<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียนรู้จากแผน..ของชาวบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มักจะมีคนตั้งกระทู้ถามถึงชีวิตบั้นปลายว่าจะทำอย่างไร หรือเตรียมตัวกันไว้อย่างไรบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นในเว็บพันทิปที่มีเพื่อนๆ นำมาลงไลน์ส่งต่อให้อ่าน โดยระบุว่าน่าสนใจและสามารถเลือกข้อที่ตัวเองทำได้ และลงมือปฏิบัติหรือปรับทำเป็นแผนของตัวเอง ..ลองพิจารณาดูค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านนี้เป็นอดีตข้าราชการ และวางแผนว่า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.บริหารจัดการเงินบำนาญว่าเพียงพอที่จะใช้ถึงอายุ 90 ปี เนื่องจากค่าของเงินอีก 30 ปีข้างหน้า บำนาญที่ได้รับจะพอใช้จ่ายหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.วางแผนอนาคตหลังเกษียณว่า จะพักอาศัยที่ใด อยู่ต่างจังหวัดค่าใช้จ่ายจะถูกกว่ากรุงเทพฯ แต่ในขณะเดียวกันก็ซื้อคอนโดมิเนียมที่ไม่แพงไว้พักอาศัยด้วย เวลามาพบแพทย์ ตรวจสุขภาพก็จะได้มีที่พัก ไม่ต้องไปอาศัยญาติพี่น้อง ปัจจุบันอยู่ต่างจังหวัด สร้างห้องหลังเล็กๆ อยู่กับพี่น้อง หลาน มีความสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ดูแลสุขภาพทุกปี โดยการตรวจสุขภาพประจำปี รพ.รามาธิบดี ตรวจมานับ 10 ปี ยังไม่พบโรคและไม่เคยกินยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ออกกำลังกายทุกวัน วันละ 1 ชม. เช่น ปั่นจักรยาน &amp;nbsp;แกว่งแขน ควบคุมอาหาร กินผลไม้ ผัก ให้มาก ที่บ้านมีผลไม้หลายชนิดปลูกไว้กินเอง โดยเฉพาะกล้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ทำบุญ ใส่บาตร นั่งสมาธิ ให้เป็นกิจวัตรประจำวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.เดินทางไปพักผ่อนต่างประเทศปีละ 2 ครั้ง โดยถือว่าไปหาความรู้ ท้าทายชีวิต เพิ่มพลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.เราต้องไม่ทำตัวให้น่าเบื่อสำหรับคนที่จะช่วยดูแลเรา เมื่อยามป่วย อะไรที่ช่วยตัวเองได้ทำเองหมดค่ะ นอกจากซักผ้า เช็ดรถยนต์ หลานจะทำให้ ถูบ้านให้ในขณะที่ไม่อยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.แบ่งเงินช่วยค่าใช้จ่ายส่วนกลางในบ้าน ค่าขนมของหลานๆ ที่มีน้ำใจช่วยเช็ดรถยนต์ กวาดบ้านถูบ้านให้ ซื้ออาหารสดเข้าตู้เย็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9.อยากให้ทุกคนก่อนออกจากงานวางแผนชีวิต แล้วจะมีความสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ดูเหมือนว่า ง่ายๆ ไม่ลำบาก แต่ต้องยอมรับว่า แต่ละท่านก็ย่อมมีข้อจำกัดของตัวเองไม่มากไม่น้อย และไม่เหมือนกัน เช่น คนที่ต้องดูแลคนแก่ ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา คงจะลั้นลาอย่างแผนของอดีตข้าราชการท่านนี้ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การมีสติและรู้จักอยู่อย่างพอเพียง และดูแลสุขภาพนั้น เป็นสิ่งที่คนยากดีมีจนทำได้ด้วยตัวเองนะคะ ไม่สายเกินไปถ้าคิดจะเริ่มแผนนับหนึ่งด้วยการรักษาสุขภาพของตัวเอง ซึ่งหมายถึงจะไม่เป็นภาระกับตัวเองหรือใครๆ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21977</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำบุญใส่บาตร, ป้าเอง, มองมุมสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิ่งสมาธิ..ก็ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แปลกใจ!! ถึงขั้นร้อง...ว้าวๆๆ ออกมาเลยทีเดียว เมื่อมีเพื่อนมาชักชวนว่า วันวิสาขบูชาที่กำลังจะถึงในปลายเดือนนี้ ไป...วิ่งสมาธิ!! กันไหม??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อะไรกัน!?! มีด้วยหรือ และมันเป็นยังไงหนอกับวิ่งสมาธิ แล้วมันจะสร้างสมาธิได้ยังไงกับการวิ่ง เพราะเราเคยแต่ได้ยินได้ฟังว่า การทำสมาธินั้นยึดโยงอยู่กับการนิ่ง การค่อยๆ หายใจเข้า หายใจออก เป็นเรื่องของความสงบ และการฝึกใช้ชีวิตแบบ slow down&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฏว่า คนมาชวนก็อธิบายไม่ได้เหมือนกัน นอกจากบอกว่าเห็นโปสเตอร์ของ สสส. และสมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย รวมถึงภาคีเครือข่ายเชิญชวนวิ่งสมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา ในวันที่ 29 พ.ค.ศกนี้ ก็เลยอยากลองไปศึกษา หาประสบการณ์โดยตัวเองบ้าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ้า!! ไปก็ไป ถือว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ จากทำบุญใส่บาตร ฟังพระเทศน์ เป็นการวิ่งแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อให้กระจ่างว่า ทำไมเรียกว่าวิ่งสมาธินั้น จำเป็นอย่างยิ่งต้องทำการบ้านเสียก่อน แล้วจึงไปพบคำอธิบายของ อ.ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้ทรงคุณวุฒิแผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย สสส. ระบุถึงการวิ่งสมาธิว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าเราจะวิ่งในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด สิ่งสำคัญที่เราควรมีในทุกขณะของการวิ่งคือ &amp;lsquo;สมาธิและสติ&amp;rsquo; เนื่องจากเราต้องระมัดระวังทั้งรถและคน ฟังเสียงร่างกายตัวเอง รู้ทันความคิดของตัวเอง เมื่อหยุดฟังตัวเอง และใช้ใจจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำ เราจะเกิดปัญญา ความเข้าใจในกิจกรรมที่ทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.กิตติคุณ ดร.สุชาติ โสมประยูร ผู้คิดค้นการวิ่งสมาธิ ได้เชื่อมโยงสมาธิกับการวิ่งไว้ว่า การทำสมาธิเป็นกิจกรรมออกกำลังจิตเพื่อเพิ่มสมรรถภาพจิต ส่วนการวิ่งเหยาะๆ เป็นการเพิ่มสมรรถภาพให้ร่างกาย สร้างความแข็งแรงให้ทั้งกล้ามเนื้อหัวใจ ปอด และร่างกาย เมื่อการวิ่งเหยาะๆ ผนวกรวมกับสมาธิ นั่นหมายถึง การวิ่งเหยาะๆ อย่างมีสติ รู้ตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราวๆ 20 ปีก่อน ศ.กิตติคุณ ดร.สุชาติ ได้วิ่งเหยาะๆ ไปกับการภาวนา &amp;ldquo;พุท-โธ&amp;rdquo; ในระหว่างที่หายใจเข้า-ออก บูรณาการระหว่างร่างกายกับจิตใจ ซึ่งหลังจากการวิ่งแบบภาวนาประมาณ 5 เดือน ก็ค้นพบว่า 1.เกิดอาการติดวิ่งสมาธิ 2.ลดความวิตกกังวล คลายเครียด และหลับสบาย 3.ระบบต่างๆ ของร่างกายได้รับการปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น 4.แก้ไขปัญหาสุขนิสัยที่ไม่ดีของตนเองได้ง่ายขึ้น 5.ลดความเสี่ยงจากโรคและอุบัติภัยได้มากขึ้น 6.ร่างกายกระฉับกระเฉง ทะมัดทะแมง แคล่วคล่องว่องไว 7.อารมณ์สดชื่น แจ่มใส มีชีวิตชีวา และดูไม่แก่เกินวัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างทางที่วิ่ง เมื่อเรา &amp;ldquo;จดจ่อ&amp;rdquo; &amp;ldquo;มุ่งมัน&amp;rdquo; &amp;ldquo;รู้ตัว&amp;rdquo; ในทางพุทธศาสนาเรียกว่า วิริยะ นั่นคือ ความพากเพียรทำในสิ่งหนึ่งเป็นระยะเวลานาน ต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจ และจิตตะ ที่หมายถึง การไม่ละทิ้งเป้าหมายนั้น ลงมือทำด้วยใจจดจ่อ หรือมีสมาธินั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครอยากเพิ่มประสบการณ์ทำสมาธิด้วยการวิ่ง ก็ทดลองเริ่มต้นกันในวันวิสาขบูชานี้นะคะ จะได้รู้ว่า นั่งสมาธิ เดินจงกรม กับวิ่งจงกรม แตกต่างกันอย่างไรในทางปฏิบัติ แต่ในหลักการแล้วดูเหมือนเป้าหมายเดียวกันคือ เจริญสติสร้างปัญญานั่นแหละ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9164</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำบุญใส่บาตร, ป้าเอง, ฟังพระเทศน์, มองมุมสูง, วันวิสาขบูชา, ศ.กิตติคุณ ดร.สุชาติ โสมประยูร, อ.ณรงค์ เทียมเมฆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
