<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 19:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุพัฒนพงษ์&#039;คาดอีก2ปีศก.ไทยถึงฟื้นปกติชี้หนี้ไวรัส7ลล.ไม่น่าห่วงยันจัดการได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย. 2563 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษ &amp;ldquo;ทางเลือก ทางรอด ประเทศไทย&amp;rdquo; ในงานสัมมนา ทางเลือก ทางรอด ฝ่าวิกฤติ &amp;ldquo;หนี้&amp;rdquo; ว่า ในช่วงการระบาดของโควิด-19 รัฐบาลได้ออกมาตรการพักชำระหนี้ เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคให้มีสภาพคล่องดีขึ้น โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับประโยชน์จากมาตรการพักชำระหนี้ 12.8 ล้านคน เป็นยอดหนี้ 7 ล้านล้านบาท และรัฐบาลได้อัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ 8 แสนล้านบาทในช่วงล็อกดาวน์ เพื่อเป็นเงินเยียวยาอาชีพอิสระและเกษตร 33 ล้านคน วงเงิน 4 แสนล้านบาท, ซอฟท์โลนจากธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินต่าง ๆ วงเงิน 2.5 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีมาตรการลดค่าใช้จ่ายให้ภาคประชาชน อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า &amp;nbsp;วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท เพื่อให้เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ให้ช่วงล็อกดาวน์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำได้สำเร็จ เพื่อให้ประชาชนมีวันนี้ ให้มีความพร้อมฟื้นฟู และเริ่มต้นกันใหม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากสถานการณ์ปัจจุบัน เชื่อว่าประเทศไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 ปี โดยจะเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2564 และจะกลับสู่ภาวะปกติภายในปี 2565 บนสมมุติฐานของตัวเลขหนี้ตามมาตรการพักชำระหนี้ในปัจจุบัน นั่นคือความหวังและความเชื่อของผมที่มี จากเดิมที่มองว่าหนี้ในส่วนนี้จะไม่สามารถแก้ไขได้เลย แต่จนถึงปัจจุบันที่สถานการณ์เศรษฐกิจต่าง ๆ คลี่คลายลง รัฐบาลมีการคลายล็อกมาตรการถึง 6 ขั้น เศรษฐกิจมีการเคลื่อนไหว คนกลับมาใช้ชีวิตปกติ การบริโภคใช้จ่ายก็ดีขึ้นมาก ทำให้เชื่อว่าหนี้ที่จะเป็นปัญหาจะน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมทำหน้าที่ทุกวัน ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเกิดวิกฤติ แม้ว่าอาจจะไม่มีโอกาสได้ไปสัมผัสร้านค้าในรายละเอียด แต่ได้ทำงานร่วม สศช. พบว่าตัวเลขดัชนีชี้วัดดีขึ้นทุกเดือน การผลิต การบริโภคดีขึ้นตลอด 4 เดือนหลังผ่อนคลายมาตรการ ทำให้เชื่อว่าจำนวนหนี้ที่ห่วงกันในวันนี้ก็น่าจะน้อยลงไป แต่ก็เป็นเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธนาคารพาณิชย์ และธนาคารของรัฐ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวต้องติดตาม ซึ่งผมได้ให้อิสระกับ ธปท. ในการทำงาน แต่จะมีการติดตามดูตลอด โดยยืนยันว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ ไม่ใช่มหาวิกฤติเหมือนปี 2540&amp;rdquo; นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวอีกว่า หลังเข้ามารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงานได้เดือนกว่า ได้ทำความเข้าใจกับประเทศไทย และพบว่าไทยมีความพร้อม คนไทยทุกคนเข้าใจรู้ปัญหาและแก้ไขปัญหา เชื่อว่าความกลัวเรื่องวิกฤติหนี้ในครั้งนี้จะแก้ไขได้ด้วยดี เพราะยอดหนี้ 7 ล้านล้านบาท เป็นเรื่องที่ยังบริหารจัดการได้ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ 6-7% ทำให้แรงโน้มถ่วงไม่เยอะ แต่มีปัจจัยกดดันเรื่องเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยเท่านั้น ดังนั้นหากรัฐบาลมุ่งมั่น คนไทยมีความเชื่อมั่นร่วมกันว่าปัญหาโควิด-19 ต้องมีวันสิ้นสุด จะทำให้สถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลายดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78639</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางเลือก ทางรอด ประเทศไทย, มาตรการพักชำระหนี้, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, เศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3d22521d5e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
