<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบนสารพิษทำต้นทุนเพิ่ม กษ.เร่งเยียวยาเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เกษตรฯ เผยแบน 3 สารเคมีทำต้นทุนเกษตรกรเพิ่ม 5-10 เท่า พบยังเหลือคงค้างในสต๊อกกว่า 2.5 หมื่นตัน เตือนประชาชนเร่งแจ้งก่อน 1 ธ.ค. งดเว้นเจอโทษหนักคุก 10 ปี ปรับ 1 ล้าน &amp;nbsp;&amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; ระบุต้องใช้งบในการทำลายที่สูงถึงลิตรละ 1 แสนบาท &amp;quot;พรศิลป์&amp;quot; อ้างอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เจ๊งแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตรว่า ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรหลังปรากฏการณ์ 1 ธ.ค.62 ที่จะต้องยกเลิกการใช้ 3 สารเคมี พาราควอต, ไกลโฟเซต, คลอร์ไพริฟอส ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีมติไว้ โดยมอบให้นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้แต่ละกระทรวงสรุปผลกระทบและแนวทางการแก้ไขมายังกระทรวงเกษตรฯ โดยเร็วที่สุด เพื่อหามาตรการช่วยเหลือเสนอต่อนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของ 1.กระทรวงพาณิชย์ ให้ติดตามในเรื่องของราคาสารเคมีเกษตร ที่อาจมีการฉวยโอกาสขึ้นราคา การหลอกลวงทั้งในระบบออนไลน์และออฟไลน์ 2.กระทรวงอุตฯ กรณีผลกระทบต่อวัตถุดิบอาหารสัตว์ และสำหรับคนที่มีการใช้ 3 สาร จะมีผลกระทบหรือไม่ เช่น การนำเข้าถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวสาลี ที่นำเข้ามาผลิตเพื่อวางมาตรการต่อการนำเข้า และต้องเตรียมด้วยว่าหากมีการร้องต่อองค์การการค้าโลก(ดับเบิลยูทีโอ) ว่าใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีจะมีการดำเนินการอย่างไร 3.กระทรวงสาธารณสุข ที่จะต้องมาช่วยเหลือในการตรวจร่างกายเกษตรกร ประชาชนในเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ และ 4.กระทรวงเกษตรฯ ที่ต้องมีการออกมาตรการควบคุมการลักลอบนำเข้าเพื่อสรุปแนวทางการช่วยเหลือทั้งหมดจะเสนอต่อนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งนี้ การยกเลิก 3 สารและขึ้นเป็นบัญชี 4 นั้น สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้ทำต้นทุนการผลิตทางการเกษตรฯ พบว่าเมื่อเลิกใช้ 3 สาร ต้นทุนของขบวนการผลิตสินค้าทางการเกษตรทั้งระบบจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10 เท่า ในขณะที่ผลผลิตต่อไร่ลด โดยเป็นราคาค่าสารทางเลือกตามที่ขึ้นบัญชีกับกรมวิชาการเกษตร และค่าเครื่องจักรกล ค่าแรง ซึ่งแนวทางที่กระทรวงเกษตรฯ จะใช้คือการส่งเสริมการทำการเกษตรแปลงใหญ่ และการใช้สารอินทรีย์ สารชีวภัณฑ์ เพื่อใช้แนวทางการเกษตรปลอดภัยและการเป็นครัวของโลก ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ให้ สศก.กลับไปทำตัวเลขเปรียบเทียบ ทั้งก่อน &amp;nbsp;1 ธ.ค.62 และตัวเลขที่คาดการณ์หลัง 1 ธ.ค.62&amp;ldquo; นายอลงกรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ กล่าวด้วยว่า สศก.ได้ทำรายละเอียดมานั้น พบว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการกำจัดวัชพืชนั้น แยกเป็น 1.ค่าแรงดายหญ้า (4 คนต่อไร่) อัตรา 1,200 บาทต่อไร่ต่อครั้ง 2. ใช้สารกำจัดวัชพืชก่อนงอก 300 บาทต่อไร่ต่อครั้ง 3.ใช้พาราควอต หรือไกลโฟเซต หลังวัชพืชงอก 150 บาทต่อไร่ต่อครั้ง 4. ใช้กลูโฟสิเนตหลังวัชพืชงอก 550 บาทต่อไร่ต่อครั้ง 5.จอบหมุนพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์ หรือรถไถพ่วงท้ายคราดสปริง 350 บาทต่อไร่ต่อครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมวิชาการเกษตรได้เตรียม 1.ยกร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่..) พ.ศ.... และประกาศในเว็บไซต์ของกรมเพื่อรับฟังความเห็น (24 ต.ค.-8 พ.ย.) และรวบรวมเสนอต่อกรรมการวัตถุอันตราย 2.ยกร่างคำสั่งกรมวิชาการเกษตรที่... เรื่องการดำเนินการกับวัตถุอันตราย ชนิดที่ &amp;nbsp;4 ที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก และมีไว้ในครอบครอง แจ้งปริมาณวัตถุอันตราย (พาราควอต, ไกลโฟเซต, &amp;nbsp;คลอร์ไพรฟอส) และส่งมอบภายในเวลาที่กำหนด เพื่อรวบรวมและทำลายต่อไป ซึ่งหากไม่แจ้งครอบครองมีโทษจำคุกไม่เกิน &amp;nbsp;10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นทั้งหมดได้ให้กรมวิชาการเกษตรเตรียมดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์กล่าวว่า ข้อมูล ณ วันที่ 23 ต.ค.2562 พบว่ามี 3 สาร คงเหลือประมาณ 23,000 ตัน และอยู่ในการครอบครองของสหกรณ์การเกษตร 518 แห่ง ประมาณ 500 ตัน ซึ่งในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ คาดว่าเมื่อถึง &amp;nbsp;1 ธ.ค.62 จะเหลือประมาณกว่า 200 ตัน รวมแล้วประมาณกว่า 2 หมื่นตันที่ทั้ง 3 สารเป็นปริมาณกว่าครึ่งของสารเคมีที่นำเข้ามาในไทย ทั้งนี้ ค่าทำลายสารประมาณตันละ 1 แสนบาท ซึ่งกำลังพิจารณาว่าจะใช้วิธีการใด ทั้งการรีเอ็กซ์พอร์ตหรือรัฐทำลาย เพราะมีทั้งเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบและเอกชน เนื่องจากก่อนหน้าเคยมีการแบนสารเคมีมาแล้วเมื่อประมาณปี 2557 แต่เพียงแค่ 1 ตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ให้กรมวิชาการเกษตรสำรวจสต๊อกสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ว่ามีอยู่ในประเทศเท่าใด ก่อนประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมยกเลิกจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ธันวาคม สามารถอนุญาตให้ส่งออกไปประเทศที่ยังใช้สารเหล่านี้อยู่ได้หรือไม่ เพื่อลดผลกระทบต่อผู้นำเข้าและผู้ค้า รวมถึงงบประมาณในการทำลายที่สูงถึงลิตรละ 100,000 บาท พร้อมกันนี้ให้เร่งศึกษาวิจัยสารชีวภัณฑ์ต่าง ๆ หากทดสอบประสิทธิภาพใช้ได้ผลจริง เปิดกว้างขึ้นทะเบียนเพื่อเป็นทางเลือกของเกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวว่า ปัจจุบันไทยนำเข้าถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง และข้าวสาลีปีละกว่า 7 ล้านตัน จากสต๊อกวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ที่มีอยู่ในประเทศจะรองรับการเลี้ยงไก่เนื้อ ไก่ไข่ สุกร และกุ้งได้เพียง 2-3 เดือนเท่านั้น หากรัฐบาลไม่มีแผนรับมือ ธุรกิจเหล่านี้จะล่มสลาย ตลอดจนเกิดปัญหาการเลิกจ้างงานและปัญหาสังคมอื่นๆ ตามมาแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทันทีที่การยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดมีผลบังคับใช้ ต้องห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศที่ใช้ 3 สารนี้แน่นอน ไม่เช่นนั้นจะไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกรไทย อีกทั้งผู้บริโภคจะไม่ได้รับประโยชน์อะไร หากยังนำเข้าสินค้าที่ใช้สารเคมีที่ไทยยกเลิก เห็นชัดเจนว่าการตัดสินใจด้านนโยบายยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดนี้ รัฐไม่ได้มองผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาให้รอบด้าน หากผู้บริหารประเทศรับข้อมูลที่ผิด ไม่มีทางที่จะตัดสินใจได้ถูกต้อง&amp;rdquo; นายพรศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เผยว่า เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งก็ต้องไปทำความเข้าใจกับประชาชนและเกษตรกรที่ยังสงสัยและเห็นต่างกันอยู่ และต้องดูแลเรื่องผลกระทบให้ชัดเจน รวมถึงจะแก้ปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า คนทั้ง 27 คนลงมติอย่างชัดเจนว่าแบน 3 สารพิษแล้ว จะไปแก้ไขตรงนั้น ตนก็ไม่รู้ เพราะมันเป็นมติไปแล้ว ส่วนในวันที่ 1 ธ.ค. จะเป็นวันที่ให้ยกเลิก 3 สารพิษเหมือนเดิมหรือไม่นั้น ไม่ทราบ ยืนยันกระทรวงสาธารณสุขเราจะยกเลิกทุกสารพิษที่เป็นอันตรายต่อคุณภาพชีวิตประชาชนที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ซึ่งเราสนับสนุนไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนผลกระทบในมิติอื่นกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็ว่ากันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การนำเข้าสารเคมีเป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ ต้องไปพิจารณา แต่ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ หลังคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติสั่งแบน ถือว่าหมดหน้าที่แล้ว และไม่ทราบเรื่องจริงๆ ที่นายเฉลิมชัยตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรและหาสารทดแทน 3 สารเคมี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49718</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, ทำต้นทุนเพิ่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษ, แบน 3 สารพิษเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc2d6dfe8d4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
