<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดเจน!&#039;ทูตนอกแถว&#039;ชื่นชม&#039;คุณโทนี่&#039;คือนายกฯที่สร้างความเจริญยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.64- &amp;nbsp; นายรัศมิ์ ชาลีจันทร์ เจ้าของเพจทูตนอกแถว และอดีตเอกอัครราชทูตไทยใน​หลายประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ทำงานกับโทนี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้มีมิตรสหายส่งเสื้อยืดสวยๆมาให้ก็เอามาอวดกันตามรูปนะครับ แล้วก็เลยนึกถึงสมัยที่ทำงานกับท่านโทนี่ และมีเกร็ดบางเรื่องอยากเอามาแชร์กัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานหนึ่งที่สำคัญยิ่งใหญ่มากในสมัยคุณโทนี่ที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงในช่วงที่อยู่กรมพิธีการทูต ก็คือการจัดงาน 60 ปีครองราชย์ของรัชกาลที่เก้า ซึ่งเชื่อว่าทุกคนคงชินตาและจำภาพถ่ายร่วมกันของราชวงศ์ทั้งหลายที่มาร่วมงานดังกล่าวที่พระที่นั่งอนันตสมาคมได้นะครับ (ถ้าจำไม่ได้ในกูเกิ้ลมีมากมาย)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าในแง่พิธีการนั้นมันเป็นโจทย์ที่ยุ่งยากมหาหินแค่ไหน ในการต้องจัดให้แต่ละราชวงศ์ที่มาให้เดินเข้าประทับประจำที่นั่งด้วยเวลาที่น้อยที่สุด และแลดูเรียบร้อยสง่างาม ไม่สับสนวุ่นวาย เดินชนกันไปมา ซึ่งการใช้คนเดินนำหน้าจะไม่สามารถตอบโจทย์ทั้งหมดนี้ได้ โดยต้องคำนึงว่ามีราชวงศ์จากกว่ายี่สิบประเทศเข้าร่วม ถ้าแต่ละราชวงศ์ใช้เวลาเพียงสามนาทีก็กินเวลาไปกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางกรมพิธีฯและผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายพยายามช่วยกันระดมความคิดเพื่อหาวิธีว่าจะทำอย่างไรถึงจะตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุด แต่หลังจากทดลองไปหลายแบบก็ยังหาวิธีที่ดีที่สุดไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งมีคนปิ๊งไอเดียเสนอขึ้นมาว่าให้ทำหมอนอิงเก้าอี้ที่ประทับปักเป็นรูปตราสัญญาลักษณ์ของแต่ละราชวงศ์วางไว้เพื่อจะได้เป็นจุดสังเกตเด่นชัดที่เห็นได้ง่ายบนเก้าอี้ ซึ่งได้กลายเป็นวิธีที่ตอบโจทย์ดีที่สุด เพราะแต่ละราชวงศ์ย่อมจำตราสัญญาลักษณ์ของตนเองได้และเดินมุ่งไปได้ทันที ซึ่งเป็นที่มาของภาพนั้นที่ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยสง่างามภายในเวลาที่เหมาะสม ตลอดจนสร้างความประทับใจต่อทั้งบรรดาราชวงศ์ที่เข้าร่วมงาน และได้รับคำชมเชยยอมรับจากฝ่ายพิธีการของประเทศเหล่านั้น จนกลายมาเป็นภาพประวัติศาสตร์จนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไอเดียนี้เมื่อมองย้อนหลังไปมันก็อาจดูธรรมดาไม่น่าแปลกอะไรนัก แต่ในตอนนั้นมันไม่มีใครคิดออกนะครับ ไม่ว่าจะระดับสูงแค่ไหน ซึ่งนี่ก็คือประเด็นที่อยากจะเล่า เพราะคนที่คิดได้นั้นเป็นเพียงข้าราชการแรกเข้า ที่เพิ่งมาประจำการใหม่ๆ เป็นนักการทูตระดับเล็กสุดที่ไม่มีประสบการณ์ใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ปกติเวลากระทรวงการต่างประเทศจะรับข้าราชการเข้าใหม่ เราจะเปิดสอบของเราเอง ไม่ขึ้นกับทาง กพ. เพื่อคัดเลือกอย่างเข้มข้นให้ได้บุคคลากรตามที่ต้องการมากที่สุด เมื่อคัดเลือกมาแล้วก็ต้องฝึกงานของกรมกองต่างๆอีกหกเดือนถึงจะส่งไปสังกัดแต่ละกรม แต่ในช่วงจัดงาน 60 ปีฯ เราเอาข้าราชการแรกเข้าเหล่านี้มาช่วยทำงานเลย เพราะต้องการคนช่วยงานจำนวนมาก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะอย่างไรสิ่งนี้มันก็บอกเราว่าบางครั้งไอเดียที่ดีที่สุดมันอาจมาจากคนที่ตัวเล็กที่สุด หรือระดับเด็กๆนั่นเองก็ได้ ในการทำงานในยุคของคุณโทนี่นั้นมีข้อดีที่เด่นมากอีกประการคือการเปิดกว้างยอมรับความเห็นของทุกๆคน ถ้าไอเดียนั้นมันดีจริง มันไม่สำคัญว่าคุณจะเป็นใคร ระดับใด ไอเดียนั้นมันจะถูกเอาไปใช้ปฏิบัติให้เห็นผลจริง นี่คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้การทำงานในสมัยคุณโทนี่ประสบความสำเร็จอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทุกวันนี้สิ่งเหล่านี้มันไม่มีหลงเหลือ เพราะเอาการทำงานแบบทหารมาครอบหมด ที่ห้ามคนคิด ต้องฟังคำสั่งอย่างเดียว ไม่ว่าคำสั่งนั้นจะโง่เง่าปานใด ไม่มีกล้าหืออือ ก้มหน้าก้มตาทำไป ไม่มีไอเดียใหม่ๆเกิดขึ้น ไม่มีการตั้งคำถามว่าประโยชน์ที่จะก่อให้ประเทศชาติอยู่ที่ใด บ้านเมืองเรามันก็เลยตกต่ำอย่างที่เห็น และขอย้ำอีกครั้งว่ามันไม่มีชาติไหนในโลกที่ทหารยึดอำนาจมาแล้วบริหารบ้านเมืองให้เจริญรุดหน้าได้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และไม่ว่าจะเกลียดเขายังไง ข้อเท็จจริงก็คือคุณโทนี่ คือนายกรัฐมนตรีที่สร้างความเจริญยกระดับคุณภาพชีวิตโดยรวมให้กับคนไทยได้อย่างแท้จริงที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน หรือพูดง่ายๆก็คือเขาคนที่เก่งที่สุดที่เรามีมา&amp;nbsp;
(ขอความกรุณาอย่าเอาไปเปรียบกับยุคปัจจุบันเลยครับ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าถามว่าผมชอบทำงานกับท่านโทนี่ไหม ก็ต้องบอกว่าแม้เป็นช่วงที่ได้เรียนรู้ได้ประสบการณ์ที่หลายคนทุกวันนี้ไม่อาจมีโอกาสได้ แต่ตอบตามตรงว่าตอนนั้นผมก็ไม่ได้ชอบนัก เพราะสมัยคุณโทนี่ เราต้องทำงานหนักมากถึงมากที่สุด ซึ่งผมก็ข้าราชการประจำพวกเช้าเย็นชาม ทำมากทำน้อยเราก็ได้เงินเดือนเท่าเดิม คุณโทนี่แกเลยลงแส้กับพวกเราบ่อยๆ ซึ่งนี่ก็คงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เหล่าข้าราชการมักต่อต้านแกและเริ่มนิยมกินขนมใส่กะทิมาตั้งแต่บัดนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล. น้องข้าราชการที่เป็นเจ้าของไอเดียชื่อเล่นชื่อจ้อบ เป็นเด็กน่ารักขยันขันแข็งและหลังจากงาน 60ปีฯ ได้มาร่วมงานที่กองรับรอง กรมพิธีการทูตกับผมต่อ แต่ต่อมาพอผมออกไปประจำการที่โปแลนด์แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีก ได้ยินว่าน้องเขาเปลี่ยนชื่อและก็ไม่รู้ว่าเขาอยากเปิดเผยชื่อจริงไหม เลยใส่แต่ชื่อเล่นนะครับ เครดิตไอเดียเรื่องนี้เป็นของจ้อบ และผมภูมิใจที่เราได้ร่วมทำงานที่สำคัญนี้ด้วยกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109521</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำงานกับโทนี่, ทูตนอกแถว, รัศมิ์ ชาลีจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ece9a9768f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
