<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ยื่นกกต.เอาผิด ‘ทอน-ป๊อก-ช่อ’ ทำคล้ายพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ร้อง กกต.เอาผิด &amp;quot;ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์&amp;quot; ตั้งคณะก้าวหน้า ส่งคนลงเลือกตั้ง อบจ. ดำเนินกิจกรรมคล้ายพรรคการเมือง เข้าข่ายผิด พ.ร.ป.พรรคการเมือง ม.111 &amp;quot;สมชัย&amp;quot; โผล่แจงใช้ชื่อคล้ายพรรคการเมืองสมัครได้ไม่ผิด &amp;quot;พท.&amp;quot; เปิดตัว 25 ผู้สมัคร อบจ. ดัน 6 นโยบายสำคัญใช้หาเสียง &amp;quot;เชียงใหม่-บุรีรัมย์&amp;quot; ติวเข้มเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 9 พ.ย. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ยื่นหนังสือต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบคณะก้าวหน้าที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธาน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นกรรมการ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช เป็นโฆษก&amp;nbsp; กรณีส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ว่าการดำเนินการดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นพรรคการเมืองหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ทำให้กรรมการบริหารพรรคที่รวมถึงนายธนาธร, นายปิยบุตร และ น.ส.พรรณิการ์ถูกเพิกถอนสิทธิสมัคร แต่บุคคลทั้ง 3&amp;nbsp; ก็ไปจัดตั้งเป็นกลุ่มการเมืองคณะก้าวหน้า มีการกำหนดตำแหน่งแบ่งงานกันทำ และขับเคลื่อนกิจกรรมทางการเมืองมาโดยตลอด จนเมื่อ กกต.จัดให้มีการเลือกตั้ง อบจ. คณะก้าวหน้าได้ส่งผู้สมัครทั้งนายก และสมาชิกสภา อบจ.ลงชิงชัยในนามกลุ่มกว่า 40 จังหวัดทั่วประเทศ และหลังการรับสมัครแกนนำคณะได้เดินสายช่วยผู้สมัครของคณะหาเสียง ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.ป.พรรคการเมือง&amp;nbsp; มาตรา 111 ที่กำหนดว่าผู้ใดสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่มีลักษณะคล้ายกับพรรคการเมือง อาจต้องโทษจำคุก และปรับ และอาจต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี จำคุกไม่เกิน&amp;nbsp; 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีของคณะก้าวหน้ามีการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่ชัดเจน ในเรื่องของการเคลื่อนไหวผลักดันทางการเมือง ดังนั้นการที่คุณธนาธร, คุณปิยบุตร และคุณพรรณิการ์มาตั้งคณะก้าวหน้า แล้วมาขับเคลื่อนกิจกรรมคล้ายพรรคการเมือง น่าจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 111 จึงต้องมาร้อง กกต.ให้ดำเนินการตรวจสอบว่า การดำเนินกิจกรรมของคณะก้าวหน้าเป็นการสมคบกันเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ในลักษณะเดียวกันกับพรรคการเมืองหรือไม่ ถ้าผิดจะต้องดำเนินการเอาผิดตามที่กฎหมายกำหนด ที่สำคัญสมาชิกที่ไปลงเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภา อบจ.ในนามคณะก้าวหน้า ก็อาจจะเป็นผู้ร่วมสมคบคิดตามมาตรา 111 นี้ด้วย เพราะฉะนั้น กกต.มีอำนาจที่จะเอาผิดลงโทษ เพิกถอนสิทธิการลงสมัครเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภา อบจ.ด้วย&amp;quot; นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณยื่นตรวจสอบเอาผิดคณะก้าวหน้าว่า แล้วแต่ กกต. ตนคงไม่ก้าวล่วง กกต.คงจะพิจารณาว่าจะเอาอย่างไร โดยสถานะของคณะก้าวหน้าไม่เป็นพรรคการเมือง เป็นกลุ่มสามารถที่จะส่งผู้สมัครได้ การลงเลือกตั้งท้องถิ่นลงได้ทั้งพรรคการเมืองส่งเองและเป็นกลุ่ม ไม่ได้มีกฎหมายห้าม ทุกจังหวัดที่มีการลงสมัครกันเป็นกลุ่ม มีโลโก้ ซึ่งโลโก้ของหลายกลุ่มคล้ายพรรคการเมืองเยอะแยะไป อย่างกลุ่มประชารัฐก็คล้ายกับพรรคพลังประชารัฐด้วยซ้ำ ใน จ.สมุทรสาครมีประชารัฐสมุทรสาคร แล้วก็มีคนที่นำกลุ่ม ส่วนเชื่อมโยงกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้นตนตอบไม่ได้ แต่ชื่อกลุ่มคล้ายกับพรรคก็ไม่มีใครว่าอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีตามกฎหมายพรรคการเมืองนั้น ถ้าใช้ชื่อว่าพรรคอะไรขึ้นมาโดยที่ไม่ได้เป็นพรรคการเมืองจริง จึงจะผิดกฎหมายพรรคการเมือง ไม่สามารถตั้งพรรคการเมืองโดยไม่จดทะเบียนกับ กกต.ได้ การใช้คำว่าพรรคแล้วให้คนสับสนว่าเป็นพรรคการเมืองถือว่าผิด เช่น พรรคคอมมิวนิสต์ ใครใช้ก็ผิด ยืนยัน&amp;nbsp; พ.ร.ป.พรรคการเมืองใช้กับคนที่อ้างตัวเป็นพรรค&amp;quot; อดีต กกต.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พท. พร้อมนายนพดล ปัทมะ ประธานคณะทำงานนโยบายและวิชาการ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค ร่วมกันเปิดแคมเปญนโยบายเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด และเปิดตัวผู้สมัครนายก อบจ.ในนามพรรคทั้ง 25 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญกับท้องถิ่นทั้งนายก อบจ.และสมาชิก อบจ.ที่จะต้องดูแลประชาชนทั้งจังหวัด ถ้าได้ผู้บริหารที่ดีจะสร้างรากฐานที่ดีให้ท้องถิ่นและจังหวัด พรรคมีความเห็นว่าหากผู้สมัครใดอยากลงในนามพรรค ก็สามารถแจ้งความประสงค์ขอใช้โลโก้และนโยบายพรรคในการหาเสียงได้ ขณะนี้มีทั้งสิ้น 25 จังหวัดที่แจ้งความประสงค์เข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนพดลกล่าวว่า พรรคไม่ได้มองท้องถิ่นเป็นฐานการเมือง แต่มองว่าท้องถิ่นเป็นฐานรากที่จะทำให้บ้านเมืองแข็งแรง ผู้สมัครในนามเพื่อไทยถือว่ามีความแตกต่างจากกลุ่มการเมืองอิสระ เพราะมีแนวคิด คือเอาประสบการณ์ความรู้สมัยพรรคไทยรักไทยมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในจังหวัด โดยนำนโยบายกลางเป็นแคมเปญที่จะนำไปให้ผู้สมัคร อบจ.ใช้หาเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แคมเปญกลางมี 6 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านการเดินทาง-ขนส่ง ด้วยระบบขนส่งคุณภาพใกล้บ้าน&amp;nbsp; และเชื่อมท้องถิ่นเป็นเส้นเลือดฝอยด้านคมนาคม 2.นโยบายด้านสุขภาพ ที่เน้นให้คนในท้องถิ่นมีสุขภาพที่ดีขึ้น และอยู่ใกล้บ้าน 3.นโยบายด้านการศึกษา ที่ตั้งเป้าลดเด็กหลุดจากระบบศึกษาเพราะยากจนให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ภายใต้แนวคิด ลูกคุณเราดูแล ลูกเราต้องเท่ากัน และการศึกษาระดับโลกใกล้บ้าน 4.ด้านการเกษตร-อาหารปลอดภัย ด้วยแนวคิดเกษตรปลอดภัยใกล้บ้าน สู่ครัวโลก&amp;nbsp; ปลูกในถิ่น กินไปทั่วโลก 5.ด้าน SMEs OTOP และ 6.ด้านท่องเที่ยว-กีฬา-วัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้&amp;quot; ประธานคณะทำงานนโยบายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ กกต.ประจำจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียใหม่ จัดทำโครงการให้ความรู้ที่เท่าทันในการกระทำผิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยเชิญผู้สมัครรับเลือกตั้ง อบจ.เชียงใหม่ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์? เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และรับทราบแนวทางการเลือกตั้งที่ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; ระเบียบและประกาศที่กำหนด ป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้จัดพิธีลงนามพันธสัญญาของผู้สมัครทั้งหมดในการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ&amp;nbsp; และประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย? เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความโปร่ง?ใส? และที่สำคัญได้เน้นย้ำเรื่องการห้ามนำเรื่องสถาบันมาใช้หาเสียง รวมทั้งการกระทำอื่นใดที่เข้าข่ายตามที่กฎหมาย?กำหนด?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.บุรีรัมย์ กกต.ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ อบจ.บุรีรัมย์&amp;nbsp; จัดอบรมคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งระดับอำเภอในการเลือกตั้ง อบจ. มีนายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์เป็นประธาน ร่วมกับ น.ส.ปิยนาฏ กลางพนม ผู้อำนวยการ กกต.บุรีรัมย์ โดยมีคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งระดับอำเภอ ประกอบด้วย นายอำเภอ, สาธารณสุขอำเภอ, ท้องถิ่นอำเภอ, กศน.อำเภอ และ ผกก.สภ.ในแต่ละอำเภอ จำนวน 130 คนเข้าร่วมประชุมครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธัชกรกล่าวว่า การจัดอบรมให้ความรู้แก่คณะอนุกรรมการการเลือกตั้งระดับอำเภอ เป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ต้องสร้างความรู้ ความเข้าใจ แนวทางปฏิบัติงานให้แก่ผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้กระบวนการ ขั้นตอน การดำเนินการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีความสุจริต เที่ยงธรรม สามารถตรวจสอบได้ ปราศจากการร้องเรียนในเรื่องใดๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83330</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คณะก้าวหน้า, ทำคล้ายพรรค, พ.ร.ป.พรรคการเมือง, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้ง อบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa943a716186.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
