราจร จังหวัดราชบุรี สาย รบ. 1010 แยกทางหลวงหมายเลข 4 อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;
ท่านที่เดินทางจาก จ.นครปฐม มาตามเส้นทางแยกทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าสู่ภาคใต้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรแออัด ช่วง จ.ราชบุรี &amp;nbsp;กรมทางหลวงชนบท ขอแนะนำเส้นทางเลี่ยงปัญหาการจราจรแออัด จ.ราชบุรี กรมทางหลวงชนบท ขอแนะนำเส้นทางเลี่ยง สายทาง รบ.1010 แยกทางหลวงหมายเลข 4-แยกทางหลวงหมายเลข 4 โดยที่ท่านจะเดินทางมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าเข้าสู่ จ.ราชบุรี ผ่านอำเภอ บางแพ จนถึงช่วง กม.ที่ 97+350 โดยสังเกตป้ายแนะนำเส้นทางให้ขับชิดซ้ายไปจนถึงช่วง กม. ที่ 97+500 จุดสังเกตป้ายแนะนำเส้นทางจากนั้นให้ขับรถวิ่งเข้าสู่เส้นทางคู่ขนาน ช่วง กม.ที่ 98+300 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนน กรมทางหลวงชนบท สายทาง รบ.1010 ให้วิ่งตรงไปตามเส้นทางขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองไปบรรจบกับถนนทางหลวงหมายเลข 4 ช่วง กม.ที่ 109+000 และเลี้ยวซ้าย มุ่งสู่ จ.เพชรบุรี ตามทางหลวงหมายเลข 4 เพื่อเดินทางสู่ภาคใต้ต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. เส้นทางเลี่ยงการจราจร จังหวัดนครสวรรค์ สาย นว.1001 แยกทางหลวงหมายเลข 1 - บ้านลาดยาว อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เส้นทางเลี่ยง จาก จ.อุทัยธานี, จ.นครสวรรค์ ไป จ.กำแพงเพชร ใช้เส้นทางเลี่ยงมุ่งหน้าสู่ จ.นครสวรรค์ โดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ผ่าน จ.ชัยนาท จนถึง กม.ที่ 309+000 ให้ขับรถชิดซ้ายไปตามเส้นทาง จนถึง กม.ที่ 310+000 เลี้ยวซ้ายไปใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 333 วิ่งตรงไปตามเส้นทางประมาณ 15.000 กิโลเมตร ไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3220 (สามแยกวัดสังกัตรัตนคีรี (เขาสะแกกรัง) เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางประมาณ 2.000 กิโลเมตร พบสามแยก เลี้ยวซ้ายไปใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3221 มุ่งหน้าสู่อำเภอทัพทันวิ่งตรงไปประมาณ 18.000 กิโลเมตร พบสี่แยกขับตรงไปใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3013 ผ่านอำเภอสว่างอารมณ์ จนไปบรรจบที่สี่แยกอำเภอลาดยาว ขับตรงไปเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบท นว.1001 วิ่งไปตามเส้นทางประมาณ 22.000 กิโลเมตร จนไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ จ.กำแพงเพชร ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เส้นทางเลี่ยง จาก จ.กำแพงเพชร, จ.นครสวรรค์ จาก จ.กำแพงเพชรมุ่งหน้าสู่ จ.นครสวรรค์ ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เมื่อมาถึงช่วง กม.ที่ 374+000 ให้กลับรถแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบท นว.1001 วิ่งไปตามเส้นทางประมาณ 22.000 กิโลเมตร ไปบรรจบที่สี่แยกอำเภอลาดยาว ขับตรงไปใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3013 ผ่านอำเภอสว่างอารมณ์ จนมาบรรจบที่สี่แยก อำเภอทัพทัน สามารถใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3013 วิ่งตรงไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 333 ที่อำเภอหนองฉาง เลี้ยวขวามุ่งเข้าสู่อำเภอด่านช้างและจังหวัดสุพรรณบุรี ต่อไป หรือใช้เส้นทางจากสี่แยกอำเภอทัพทัน ขับตรงไปใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3221 ประมาณ 18.000 กิโลเมตร จนไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3220 ที่สามแยก เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางประมาณ 2.000 กิโลเมตร พบสามแยกวัดสังกัตรัตนคีรี (เขาสะแกกรัง) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 333 วิ่งตรงไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เลี้ยวขวามุ่งหน้าสู่ กรุงเทพฯ ต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. เส้นทางเลี่ยงการจราจร จังหวัดแม่ฮ่องสอน สาย มส.4001 แยกทางหลวงหมายเลข 1095-บ้านรักไทย อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน &amp;nbsp;ท่านที่เดินทางไปท่องเที่ยวบ้านรักไทย กรมทางหลวงชนบทขอแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวบ้านรักไทย โดยใช้เส้นทางที่เดินทางจาก อ.เมืองเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ผ่านอำเภอแม่ริม เมื่อถึง กม.ที่ 32+000 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1095 ผ่านอำเภอปาย, อำเภอปางมะผ้า จนถึง กม.ที่ 198+050 โดยให้สังเกตป้ายเลี้ยวขวาบ้านรักไทย และเลี้ยวขวาเข้าถนนทางหลวงชนบท สาย มส.4001 มุ่งสู่บ้านรักไทยต่อไป หรือท่านที่เดินทางจากอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 จนไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1095 แล้วขับตรงไปจนถึง กม.ที่ 198+050 โดยสังเกตป้ายเลี้ยวซ้ายบ้านรักไทย และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงชนบทสาย มส.4001 มุ่งสู่บ้านรักไทยต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. เส้นทางเลี่ยงการจราจร สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ (สะพานนนทบุรี 1) , ถนนราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;
กรมทางหลวงชนบท แนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรติดขัดบริเวณถนนรัตนาธิเบศร์ โดยให้ผู้ใช้เส้นทางถนนรัตนาธิเบศร์ มุ่งหน้าสู่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เมื่อถึงถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรีให้สังเกตป้ายเลี้ยวขวาเข้าถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ขับตามเส้นทางให้สังเกตป้ายเลี้ยวขวาสะพานนนทบุรี 1 เลี้ยวขวามุ่งหน้าสู่สะพานนนทบุรี 1 โดยใช้สะพานนนทบุรี 1 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามุ่งหน้าสู่ถนนราชพฤกษ์ และใช้ถนนราชพฤกษ์เดินทางสู่ภาคใต้ต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนสามารถติดต่อสอบถามเส้นทางเลี่ยงของกรมทางหลวงชนบทได้ที่สายด่วน 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6065</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, ทางหลวง, สงกรานต์, เส้นทางลัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abcacaf57e11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2018 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2018 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาคม&#039;ตรวจงานเร่งก่อสร้างทางหลวงสายอีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ. 2561 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมเปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างบนทางหลวงหมายเลข 226 สายอุทุมพรพิสัย - ศรีสะเกษ ตอนบ้านหนองลุม - ศรีสะเกษ ทางหลวงหมายเลข 226 เริ่มจากทางหลวง 224 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ผ่านจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ สิ้นสุดที่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โครงการฯ เริ่มต้นก่อสร้าง ที่ กม.260+389 - กม.268+089 ระยะทางยาวประมาณ 7.7 กิโลเมตร มาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร &amp;nbsp;ดำเนินโครงการโดย สำนักก่อสร้างทางที่ 2 กรมทางหลวง เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2560 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 ขณะนี้โครงการฯ มีความก้าวหน้า 86.16%ล่าช้ากว่าแผนงาน 14.88%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการอดังกล่าวล่าช้ากว่าแผนเล็กน้อย เนื่องจากฝนตกหนัก แต่ไม่ส่งผลต่อระยะเวลาแล้วเสร็จของโครงการฯ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนสัญญาประมาณ 1 เดือน คือแล้วเสร็จเปิดให้ประชาชนใช้ทางได้ในเดือนมิถุนายน 61 ในการนี้ ได้กำชับให้เร่งดำเนินการปูยางในผิวทางชั้นแรก จัดทำป้ายจราจร ไฟฟ้าแสงสว่าง รวมทั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ให้เสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์ 61 ในส่วนหน้าบริเวณโรงเรียน ได้สั่งการให้จัดทำทางม้าลาย ติดตั้งไฟเตือน ไฟข้ามถนน ให้เด็กนักเรียนข้ามถนนได้อย่างสะดวกและปลอดภัยนอกจากนี้ ได้กำชับให้ดูแลไม่ให้มีการปลูกสิ่งก่อสร้าง ค้าขาย บุกรุกล้ำเข้ามาในเขตทางหลวง เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3804</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมนาคม, ถนน, ทางหลวง, นครราชสีมา, ศรีสะเกษ, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180224/image_big_5a90f4fb18ac9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2018 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2018 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.รับลูกรัฐบาลหนุนใช้น้ำยางพาราก่อสร้างและซ่อมบำรุงถนน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทางหลวงชนบท เดินหน้าสนับสนุนการใช้ยางพารามาเป็นส่วนผสมในโครงการก่อสร้างและซ่อมบำรุงถนน เพื่อสนับสนุนการใช้ยางพาราในประเทศให้มีปริมาณมากขึ้น คาดปี61ใช้น้ำยางพาราดิบรวม 20,262 ตัน
&amp;nbsp;
1 ม.ค.61-นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.)เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมการใช้ยางพาราในงานทางเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตเกษตรกร ในส่วนของ ทช.จึงได้มีการวิจัยและพัฒนางานทางเพื่อสนับสนุนการใช้ยางพารามาเป็นส่วนผสมในการก่อสร้างหรือซ่อมบำรุงถนน สำหรับในปี 2561 ทช.ได้นำยางพารามาใช้เป็นส่วนผสมในการก่อสร้าง งานซ่อมบำรุง งานอำนวยความปลอดภัย เป็นปริมาณยางดิบ จำนวน 10,202 ตัน และในปีนี้จะดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม โดยจะเพิ่มปริมาณการใช้น้ำยางพาราเพิ่มขึ้นอีก 10,060 ตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในปี 61 ทช.จะใช้น้ำยางพาราดิบรวม 20,262 ตัน แบ่งเป็นโครงการต่าง ๆ รวม 1,340 โครงการ ซึ่งการนำยางพารามาเป็นส่วนผสมในการก่อสร้างหรือปรับปรุงถนนนั้น จะช่วยทำให้ถนนสามารถรับน้ำหนักจราจรได้สูงกว่า มีความต้านทานการเกิดร่องล้อได้ดี มีความต้านทาน การแตกร้าวจากความล้าสูง เพิ่มความฝืดเพื่อความขับขี่ที่ปลอดภัย ต้านทานการลื่นไถลได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง และรักษาเสถียรภาพของราคายางพาราภายในประเทศได้อีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2197</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนน, ทางหลวง, ยางพารา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72a02901a88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
