<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมรับลูกนายกฯเร่งโปรเจ็กต์ขยายมอเตอร์เวย์ เชื่อมสนามบินอู่ตะเภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.2464 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ด้วยการประชุมผ่านแอปพลิเคชันระบบ Zoom Cloud Meetings ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบสรุปผลรายงานการพัฒนาตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ได้แก่ การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อาทิ การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน, การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังรวมถึงโครงการส่วนต่อขยายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 กรุงเทพ&amp;ndash;ชลบุรี&amp;ndash;มาบตาพุด&amp;nbsp;เชื่อมต่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เพื่อรองรับผู้โดยสารที่จะใช้บริการได้เพิ่มเป็น&amp;nbsp;60 ล้านคนต่อปีในอนาคต&amp;nbsp;รวมทั้งเติมเต็มโครงการในพื้นที่ EEC และเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอนาคตด้วย ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานไปจัดทำแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) และเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า สำหรับโครงการส่วนต่อขยายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 กรุงเทพ&amp;ndash;ชลบุรี&amp;ndash;มาบตาพุด&amp;nbsp;เชื่อมต่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร (กม.) นั้น โดย ทล. ได้มีการประชุมและลงพื้นที่ร่วมกับคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เนื่องจากโครงการดังกล่าว อยู่ในพื้นที่ EEC จึงได้มีการบูรณาการร่วมกัน และร่วมผลักดันโครงการฯ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของเส้นทางเชื่อมไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา และจะเป็นเส้นทางหลักที่สำคัญในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าโครงการในขณะนี้นั้น ทล. อยู่ระหว่างการศึกษา ออกแบบรายละเอียด และพิจารณาความเหมาะสม รวมถึงการกำหนดแนวเส้นทาง คู่ขนานกับการจัดทำการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(EIA) ซึ่งคาดว่า จะแล้วเสร็จภายในปี 2564 ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว ในเบื้องต้น ทล.จะเสนอขอกู้เงิน เพื่อนำมาลงทุนโครงการ วงเงิน&amp;nbsp;4,200 ล้านบาท&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;ค่าก่อสร้าง&amp;nbsp;3,940 ล้านบาท และค่าเวนคืนที่ดิน&amp;nbsp;260 ล้านบาท&amp;nbsp;เนื่องจากโครงการฯ ได้ถูกตัดออกจากการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ซึ่งเมื่อ ทล. ได้รับการอนุมัติวงเงินกู้จำนวนดังกล่าวแล้วนั้น จะเริ่มดำเนินการทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวต่ออีกว่า คาดว่าจะเริ่มกระบวนการเปิดประกวดราคาหาผู้รับจ้างภายในกลางปี 2565 ควบคู่กับการเวนคืนที่ดิน ซึ่งบางส่วนเป็นของทหาร&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องไปดำเนินการขอใช้พื้นที่&amp;nbsp;และอีกส่วนจะเป็นพื้นที่โล่ง&amp;nbsp;ทำการเกษตร ซึ่งจะต้องมีการเวนคืนในเขตทางเพิ่ม&amp;nbsp;40 เมตร&amp;nbsp;จากนั้นจะเริ่มการก่อสร้าง ซี่งใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี แล้วเสร็จในปี 2567 และเปิดให้บริการในปี 2568 เพื่อให้เป็นไปตามแผนเปิดท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากโครงการดังกล่าว ไม่ผ่านการพิจารณาให้ใช้งบประมาณจากการกู้เงินนั้น ทล. จะนำโครงการฯ ไปจัดตั้งงบประมาณไว้ในแผนการขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ซึ่งหากได้รับการจัดสรรแล้วนั้น จะเปิดประกาดราคาภายใน ต.ค. 2565 (เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566) และเริ่มก่อสร้างทันที อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การดำเนินการจะแล้วเสร็จ และทันตามแผนที่กำหนดไว้เช่นเดียวกับการกู้เงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวเส้นทางนั้น จะเริ่มจากมอเตอร์เวย์หมายเลข&amp;nbsp;7 บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอู่ตะเภา&amp;nbsp;มุ่งหน้าทิศใต้ ข้ามทางรถไฟสายตะวันออก&amp;nbsp;ซึ่งขนานกับแนวรถไฟความเร็วสูง&amp;nbsp;และตัดกับทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;3 (ถนนสุขุมวิท) เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่อาคารผู้โดยสารใหม่ของท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา&amp;nbsp;ในส่วนรูปแบบการก่อสร้าง&amp;nbsp;จะเป็นมอเตอร์เวย์ขนาด&amp;nbsp;4 ช่องจราจร&amp;nbsp;ขาไป&amp;nbsp;2 ช่อง และขากลับ&amp;nbsp;2 ช่อง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;จะมีการก่อสร้างทางแยกต่างระดับ&amp;nbsp;1 แห่ง&amp;nbsp;บริเวณจุดตัด&amp;nbsp;ทล.3 เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106020</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพ–ชลบุรี–มาบตาพุด, การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC), ก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์, ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c2f5514a7b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2019 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2019 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ! เดินทางสะดวก ทล.เปิดใช้สะพานข้ามแยกทับช้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฮ เดินทางสะดวก ทล.เปิดใช้งานสะพานข้ามทางแยกต่างระดับทับช้างจากมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 สุวรรณภูมิมุ่งหน้ามอเตอร์เวย์หมายเลข 9 บางปะอิน ตั้งแต่ 16 มี.ค. นี้ หวังระบายการจราจรบริเวณจุดจัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.62-นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)เปิดเผยว่า กรมทางหลวงจะเปิดใช้งานสะพานข้ามทางแยกต่างระดับทับช้าง ตั้งแต่ 16 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยระบายรถในทิศทางจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (สนามบินสุวรรณภูมิ-ชลบุรี) มุ่งหน้าทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (ด่านฯ ทับช้าง-บางปะอิน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสะพานมีขนาด 2 ช่องจราจรมาตรฐาน ผิวจราจรกว้างรวม 10 เมตร ความยาว 1,150 เมตร โครงสร้างรูปกล่องสำเร็จรูป (Segmental Box Girder) สามารถระบายรถได้สูงสุดถึง 3,000 คันต่อชั่วโมง พร้อมก่อสร้างขยายช่องจราจรตั้งแต่ ทางแยกต่างระดับทับช้างถึงสะพานข้ามคลองทับช้างบนจากเดิม 8 ช่องจราจร เป็น 12 ช่องจราจร เพื่อความคล่องตัวในการเดินทาง โดยขอความร่วมมือให้เฉพาะรถเล็กใช้สะพานตัวใหม่ เพื่อความคล่องตัวของการจราจรบริเวณทางลงสะพาน ส่วนสะพานตัวเดิมยังคงเปิดใช้งานตามปกติสามารถใช้งานได้ทั้งรถเล็กและรถใหญ่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับสะพานข้ามทางแยกต่างระดับทับช้างเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจราจรโครงข่ายทางหลวงพิเศษ6 ช่วงสนามบินสุวรรณภูมิ - ทางแยกต่างระดับทับช้าง - ด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางทับช้าง ซึ่งประกอบโครงการที่สำคัญ 3 โครงการ ได้แก่
&amp;nbsp;1. โครงการแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณช่วงทางออกสนามบินสุวรรณภูมิ บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. โครงการก่อสร้างเพิ่มประสิทธิภาพทางแยกต่างระดับทับช้าง จะเปิดให้บริการ 16 มีนาคม 2562 3. โครงการก่อสร้างแก้ไขปัญหาจราจรและปรับปรุงระบบควบคุมงานจัดเก็บบริเวณด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางทับช้าง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรคอขวดบริเวณด่านฯ ทับช้าง 1 และก่อสร้างขยายช่องจราจรจากเดิม &amp;nbsp;8 ช่องจราจร เป็น 12 ช่องจราจร รวมถึงเพิ่มช่องเก็บเงินฯ รถบรรทุกที่ด่านฯ ทับช้าง 1 จำนวน 2 ตู้ เพื่อลดปัญหาแถวคอยรถบรรทุกกีดขวางการจราจร โดยคาดว่าแล้วเสร็จ กลางปี 2562
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้เมื่อโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจราจรโครงข่ายทางหลวงพิเศษช่วงสนามบินสุวรรณภูมิ - ทางแยกต่างระดับทับช้าง &amp;ndash; ด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางทับช้าง ก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณจุดตัดทางแยกต่างระดับทับช้างได้เป็นอย่างดี พร้อมเพิ่มระดับการให้บริการและรองรับปริมาณการจราจรที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต อำนวยความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ทาง รวมถึงลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31338</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ทับช้าง, ทับช้าง-บางปะอิน, ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7, อานนท์ เหลืองบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190314/image_big_5c8a16580d3c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
