<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.ผงะ!ทารก2วันติดเชื้อโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 &amp;nbsp;ก.พ.2564- นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า &amp;nbsp; มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 157 คนเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 144 คน เป็นผู้ป่วยรายใหม่จากใหม่จากระบบเฝ้าระวัง และระบบบริการ 38 คน โดยผู้ติดเชื้อน้อยสุดมีอายุเพียง 2 วัน พบที่จังหวัดสมุทรสาคร &amp;nbsp;และเป็นการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 106 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ 13 คนทำให้มียอดรวมผู้ติดเชื้อ 23,903 คน หายป่วยแล้ว 18,914 คน อยู่ระหว่างการรักษา 4,909 คน และ เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 คน เป็นหญิงไทยอายุ65 ปี มีโรคประจำตัวคือมะเร็งกล่องเสียง ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ไขมันในเลือดสูง โดยมีประวัติติดเชื้อจากจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นคนในครอบครัว โดยครบครัวดังกล่าวมี8 คน และติดเชื้อไปแล้ว 5 คน ทั้งนี้ ผู้ที่เสียชีวิตดังกล่าวก่อนหน้าได้เดินทางไปฟอกไตวันที่29 ธ.ค.63 มีอาการหนาวสั่น เมื่อมีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อ จึงตรวจเชื้อโควิด โดยผลยืนยันว่าติดเชื้อในวันที่1 ม.ค. 64 จึงย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มีอาการหอบเหนื่อย ปอดอักเสบ ต้องเจาะท่อช่วยหายใจ อาการไม่ดีขึ้นจนกระทั่งเช้าวันที่ 8 ก.พ. ได้เสียชีวิต รวมมีผู้เสียชีวิตสะสม80 คน &amp;nbsp; ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อ 107,386,998 คน &amp;nbsp;ส่วนผู้เสียชีวิตสะสม 2,349,171 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้พูดถึงการค้นหาเชิงรุกในชุมชนในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งรองผู้ว่าฯ จังหวัดสมุทรสาคร และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ได้แจ้งมาที่ประชุมชี้แจงความคืบหน้าการตรวจในพื้นที่ว่าตรวจเชิงรุกไปแล้วแสนกว่าคน พบผู้ติดเชื้อกว่า 7 พันคน ซึ่งจากการเข้าไปตรวจโรงงานขนาดใหญ่ 9 แห่ง ที่เข้าไปตรวจและมี 4 โรงงานที่มีคนงานหลักหมื่นพบผู้ที่เชื้อตามข่าวร้อยละ 26-27 ของบางโรงงาน &amp;nbsp; ขณะนี้จะใช้ระบบบับเบิ้ลแอนด์ซีล แน่นอนว่าเมื่อตรวจพบผู้ติดเชื้อขนาดนั้น บางคนที่ยังไม่ติดเชื้อ ก็มีโอกาสติดเชื้อได้ ในภายหลังเราก็จะทอดระยะเวลาไปอีกสักระยะหนึ่งเพื่อให้เกิดการติดเชื้อโดยธรรมชาติ บางคนอาจพูดว่าจากข้อมูลผู้ติดเชื้อจากการตรวจสอบเชิงรุก 106 คน ในวันนี้อาจจะน้อยกว่าความเป็นจริงนั้นใช่แต่ ณ ตอนนี้เข้าไปตรวจก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรในเชิงที่จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ใหม่ๆ ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำอีกระยะคือ ณ ตอนนี้จะเข้าไปตรวจสอบภูมิคุ้มกันขอให้เจ้าหน้าที่ได้สรุปชุดข้อมูลกันก่อน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นไปตามที่คาด คนที่ติดเชื้อเมื่อนำออกมา คนที่อยู่ภายในอาจได้รับเชื้อมาบ้างอย่างอ่อนๆ ก็จะมีการติดเชื้อไปบ้าง &amp;nbsp;ถ้ามีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นจำนวนมากขึ้นโดยธรรมชาติจะทำให้เราเกิดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ &amp;nbsp;ซึ่งหลายประเทศเขาก็ทำกันหากเกิดการติดเชื้อจำนวนมากแต่ถึงอย่างไรต้องรอข้อมูลจริงที่ออกมา จะเป็นตามที่คาดคิดหรือไม่ ถ้าเป็นตามนั้นจะเห็นภาพการผ่อนคลายที่จะวางแผนเปิดเมืองต่างๆ แต่ต้องให้ความสำคัญเรื่องช่วงเวลา ตนจะแจ้งความคืบหน้าอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก ศบค. กล่าวด้วยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้นำข้อมูลผู้ติดเชื้อในพื้นที่ตลาด 1,815 คน มาแจ้งต่อที่ประชุม โดยพบว่า ร้อยละ 96.86 เป็นการติดเชื้อในตลาดสด ติดเชื้อในตลาดนัด &amp;nbsp;ร้อยละ 3.14 คน โดยพบเป็นผู้ขายถึงร้อยละ 90.19 ผู้ซื้อ ร้อยละ 9.81 โดยปัจจัยของการติดเชื้อคือไม่มีมาตรการระวังตัวเอง ไม่มีการวัดอุณหภูมิก่อนเข้าตลาด แม่ค้าไม่ค่อยล้างมือ ขาดความสม่ำเสมอในการทำความสะอาดในจุดสัมผัสร่วม ไม่มีที่กั้นระหว่างร้านค้า แม้ค้าตลาดสดเดินทางไปซื้อของหลายแห่ง ขณะที่ตลาดนัดมีการหมุนเวียนแม่ค้า จึงมีข้อเสนอแนะทุกตลาดต้องเข้มข้นมาตราการป้องกันตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องการใส่หน้ากากอนามัย และ ไม่สามารถเว้นระยะแผงค้าได้ ก็ควรมีฉากกั้นและงดการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วงเวลานี้ใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีน จึงจะขอเว้นการแถลงข่าวในวันที่ 12- 14 ก.พ.นี้ เพื่อจะได้ฉลองเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่กำหนดเป็นวันหยุด ขอให้จังหวัดที่ไม่ใช่สีเข้มเหมือนสมุทรสาคร และกรุงเทพฯ ที่มีการผ่อนคลายไปบ้างแล้วดูแลสุขภาพ และขอให้สวมหน้ากากอนามัยป้องกันด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92596</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทารก, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศบค., โควิด-19, โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_60237ee8ceb73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2018 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2018 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!ทารกถูกยัดทิ้งถังขยะห้างดังบุรีรัมย์ คาดสาวท้องไม่พร้อมเลี้ยง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่บ้านห้างดัง จ.บุรีรัมย์ ถึงกับผงะ!เมื่อพบเด็กทารกเพศชายถูกห่อด้วยถุงพลาสติกทิ้งไว้ในถังขยะห้องน้ำ คาดฝีมือสาววัยรุ่นท้องไม่พร้อมเลี้ยง ตำรวจตามล่าตัวมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.61 - ศูนย์วิทยุตำรวจภูธรนางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้พบทารกแรกเกิดถูกทิ้งในห้องน้ำห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในอำเภอนางรอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากนั้น ร.ต.อ.เดชา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทองประภา&amp;nbsp;รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ประจำจุดอำเภอนางรอง แพทย์เวรโรงพยาบาลนางรอง เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้ง และให้การช่วยเหลือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณที่เกิดเหตุเป็นห้องน้ำหญิงหมายเลข 7 พบเด็กทารกแรกเกิดถูกห่อด้วยถุงพลาสติกสีขาวถูกทิ้งไว้ในถังขยะ &amp;nbsp;ในสภาพมีคราบเลือดเต็มตัว เจ้าหน้าที่จึงเร่งช่วยกันนำทารกน้อยออกจากถังขยะ และทำความสะอาดพร้อมทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะนำไปตรวจสภาพร่างกายที่โรงพยาบาลนางรองอย่างละเอียดอีกครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ว่ามีบาดแลหรือมีอาการผิดปกติอะไรหรือไม่ &amp;nbsp;ซึ่งทารกน้อยที่ถูกนำมาทิ้งเป็นเพศชายแรกคลอดผิวขาวผมดกดำ ร่างกายสมบูรณ์ มีน้ำหนักตัวกว่า 2,700 กรัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;บริเวณคอมีรอยเล็บ มีสายสะดือและเลือดติดเปรอะเปื้อนทั่วตัว &amp;nbsp;ล่าสุดอาการปลอดภัยดี เป็นที่น่าแปลกใจว่าขณะเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือทารกดังกล่าวไม่ส่งเสียงร้องงอแงเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนางบุญเลี้ยง รุกขชาติ อายุ 58 ปี พนักงานทำความสะอาดในห้างดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า ตนเองได้ทำความสะอาดห้องน้ำตามปกติ ก่อนหน้านี้ครึ่งชั่วโมงเห็นผู้หญิงรายหนึ่งสวมเสื้อแขนสั้นสีดำ ใส่กางเกงสีดำขายาว เข้าห้องน้ำนานผิดปกติ &amp;nbsp;แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรก็ทำงานต่อไป ผ่านไปไม่นานตนก็ไปเก็บขยะในถังออกไปทิ้ง ก็ตกใจเมื่อพบว่าในถุงมีอะไรสั่นไหวอยู่ จึงเปิดออกดูถึงกับผงะเมื่อพบเป็นเด็กทารก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าคนที่นำเด็กทารกมาทิ้ง น่าจะเป็นแม่ของเด็กเอง ที่อาจจะเป็นวัยรุ่นไม่พร้อมที่จะเลี้ยงลูก&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงตัดสินใจคลอดเองแล้วทิ้งไว้ในห้องน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และคาดว่าแม่เด็กรายดังกล่าวอาจจะมีอาการตกเลือดด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจะได้ไปตรวจสอบตามโรงพยาบาลใกล้เคียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะคาดว่าอาจจะไปรักษาตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะประชาชนที่มามุงดู ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันว่าน่าจะเป็นหญิงวัยรุ่นที่มีปัญหาท้องก่อนแต่งแล้วไม่มีทางออก หรือหญิงที่ไม่พร้อมจะเลี้ยงลูก พอครบกำหนดใกล้คลอดจึงตัดสินใจคลอดเองแล้วทิ้งเด็กไว้ในห้องน้ำก่อนหลบหนีไป ขณะที่บางคนก็ต่อว่าการกระทำของแม่ใจยักษ์ที่ทิ้งลูกตัวเองได้ลงคอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งที่เด็กมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆใกล้ที่เกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสของแม่ใจยักษ์ที่นำทารกทิ้งไว้ในห้องน้ำ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/689</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทารก, บุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180108/5a52e675a428e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
