<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ป่วยโควิดสมุทรสาครพุ่งติดเชื้อ 1,851 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค. 2564 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อเวลา 24.00 น. ของวันที่ 14 สิงหาคม 2564 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงสุด 1,851 ราย โดยจำแนกเป็นพบผู้ติดเชื้อจากค้นหาเชิงรุก 95 ราย และพบผู้ติดเชื้อที่มาจากการเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลอีก 1,756 ราย ในจำนวนนี้เป็นคนที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร 1,478 ราย ที่เหลือเป็นคนนอกจังหวัดอีก 278 ราย ด้านผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดรวม 70,876 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 48,666 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 21,921 ราย และผู้เสียชีวิตรายวันจำนวน 13 ราย รวมมีผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 289 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะที่การรองรับผู้ติดเชื้อในกลุ่มสีเขียวทั้งในส่วนของโรงพยาบาลสนามในชุมชนหรือศูนย์พักคอยคนสาคร CI &amp;ndash; Community Isolation ที่พร้อมใช้งาน 39 แห่ง ตลอดจน ศูนย์กักตัวผู้ติดเชื้อหรือโรงพยาบาลสนามในโรงงาน FAI &amp;ndash; Factory Isolation ที่พร้อมใช้งาน 1,581 แห่ง และ ศูนย์ห่วงใยคนสาคร หรือโรงพยาบาลสนาม จ.สมุทรสาคร ทั้งหมด 8 แห่งนั้น สถานการณ์เตียง ณ ปัจจุบัน เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ยังคงมีเตียงสนามว่างเพียงพอต่อการรองรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ผ่านการยืนยันตรวจหาเชื้อด้วยระบบ ATK หรือ RT-PCR แล้ว เข้ามาให้การดูแลรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยในส่วนของโรงพยาบาลสนามในชุมชนหรือศูนย์พักคอยคนสาคร CI &amp;ndash; Community Isolation (ข้อมูล ณ วันที่ 14 สิงหาคม) ปัจจุบันเปิดใช้งานแล้ว 39 แห่ง จากที่มีอยู่ทั้งหมด 44 แห่ง (ที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ) มีเตียงสนามพร้อมใช้งาน 5,117 เตียง ใช้งาน 3,135 เตียง คงเหลือเตียงว่าง 1,982 เตียง ส่วนศูนย์กักตัวผู้ติดเชื้อหรือโรงพยาบาลสนามในโรงงาน FAI &amp;ndash; Factory Isolation มีจำนวนทั้งสิ้น 1,581 แห่ง มีจำนวนเตียงรวม 44,733 เตียง อยู่ระหว่างการใช้งาน 3,610 เตียง คงเหลือ 41,123 เตียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนโรงพยาบาลสนามจังหวัดสมุทรสาคร หรือศูนย์ห่วงใยคนสาครที่มีอยู่ทั้งหมด 8 แห่ง รวมโรงพยาบาลสนามสีเหลือง หรือ ICU สนามด้วยนั้น ขณะนี้ในภาพรวมมีเตียงว่าง 501 เตียง จากจำนวนเตียงทั้งหมด 2,980 เตียง คงอยู่ระหว่างการใช้งาน 2,479 เตียง ซึ่งก็ถือว่าสถานการณ์การใช้เตียงสนามในศูนย์ห่วงใยคนสาคร ที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ป่วยสีเขียวเข้มนั้น เริ่มผ่อนคลายลงกว่าช่วงที่ผ่านมา ยกเว้นโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 10 สภาอุตสาหกรรม หรือโรงพยาบาล ICU สนาม (ผู้ป่วยสีเหลือง) ที่ยังคงมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นระยะๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113324</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำนิวไฮ, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร, โควิดสมุทรสาคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_61188ae280432.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>EA ทำนิวไฮรายได้9 เดือนโกย 12,738 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.2563 นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) เปิดเผยว่า การดำเนินงานตลอดปี 2563 ที่ผ่านมา มุ่งเน้นการลงทุนในการสร้างฐานธุรกิจใหม่เพื่อทำ New S-Curve ให้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2564 ให้สำเร็จ แม้ว่าจะมีสถานการณ์โควิด-19 ที่เป็นอุปสรรคอยู่บ้าง แต่บริษัทก็สามารถปรับแผนและแก้ไขปัญหาต่างๆ มาได้เป็นอย่างดี จากการประเมินความพร้อมด้านต่างๆ พบว่าการก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่คืบหน้าไปกว่า 90% แล้ว และได้เริ่มติดตั้งเครื่องจักรในเดือนพฤศจิกายนนี้แล้ว จึงคาดว่าโรงงานจะเสร็จสมบูรณ์และเริ่มผลิตเซลล์แบตเตอรี่ได้ในเดือนมกราคมปีหน้า จากนั้นจะก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายใน 3 เดือน ซึ่งจะสามารถป้อนแบตเตอรี่เข้าสู่สายธุรกิจผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ ในกลุ่มของบริษัทฯ ประกอบด้วย รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถบัสโดยสารไฟฟ้า (E Bus) และเรือโดยสารไฟฟ้า (E Ferry) ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภายใต้สถานการณ์ที่เกิดโควิด 19 บริษัทฯได้มีการปรับแผนการดำเนินธุรกิจใหม่ โดยหันมามุ่งเน้นการบุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ทั้ง E Bus และ E Ferry ที่ปัจจุบันนี้มีศักยภาพในการเติบโตสูง เนื่องจากเป็นยานพาหนะที่มีการใช้งานในแต่ละวันสูง เพื่อให้บริการการเดินทางแก่ประชาชนจำนวนมาก ดังนั้นการปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนจะช่วยทั้งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ผู้ให้บริการเดินรถและเรือลงได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งไม่มีมลพิษทางอากาศ และ PM 2.5 อีกด้วย บริษัทจึงได้ลงทุนในบริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด เพื่อเป็นฐานการผลิตรถเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ซึ่งขณะนี้มีออเดอร์เข้ามาแล้ว และเตรียมจะทำการผลิตเชิงพาณิชย์เพื่อส่งมอบตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 ของปี 2564ส่วนธุรกิจเรือไฟฟ้าดำเนินการโดยบริษัทย่อยชื่อ บริษัท อี สมาร์ท ทรานสปอร์ต จำกัด เตรียมจะเริ่มให้บริการเรือโดยสารไฟฟ้าในชื่อ MINE Smart Ferry ตั้งแต่ท่าเรือสะพานพระนั่งเกล้า ถึงสาธร เริ่มตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป&amp;rdquo; นายอมรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโครงการลงทุนปี 2564 โดยส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในโครงการที่ต่อเนื่องจากปี 2563 โดยจะมุ่งเน้นธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน ด้านธุรกิจโรงไฟฟ้า บริษัทฯยังคงศึกษาและเตรียมความพร้อมเพื่อจะลงทุนทั้งในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้านที่ยังมีความต้องการขยายกำลังการผลิตและกระจายไฟฟ้าในแต่ละประเทศ โดยจะนำแบตเตอรี่ที่ผลิตได้มาผนวกเข้ากับเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อใช้สร้างรายได้และการเติบโตของกลุ่ม EA ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกของปี 2563 มีรายได้รวม 12,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวด 9 เดือนของปีก่อน 17% และมีกำไรสุทธิ 3,720 ล้านบาท โดยในไตรมาส 3/63 มีรายได้รวม 3,801 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,119 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85000</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำนิวไฮ, พลังงานบริสุทธิ์, รายได้ 9 เดือน, อมร ทรัพย์ทวีกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbe11f27aff4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธุรกิจค้าขายไปรุ่ง อาร์เอสทำกำไรพุ่ง 55% โวปี 62 จะเติบโตเป็นประวัติศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.2562 นายดามพ์ นานา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า ปี 2562บริษัทฯจะลุยขยายธุรกิจเต็มสูบ หลังปี 2561มีผลประกอบการทำนิวไฮสูงสุด เติบโตทั้งยอดขายและผลกำไรในรอบ 37ปี โดยมีกำไรสุทธิ 516ล้านบาท เติบโตสูงถึง 55% เมื่อเทียบกับปีก่อน และทำรายได้รวมแตะ 3,826.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3%vธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง หรือ Multi-platform Commerce(MPC) &amp;nbsp;ยังทำรายได้และผลกำไรโดดเด่น &amp;nbsp;โดยสามารถทำรายได้ทั้งปีแตะ2,126.8ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดได้แรงส่งสำคัญมาจากการจำหน่ายสินค้ากว่า 100รายการ ในกลุ่มสินค้าสุขภาพและความงามแบรนด์มาจีค แบรนด์รีไวฟ์ กลุ่มอาหารเสริมแบรนด์ S.O.M ตามด้วยกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ภายในบ้านและไลฟ์สไตล์ และกลุ่มเครื่องประดับที่ทำตลาดจำหน่ายผ่านสื่อที่มีประสิทธิภาพในเครือฯอาทิ ช่อง 8,ช่อง 2,ช่องสบายดีทีวี เลข 141, ช่องเพลินทีวี, วิทยุคูลฟาเรนไฮต์, สื่อออนไลน์www.shop1781.com, LINE@shop1781, LINE@COOLanything รวมถึง &amp;nbsp;ผ่าน LifestarBIZ หรือตัวแทนขายตรง และห้างค้าปลีกModern Trade และร้านค้าปลีกทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนของธุรกิจสื่อมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 30% ใช้กลยุทธ์คอนเทนต์ระดับพรีเมี่ยม ทั้งในและต่างประเทศลงจอตลอดทั้งปี นับว่าเติบโตสวนทางกับภาพรวมอุตสาหกรรมสื่อที่ชะลอตัว โดยมีรายได้1,344.7 &amp;nbsp;ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 35.1%ของรายได้รวมโดยช่อง 8 ยังเป็นหัวหอกสำคัญ เพราะสามารถปิดจองโฆษณาระยะยาวได้ตามเป้า ขายพื้นที่โฆษณาได้เพิ่มขึ้นตลอดทั้งปี เพราะมีคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมและ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประสบความสำเร็จ อาทิ ละครไทย พยัคฆา สาปกระสือ และซิ่นลายหงส์ &amp;nbsp;คอนเทนต์ซีรีส์ต่างประเทศอย่างหนุมานสงครามมหาเทพ ลิขิตแค้นแสนรัก และพิฆเนศมหาเทพไอยรา รวมถึงคอนเทนต์ข่าว คุยข่าวเช้าและคุยข่าวเย็น &amp;nbsp; ขณะที่สื่อวิทยุ หรือ COOLfahrenheit ยังคงได้รับความนิยมอยู่ในอันดับ1 ของ กลุ่ม Easy Listening และอันดับ 2 ของประเทศ และมีการจัดกิจกรรมสำหรับผู้ฟังที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดามพ์ กล่าวว่า ปี 2562อาร์เอสจะแข็งแกร่งที่สุดและเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตั้งเป้ารายได้รวมทั้งกลุ่มเติบโตแตะ 5,000ล้านบาท สูงสุดในรอบ 37 ปีของธุรกิจ &amp;nbsp;โดยรายได้หลักประมาณ 60% ยังมาจากกลุ่มธุรกิจ MPC หลังบริษัทฯเดินหน้าพัฒนากลุ่มสินค้าใหม่ๆ และมุ่งเน้นสินค้าที่มีอัตราการทำกำไรสูง &amp;nbsp;ตามด้วยการสร้างรายได้กลุ่มสื่อ เพลงและอีเว้นต์ ตามลำดับ ภายใต้แผนการดำเนินธุรกิจใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ ภายใต้แนวคิด Horizontal Integration ที่มุ่งสร้างการเติบโตแนวราบ เปิดโอกาสทำธุรกิจใหม่ๆ โดยนำความแข็งแกร่งของบิซิเนสโมเดลพาณิชย์หลายช่องทาง มาควบรวม (Synergy) กับธุรกิจสื่อ ธุรกิจเพลง เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29529</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดามพ์ นานา, ทำนิวไฮ, ผลประกอบการ, อาร์เอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190220/image_big_5c6cb9dd3c5b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
