<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรมทางหลวง&#039;ผุดทางเลี่ยงเมือง &#039;สว่างแดนดิน&#039;หนุนขนส่งฯเชื่อมอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ย.2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่าตามที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ &amp;nbsp;รมว.คมนาคม &amp;nbsp;มอบนโยบายแผนการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเพื่อลดปัญหาความคับคั่งของการจราจรช่วงผ่านตัวเมืองสกลนครรวมถึงเป็นการยกระดับความปลอดภัยทางถนนของระบบคมนาคมขนส่ง &amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันทางหลวงหมายเลข 22 สายอุดรธานี &amp;ndash; สกลนคร &amp;ndash; นครพนม เป็นโครงข่ายหนึ่งที่สำคัญที่เชื่อมโยงประเทศในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยมีการส่งเสริมการพัฒนาด้านการขนส่ง ด้านเศรษฐกิจ และการค้าชายแดน เชื่อมต่อไปยังแขวงคำม่วน ประเทศลาว จึงส่งผลให้ทางหลวงสายนี้มีปริมาณการจราจรเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งกรมทางหลวงรับมอบนโยบายดัวกล่าว โดยเร่งดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร ทางเลี่ยงเมือง อ.สว่างแดนดิน (ด้านเหนือ) จ.สกลนคร เพื่อบรรเทาความแออัดของการจราจรจากรถบรรทุกที่ผ่านเข้า อ.สว่างแดนดิน อีกทั้งยังโครงข่ายทางหลวงหมายเลข 22 &amp;ndash; ทางหลวงหมายเลข 2091 &amp;ndash; ทางหลวงหมายเลข 2280&amp;nbsp; อ.สว่างแดนดิน ไปยัง จ.อุดรธานี &amp;nbsp;จ.บึงกาฬ &amp;nbsp;จ.สกลนคร ได้สะดวกยิ่งขึ้น &amp;nbsp;โดยผลการวิเคราะห์ด้านจราจร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการทางเลี่ยงเมือง อ.สว่างแดนดิน (ด้านเหนือ) &amp;nbsp;ในปี พ.ศ. 2564 อยู่ในช่วง 5,000 - 9,000 คัน/วัน เพิ่มขึ้นเป็น 9,000 - 15,000 คัน/วัน ในปี พ.ศ. 2574 และเป็น 14,000 - 21,000 คัน/วัน ในปี พ.ศ. 2584 &amp;nbsp;ประกอบกับแนวเส้นทางสายนี้ในบางช่วง ยังคงวิ่งผ่านเข้าตัวเมือง &amp;nbsp;ทำให้เกิดปัญหาการจราจรและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อีกทั้งแนวเส้นทางในพื้นที่อำเภอสว่างแดนดิน มีเขตทางแคบเป็นข้อจำกัดในการขยายช่องจราจร ดังนั้น การพิจารณาก่อสร้างทางเลี่ยงเมือง จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาการจราจรและลดอุบัติเหตุดังกล่าว รวมทั้งช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และยกระดับความปลอดภัยในการสัญจร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการอยู่ที่ประมาณ กม.74+183 บนทางหลวงหมายเลข 22 พื้นที่ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จากทิศทางมุ่งทิศเหนือ และทิศตะวันออก ตัดทางหลวงหมายเลข 2091 และทางหลวงหมายเลข 2280 &amp;nbsp;และจากทิศทางมุ่งทิศใต้ มาบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 22 ที่ กม.82+905 พื้นที่ตำบลทรายมูล อำเภอสว่างแดนดิน ครอบคลุมพื้นที่ ตำบลสว่างแดนดิน ตำบลโพนสูง &amp;nbsp;ตำบลบ้านถ่อน และตำบลทรายมูล &amp;nbsp;อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรูปแบบโครงการเป็นถนนคอนกรีตขนาด 4 &amp;nbsp; ช่องจราจร &amp;nbsp;กว้างช่องละ 3.50 เมตร &amp;nbsp;ไหล่ทางด้านใน 1.50 เมตร &amp;nbsp;ไหล่ทางด้านนอก 2.50 เมตร &amp;nbsp;แบ่งทิศทางจราจรด้วย เกาะกลางชนิดกดร่อง (Depressed Median) กว้าง 9.10 เมตร &amp;nbsp;งบประมาณในการก่อสร้างโครงการ 1,520,000,000 บาท &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จากสำนักงานนโยบายแผนและสิ่งแวดล้อม (สผ.) คาดว่าจะได้รับความเห็นชอบภายในปี พ.ศ 2565 โดยจะสามารถเริ่มดำเนินการ ออก พรฎ. จัดกรรมสิทธิ์เวนคืน ได้ในปี พ.ศ. 2566 &amp;nbsp;และก่อสร้างประมาณปี พ.ศ.2567 แล้วเสร็จปี พ.ศ.2570 โดยรูปแบบทางแยกจุดตัด ต้องมีการจัดการจราจร ที่เหมาะสมตามหลักวิศวกรรม ตลอดจนสอดคล้องกับ ผลการวิเคราะห์และคาดการณ์ปริมาณจารจรในอนาคต จึงได้ออกแบบไว้จำนวน 8 จุด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.จุดตัดทางหลวงหมายเลข 22 ที่ กม.0+000 (จุดเริ่มต้นโครงการ) (กม.74+069.468 บนทางหลวงหมายเลข 22) &amp;nbsp;ออกแบบเป็นทางต่างระดับบนทางหลวงหมายเลข 22 โดยก่อสร้างเป็นสะพานข้ามลำน้ำห้วยยางและข้ามแยกต่างระดับ เพื่อจัดการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 22 และบนทางเลี่ยงเมืองสว่างแดนดินสามารถสัญจรได้สะดวก ซึ่งไม่ติดสัญญาณไฟจราจร โดยออกแบบเป็นสะพานขนาด 169.50 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จุดตัดทางเลี่ยงเมืองกับทางหลวงหมายเลข 22 ที่ กม. 0+216.000 แยกทางหลวงหมายเลข 22 (เดิม) &amp;nbsp; ออกแบบเป็นสะพานบก ข้ามทางหลวงหมายเลข 22 (เดิม) ขนาด 19.75 เมตร (เป็นสะพานคู่) และมีทางเชื่อมต่อระหว่างทางหลวงหมายเลข 22 (เดิม) กับทางเลี่ยงเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จุดตัดทางแยกทางหลวงชนบท สน. 3180 ที่ กม. 2+487.000 ทางสายนี้ใช้เชื่อมต่อระหว่างชุมชนบ้านง่อนใหม่ และชุมชนบ้านโพนสูง เพื่อเป็นการลดผลกระทบด้านการแบ่งแยกชุมชน จึงออกแบบเป็นสะพานบกข้ามทางหลวงชนบท สน. 3180 &amp;nbsp;ขนาด &amp;nbsp;39.50 เมตร การจราจรด้านล่างออกแบบเป็นทางคู่ขนาน เชื่อมต่อระหว่างถนนท้องถิ่น กับทางหลวงชนบท สน. 3180 &amp;nbsp;และใช้ระบบวงเวียน ในการจัดการจราจรร่วมด้วยในบริเวณทางแยกนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.จุดตัดทางท้องถิ่น (อบต.) ที่ กม. 2+688.000 ทางเส้นนี้เป็นถนนภายในชุมชนระหว่างชุมชนบ้านดอนธงชัย และชุมชนบ้านโพนสูง เพื่อเป็นการลดผลกระทบด้านการแบ่งแยกชุมชน จึงออกแบบเป็นสะพานบกข้ามทางท้องถิ่น ขนาด &amp;nbsp;19.75 เมตร และออกแบบเป็นทางคู่ขนาน เชื่อมต่อระหว่างถนนท้องถิ่น กับทางหลวงชนบท สน. 3180 &amp;nbsp;และใช้ระบบวงเวียน ในการจัดการจราจรร่วมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.จุดตัดแยกทางหลวงหมายเลข 2091 ที่ กม.4+978.795 โดยผลการวิเคราะห์คาดการณ์ปริมาณจราจรบนทางแยก จึงออกแบบเป็นสะพานบกข้ามทางหลวงหมายเลข 2091 ขนาด &amp;nbsp;39.50 เมตร การจราจรด้านล่างออกแบบเป็นทางคู่ขนาน เชื่อมต่อระหว่างทางหลวงหมายเลข 2091 กับทางเลี่ยงเมือง &amp;nbsp;และใช้ระบบวงเวียน ในการจัดการจราจรร่วมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.จุดตัดแยกทางหลวงหมายเลข 2280 ที่ กม.6+137.988 โดยผลการคาดการณ์ปริมาณจราจรบนทางแยก จึงออกแบบเป็นสะพานบกข้ามทางหลวงหมายเลข 2280 ขนาด 160.00 เมตร การจราจรด้านล่างออกแบบเป็นทางคู่ขนาน เชื่อมต่อระหว่างทางหลวงหมายเลข 2280 กับทางเลี่ยงเมือง &amp;nbsp;และใช้ระบบวงเวียน ในการจัดการจราจรร่วมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.จุดตัดแยกทางหลวงชนบท สน. 3082 &amp;nbsp;ที่ กม.10+465.000 ทางสายนี้ใช้เชื่อมต่อระหว่างชุมชนบ้านหนองชาด และชุมชนหนองหว้า จึงออกแบบเป็นสะพานบกข้ามทางหลวงชนบท สน. 3082 ขนาด &amp;nbsp;39.50 เมตร การจราจรด้านล่างออกแบบเป็นทางคู่ขนาน เชื่อมต่อระหว่างทางหลวงชนบท สน. 3082 กับทางเลี่ยงเมือง และใช้ระบบวงเวียน ในการจัดการจราจรร่วมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ8.จุดตัดแยกทางหลวงหมายเลข 22 ที่ กม.14+069.000 (จุดสิ้นสุดโครงการ) จุดตัดนี้ ออกแบบเป็นทางต่างระดับ บนทางทางหลวงหมายเลข 22 โดยก่อสร้างเป็นสะพานบกข้ามทางแยกขนาด 79.50 เมตร (สะพานคู่ที่กม.82+785.400 และกม.82+804.500 บนทางหลวงหมายเลข 22) โดยจัดการจราจรใต้สะพาน ให้สามารถใช้ทางเข้าและออกจากทางเลี่ยงเมืองได้สะดวก โดยไม่ติดสัญญาณไฟจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp;โครงการฯ ดังกล่าวเมื่อแล้วเสร็จจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด ลดความแออัดการจราจรจากรถบรรทุก และเชื่อมโยงการเดินทางไปยังจังหวัดใกล้เคียง ช่วยลดระยะเวลาเดินทางทำให้การเดินทางสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย รวมถึงช่วยสนับสนุนศักยภาพการขยายพื้นที่การค้าการลงทุนในการรองรับการส่งออกและการนำเข้าสินค้าระหว่างประเทศ ตามนโยบายด้าน โลจิสติกส์ของประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมนโยบายและแนวทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117642</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาเซียน, ทางหลวงหมายเลข 22 สายอุดรธานี – สกลนคร – นครพนม, ทางเลี่ยงเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c3e9123fea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
