<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2020 00:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2020 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งทำบุญประเทศหลังจบโควิด19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; รับสั่งพระสงฆ์ไทยโชคดีไม่ติดโควิด นายกฯ ขอบคุณทุกคณะสงฆ์ดูแลกันเองดี ช่วยลดภาระรัฐบาล เตรียมทำบุญประเทศหลังสถานการณ์เบาลง ศบค.พบติดเชื้อเพิ่ม 1 รายกลับจากบาห์เรน ผลตรวจสถานบันเทิงให้ความร่วมมือดี เผยต่างชาติ 1.7 พันคนแห่ขอเข้ารักษาในไทย ส่วนทราเวลบับเบิลได้ข้อสรุปกลางเดือน ส.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังเข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก&amp;nbsp; ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และสมเด็จพระวันรัต ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เพื่อถวายเทียนพรรษาและเครื่องสักการะเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2563 ว่า สมเด็จพระสังฆราชประทานพรแก่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล และขอให้ทุกคนระมัดระวังเป็นห่วงสุขภาพบ้าง เพราะพระองค์ทรงทราบว่ารัฐบาลและคณะรัฐมนตรีทำงานหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า สมเด็จพระสังฆราชและสมเด็จพระวันรัตพูดตรงกันว่าเป็นเรื่องที่โชคดีที่พระสงฆ์บ้านเราไม่มีสถิติติดเชื้อโควิด-19 เลย ตนจึงชื่นชมไปว่าทางคณะสงฆ์ต่างๆ ดูแลกันเองได้เป็นอย่างดี เป็นสิ่งที่ช่วยลดภาระลงไปได้เยอะ นอกจากดูแลพระแล้วยังช่วยดูแลประชาชนด้วย เป็นสิ่งที่ดี จึงกราบขอบคุณไปยังทุกคณะสงฆ์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายแล้ว มีแนวคิดจะทำบุญประเทศหรือไม่ อย่างไร พล.อ ประยุทธ์กล่าวว่า จะต้องพิจารณาความเหมาะสมและสถานการณ์ก่อน แต่วันนี้สถิติยังมีการแพร่ระบาดในสถานที่กักกันของรัฐ ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปให้ครบ 14 วัน หลังผ่อนคลายระยะที่ 5 ไปแล้ว ขณะนี้เรายังเป็นห่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด และต้องเตรียมการรับมือ โดยมีงบประมาณดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีแขกของรัฐบาลประเทศใดบ้างที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย นายกฯ กล่าวว่า มีติดต่อมาบ้างแล้ว ซึ่งจะเป็นบุคคลที่เข้ามาในเรื่องของการฝึก อาทิ ผู้บัญชาการทหารบกของสหรัฐอเมริกาที่จะมาประชุมเพื่อเตรียมการฝึกร่วมกับประเทศไทย&amp;nbsp; ขณะนี้เรากำลังพิจารณาเปิดกิจการสถานพยาบาลที่รับการรักษาให้กับชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาประเทศไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 1 ราย อยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,180 ราย หายป่วยสะสม 3,066&amp;nbsp; ราย ซึ่งไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย และไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 39 วัน&amp;nbsp; สำหรับผู้ป่วยเพิ่ม 1 รายนั้น เป็นหญิงอายุ 24 ปี เดินทางมาจากประเทศบาห์เรน เดินทางมาถึงประเทศไทยวันที่ 28 มิ.ย. เข้าพักสถานที่กักตัวของรัฐที่ จ.ชลบุรี ผลตรวจพบเชื้อโควิดในวันที่&amp;nbsp; 1 ก.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อ 10,970,706 ราย และเสียชีวิต 523,171 ราย สำหรับคนไทยที่ตกค้างในต่างประเทศ และจะเดินทางถึงประเทศไทย 1 เที่ยวบิน จำนวน 250 ราย ในวันที่ 4 ก.ค. มี 4 เที่ยวบิน จำนวน 472 ราย ทั้งนี้ คนไทยที่อยู่ต่างประเทศขอให้รีบตัดสินใจตอนนี้ จะได้มีการจัดคิวให้ท่านกลับมา ซึ่งพื้นที่ของรัฐในการรองรับมีเพียงพอ
สถานบันเทิงร่วมมือดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การตรวจกิจการและกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายในระยะที่ 5 นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่า ครั้งนี้มาตรการต่างๆ สุ่มเสี่ยงอยู่มาก จึงได้ให้ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.) นำทีมลงพื้นที่ตรวจ พบว่าส่วนใหญ่สถานบันเทิงให้ความร่วมมือดีทุกแห่ง ต้องขอชื่นชม แต่มีประเด็นที่ตรวจเจอ เมื่อช่วงเช้า และวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ยังมีบางแห่งยังเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ่อยๆ และต้องมีการสัมผัสกันเรื่อยๆ จึงต้องระวัง ซึ่งภาพการนั่งห่างต้องเกิดขึ้น และต้องมีการทำความสะอาดบ่อยๆ ซึ่งจะมีความเข้มของการตรวจและการตรวจในครั้งต่อๆ ไป ผู้ประกอบการจะต้องขอดูผู้เข้าไปตรวจสอบว่ามีแอปพลิเคชันผู้พิทักษ์ไทยชนะหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแอบอ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ มีการประชุม ศบค.ชุดเล็ก มีการนำเสนอร่างการจัดการข้อปฏิบัติ เรื่องการนำเอาผู้ป่วย ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศในฐานะผู้ป่วย เพื่อรับการรักษาในโรงพยาบาลของไทย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่เป็นคู่สัญญา เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่เข้ามารักษาโรคอื่นที่ไม่ใช่โรคโควิด-19 อาจจะมาเสริมความงาม โดยจะต้องอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลา 14 วัน แม้ว่าอาจจะใช้เวลารักษาแค่ 2-3 วันก็ตาม จากนั้นอาจจะวางแผนให้กลุ่มดังกล่าว หากอยากไปท่องเที่ยว สามารถไปท่องเที่ยวได้ทุกที่ในประเทศไทย จะจัดทัวร์ให้กลุ่มนี้ ซึ่งจะเห็นภาพวันที่ 1 ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีโรงพยาบาลเอกชนและคลินิกสมัครเข้ามา 62 แห่ง มีเตียงรองรับ ทั้งนี้ผู้ที่จะเข้ามาจะไม่มีการเปิดด่านพรมแดนให้รถยนต์ผ่านมาเข้า-ออก แต่จะขอเฉพาะคนที่เดินทางมาทางเครื่องบินเท่านั้น ขณะนี้มีผู้เริ่มลงทะเบียนที่จะขอเข้ามารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทยแล้ว 17 ประเทศ รวมแล้ว 1,700 คน โดยมีประเทศที่ขอเข้ามาในเดือน ก.ค.นี้ อาทิ จีน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต เป็นต้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวันที่ 1 ก.ย. ที่บอกว่าจะให้คนต่างชาติเข้ามาเที่ยวนั้น อาจใช้เป็นกรณีพิเศษ คือกลุ่มเฉพาะที่เราดูแลได้ คือการจับคู่การเดินทางระหว่างประเทศที่มีความปลอดภัยจากโควิด-19 สูง (ทราเวล บับเบิล) อาจจะอนุญาตให้กลุ่มเฉพาะที่เราดูแลได้เริ่มต้นลองเข้ามา ถ้าสถานการณ์ดีขึ้น ทราเวลบับเบิลจะเกิดขึ้นตามมา แต่ใน 11 กลุ่มเราเน้นนักธุรกิจ หรือผู้ป่วยที่ต้องเข้ามารับการรักษาในประเทศเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่การเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวแบบเดิม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเข้ามารักษาโรงพยาบาลในไทย ญาติหรือผู้ติดตามสามารถเข้ามาได้กี่คน และผู้ป่วยที่รับการรักษาไม่ครบ 14 วัน ต้องกักตัวที่ประเทศไทยหรือสามารถกลับประเทศได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า มีผู้ติดตามได้ไม่เกิน 3 คน ต้องมีการลงทะเบียน และมีใบนัดหมายแพทย์ประกอบ และอยู่โรงพยาบาลอย่างน้อย 14 วัน หากไม่ครบ 14 วันจะไม่ให้ออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการระบุว่า หากมีการระบาดรอบสองจะทำอย่างไร หากเตียงไม่เพียงพอเพราะมีกลุ่มคนเหล่านี้มานอนนั้น นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณามาตรการผ่อนปรนการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ให้ดูเรื่องเตียงและทรัพยากรไว้แล้ว ต้องไม่เกิดเรื่องการแย่งเตียงหรือทรัพยากรเหล่านี้ ทั้งนี้ ในช่วงวันหยุดยาวในสัปดาห์นี้ เราหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากประชาชน ทุกคนต้องเที่ยวอย่างมีสติ เที่ยวอย่างปลอดภัย ไม่ให้ป่วย และเพื่อไม่ให้มีการปิดกิจการอีกรอบเหมือน ในต่างประเทศ เพื่อให้เราผ่านมาตรการระยะที่ 5 ยิ่งเราทำดีเท่าไหร่ คนต่างชาติก็อยากเข้ามา
ส.ค.ได้ข้อสรุปทราเวลบับเบิล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.สมศักดิ์กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์หลังผ่อนคลายมาตรการในระยะที่ 5 ว่ามีการประเมินทุกวัน ซึ่งหลังเปิดเทอม 2 วันแรก ได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนต่างๆ เป็นอย่างดี ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะที่สถานบันเทิงนั้น หน่วยงานด้านความมั่นคงจะมีการเข้าไปตรวจสอบ ทั้งที่มีการแจ้งล่วงหน้าและไม่แจ้งล่วงหน้า แม้ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ต้องขอความร่วมมือ จะต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด หากสถานที่ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรการจะต้องถูกลงโทษและสั่งปิดทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ สมช.กล่าวว่า วันเดียวกันนี้ จะมีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.ชุดเล็ก เพื่อประเมินสถานการณ์?รายวัน และหารือถึงความเป็นไปได้ของโครงการจับคู่ประเทศท่องเที่ยว หรือทราเวล บับเบิล เพราะไทยไม่สามารถรับนักท่องเที่ยวในจำนวนเท่าเดิมได้อีก และต้องมีเงื่อนไขเป็นพิเศษ ที่ต้องมั่นใจว่าสามารถควบคุมนักท่องเที่ยวเหล่านี้ได้ และนักท่องเที่ยวสามารถใช้จ่ายในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ที่จะต้องดูรายละเอียดในหลายมิติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความคืบหน้าโครงการทราเวลบับเบิลนั้น จะต้องทำความตกลงกับประเทศนั้นๆ ก่อน คาดว่าจะมีความพร้อมอย่างเร็ว คือในช่วงกลางเดือน ส.ค. ขณะนี้มีหลายประเทศติดต่อเข้ามาเป็นคู่ประเทศ แต่มีเพียง 5 ประเทศ ที่มีประสิทธิภาพด้านระบบสาธารณสุขดี ใกล้เคียงกับประเทศไทย และมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มาก ซึ่งเป็นประเทศที่ความพร้อมและอยู่ระหว่างการเจรจา ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน (บางมณฑล)? ฮ่องกง เกาหลี และสิงคโปร์ ส่วนการอนุญาตให้นักธุรกิจและนักลงทุน?เข้าประเทศได้นั้น หากอยู่เกิน 14 วัน จะต้องมีการกักตัวในสถานที่ที่ต้องจ่ายเงินเอง สามารถ?เลือกโรงแรมที่ได้รับการอนุญาตได้เอง แต่หากมาประเทศไทยไม่ถึง 14 วัน จะมีมาตรการติดตามตัว โดยมีการตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นทาง และเมื่อมาถึงประเทศไทยจะต้องมีการตรวจซ้ำอีกครั้ง พร้อมยังมีการตรวจโรคก่อนเดินทางกลับประเทศด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการกำหนดการเดินทางเข้า-ออกประเทศของชาวต่างชาตินั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ที่อาจจะกำหนดไว้ไม่เกินวันละ 200-300 คน พร้อมย้ำว่าตลอดช่วงเดือน ก.ค. จะยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทย จึงขอให้ประชาชนสบายใจได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีการนำเสนอร่างการจัดการข้อปฏิบัติเรื่องการนำเอาผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศเพื่อรับการรักษาในโรงพยาบาลว่า คาดว่าจะนำเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ในต่างประเทศมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; หลายประเทศได้เปลี่ยนมาตรการในการรับมือ เช่นจีนและญี่ปุ่น ได้ขยายระยะเวลาในการกักตัว หากเราจะทำมาตรการรองรับผู้เดินทางท่องเที่ยวจากต่างประเทศในวงจำกัด หรือทราเวลบับเบิลกับประเทศใด จะต้องยอมรับกติกาของทั้งสองฝ่าย ส่วนประเทศที่ยังมีการระบาดหนักอยู่ เรายังไม่สามารถเจรจาอะไรได้ ส่วนนักท่องเที่ยวที่มีอาการป่วยและต้องการเข้ามารักษาในประเทศไทยจะต้องดูเป็นกรณีๆ ไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการผ่อนคลายในระยะที่ 6 นายอนุทินกล่าวว่า ในระยะที่ 5 เรามีการผ่อนคลายเกือบจะทุกกิจการและกิจกรรมแล้ว ในระยะที่ 6 คงเป็นการผ่อนคลายในกิจการและกิจกรรมที่ยังไม่ได้เปิด เช่น กีฬา อย่างไรก็ตามต้องประเมินผลการผ่อนคลายในระยะที่ 5 ก่อน วันนี้เข้าวันที่ 3 แล้ว ถือว่ายังควบคุมได้ดีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการแก้ไขพระราชบัญญัติโรคติดต่อนั้น นายอนุทินกล่าวว่า ในส่วนนี้รออธิบดีกรมควบคุมโรคเสนอรายละเอียดขึ้นมาก่อน โดยอาจจะพิจารณาอุปสรรคของการใช้กฎหมายว่ามีส่วนไหนต้องปรับปรุงแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวถึงความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนโควิด-19 ว่า กำลังพัฒนาไปตามขั้นตอนของสถาบันที่กำลังค้นคว้าวิจัย เบื้องต้นทราบว่าผลของการทดลองในแต่ละครั้งดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะทดลองกับหนู เพียงแต่ยังไม่ถูกนำมาทดลองในมนุษย์ ขณะที่การทดลองในลิงก็ยังไม่ดีเท่ากับทดลองในหนู ซึ่งต้องกลับไปแก้ไขการผลิตวัคซีน ไม่ใช่ดูแค่ผลว่าดีหรือไม่ แต่ภูมิคุ้มกันต้องอยู่ได้นานด้วย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70448</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทำบุญประเทศ, ทุกคณะสงฆ์ดูแลกันเองดี, พระสงฆ์ไทยโชคดีไม่ติดโควิด, สมเด็จพระสังฆราช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5eff34b5ed379.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2020 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2020 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;ร่ายยาวบอกไทยเกิดอาเพศแนะทำบุญประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.พ.63-ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่แอนด์ ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัด รายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ &amp;nbsp;ที่ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี โดยมีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.มาพบปะพูดคุย ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนานกันเป็นประจำทุกสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวถึงเหตุการณ์ทหารคลั่งกราดยิงประชาชนในวันมาฆบูชาที่จังหวัดนครราชสีมาว่า ระยะเวลาร่วม 18 ชั่วโมง นำความตายทั้งหมด 27 ชีวิต บาดเจ็บ 57 ราย คงไม่มีใครคาดคิดว่าวันพระใหญ่ มาฆบูชา หรือวันจาตุรงคสันนิบาต ที่พระภิกษุสงฆ์ซึ่งเป็นพระอรหันต์ 1250 รูปสมัยพุทธกาล ได้ไปที่วัดเวฬุวัน เพื่อฟังพระพุทธเจ้า แสดงมหาธรรมโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งการนัดหมายในสมัยพุทธกาลนั้นเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เมื่อวานนี้เป็นเรื่องของโศกนาฏกรรมตั้งแต่ 14 นาฬิกา ถึง 9 นาฬิกาของวันนี้ เชื่อว่าคนไทยได้ติดตามเหตุการณ์จนกระทั่งเสร็จสิ้นต่างก็ส่งหัวใจ ดวงใจไปยังพี่น้องโคราชให้รอดพ้นและร่วมไว้อาลัยให้กับผู้ที่จากไปซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราไม่เคยคิดว่าการสังหารหมู่ในประเทศไทยโดยบุคคลคนเดียวซึ่งมีปัญหาเกี่ยวข้องกับคนเพียงไม่กี่คนจะลุกลามไปฆ่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยนั้น อาเพศที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เราเจออย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน ไม่ว่าจะเขื่อนหรือแม่น้ำกว่า 15 แห่งต่างแห้งเหือดอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนในรอบกว่า 50 ปี และจะลุกลามไปถึงเดือนพฤษภาคม ทำให้มีคำถามหลายอย่างว่า ประเทศไทยจะอยู่ท่ามกลางการขาดน้ำในช่วง 5-6 เดือนนี้อย่างไร นอกจากนี้ภัยแล้งยังนำไปสู่พืชพันธุ์ธัญญาหารที่เคยอุดมสมบูรณ์ กลับเป็นเรื่องของการขาดหายและเป็นความเสียหายเศรษฐกิจปากท้องล้มระเนระนาดไวรัสโคโรน่าซึ่งทวีความรุนแรงในจีนคนตายเพิ่มทุกวันและยังไม่มีวี่แววว่าจะหยุดลงเมื่อใด&amp;quot;
&amp;nbsp;
นายจตุพรกล่าวว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเพศแบบนี้ อยากเสนอไม่ว่าจะคิดอ่านทางการเมืองกันอย่างไร แม้ในใจอยากให้รัฐบาลชุดนี้ออกไปใจจะขาด แต่คนไทยต้องคิดอ่าน และอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรวมถึงบรรดาผู้รู้คิดอ่านกันว่า เมื่อประเทศเกิดอาเพศ ก็ควรจะทำบุญประเทศเพราะความชั่วร้าย อาเพศต่างๆถาโถมเข้ามา แต่คนที่เดือดร้อนคือประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามีคนคุ้มคลั่งออกมาฆ่าคนตายในวันมาฆบูชา เราไม่เคยเจอความเเห้งแล้ง ไม่เคยเจอความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง และ เจอไวรัสโคโรน่า ที่ถึงขนาดแย้งซื้อหน้ากาก จนกระทั่งคนไปรอซื้อ ก็ซื้อไม่ได้หากรัฐมนตรียังไม่เป็นประธานเปิดงาน ทั้งที่ไม่ได้แจกฟรี ไปซื้อก็ยังต้องรอ ทำให้เกิดความอึดอัดกุนไปหมด แต่นักการเมืองก็ยังคิดว่าต้องมีพิธีการ ส่วนตัวในฐานะคนไทยที่ย่างเข้า 55 ปีแล้ว ก็เล็งเห็นเหมือนปรากฏการณ์ตอนไข้หวัดนกที่ต้องสังหารสัตว์ปีกกว่า 10 ล้านตัวจนสุดท้ายต้องทำบุญประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวว่า บรรดาผู้รู้ควรจะคิดอ่านกันได้แล้วว่าประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด เกิดอาเพศเป็นประเทศที่มีความทุกข์ยากไปทั่วทุกหัวระแหงนั้นควรจะมีการทำบุญอย่างน้อยที่สุดก็สร้างความสุขให้กับประชาชนในระยะสั้นๆ และอย่างน้อยทางกายภาพ รัฐบาลไม่มีน้ำยาแก้ไขปัญหาใดๆให้กับประชาชนได้แล้วเราก็จะได้เยียวยาความรู้สึกทางใจของประชาชนกันบ้าง ในฐานะประชาชนคนไทยร่วมกันต่ออายุให้กับประเทศไทยไม่ใช่ต่ออายุให้กับรัฐบาล ดังนั้นตนอยากบอกกับประชาชนว่าโศกนาฏกรรมเมื่อวานนี้เป็นสิ่งที่เราไม่เคยคาดคิดและเราไม่เคยเห็นคนหนึ่งคนมีความคุ้มคลั่งยิงบุคคลอื่นถึงแก่ชีวิต 26 คนรวมผู้ก่อเหตุเป็น 27 ศพ นี่เป็นเรื่องที่คนไทยทั้งชาติต้องร่วมกันไว้อาลัยให้กับประชาชนเหล่านั้น เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าการเดินทางไปห้างสรรพสินค้าหรือเดินทางไปบนท้องถนนในวันมาฆบูชาจะนำความตายไปสู่พวกเขาเหล่านั้น อีกทั้งในการแข่งขันฟุตบอลจุฬา ธรรมศาสตร์มีการแปลตัวอักษรจำนวนมาก มีการเดินพาเหรด มีข้อความประชดทางการเมืองมากมาย เรื่องเหล่านี้ก็ถูกลบกับความตายกับความบ้าคลั่งที่เกิดขึ้นโดยจ่าสิบเอกคนหนึ่ง ที่สุดท้ายจบลงในเวลา 9 นาฬิกาของวันนี้ และเหลือไว้เพียงแต่ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56719</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิงโคราช, ทำบุญประเทศ, นายจตุพร พรหมพันธุ์, อาเพศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191227/image_big_5e05c2b7a2bd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
