<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทลายแก๊งขายกัญชา ซื้อผ่านทางออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (191) บุกเข้าทลายแก๊งวัยรุ่นขายกัญชายาเสพติดผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Facebook และจัดส่งเอกชนกว่า 2 เดือน พบมีการส่งกัญชา มากกว่า 100 รายการ รายได้เดือนละ 300,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 4 ก.ค.64 พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) สั่งการ พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) และเจ้าหน้าที่สายตรวจ 1 กองกำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกันจับกุม นาย ภานุพันธุ์ หรือเน็ค อายุ 21 ปี ภายในซอยพระราม 2 ซอย 60/1 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ขยายผล ห้องเช่าไม่มีเลขที่ภายในซอยพระยามนธาตุราชศรีพิจิตร์ แยก 35-1 แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ พร้อมด้วยของกลาง 1.กัญชาอัดแท่ง ห่อหุ้มด้วยกระดาษฟอยล์ สีทอง น้ำหนักรวมประมาณ 2 กิโลกรัม พบในกระเป๋าสะพายสีดำ 2.กัญชาอัดแท่ง ห่อหุ้มด้วยกระดาษฟอยล์ สีทอง น้ำหนักรวมประมาณ 37 กิโลกรัม 3.อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด 380 จำนวน &amp;nbsp;1 กระบอก 4.เครื่องกระสุนปืน ขนาด 380 จำนวน 52 นัด 5.เครื่องซีลปากถุง พร้อมถุงพลาสติก จำนวน 50 ใบ 6.กล่องพัสดุ สีน้ำตาล จำนวน 51 กล่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายและมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย &amp;nbsp;และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบกลุ่มวัยรุ่นมีพฤติกรรมจำหน่ายกัญชาผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Facebook และจัดส่งกัญชาผ่านช่องทางขนส่งเอกชน เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. จึงทำการสืบสวนจนทราบว่า กลุ่มคนดังกล่าวจะใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ ไอ 125 สีเขียว หมายเลขทะเบียน 3กฮ 41XX กรุงเทพฯ &amp;nbsp;หมุนเวียนกันไปส่งกัญชาที่ขนส่งเอกชน และสืบสวนจนทราบว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวพักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านดีเค แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นวันที่ 3 ก.ค.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ.จึงได้วางแผนการจับกุม และสังเกตการณ์ภายในซอยพระราม 2 ซอย 60/1 เวลาประมาณ 16.30 น. พบชายมีท่าทางมีพิรุธขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟไอ สีเขียว ตรงกับที่ได้ทำการสืบสวน เพื่อมาส่งกัญชากับขนส่งเอกชน เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงความบริสุทธิ์ใจ จนเป็นที่พอใจ ขอทำการตรวจค้น พบกัญชาอัดแท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 2 กิโลกรัม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามและยอมรับอีกว่า ยังมีกัญชาอีกจำนวนหนึ่งที่ซุกซ่อนอยู่บนห้องเช่าไม่มีเลขที่ ภายในซอยพระยามนธาตุราชศรีพิจิตร์ แยก 35-1 แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ และสมัครใจนำเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้น พบกัญชาอัดแท่ง จำนวนประมาณ 37 กิโลกรัม พร้อมกล่องพัสดุ เลขกำกับพัสดุ และอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ พร้อมเครื่องกระสุนปืน เครื่องซีลปากถุง ถุงพลาสติกใส จำนวน 50 ใบ วางอยู่ภายในห้องพัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามนายภานุพันธุ์ เพื่อขยายผลการจับกุม นายภานุพันธุ์ให้การว่า ตนซื้อกัญชามาจากเพื่อนใน Facebook ในราคากิโลกรัมละ 4,500 บาท และจะนำมาแบ่งจำหน่าย และส่งพัสดุผ่านขนส่งเอกชน ในราคากิโลกรัมละ 5,500 บาท เพื่อเอากำไรอีกต่อหนึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลการส่งพัสดุเอกชน ประมาณ 2 เดือน พบมีการส่งกัญชามากกว่า 100 รายการ มีรายได้เดือนละ 300,000 บาท จึงได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108599</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาผ่านช่องทางขนส่ง, ขายกัญชา, ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ, ทลายแก๊งวัยรุ่น, ทางออนไลน์, ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Facebook, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แก๊งขายกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e1a1fcb43a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2020 22:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กกพ.เคาะเกณฑ์ คืนประกันไฟฟ้า ผ่านทางออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กกพ.เคาะเกณฑ์คืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า ดีเดย์ผู้ใช้กว่า 23 ล้านรายตรวจสอบสิทธิ์ตั้งแต่ 25 มี.ค.เป็นต้นไป ผ่าน 3 ช่องทางออนไลน์ พร้อมเปิดบริการ 24 ชั่วโมง ป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ย้ำเฉพาะผู้ใช้ไฟประเภทที่ 1 และ 3 เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. แถลงว่า กกพ.ได้ประกาศหลักเกณฑ์การคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็กปี 2563 ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 มี.ค.63 โดยจะเริ่มเปิดให้มีการตรวจสอบสิทธิ์และทยอยคืนเงินประกันฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.เป็นต้นไป ในช่องทางออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ส่งผลให้ 3 หน่วยงาน ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และกิจการไฟฟ้าสวัสดิการกองทัพเรือ (กฟส.) จะต้องคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าดังกล่าว จำนวนกว่า 23 ล้านรายทั่วประเทศ วงเงินกว่า 33,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคมกฤชกล่าวว่า การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะเปิดลงทะเบียนตั้งแต่ 25 มี.ค.นี้ เพื่อให้มีการตรวจสอบสิทธิ์และเริ่มทยอยจ่ายคืนเงินได้ตั้งแต่ 31 มี.ค.เป็นต้นไป โดยผู้ใช้ไฟฟ้าต้องแจ้งความประสงค์ขอรับคืน และให้ผู้บริการไฟฟ้าคืนเงินให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าที่วางหลักประกันตามประเภทของขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า และจะไม่มีการเรียกเก็บเงินหลักประกันการใช้ไฟฟ้าจากผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหม่อีกต่อไป ยกเว้นกรณีเปลี่ยนประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าจากประเภทที่ 1 และผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 2 ไปเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราขอเน้นให้ประชาชนใช้ช่องทางลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อแจ้งขอรับคืนเงินเป็นหลัก เพราะจะได้หลีกเลี่ยงไวรัสโควิด-19 ซึ่งการลงทะเบียนออนไลน์จะเปิดตลอด 24 ชม.ไม่เว้นวันหยุดราชการ และต่อไปจะไม่มีการเรียกเก็บเงินหลักประกันการใช้ไฟฟ้าจากผู้ใช้ไฟรายใหม่สำหรับประเภทที่ 1 และที่ 2 อีกต่อไป&amp;quot; นายคมกฤชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;?นายประเทศ ศรีชมภู รองเลขาธิการ กกพ. กล่าวว่า ผู้มีสิทธิ์ที่จะได้คืนเงินประกันเบื้องต้นจะเป็นกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่เป็นผู้วางเงินประกัน ที่ชื่อตรงกับบิลค่าไฟฟ้า ขณะที่กรณีที่ผู้วางเงินเสียชีวิตนั้นหากเป็นทายาทให้นำใบมรณบัตรมาประกอบ แต่หากอยู่ในช่วงขอเป็นผู้จัดการมรดก จะต้องขอดูคำสั่งศาล ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้สามารถสอบถามที่การไฟฟ้าฯ ได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นนั้นหากใครไม่ขอคืนเงินประกันฯ ก็จะยังคงได้รับคืนเงินผลประโยชน์ทุกๆ 5 ปีตามที่ กกพ.กำหนดไว้เช่นเดิม แต่อนาคตก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขั้นตอนต่างๆ จะเน้นการดำเนินการผ่านระบบออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าที่เป็นผู้วางเงินประกัน สามารถตรวจสอบสิทธิ์และรับเงินผ่านระบบที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจัดเตรียมไว้&amp;quot; นายประเทศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการ กฟภ. หรือ PEA กล่าวว่า ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนการขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าผ่านเว็บไซต์ https://dmsxupload.pea.co.th/cdp/ หรือสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่อยู่ในบิลค่าไฟ ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.2563 เป็นต้นไป โดยกรอกชื่อ นามสกุล หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า หมายเลขบัตรประชาชน และส่งเอกสารหลักฐานผ่านระบบและรอรับเงินตามช่องทางการคืนที่ระบุผ่านพร้อมเพย์ (Prompt Pay) บัญชีเงินฝากธนาคาร บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือรับเงินสด ที่สำนักงานการไฟฟ้าทั่วประเทศ ทั้งนี้ จะมีเอสเอ็มอีเอสยืนยันผลการลงทะเบียน และแจ้งผลการคืนเงินให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทราบ โดย กฟภ.จะเริ่มจ่ายเงินดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2563 เป็นต้นไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กฟภ.ยังมีมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าเพื่อเป็นการเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทจะได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้า 3% ในบิลเดือนเม.ย.-มิ.ย.2563 ในส่วนของผู้ใช้ไฟประเภทธุรกิจเฉพาะ เช่น โรงแรม รีสอร์ต ที่ได้รับผลกระทบ สามารถผ่อนชำระค่าไฟฟ้าเดือนเม.ย. และ พ.ค.2563 ได้ไม่เกิน 6 เดือน โดยไม่คิดดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่เพื่อตอบข้อซักถามและข้อสงสัยให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวน 90 คู่สาย ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1129
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;?นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ กฟน. กล่าวว่า กฟน.จะเปิดให้ตรวจสอบสิทธิ์ เพื่อขอรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้าคืนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าในช่องทางที่หลากหลายประกอบด้วย ช่องทางที่ 1 ลงทะเบียนทางออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.2563 เป็นต้นไป ตลอด 24 ชั่วโมง ประกอบด้วยแอปพลิเคชัน MEA Smart Life, เว็บไซต์ w ww.mea.or.th, Facebook การไฟฟ้านครหลวง MEA, Twitter @mea_news, &amp;nbsp;Line @meathailand และสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) ในใบแจ้งค่าไฟฟ้าที่จดเลขอ่านตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.2563 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้ลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์จะได้รับเงินประกันการใช้ไฟฟ้าคืนตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2563 เป็นต้นไป และ?ช่องทางที่ 2 ลงทะเบียนทางโทรศัพท์ที่หมายเลข 0-2256-3333 จำนวน 50 คู่สาย ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.2563-29 พ.ค.2563 เวลา 08.00-15.30 น. ในวันทำการ ช่องทางที่ 3 ลงทะเบียน ณ ที่ทำการของการไฟฟ้านครหลวง 18 เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรงค์กล่าวอีกว่า การลงทะเบียนทั้ง 3 ช่องทางดังกล่าว ผู้ขอคืนหลักประกันสามารถเลือกช่องทางการคืนเงินได้ 3 ช่องทางโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ ?ช่องทางที่ 1 บัญชีพร้อมเพย์ เฉพาะที่ผูกกับหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ของผู้วางหลักประกัน, ช่องทางที่ 2 บัญชีธนาคารพาณิชย์ที่มีชื่อตรงกับผู้วางหลักประกันที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือธนาคารกสิกรไทย, ช่องทางที่ 3 เคาน์เตอร์เซอร์วิส (จำนวนเงินไม่เกิน 50,000 บาท)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;กฟน.จะปรับลดค่าไฟฟ้า 3% ให้กับประชาชนทุกคนแบบอัตโนมัติในใบเสร็จ (บิล) งวดเดือนเม.ย., พ.ค. และเดือนมิ.ย.2563 ตามมติ ครม. เช่นกันกับ กฟภ. ซึ่งส่วนนี้ กฟน.จะต้องแบกรับภาระเองประมาณ 1,400 ล้านบาท ส่วนยืดการชำระค่าไฟ 6 เดือนสำหรับกิจการประเภท 5 ที่ กฟน.มีทั้งสิ้น 3,477 รายนั้นกำลังพิจารณารายละเอียด ซึ่งเบื้องต้นจะต่างกับ กฟภ. แต่ก็ต้องรอข้อสรุปอีกครั้ง&amp;quot; นายจาตุรงค์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60314</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., คืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า, ทางออนไลน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินประกันการใช้ไฟฟ้า, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200319/image_big_5e738463e870d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
