<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ฝ่ายค้าน’ดิ้นรวบ209ชื่อเปิดสภาพ่นนํ้าลายโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; ทำบุญสภาใหม่ก่อนเปิดสมัยประชุม ฝ่ายค้านนำร่องยื่น 209 ชื่อดึง ส.ส.-ส.ว.หนุนเปิดวิสามัญถกแก้โควิด-19 ซักฟอกใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท พท.ชี้ถึงเวลายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินคลายเคอร์ฟิว ให้ประชาชนลืมตาอ้าปากอีกครั้ง &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;quot; โชว์ฟิตเล่า 3 เคล็ดลับอยู่บ้านสู้ไวรัสแบบไม่เครียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม เวลา 10.00 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีทำบุญเลี้ยงเพลพระ ที่บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคารรัฐสภา เกียกกาย ฝั่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยผู้บริหารและข้าราชการของสภาร่วมในพิธีด้วย โดยได้นิมนต์เจ้าอาวาสและพระสงฆ์จำนวน 9 รูป จากวัดแก้วฟ้าจุฬามณี ภายหลังเสร็จพิธีสงฆ์ได้นิมนต์เจ้าอาวาสไปพรมน้ำมนต์ในห้องประชุมสุริยันเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายชวนเป็นประธานในพิธีสงฆ์ จุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยสักการะพระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระภูมิเจ้าที่ พระบรมรูปหล่อจำลองรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7 ซึ่งย้ายมาจากรัฐสภา อู่ทองใน โดยการทำบุญครั้งนี้เป็นการทำบุญก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภาฯ สมัยสามัญ ในวันที่ 22 พ.ค. ซึ่งจะถือว่าเป็นการใช้อาคารรัฐสภาฝั่งดังกล่าวเป็นครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้ยื่นหนังสือต่อนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะเลขาธิการรัฐสภา เพื่อแสดงความจำนงในการนำรายชื่อ ส.ส.ฝ่ายค้านจำนวน 209 คน เพื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญในการหาทางออกเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ทั้งนี้ ขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ เป็นตัวกลางให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล หรือ ส.ว. ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ มาลงชื่อร่วมกับฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อกังวลของบางฝ่ายที่ว่าหากมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง เพราะ ส.ส.บางส่วนมาจากพื้นที่เสี่ยงนั้น คิดว่าในภาพรวมสภามีความพร้อมในการปฏิบัติให้ได้มาตรฐานการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งสภาได้มีการจัดที่นั่งให้ ส.ส.ตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมแล้ว รวมทั้งจะมีการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด ทำให้สามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ความจำเป็นที่จะต้องมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญเป็นการเร่งด่วน เพราะ 1.รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้เงิน เป็นจำนวนเงินสูงสุดมากเป็นประวัติการณ์ และการพิจารณาใช้เงินกู้นั้นมีแต่เพียงคณะกรรมการกลั่นกรองเท่านั้น จึงมีความจำเป็นที่รัฐสภาต้องเข้าไปร่วมตรวจสอบเป็นการเร่งด่วน เช่นเดียวกับการตรา พ.ร.ก.ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ที่อาจจะมีการกำหนดให้รัฐบาลใช้ดุลพินิจได้ตามอำเภอใจ ซึ่งอาจทำให้การใช้เงินกลายเป็นเบี้ยหัวแตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมไปถึงการตรา พ.ร.ก.ช่วยเหลือเอสเอ็มอี ซึ่งมีความกังวลว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจะมีการเลือกปฏิบัติจนทำให้ไม่ได้มีการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีกรณีของ พ.ร.ก.โอนงบประมาณ ที่ตามปฏิทินของสำนักงบประมาณกำหนดให้มีการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวทั้ง 3 วาระภายในวันเดียว ในเมื่อรัฐบาลเล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนแล้ว ทำไมถึงไม่เปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อให้รัฐสภาช่วยกันให้ความเห็นและตรวจสอบ ซึ่งรัฐบาลกำลังกลัวการถูกตรวจสอบมากกว่า
บี้เลิกเคอร์ฟิว-พรก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับการคลายล็อกและผ่อนปรนมาตรการต่างๆ เพราะถือเป็นเรื่องจำเป็นที่รัฐจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและทำมาหากินได้ตามปกติเร็วที่สุด โดยยังต้องเข้มงวดและรักษามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเอาไว้ โดยพรรคมีข้อเสนอแนะดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.รัฐต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้กับประชาชนมากเกินไปจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน ดังนั้นรัฐควรยกเลิกเงื่อนไขที่ไม่มีประโยชน์ต่อการควบคุมโรคออกไปทุกข้อ เช่น มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมในร้านอาหารที่กำหนดให้ทุกโต๊ะนั่งได้คนเดียว ควรอนุโลมได้ถ้าลูกค้ามาจากครอบครัวเดียวกัน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.รัฐควรผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ที่ไม่กระทบกับการควบคุมโรค เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับไปทำงานได้เร็วที่สุด โดยต้องใช้ทรัพยากรของรัฐสนับสนุนการทำมาหากินของประชาชนอย่างเต็มที่ เช่น ควรเพิ่มจำนวนเที่ยวรถไฟฟ้า ขนส่งมวลชน ขนส่งสาธารณะ เรือ เพื่อลดความแออัดหนาแน่นของประชาชน และฉีดพ่นฆ่าเชื้อทุกเที่ยว และควรมีมาตรการผ่อนปรนให้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สามารถเปิดใช้งานได้ ตามตึกในที่ทำงาน และห้างสรรพสินค้า ตามมาตรฐานสาธารณสุข เช่น ฟู้ดคอร์ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.รัฐควรผ่อนปรนเรื่องกำหนดเวลาเคอร์ฟิว ในเมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง และคนไทยมีวินัยในการป้องกันตัวเองและผู้อื่นสูงขนาดนี้ การกำหนดเวลาเคอร์ฟิวที่ใช้อยู่ในขณะนี้ จึงเกินความจำเป็นและกลายเป็นอุปสรรคกับการทำมาหากินของคนหลากหลายอาชีพ เช่น รถรับจ้าง ร้านอาหารรอบดึก สายการบิน รถทัวร์? ตลาดนัดกลางคืน ธุรกิจขายส่ง ธุรกิจส่งออก ฯลฯ จึงควรผ่อนคลายเวลาเคอร์ฟิวให้สั้นลง หรือควรยกเลิกไปได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.รัฐควรมีมาตรการควบคุมเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเข้มงวด ไม่ให้ใช้อำนาจจากมาตรการของรัฐ ถือโอกาสฉกฉวยแสวงประโยชน์จากประชาชน ยิ่งเป็นการซ้ำเติมทุกข์ให้หนักมากขึ้น และ 5.รัฐควรพิจารณายกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชในสถานการณ์ฉุกเฉิน และนำพระราชบัญญัติโรคติดต่อมาบังคับใช้แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาทที่รัฐบาลใช้อำนาจออกเป็นพ.ร.ก.ถือว่าถูกบังคับใช้แล้ว ดังนั้นการใช้เงินดังกล่าวต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศและประชาชน การที่รัฐยังสร้างเงื่อนไขกับประชาชนเกินความจำเป็น ย่อมสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคให้กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วย พรรคเพื่อไทยจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะรับฟังข้อเสนอของพรรคและฟังเสียงของประชาชน และนำมาสู่การคลายล็อกและผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ตามสถานการณ์ที่แท้จริง ทั้งนี้ เพื่อให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้เดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้พี่น้องประชาชนกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง&amp;quot; น.อ.อนุดิษฐ์ระบุ
&amp;quot;ปู&amp;quot;โชว์ฟิตกักตัวสู้โควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า &amp;quot;ตลอดระยะเวลา 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้อยู่ในที่พักนานที่สุด ทำให้ได้ใช้เวลาและได้คิดอะไรหลายๆ อย่าง ดิฉันก็ขอเล่าและแชร์ให้กับทุกท่านฟังบ้างนะคะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างแรกเลยค่ะ ให้เวลากับตัวเองโดยทำร่างกายให้แข็งแรงมากขึ้นเพื่อจะได้ต่อสู้กับโควิดได้ ด้วยการนอนให้มากขึ้น เพื่อพักร่างกายที่เคยเหน็ดเหนื่อยแบบไม่ได้พักมานาน ฝึกหายใจยาวๆ แล้วก็ตามด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน เริ่มตั้งแต่การเดินบ้าง ว่ายน้ำบ้าง และเปิดยูทูบเพื่อออกกำลังกายตาม ก็เป็นอะไรที่สนุกดีค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่สอง ทำให้ตัวเองผ่อนคลายจะได้ไม่เครียด เพราะเวลาที่เราอยู่ที่เดิมนานๆ โดยไม่ได้ออกไปไหน มักจะเกิดความเครียดตามมา ก็ต้องปรับเปลี่ยนด้วยการ จัดหมวดหมู่เพลงตามที่ชอบเพื่อจะได้ฟังต่อเนื่อง ทั้งเพลงสากลและโดยเฉพาะฟังเพลงไทยในเวลาคิดถึงบ้าน ดูหนัง ดูละคร ดูสารคดี ดูพวกเกร็ดความรู้ที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับเทคโนโลยีในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ข่าว และอ่านหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่สาม ทำในสิ่งที่ใจอยากทำคือ โทรหาคนที่เรารัก คนที่เราคิดถึง คนที่เราห่วงใย ว่ายามนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง เหมือนกับที่ดิฉันกำลังเขียนเฟซบุ๊กอยู่ตอนนี้ เพื่อบอกกับทุกท่านว่า ตอนนี้ดิฉันปลอดภัยและยังมีสุขภาพดี รวมถึงการได้คุยกับลูกที่เหมือนเป็นน้ำชโลมใจให้ชุ่มชื่น ครั้งนี้น้องไปป์ก็ต้องเรียนหนังสือออนไลน์อยู่ที่บ้าน ลูกก็มีเวลาคุยกับแม่มากขึ้น บางวันคิดถึงเราก็เปิดวิดีโอคุยกับลูก คุยกับญาติและคนใกล้ชิดมันก็พอทำให้วันเวลาแต่ละวันของเราหายคิดถึงและมีความสุขบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้ทำให้วันเวลาที่ดิฉันต้องเก็บตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากโควิด-19 ไม่เครียด และไม่รู้สึกที่อยากจะออกไปข้างนอกมากนัก เพื่อให้เวลากับทัพหน้าเช่นแพทย์ พยาบาล ได้มีเวลาดูแลผู้ป่วยที่ติดโรค และทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อชะลอลง จนกว่าจะมีวัคซีนที่ป้องกัน หรือมีวิธีที่จะทำให้ทุกคนปลอดภัย ขอให้อดทนนะคะ ดิฉันขออนุญาตเปิดพื้นที่นี้เพื่อแชร์ให้ทุกท่าน เผื่อท่านไหนอยากแชร์ความคิดที่ดีๆ ให้กันและกันเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในเพจนี้ได้ตลอดเวลานะคะ ไว้โพสต์หน้าจะมาเล่าเรื่องให้ฟังต่อไปค่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า หลังจากเปิดสมัยประชุมสภาสามัญในช่วงปลายเดือน พ.ค. ฝ่ายค้านจะเน้นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการใช้จ่ายงบประมาณ โดยจะตรวจสอบเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาทว่ามีการเอื้อประโยชน์กับผู้ประกอบการขนาดใหญ่หรือไม่อย่างไร และหนี้สินมหาศาลจะแก้ไขอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรียังไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่าไม่เกี่ยวกับการที่กลัวการเมือง กลัวการเคลื่อนไหวทางการเมืองใดๆ ?หรือม็อบ แต่หากจะให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินทันทีเลยนั้น ไม่สามารถที่จะยืนยันได้ว่าเชื้อโควิด-19 จะกลับมาระบาดอีกครั้งหรือไม่ หากสถานการณ์มีความเชื่อมั่นว่าประชาชนปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ พ.ร.ก.ฉุกเฉินถูกยกเลิกแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65418</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ทำบุญสภาใหม่, พิธีทำบุญเลี้ยงเพลพระ, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb55701ec433.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
