<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.แจ้งเปิดใช้ถนนบนเกาะลันตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.2564 นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.)เปิดเผยว่า ถนนสายบ้านศาลาด่าน &amp;ndash; บ้านสังกาอู้ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นโครงข่ายคมนาคมขนส่งด้านทิศตะวันออกของเกาะลันตาใหญ่ แต่เดิมถนนมีสภาพเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กและผิวทางลาดยางในบางช่วง ขนาด 2 ช่องจราจร มีสภาพคับแคบ ซึ่งถนนดังกล่าวมีการสัญจรของประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การจราจรไม่คล่องตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีจุดเริ่มต้นสายทางบริเวณสามแยกที่เชื่อมต่อกับสะพานสิริลันตา (กม.ที่ 0+000) และไปสิ้นสุดสายทางที่โรงเรียนบ้านสังกาอู้ (กม.ที่ 20+498) พร้อมทางเชื่อม (บริเวณ กม.ที่ 10+668)
รวมระยะทางประมาณ 21.698 กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณเกาะลันตาและยกระดับการคมนาคมขนส่งในเกาะลันตาให้มีความสะดวกรวดเร็วปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รองรับนักท่องเที่ยวและปริมาณการจราจรที่จะเกิดขึ้นในอนาคต &amp;nbsp;สอดรับนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฐม กล่าวว่า ทช.จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนสายบ้านศาลาด่าน &amp;ndash; บ้านสังกาอู้ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ โดยก่อสร้างเป็นถนนผิวจราจรคอนกรีต ขนาด 2 ช่องจราจร กว้าง 6 เมตร ไหล่ทางข้างละ 0 &amp;ndash; 2 เมตร พร้อมก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 แห่ง จุดจอดรถบริการนักท่องเที่ยว 1 แห่ง ระบบระบายน้ำ ติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณย่านชุมชน งานเครื่องหมายจราจร งานอำนวยความปลอดภัย และปรับปรุงภูมิทัศน์ตลอดสายทาง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114357</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนสายบ้านศาลาด่าน – บ้านสังกาอู้, ทางหลวงชนบท, เกาะลันตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_61248f5386763.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.อัปเดตสะพานข้ามแม่น้ำน่านคืบหน้า89%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 9 มิ.ย.2564- นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ตามที่ ทช. ได้ใช้งบประมาณ 79.95 ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำน่าน อ.เมือง จ.พิษณุโลก เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งจังหวัด ที่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศาสนาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้บริเวณโดยรอบแหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่สำคัญมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่น ซึ่งปัจจุบันโครงการก่อสร้างสะพานดังกล่าวมีความก้าวหน้าไปแล้วกว่า 89% ขณะนี้อยู่ระหว่างการเทพื้นสะพานและทางเท้า หลังจากนั้นจะดำเนินการติดตั้งราวสะพานและระบบไฟฟ้าแสงสว่างต่อไป คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ใน ก.ย. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สะพานข้ามแม่น้ำน่าน จะช่วยส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ชุมชน อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางระหว่างแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่องเป็นวงรอบ รวมถึง ช่วยบรรเทาความแออัดของการจราจรบริเวณสะพานนเรศวร สอดรับนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปฐม กล่าวต่ออีกว่า สะพานดังกล่าว ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ เชื่อมต่อไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดนางพญา และวัดราชบูรณะ ตัวสะพานมีความยาวรวม 120 เมตร ผิวทางกว้าง 7 เมตร รองรับการจราจร 2 ช่องจราจร (ไป-กลับ) แต่ละด้านของสะพานมีทางเท้าและทางจักรยาน กว้างด้านละ 3 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงสร้างสะพานช่วงข้ามแม่น้ำมีลักษณะเป็นสะพานเหล็กโค้ง (Steel Arch Bridge) เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อสร้างเสาตอม่อในแม่น้ำอันอาจจะเป็นอุปสรรคต่อประเพณีการแข่งเรือยาวที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในส่วนของราวสะพานและเสาไฟฟ้าแสงสว่างนั้น ได้รับการออกแบบให้มีความสวยงาม โดยนำรูปแบบทางจิตรกรรมของท้องถิ่นมาประยุกต์ ประกอบกับลักษณะทางโครงสร้างของสะพานที่มีสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงามและแตกต่างจากสะพานอื่น ซึ่งเมื่อก่อสร้างสะพานแล้วเสร็จจะเป็นแลนด์มาร์ค (Landmark) ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ จ.พิษณุโลก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105781</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.พิษณุโลก, ทางหลวงชนบท, แม่น้ำน่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c064c926e47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.เข้มอำนวยความสะดวกวันลอยกระทง 31 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63-นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.)เปิดเผยว่าจากการประเมินพฤติกรรมการเดินทางและการทำกิจกรรมในช่วงเทศกาลวันลอยกระทงในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 นี้ ของประชาชนคาดว่าการเดินทางสัญจรระหว่างจังหวัดของประชาชนจะไม่หนาแน่นมากนัก แต่อาจจะมีการเดินทางสัญจรมากกว่าปกติในช่วงคืนวันลอยกระทงในสถานที่ที่มีการจัดงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จึงได้กำชับหน่วยงานในสังกัดให้ดำเนินการเพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ดังนี้ตรวจสอบ/แก้ไข/ปรับปรุงถนน/สะพานในความรับผิดชอบให้สะดวกและปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีเครื่องหมาย และอุปกรณ์จราจรครบถ้วน มองเห็นได้ชัดเจน &amp;nbsp;จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกไม่ให้มีการจราจรติดขัดบริเวณทางเข้าแหล่งท่องเที่ยว/วัด/สถานที่จัดงาน
นายปฐม กล่าวต่อว่า ได้สั่งให้มีการตรวจสอบป้ายจราจร เครื่องหมายควบคุมการจราจร สัญญาณไฟจราจร ไฟฟ้าแสงสว่างและไฟกะพริบให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน รวมทั้งปรับปรุงการมองเห็นป้ายจราจร ไฟสัญญาณและอันตรายข้างทาง ตรวจสอบและแก้ไขพื้นที่จุดเสี่ยง จุดอันตราย จุดวิกฤตด้านการจราจรและจุดที่อยู่ระหว่างซ่อมแซมผิวจราจรที่เสียหาย ตลอดจนการตั้งหน่วยเฉพาะกิจเพื่อให้บริการอำนวยการจราจรและความปลอดภัยบริเวณจุดที่เกิดอุบัติเหตุและมีการจราจรติดขัดและเฝ้าสังเกตการณ์ผ่านระบบ CCTV ที่เชื่อมโยงมายังห้องปฏิบัติการ ณ ศูนย์ปลอดภัยกรมทางหลวงชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทช.ได้คำนึงถึงความสะดวกและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ที่จะเดินทางมา ลอยกระทง ณ สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 13 แห่ง คือ สะพานพระราม 4 สะพานพระราม 5 สะพานพระราม 7 สะพานกรุงธน สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ สะพานพระปกเกล้า สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สะพานพระราม 3 สะพานกรุงเทพ สะพานภูมิพล 1 สะพานภูมิพล 2 และสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้ประสานไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีและจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจมารักษาการณ์ดูแลความปลอดภัยในช่วงเวลา 17.30 &amp;ndash; 24.00 น. รวมทั้ง ทช.ได้จัดเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติเวรยามประจำสะพานในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ณ สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ในความรับผิดชอบทั้ง 13 แห่ง เพื่อรายงานอุบัติเหตุให้ส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81939</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางหลวงชนบท, ลอยกระทง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f97d2690f228.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.เดินหน้าเข็นโครงการงบปี63ตั้งเป้าเบิกจ่าย90%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ. 2563 นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.) &amp;nbsp;เปิดเผยว่ากรมฯได้มีการเตรียมความพร้อมในการเดินหน้าตามแผนงบประมาณประจำปี2563 โดยก่อนหน้านี้ทางกรมบัญชีกลางได้มีการแจ้งมาว่าหากหน่วยงานไหนผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการทุกคณะที่เกี่ยวข้องแล้วให้เริ่มดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้เลย ซึ่งหากพิจารณาร่างงบประมาณฯจบ ทช.ก็สามารถดำเนินการประกาศผลจัดซื้อจัดจ้างได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากการพิจารณาร่างงบประมาณฯดังกล่าวยืดเยื้อไปถึงเดือน พ.ค.นี้ ก็จะส่งผลให้การประกวดราคาอาจจะต้องยืนราคากลางของการจัดซื้อจัดจ้างเกินกว่าที่ในสัญญาระบุไว้เช่น 90 วัน ,120 วัน ,180 วัน หรือ 270 วัน เป็นต้น ทาง ทช.จะมีการออกจดหมายไปยังผู้รับเหมาเพื่อสอบถามก่อนว่าจะสามารถยอมรับราคาเดิมได้หรือไม่หากรับราคาได้ก็จะดำเนินการลงนามในสัญญาต่อไปเพื่อความไม่ล่าช้าในการดำเนินครงการของ ทช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทช.ได้มีการขอจัดสรรงบประมาณปี 63 ส่วนใหญ่เป็นงานบำรุงซ่อมแซม และปรับปรุงทางทั่วประเทศรวมประมาณ 3,000 &amp;nbsp;สัญญาโดยคาดว่าจะเร่งเปิดประมูลทั้งหมดภายในเดือน มี.ค.63 และหากผ่านการพิจารณางบฯก็คาดว่าจะสามารถทยอยลงนามได้ช่วงปลายเดือน มี.ค.นี้ ซึ่งได้มีข้อกังวลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ที่จะต้องขอความเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ โดยทางกระทรวงจึงได้มีนโยบายให้ไปพิจารณาเตรียมความพร้อมทั้งโครงการตามแผนของ 63 และ64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากโครงการใดมีความพร้อมก็ให้ยกขึ้นมาดำเนินการก่อนได้เลยเพื่อจะได้มีเวลาในการตรวจสอบของสำนักนักงบประมาณและลดความล่าช้าในการอนุมัติโครงการ ขณะที่โครงการ 1.โครงการพัฒนาผังเมือง จ.อุตรดิตถ์ วงเงิน 434 ล้านบาท และโครงการพัฒนาผังเมือง จ.มหาสารคาม วงเงิน 167 ล้านบาท ก็คาดว่าจะสามารถทราบผลการประกวดราคาช่วงปลายเดือน มี.ค.นี้และต้องส่งต่อให้สำนักงบประมาณพิจารณาคาดจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน และช่วงปลายเดือน เม.ย. &amp;nbsp;น่าจะลงนามในสัญญาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีความหนักใจในส่วนของหากต้องมีการดำเนินการพร้อมๆกันในหลายโครงการผู้รับจ้างจะงานล้นมือและวัสดุขาด แต่คาดว่าจำนวนผู้รับเหมาน่าจะเพียงพอแต่อาจจะต้องมีการดูในเรื่องของคุณภาพงานและวัสดุที่จะต้องมีการสั่งพร้อมกันที่ละมากๆในช่วงเวลาเดียวกัน แต่เชื่อว่าจะไม่มีผลต่อราคาที่หากราคาวัสดุสูงกว่าราคากำหนด 4% ขอเบิกเพิ่มได้โดยงบดังกล่าวจะเป็นงบเหลือจ่าย อย่างไรก็ตาม ทช.ยังตั้งเป้าหมายการเบิกง่ายงบประมาณไว้ที่ 90%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่างจาก ทช.ระบุว่าในส่วนของโครงการผูกพันงบประมาณของ ทช. ในปีนี้คาดว่าจะมีประมาณ 100 โครงการ บางส่วนเป็นโครงการที่ผูกพันธ์มาจากปีงบประมาณก่อนๆ กำหนดไว้ที่ 20% ของงบประมาณทั้งหมด คิดเป็นวงเงินรวม 2,800-3,800 ล้านบาท และมีส่วนที่ต้องจัดซื้อจัดจ้างประมาณ 3,000 สัญญา มูลค่าสัญญาละประมาณ 10-20 ล้านบาท คาดว่าจะเบิกจ่ายได้หมดประมาณ มี.ค. 2563 นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56772</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางหลวงชนบท, ปฐม เฉลยวาเรศ, เบิกจ่ายงบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1c4fa5cfebd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.ลุยศึกษาออกแบบถนนจ.สงขลาหนุนขนส่งด่านชายแดนใต้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทางหลวงชนบทลุยสำรวจและออกแบบถนนทางหลวงชนบทสาย สข.4040 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4135-ทล 4145 อำเภอสะเดา,คลองหอยโข่ง จ.สงขลา หนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวและขนส่งด่านชายแดนใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
18 ก.พ.62-นายกฤชเทพ สิมลี รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทางหลวงชนบท กเปิดเผยว่าจังหวัดสงขลามีพื้นที่ติดกับชายแดนประเทศมาเลเซีย มีด่านชายแดนที่สำคัญทั้งด่านปาดังเบซาร์และด่านสะเดา รวมทั้งเป็นจังหวัดที่มีชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ทช.จึงได้ดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบถนนทางหลวงชนบทสาย สข.4040 แยก ทล.4135 (กม.ที่ 8+300) &amp;ndash; ทล.4145 อำเภอสะเดา,คลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการศึกษาของโครงการจะเป็นสำรวจออกแบบถนนสายดังกล่าว ออกแบบจุดเชื่อม จุดตัดกับถนนสายต่าง ๆ และจัดภูมิทัศน์บริเวณโครงการ รวมถึงการออกแบบสะพานคลองส่งน้ำชลประทาน และ/หรือ ลำน้ำ โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการอยู่บริเวณถนนทางหลวงชนบทสาย สข.4040 ซึ่งเป็นทางหลวงชนบทที่มีแนวถนนโครงการต่อเชื่อมจากทิศเหนือไปทิศใต้ เริ่มต้นจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4135 บริเวณ กม.ที่ 8+300 (สนามบินนานาชาติหาดใหญ่) จากนั้นแนวเส้นทางจะเข้าบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลขหมายเลข 4145 บริเวณ กม. ที่ 3+000 ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดโครงการ ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร โดยมีพื้นที่ครอบคลุม ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ ตำบลทุ่งลาน ตำบล โคกม่วง อำเภอคลองหอยโข่ง และตำบลท่าโพธิ์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะช่วยบรรเทาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 4 สนับสนุนการเชื่อมต่อโครงข่ายระบบการคมนาคมขนส่งให้ต่อเนื่อง จากทางอากาศ (สนามบินนานาชาติหาดใหญ่) มาทางบกมุ่งสู่ด่านชายแดนฯ อำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ให้กับจังหวัดสงขลาและประเทศไทย &amp;nbsp;
อีกทั้งยังทำให้โครงข่ายคมนาคมขนส่งและบริการสาธารณะมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคตได้อย่างมีเสถียรภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ทช.ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนไปแล้ว จำนวน 1 ครั้ง (ปฐมนิเทศโครงการ) โดยได้นำเสนอความเป็นมาของโครงการ แผนการดำเนินงานโครงการ แนวทางการพัฒนาโครงการ ข้อมูลด้านวิศวกรรม ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ซึ่งเสียงประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย ยินดีให้ความร่วมมือและต้องการให้โครงการดังกล่าวเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ทช.จะจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอีกจำนวน 2 ครั้ง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับความต้องการของประชาชนให้มากที่สุดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29384</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤชเทพ สิมลี, ชสบแดน, ทางหลวงชนบท, มาเลเซีย, สงชลา, สำรวจถนน, ออกแบบถนน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a42afa24b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.สั่งเฝ้าระวังรับมืออุทกภัยใน7 จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางหลวงชนบท สั่งทุกหน่วยเฝ้าระวังรับมืออุทกภัย ใน 7 จังหวัด เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์ สะพานเบลีย์พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดภัยในพื้นที่

5 ก.ย.61-รายงานข่าวจากกรมทางหลวงชนบท(ทช.) โดยสำนักบำรุงทาง รายงานสถานการณ์ปัจจุบันว่าขณะนี้มีถนนทางหลวงชนบทที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จำนวน 25 สายทาง ใน 7 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน นครพนม หนองคาย สกลนคร บึงกาฬ นครนายก และพังงา โดยสามารถสัญจรผ่านได้ 10 สายทาง และไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 15 สายทาง ดังนี้ ทางหลวงชนบทสาย มส.3007 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 - บ้านแม่สุริน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน น้ำกัดเซาะไหล่ทาง&amp;nbsp; ทางหลวงชนบทสาย นพ.3065 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 &amp;ndash; บ้านหนองสาหร่าย อำเภอบ้านแพง,ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ระดับน้ำท่วม 64-168 เซนติเมตร (ไม่สามารถสัญจรผ่านได้) ทางหลวงชนบทสาย นพ.4058 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2346-บ้านดอนมะจ่าง อำเภอนาหว้า,ศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ระดับน้ำท่วม 50 เซนติเมตร (ไม่สามารถสัญจรผ่านได้)

ทางหลวงชนบทสาย นพ.4017 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2390-บ้านหนองเทา อำเภอศรีสงคราม,ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ระดับน้ำท่วม 39-83 เซนติเมตร (ไม่สามารถสัญจรผ่านได้) ทางหลวงชนบทสาย นพ.4061 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2417-บ้านข่า อำเภอนาทม,ศรีสงคราม,อากาศอำนวย ระดับน้ำท่วม 80-135 เซนติเมตร (ไม่สามารถสัญจรผ่านได้) ทางหลวงชนบทสาย นพ.4059 แยกทางหลวงชนบทสาย 2032 &amp;ndash; บ้านไทยสบาย อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ระดับน้ำท่วม 53-124 เซนติเมตร (ไม่สามารถสัญจรผ่านได้)&amp;nbsp; ทางหลวงชนบทสาย นพ.3060 แยกทางหลวงหมายเลข 2417 &amp;ndash;บ้านข่า อำเภอนาทม,ศรีสงคราม,อากาศอำนวย จังหวัดนครพนม ระดับน้ำท่วม 75 เซนติเมตร (ไม่สามารถสัญจรผ่านได้)

&amp;nbsp;ทางหลวงชนบทสาย นพ.4040 แยกทางหลวงหมายเลข 2031 &amp;ndash; บ้านพุ่มแก อำเภอเรณูนคร,นาแก จังหวัดนครพนม ระดับน้ำท่วม 2 เซนติเมตร (สามารถสัญจรผ่านได้) ทางหลวงชนบทสาย นพ.3008 แยกทางหลวงหมายเลข 212 &amp;ndash; บ้านรามราช อำเภอเมือง,ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ระดับน้ำท่วม 10 เซนติเมตร (สามารถสัญจรผ่านได้) ทางหลวงชนบทสาย นพ.3042 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212-บ้านคำสะอาด อำเภอท่าอุเทน,ศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ระดับน้ำท่วม 19-147 เซนติเมตร (ไม่สามารถสัญจรผ่านได้)&amp;nbsp; ทางหลวงชนบทสาย นพ.4024 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2390-บ้านหมูม่น อำเภอศรีสงคราม,นาทม จังหวัดนครพนม ระดับน้ำท่วม 23 เซนติเมตร

&amp;nbsp;ทางหลวงชนบท นค.029 ถนนเชิงลาดสะพาน อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ระดับน้ำท่วม 56 เซนติเมตร
(ไม่สามารถสัญจรผ่านได้) ทางหลวงชนบทสาย นค.3019 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 &amp;ndash; บ้านตูม (ตอนหนองคาย) อำเภอรัตนวาปี,เฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย ระดับน้ำท่วม 52-112 เซนติเมตร (ไม่สามารถสัญจรผ่านได้) ทางหลวงชนบทสาย นค.3043 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212-บ้านหนองบัวเงิน อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ระดับน้ำท่วม 25 เซนติเมตร (สามารถสัญจรผ่านได้) ทางหลวงชนบทสาย สน.3023 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 222-บ้านดอนปอ อำเภอคำตากล้า,อากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร ระดับน้ำท่วม 30 เซนติเมตร (สามารถสัญจรผ่านได้)&amp;nbsp; ทางหลวงชนบทสาย สน.4047 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2096-บ้านดอนหญ้านาง อำเภอบ้านม่วง,พรเจริญ, เมือง,เต่างอย จังหวัดสกลนคร ระดับน้ำท่วม 25 เซนติเมตร (สามารถสัญจรผ่านได้)

ทางหลวงชนบทสาย สน.4063 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2094-บ้านนาน้อย อำเภออากาศอำนวย,นาหว้า จังหวัดสกลนคร ระดับน้ำท่วม 80-85 เซนติเมตร (ไม่สามารถสัญจรผ่านได้)&amp;nbsp; ทางหลวงชนบทสาย สน.4070 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2094-บ้านปากยาม อำเภออากาศอำนวย,ศรีสงคราม จังหวัดสกลนคร ระดับน้ำท่วม 45-60 เซนติเมตรทางหลวงชนบทสาย บก.3010 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212-บ้านหนองมุม อำเภอบึงกาฬ,ปากคาด จังหวัดบึงกาฬ ระดับน้ำท่วม 45 เซนติเมตร

&amp;nbsp;ทางหลวงชนบทสาย บก.3016 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212-บ้านใหม่ชัยพร อำเภอบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ระดับน้ำท่วม 15-50 เซนติเมตร (ไม่สามารถสัญจรผ่านได้) ทางหลวงชนบทสาย บก.3009 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212-บ้านโนนจำปาทอง อำเภอบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ระดับน้ำท่วม 10 เซนติเมตร (สามารถสัญจรผ่านได้)
ทางหลวงชนบทสาย บก.3008 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212-เทศบาลตำบลบุ่งคล้า อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ ระดับน้ำท่วม 30 เซนติเมตร (สามารถสัญจรผ่านได้)
ทางหลวงชนบทสาย นย.2003 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33-บ้านชะอม อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ระดับน้ำท่วม 20 เซนติเมตร (สามารถสัญจรผ่านได้)ทางหลวงชนบทสาย นย.3012 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305-บ้านโพธิ์แทน อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ระดับน้ำท่วม 15 เซนติเมตร (สามารถสัญจรผ่านได้)ทางหลวงชนบทสาย พง.1005 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 &amp;ndash; บ้านบางไทร อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา&amp;nbsp;(ไม่สามารถสัญจรผ่านได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หน่วยงานในพื้นที่ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และติดตั้งป้ายเตือนประชาชนในการสัญจรด้วยความระมัดระวังแล้ว และในสายทางที่สัญจรลำบาก เช่น ทางหลวงชนบทสาย นพ.4061 และสาย นพ.4058 ทางกรมได้จัดรถและเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในส่วนของมาตรการการเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม ขณะนี้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร&amp;nbsp;เครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์ สะพานเบลีย์พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดภัย&amp;nbsp;
รวมถึง ป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและได้จัดทำแนวทางในการตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงดินถล่มบริเวณไหล่เขา พื้นที่เสี่ยงถนนทรุดตัว และพื้นที่เสี่ยงคอสะพานขาดแล้ว
โดยจะนำข้อมูลที่ได้มาจัดทำแผนดำเนินการ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16876</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางหลวงชนบท, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8f74fb6c86b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2018 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2018 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สร้างถนนรับเขตศก.พิเศษจ.ตาก คืบกว่า 60 % </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เร่งเดินพัฒนาโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสายแยก ตก.3050 &amp;ndash; บ้าน วังตะเคียนใต้ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ระยะทาง 5.894 กิโลเมตร เพื่อสนับสนุนโครงข่ายให้สมบูรณ์ &amp;nbsp;
เพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน คาดแล้วเสร้จ มี.ค.61 นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
12 ก.พ. 2561-นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท &amp;nbsp;เปิดเผยถึงความคืบหน้าความคืบหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อรองรับกการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ อำเภอแม่สอด ว่า การดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม ส่งเสริมเศรษฐกิจการค้าชายแดน และการขยายตัวของเมือง &amp;nbsp;ในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นกรมทางหลวงชนบทจึงได้ดำเนินการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสายแยก ตก.3050-บ้านวังตะเคียนใต้ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งมีจุดเริ่มต้นการก่อสร้างบริเวณทางแยกเชื่อมถนนทางหลวงชนบท ตก.3050 ผ่านพื้นที่ตำบลท่าสายลวด ตำบลบ้านวังตะเคียนใต้ ไปสิ้นสุดการก่อสร้างบริเวณพื้นที่บ้านวังตะเคียนใต้ โดยก่อสร้างเป็นผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีต ขนาด 2 ช่องจราจร รวมระยะทาง 5.894 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 36.210 ล้านบาท ปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปแล้วกว่า 60% &amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานชั้นผิวทาง โดยคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือนมีนาคม 2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2920</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางหลวงชนบท, เขตเศรษฐกิจพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180212/image_big_5a813dc3aa494.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
