<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หักกมธ.ข้างมาก รัฐสภามีอำนาจ ขอทำประชามติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมรัฐสภาโหวตหัก กมธ.เสียงข้างมาก ให้รัฐสภามีอำนาจขอทำประชามติ แล้วให้ ครม.ดำเนินการ ด้าน &amp;ldquo;ส.ว.&amp;rdquo; โวยขอนับคะแนนใหม่หลังโหวตแพ้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 15.00 น. วันที่ 18 มีนาคม ในการประชุมร่วมรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาวาระสอง เรียงตามลำดับมาตรา มีทั้งหมด 67 มาตรา โดยไฮไลต์อยู่ที่มาตรา 9 ที่กำหนดให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจจัดและควบคุมดูแลการออกเสียงให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม เสรี เสมอภาค และชอบด้วยกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายเห็นด้วยกับนายชูศักดิ์ ศิรินิล กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ว่า แม้ที่ผ่านมาฝ่ายนิติบัญญัติจะทำความเห็นไปยังคณะรัฐมนตรี( ครม.) แต่อำนาจการตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำก็อยู่ที่ ครม. แต่หากใช้ร่างของนายชูศักดิ์ จะทำให้ ครม.ต้องดำเนินการตามความเห็นที่รัฐสภาส่งไป จะทำให้ความเห็นของรัฐสภาที่ต้องการให้รัฐบาลทำประชามตินั้นรัฐบาลปฏิเสธไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายเห็นแย้งกับ กมธ.ว่า ตนไม่เห็นด้วยที่จะมอบหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำประชามติ เพราะแค่ให้ กกต.ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง กกต.ก็ทำให้เกิดการซื้อเสียงกันอย่างกว้างขวาง การเลือกตั้งในแต่ละครั้งมีกฎหยุมหยิม ป้ายติดอะไร ตรงไหน ขนาดเท่าไหร่ กำหนดหมด แต่ใครซื้อเสียงตรงไหนไม่เคยรู้เลย เพราะไม่เคยออกไปดู ตั้งแต่มีการเลือกตั้งมา กกต.ที่นครสวรรค์รับแต่เงินเดือน ไม่มีการพัฒนาอะไรเลย ถ้าเรายังไปมอบหมายภารกิจสำคัญให้เขาจัดทำอีก ตนมองไม่ออกเลยว่า กกต.จะจัดให้มีการทำประชามติที่บริสุทธิ์ยุติธรรมได้อย่างไร แถมยังมีการเพิ่มถ้อยคำว่าต้องเสรีและเสมอภาคอีก กกต.จะดำเนินการอย่างไร เพราะแค่ที่ทำกันอยู่ กกต.ยังไม่เคยออกมาดูเลย มีทั้งคะแนนเขย่งและบัตรเขย่งเต็มไปหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมองว่าถ้าเราไปมอบภาระหน้าที่ให้ กกต.มากจนเกินไป ผมเกรงว่าจะเละกันไปหมด ขนาดภาคใต้ที่ผ่านมาไม่เคยมีการซื้อเสียง ท่านยังทำจนเละไปหมดเลย ผมขอถามว่า กกต.จะทำให้การทำประชามติเสมอภาคได้อย่างไร จะเอาวิธีไหนมาทำให้เสมอภาค เพราะแค่การเลือกตั้งที่สุจิรตเที่ยงธรรมท่านยังทำไม่ได้เลย&amp;rdquo; นายวีระกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้แก้ไขมาตรา 9 ตามที่นายชูศักดิ์เสนอ ด้วยมติ 273 ต่อ 267 งดออกเสียง 1 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื้อหาที่นายชูศักดิ์เสนอ คือกำหนด 5 เงื่อนไขในการทำประชามติ ได้แก่ 1.การออกเสียงที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามที่มีบทบัญญัติกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2.การออกเสียงกรณีเมื่อ ครม.เห็นว่ามีเหตุอันสมควร 3.การออกเสียงตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการออกเสียง 4.การออกเสียงในกรณีที่รัฐสภาได้พิจารณาและมีมติเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีเหตุสมควรที่จะให้มีการออกเสียงและได้ชี้แจงเรื่องให้ ครม.ดำเนินการ และ 5.การออกเสียงกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อ ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด นอกจากนั้นได้กำหนดรายละเอียดด้วยว่า ห้ามออกเสียงประชามติเรื่องที่ผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธาน กมธ. ขอพักการประชุม 10 นาที เพื่อไปดูว่ามาตรา 10 และมาตรา 11 จะทำอย่างไรให้สอดคล้องกับมาตรา 9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว. ลุกขึ้นอภิปรายขอใช้สิทธิ์นับคะแนนใหม่ ด้วยการขานคะแนน ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 58 เพราะคะแนนมีผลต่างน้อยกว่า 30 คะแนน ทำให้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านประท้วงและโต้ตอบว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเข้าสู่กระบวนการพิจารณามาตรา 10 แล้ว ทำให้มี ส.ว.โห่ประท้วงไม่พอใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก่อนที่ความขัดแย้งจะบานปลาย นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา วินิจฉัยว่าที่ประชุมเข้าสู่มาตรา 10 ไม่สามารถใช้สิทธิ์นับคะแนนใหม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายพรเพชรได้พักการประชุม 10 นาที เพื่อให้ กมธ.หารือปรับแก้เนื้อหามาตรา 10 และมาตรา 11 ให้สอดคล้องกับมาตรา 9 ที่ได้แก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้น เวลา 19.35 น. ที่ประชุมรัฐสภาได้เปิดอีกครั้งภายหลังที่พักประชุมเพื่อหารือเป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธาน กมธ. กล่าวว่า สืบเนื่องจากการลงมติของที่ประชุมในมาตรา 9 โดยเพิ่มเติมรายละเอียดตามที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล กมธ.เสียงข้างน้อยเสนอ เมื่อ กมธ.ตรวจสอบรายละเอียดพบว่ามีผลกระทบอย่างน้อย 4 มาตรา คือ มาตรา 10, มาตรา 11,&amp;nbsp; มาตรา 14 และมาตรา 15 ซึ่งระหว่างการพักประชุมก็ได้สอบถามกฤษฎีกา ได้ความว่ากฤษฎีกาขออนุญาตกลับไปทบทวนยกร่างตามกระบวนการของกฤษฎีกา ซึ่งไม่อาจแล้วเสร็จในวันนี้ได้ อีกทั้งต้องตรวจสอบหมวดอื่นๆ อีกด้วย ด้วยเหตุผลความจำเป็นนี้ ขออนุญาตให้ประธานพิจารณาเลื่อนการประชุมเป็นคราวหน้าได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม กล่าวว่า เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุมแล้ว ทำให้เราไม่สามารถประชุมได้อีก จึงมีทางคือรอพิจารณาต่อในสมัยประชุมหน้าในเดือน พ.ค. หรือจะขอเปิดให้มีพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมวิสามัญอีกครั้ง เพื่อพิจารณาเฉพาะเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ต่างไม่ติดใจที่จะให้เลื่อนการพิจารณาออกไป แต่ขอให้เปิดสมัยประชุมวิสามัญ เพราะถ้าหากรอให้เปิดสมัยประชุมทั่วไปในเดือน พ.ค. จะนานเกินไป และขอให้ประธานรัฐสภายืนยันว่าเมื่อเปิดประชุมในครั้งหน้าจะเป็นการพิจารณาในมาตรา 10 ต่อจากวันนี้ ไม่ใช่เป็นการเริ่มพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติใหม่ ซึ่งนายชวนก็รับปากว่าจะเป็นการพิจารณาต่อจากวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้อ่านพระบรมราชโองการปิดสมัยประชุมวิสามัญ และสั่งปิดการประชุมในเวลา 20.00 น..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96537</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.เสียงข้างมาก, ทำประชามติ, ประชามติ, ประชุมรัฐสภา, รัฐสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6053697b9a121.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอกฝาโลงวาระสาม ศาลชี้ร่างแก้ไขรธน.ฉีกทั้งฉบับต้องนับหนึ่งใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตอกฝาโลงหมดสิทธิ์โหวตวาระ 3 แล้ว &amp;ldquo;ศาลรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; ออกคำวินิจฉัยกลางชี้ชัด ร่างแก้ไขมาตรา&amp;nbsp; 256/1 และเพิ่มเติมหมวด 15/1 เท่ากับฉีกรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; 2560 ถือเป็นสาระสำคัญทำไม่ได้ เพราะประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนาได้ทำประชามติไปแล้ว หากจะแก้ไขต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ นักการเมืองยังเสียงแตกเดินทางไหน&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปารีณา&amp;rdquo; ชงผ่าทางตันถอนวาระในการประชุม 17 มี.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มีนาคม นายวรวิทย์ กังศศิเทียม&amp;nbsp; ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เรียกประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อหารือเป็นกรณีพิเศษจัดทำคำวินิจฉัยกลางที่&amp;nbsp; 4/2564 ในคำร้องคดีที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 260&amp;nbsp; วรรคหนึ่ง (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (1) ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีมติด้วยเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ไปเมื่อวันที่ 11&amp;nbsp; มี.ค. และได้เผยแพร่คำวินิจฉัยสรุปย่อผ่านข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ 7/2564 เพียง 4 บรรทัด ว่า &amp;ldquo;รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว&amp;nbsp; ต้องให้ประชาชนลงมติเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้ง&amp;rdquo;
คำวินิจฉัยย่อดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และตีความอย่างมาก โดยเฉพาะในการพิจารณาลงมติในวาระ 3 ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา&amp;nbsp; 256 และเพิ่มหมวด 15/1) ที่บรรจุในระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) วันพุธที่&amp;nbsp; 17 มี.ค.นี้จะดำเนินการได้หรือไม่อย่างไร
ล่าสุด ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการออกคำวินิจฉัยกลางออกมาแล้วจำนวนทั้งสิ้น 12 หน้า โดยสาระสำคัญเริ่มตั้งแต่หน้า 5 ที่ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยว่า รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ โดยพิจารณาแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดที่กำหนดรูปแบบของประเทศ องคาพยพในการบริหารกิจการบ้านเมือง และความสัมพันธ์ขององคาพยพดังกล่าว ที่สำคัญเป็นเสมือนสัญญาประชาคมที่จะยอมให้รัฐมีบทบาทในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้มากน้อยเพียงใดภายใต้เงื่อนไขอย่างใด แต่โดยที่รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่กำหนดโครงสร้างและกลไกทางการเมืองอันถือเป็นกติกาของสังคมหรือกฎเกณฑ์ในการอยู่ร่วมกันของคนในสังคมของประเทศนั้น ๆ และถือเป็นกฎหมายที่ต้องมีความยืดหยุ่นเพื่อให้คนในสังคมรุ่นใหม่สามารถจัดการกับความเปลี่ยนแปลงหรือความหลากหลายทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาได้ ดังนั้น ผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญย่อมเล็งเห็นถึงความเป็นพลวัตของรัฐธรรมนูญด้วยการกำหนดให้มีบทบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นเอง โดยการกำหนดให้มีองค์กรผู้มีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เพียงแต่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องไม่มีลักษณะอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ หรือต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560&amp;nbsp; มีหลักการสำคัญ กระบวนการจัดทำ และการประกาศใช้บังคับปรากฏในคำปรารภ ส่วนบทบัญญัติเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในหมวด 15 ในมาตรา 255 และ 256 ซึ่งบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญข้างต้นเป็นการกำหนดการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไว้เป็น 2 ระดับ 3 ลักษณะ คือ ระดับที่ 1 สำคัญมากจะกำหนดให้การแก้ไขเป็นไปได้ยากมาก และระดับที่ 2 ไม่มีผลกระทบต่อรูปแบบของรัฐหรือโครงสร้างทางการเมืองมากนัก จะกำหนดให้แก้ไขได้ในระดับที่ยากกว่าปกติ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายเป็นสำคัญ
แจงยิบหลักแก้ไข รธน.
ส่วน 3 ลักษณะนั้น ลักษณะที่ 1 ห้ามแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ ลักษณะที่ 2 การแก้ไขเพิ่มเติมในเรื่องต่อไปนี้ 1)&amp;nbsp; หมวด 1 บททั่วไป 2) หมวด 2 พระมหากษัตริย์ 3) หมวด&amp;nbsp; 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 4) เรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ&amp;nbsp; ตามรัฐธรรมนูญ และ 5) เรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของศาลหรือองค์กรอิสระ หรือเรื่องที่ทำให้ศาลหรือองค์กรอิสระไม่อาจปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจได้ โดยให้รัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่คณะรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคน เป็นผู้เสนอ แล้วต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติด้วย และลักษณะที่ 3 การแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติอื่นใดต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกของทั้งสองสภา ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองที่สมาชิกไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี&amp;nbsp; ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน และต้องมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา
ดังนั้น หลักการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกำหนดข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 255 มิให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยเด็ดขาด ส่วนหลักเกณฑ์และวิธีการในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต้องเป็นไปตามมาตรา 256 (1)&amp;nbsp; ถึง (9) และการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสามารถกระทำได้โดยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา 156 (15) โดยกำหนดให้รัฐสภาประชุมร่วมกันเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ซึ่งต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนดโดยเคร่งครัดว่ากรณีใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้โดยเด็ดขาด ดังเช่นที่บัญญัติไว้ในมาตรา 255 หรือกรณีใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ หากแต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนดโดยการจัดให้มีการออกเสียงประชามติตามมาตรา 256 (8)
การที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...)&amp;nbsp; พุทธศักราช...ทั้งสองฉบับต่อที่ประชุมร่วมกันรัฐสภาตามมาตรา 256 ซึ่งมีหลักการและเหตุผลให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น&amp;nbsp; โดยมีเนื้อหาสาระในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้มีหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และมาตรา&amp;nbsp; 256/1 ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ทำหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามหมวดนี้นั้น เห็นว่า การที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 156 (15) บัญญัติให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกระทำโดยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามุ่งประสงค์ให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นการใช้อำนาจของรัฐสภาโดยเฉพาะ อย่างไรก็ดีรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้กระบวนการใช้อำนาจนิติบัญญัติของรัฐสภาในกรณีดังกล่าวมีหลักเกณฑ์และวิธีการซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากการทำหน้าที่ในกระบวนนิติบัญญัติทั่วไป โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญและรักษาความต่อเนื่องของรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ กล่าวได้ว่าแม้รัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หากแต่เป็นอำนาจที่ได้รับมอบมาซึ่งถูกจำกัดทั้งรูปแบบกระบวนการ และเนื้อหา รัฐสภาจึงต้องทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบอย่างเคร่งครัด โดยไม่อาจกระทำนอกขอบของหน้าที่และอำนาจที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ได้ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจึงต้องอยู่ในเงื่อนไขที่มีความผูกพันกับรัฐธรรมนูญฉบับเดิม ยึดโยงกับหลักการพื้นฐานและให้เหมาะสมและสอดคล้องกับมติมหาชน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 15 เพียงบัญญัติให้สามารถแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้เท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติให้จัดทำขึ้นใหม่ทั้งฉบับ
ฉีกรัฐธรรมนูญ 2560
&amp;ldquo;การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยวิธีการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้มีหมวด 15/1 ย่อมมีผลเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช&amp;nbsp; 2560 อันเป็นการแก้ไขหลักการสำคัญที่ผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิมต้องการปกป้องคุ้มครองไว้ หากรัฐสภาต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียก่อนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าผลการออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วย จึงดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป เมื่อเสร็จแล้วต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติว่าเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นการให้ประชาชนพิจารณาเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วจึงนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว จึงนำประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยต่อไป อันเป็นกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญตามครรลองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;rdquo;
คำวินิจฉัยกลางสรุปว่า อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงวินิจฉัยว่า รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตลอดทั้งวันก็มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวอย่างมาก โดยนายวิษณุ? เครืองาม? รองนายกรัฐมนตรี? ให้สัมภาษณ์ว่า &amp;quot;ขอให้รอคำวินิจฉัยกลางจะดีที่สุด ขอให้เชื่อเถอะ ว่าขอให้อดใจ อย่ามัวมาเถียงกัน? ทะเลาะกัน ขอให้รอฟังคำวินิจฉัยกลางเสียก่อน ซึ่งจะมีความชัดเจน ซึ่งเขาก็นั่งฟังกันอยู่ว่าที่ออกมา 4 บรรทัด แล้วทุกคนเถียงกันทั้งบ้านทั้งเมือง เขาก็ต้องตอบออกมาให้ได้ว่าความชัดเจนนั้นคืออะไร ต้องรอฟังอย่าไปเถียงกันอยู่เลย&amp;quot;
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงจุดยืนของพรรค&amp;nbsp; พปชร.ในการประชุมวาระ 3 ว่า &amp;quot;ไม่รู้จะแสดงจุดยืนอย่างไร จะไปรู้ได้อย่างไร เป็นเรื่องของสภา ต้องไปถามสมาชิกพรรค พปชร.ทุกคน ซึ่งส่วนตัวไม่มีความคิดเรื่องนี้ ให้เป็นไปตามที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องการ คือถ้าสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องให้มีการทำประชามติก่อน แต่ถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับก็ไม่เป็นไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวยืนยันว่า การประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 17-18 มี.ค. ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม จึงยังเดินหน้าลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า นายชวนนัดประชุมคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย ได้แก่ วุฒิสภา ฝ่ายค้าน และฝ่ายร่วมรัฐบาลในวันที่ 16 มีนาคม เวลา 10.00 น. เนื่องจากกระแสความเห็นที่แตกต่างในคำวินิจฉัยของศาล โดยเชื่อว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะเร่งทำคำวินิจฉัยกลางออกมาให้ได้ก่อนวันที่ 17 มี.ค.
&amp;#39;เอ๋&amp;#39; ชงถอนวาระ
ขณะที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร.ยื่นหนังสือถึงนายชวนผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ถอนวาระการพิจารณาลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ออกจากการประชุมในวันที่ 17 มี.ค. โดย น.ส.ปารีณาระบุว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุชัดเจนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างใหม่ทั้งฉบับ ต้องผ่านการทำประชามติจากประชาชนก่อน ดังนั้นที่ประชุมรัฐสภาควรปฏิบัติตามคำวินิจฉัยศาล ถ้าเดินหน้าพิจารณาต่อจะมีปัญหาแน่ โดยจะไปร้องต่อ ป.ป.ช.เอาผิดกับสมาชิกรัฐสภาที่ลงมติวาระ 3 ทำผิดกฎหมายและจริยธรรม
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา กล่าวว่า ในวันที่ 17 มี.ค.จะเกิดการถกเถียงในที่ประชุมรัฐสภาเป็นอย่างมาก รวมไปถึงประเด็นว่าจะลงมติวาระ 3 หรือไม่ด้วย เพราะได้รับข้อมูลมาทั้ง 2 ฝ่าย และมีความเป็นไปได้ที่อาจเลื่อนการพิจารณาออกไป เพราะกฎหมายเปิดช่องไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ) กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้&amp;nbsp; ส.ว.ในฐานะสมาชิกรัฐสภาได้ติดตามคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญที่จะออกมา เพื่อประกอบการพิจารณาในการตัดสินใจต่อไป ส่วนการลงมติอย่างไรเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกที่จะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและใช้วิจารณญาณด้วยตัวของตัวเอง โดยปราศจากการครอบงำของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาภายหลังมีการเผยแพร่คำวินิจฉัยกลาง นายคำนูณให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า คำวินิจฉัยกลางมีความชัดเจนมาก โดยเฉพาะ 3 ย่อหน้าสุดท้าย ศาล รธน.บอกว่าหมวด 15 ของ รธน. 2560 ให้อำนาจแค่แก้ไขเพิ่มเติม ไม่ได้ต้องการให้แก้ไขทั้งฉบับ แต่การที่รัฐสภามีการแก้ไขมาตรา 256 และนำมาสู่การงอกหมวด 15/1 ใหม่ ในวาระ&amp;nbsp; 1-2 เป็นการนำไปสู่จัดทำ รธน.ใหม่ทั้งฉบับ ย่อมเป็นการยกเลิก รธน.ฉบับ 2560 ซึ่งหากรัฐสภาต้องทำเช่นนี้ จำเป็นต้องถามประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนา รธน.ก่อน ในขั้นตอนประชามติว่าเห็นควรให้จัดทำ รธน.ใหม่หรือไม่ ส่วนตัวจึงเห็นว่าการลงมติในวาระ 3 จึงไม่สามารถกระทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า วันที่ 16 มี.ค.พรรคนัดประชุม ส.ส.ของพรรคเพื่อหารือถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ&amp;nbsp; 3 ที่รัฐสภานัดลงมติวันที่ 17 มี.ค.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญควรทำความชัดเจนก่อนสภาลงมติในวาระ 3 น่าจะเป็นทางเดินที่ดีที่สุดเพื่อลดปัญหา ขณะที่ผู้มีอำนาจในปัจจุบันต้องยึดมั่นในสิ่งที่แถลงนโยบายกับสภาเหมือนผู้นำในต่างประเทศเขาทำกัน โดยอยากเห็นไม่ใช่แค่พรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคเดินหน้าตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp; แสดงท่าทีที่จริงจัง เพราะต้องไม่ลืมว่าทุกครั้งที่การจัดทำรัฐธรรมนูญมีเหตุต้องสะดุดหยุดลง ล้วนมาจากการกระทำของฝ่ายรัฐบาลทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; (พท.) กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยืนยันจะเดินหน้าโหวตการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่แก้ทั้งฉบับ จึงไม่ต้องทำประชามติก่อนแก้ไข หากผ่านวาระ 3 ค่อยไปทำประชามติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า อยากเห็นทุกพรรคการเมืองไม่ว่าเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ทำหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างที่ได้รับปากกับประชาชน โดยอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เรื่องวาระ 3 นั้นต้องโหวตอยู่แล้ว เป็นเรื่องของสภา ยืนยันว่าต้องโหวตวาระ 3 แต่มีความกังวลใจอย่างยิ่งถ้าการโหวตรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน เราไม่เห็นว่าจะมีกฎกติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับ เพื่อจะหาทางออกจากความขัดแย้งทางการเมืองให้ทุกคนได้อย่างไร และกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกผลักออกไป ก็จะทำให้ประชาชนมีความรู้สึกเดือดดาล ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างสันติในสภาเป็นไปไม่ได้ เราจะติดตามดูท่าทีของรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลในสภาว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96167</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยกลาง, ทำประชามติ, ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนาได้ทำประชามติไปแล้ว, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ, โหวตวาระ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f6a8343cae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรธน.นัดถกด่วน เคาะคำวินิจฉัยกลางก่อน17มี.ค./พปชร.-ปชป.หารือท่าที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จับตา! ตุลาการศาล รธน.นัดประชุมด่วนจันทร์นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขียนคำวินิจฉัยกลางหวังให้ทันก่อนรัฐสภาโหวตวาระสาม 17 มี.ค. แต่จะไม่เขียนว่าทำประชามติหลังโหวตวาระสามได้หรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;กุนซือชวน&amp;quot; ยืนยันเดินหน้าโหวตแก้ไข รธน.วาระ 3 &amp;quot;พปชร.-ปชป.&amp;quot; รอประชุมพรรค 16 มี.ค.นี้ก่อนแสดงจุดยืน แต่ ภท.ย้ำเดินหน้าโหวตวาระ 3 โฆษกเพื่อไทยจวก ส.ว.- ส.ส.รัฐบาลสมคบคิดไม่แก้รธน. ขู่ปลุก ปชช.ให้ตื่นรู้ คนเดือนพฤษภา 35 อัดรัฐบาลหมดความชอบธรรม เตือน &amp;quot;3 ป.&amp;quot; อย่าประมาท ปชช. จะซ้ำรอยเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม แหล่งข่าวจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรายหนึ่งในคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน เปิดเผยว่า นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ประชุมด่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดในวันจันทร์ที่ 15 มี.ค.นี้ ตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อร่วมหารือเป็นกรณีพิเศษ ในการจัดทำคำวินิจฉัยกลางในคำร้องคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ทางศาลรัฐธรรมนูญมีมติด้วยเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ที่ออกมาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. แหล่งข่าวจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเปิดเผยว่า เบื้องต้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคุยกันนอกรอบหลายคน ยอมรับว่าแปลกใจและคาดไม่ถึง ที่หลังมีคำวินิจฉัยออกมาแล้วมีความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ทั้งส.ส., ส.ว., นักวิชาการ, นักกฎหมาย ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มติศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวด้วยความเห็นที่แตกต่างกันมาก ทำให้ เบื้องต้นตุลาการคุยกันว่าจะทำคำวินิจฉัยกลางออกมาให้เร็วที่สุด ภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อนำไปเผยแพร่โดยเร่งด่วน โดยหากเป็นไปได้ ก็จะพยายามเร่งทำออกมาให้ทันก่อนการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 17 มี.ค.นี้ ที่รัฐสภาจะมีการพิจารณาโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสาม เพื่อจะได้พอเป็นแนวทางให้สมาชิกรัฐสภาได้ศึกษาก่อนการพิจารณาดำเนินการใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มติดังกล่าวน่าจะมีความชัดเจนเพียงพอแล้ว แต่เมื่อยังมีความเห็นที่ไม่ตรงกันอยู่ของบุคคลหลายฝ่าย การประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันจันทร์นี้ ที่ประชุมก็จะนำคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละคน โดยเฉพาะเสียงข้างมาก 8 เสียงมาวางแนวเขียนคำวินิจฉัยกลางออกมา ซึ่งยอมรับว่าใน 8 เสียงเอง ก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องรายละเอียดกันอยู่ แต่วงประชุมเราจะคุยกันให้สะเด็ดน้ำ แล้วเร่งเขียนคำวินิจฉัยกลางออกมาโดยเร็ว&amp;quot; ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวผู้นี้กล่าวอีกว่า คำวินิจฉัยกลางที่จะออกมา เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ที่จะไม่มีการระบุว่าการทำประชามติต้องทำในช่วงก่อนรัฐสภาจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรก หรือให้ทำหลังรัฐสภาผ่านวาระสามไปแล้วถึงค่อยไปทำประชามติ เพราะการวินิจฉัยคำร้องคดีดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยในประเด็นเรื่องอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นญัตติตามที่สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อกันมาเท่านั้น ศาลจึงวินิจฉัยตอบไปว่า รัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องทำประชามติถามประชาชนก่อน แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ไม่มีปัญหาข้อถกเถียงกัน ก็มีความเป็นไปได้ ที่ตุลาการศาล รธน.อาจจะพยายามเขียนคำวินิจฉัยกลางออกมาเพื่อให้รู้เป็นแนวว่าการทำประชามติ ควรทำช่วงไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องยอมรับว่ากระบวนการที่รัฐสภาทำตอนนี้ว่าไปแล้วมันไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการทำสองขยัก คือแก้ 256 ด้วย และให้ทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย ซึ่งหากจะนำร่างที่รัฐสภาทำอยู่ไปถามหลังผ่านวาระสาม มันคือการทำไปก่อนแล้วถึงค่อยไปถามประชาชนทีหลัง พูดกันตรงๆ เหมือนศรีธนญชัย เพราะมันไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการแก้ 256 เพื่อให้ไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มายกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งมันไม่ใช่การแก้เล็กน้อย แต่มันคือการร่างใหม่เลย ยกตัวอย่างไปเขียนไว้หมดแล้วว่า ส.ส.ร.ให้มาจากไหน คือไปทำเสร็จมาก่อนแล้วค่อยไปถามประชาชนทีหลัง แบบนี้มันใช่การแก้ไขรายมาตราหรือไม่ เพราะมันคือการแก้เพื่อร่างใหม่ทั้งฉบับ&amp;quot; แหล่งข่าวตุลาการศาลรธน.รายหนึ่งระบุ
&amp;quot;ชวน&amp;quot;เดินหน้าโหวตวาระ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า มติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 8 ต่อ 1 ในคำร้องคดีดังกล่าว พบว่า 1 เสียงที่เป็นเสียงข้างน้อยคือนายจิรนิติ หะวานนท์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มาจากอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา แม้จะเป็นตุลาการเสียงข้างน้อย แต่เป็นเสียงข้างน้อยที่ลงมติว่า ไม่สามารถแก้ไขมาตรา 256 ได้ เพราะมาตรา 256 เป็นบทบัญญัติเพื่อให้แก้ไข รธน.รายมาตราเท่านั้น ไม่ใช่มาแก้ไขเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ จึงลงมติว่าไม่สามารถแก้มาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การร่าง รธน.ฉบับใหม่ทั้งฉบับใหม่ได้ ให้ทำได้แค่แก้รายมาตราเท่านั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา จะไม่นัดประชุมคณะกรรมการ 3 ฝ่ายคือวุฒิสภา ตัวแทน ส.ส.ฝ่ายค้านและตัวแทน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เพื่อตกลงถึงกรอบการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 17 มี.ค.นี้ เพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ....แล้ว เนื่องจากนายชวนเคยให้สัมภาษณ์แล้วว่าจะเดินหน้าพิจารณาไปตามระเบียบวาระที่กำหนดไว้ ดังนั้นในวันที่ 17 มี.ค. ตามวาระคือการลงมติวาระสามว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญมาตรา 256 กำหนดไว้ส่วนกรณีที่จะมีผู้ที่ยกประเด็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหารือนั้นเป็นสิทธิที่ทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในความเห็นของคณะทำงานพิจารณาด้านกฎหมายของประธานรัฐสภานั้น ได้ทำความเห็นและสรุปว่าการลงมติของรัฐสภาในวาระสามนั้นสามารถทำได้ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้คือการแก้ไขเพิ่มเติม ไม่ใช่เป็นกรณีที่ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าต้องนำไปทำประชามติถามประชาชนก่อน ดังนั้นตามขั้นตอนปฏิบัติของรัฐสภาต้องยึดตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด หากรัฐสภาไม่ลงมติตามขั้นตอนจะมีผู้ยื่นฟ้องร้องได้ ส่วนการลงมติของรัฐสภาจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่ดุลยพินิจของแต่ละบุคคล&amp;quot; นพ.สุกิจกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีสมาชิกรัฐสภาเสนอให้ชะลอการลงมติวาระสามเพื่อรอคำวินิจฉัยกลางของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น นพ.สุกิจ กล่าวว่า ในหลักการสามารถเสนอได้ แต่การปฏิบัตินั้นต้องยึดรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าหลังจากผ่านวาระสองแล้วต้องทิ้งไว้ 15 วัน จากนั้นจึงลงมติวาระสาม และแม้จะครบ 15 วันในวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่การนัดประชุมวันที่ 17-18 มี.ค.นั้น เพราะเป็นความเห็นจากที่ประชุมร่วม 3 ฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส? พรหม?เผ่า? รมช.?เกษตร?และ?สหกรณ์? ในฐานะรองหัวหน้า?พรรค?พลัง?ประชา?รัฐ ?(พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลประกาศจุดยืน?ลงมติในวาระ 3 ในร่างแก้ไข รธน.ว่า? ส่วนตัวไม่มีความคิด?เห็นในเรื่องนี้? เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาลเป็นคนดูแล? เราจะไม่ก้าวก่ายการ?ทำงานซึ่งกันและกัน? ในส่วนของพรรค พปชร.? จะมีการประชุมในวันอังคารที่ 16 มี.ค.2564 ณ ที่ทำการพรรค? ที่ประชุมเห็นว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น? และอย่ามองไปไกลว่าเป็นประเด็นความขัดแย้งรอบใหม่ของพรรคร่วมรัฐบาล
ยันรัฐบาลหนุนแก้ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ตีความกฎหมายเข้าข้างตัวเองเพื่อการสืบทอดอำนาจว่า นายวิษณุไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณใดๆไปยังใครให้คว่ำญัตติแก้ไข รธน.วาระ 3 แต่เป็นการตอบคำถามสื่อในเรื่องที่เป็นไปได้เท่านั้น การแก้ไข รธน.เป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาอยู่แล้ว หมอชลน่านก็เป็น ส.ส. จึงไม่ต้องกังวล ขอย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลบอกแล้วว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และพร้อมจะสนับสนุนในเรื่องต่างๆ และงบประมาณการทำประชามติ นายกฯ ไม่เคยสั่งการใดๆ พรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้วในเรื่องของการแก้ไข รธน. เพราะถือเป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลจะพิจารณากันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า พล.อ.ประยุทธ์สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีการยื้อเวลาอะไร หรือต้องการสืบทอดอำนาจอะไร เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แต่การแก้ไข รธน.ควรเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุหากสมาชิกรัฐสภาใดโหวตรับแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 จะร้อง ป.ป.ช.เอาผิดทันที ว่าเป็นพฤติกรรมที่น่าเอือมระอาอย่างยิ่ง เพราะนายศรีสุวรรณทำตัวเป็นนักร้อง ร้องไปทั่วอยากเตือนว่าก่อนจะขู่ใคร ให้ระมัดระวังตัวเองดีกว่า เพราะขาข้างหนึ่งอาจไปอยู่ในคุกแล้ว เนื่องจากกำลังทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ที่บัญญัติว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใดๆ สิ่งที่นายศรีสุวรรณกำลังทำอยู่ถือเป็นการข่มขู่คุกคามฝ่ายนิติบัญญัติ อย่าลืมว่า ส.ส.และ ส.ว.ทุกคนมีสิทธิ์ในการโหวตรับร่างกฎหมายหรือไม่ อย่างเป็นอิสระ การระบุว่าจะดำเนินคดีเช่นนี้เสมือนเป็นการข่มขู่ ส.ส.และส.ว. ทำให้ขาดความอิสระในการตัดสินใจลงมติหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภราดร ปริศนานันทกุล&amp;nbsp; ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเคารพและพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีเจตนารมณ์ในการที่จะแก้ไข รธน.โดยการตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่าง&amp;nbsp; ดังนั้นกระบวนการใดที่จะฉุดรั้งการแก้ รธน.ให้ยุติลง ทางพรรคภูมิใจไทยขอปฏิเสธทุกแนวทาง และพร้อมเดินหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีการตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่&amp;nbsp; ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยว่าต้องทำประชามติ หลังการพิจารณาวาระ 3 ก่อนที่จะมี ส.ส.ร. วันนี้นายชวนได้บรรจุระเบียบวาระและนัดประชุมแล้ว จึงต้องเดินหน้าต่อไป เป็นอื่นไม่ได้
&amp;quot;เทพไท&amp;quot;ยุ ปชป.ถอนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. กล่าวว่า ถ้าหากพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีเอกภาพในการลงมติในวาระ 3 ก็ถือว่าเป็นการเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า เป็นการหลอกลวงและหักหลังประชาชน รวมถึงหักหลังพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองด้วย ทั้งที่ญัตติการแก้ไข รธน. เป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ถ้าญัตตินี้ถูกตีตกไป พรรคร่วมรัฐบาลก็จะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองร่วมกัน โดยเฉพาะ ปชป. ในฐานะที่ชูประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็น 1 ใน 3 เงื่อนไขหลักของการเข้าร่วมรัฐบาล ก็จะต้องทบทวนเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า สำนักโฆษกพรรค ปชป.ไม่ได้เปิดห้องแถลงข่าวให้ทำการแถลงเหมือนทุกครั้ง นายเทพไทจึงแถลงถึงจุดยืนพรรคที่ลานพระแม่ธรณีฯ กับสื่อมวลชนแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรค ปชป. กล่าวตอบโต้นายเทพไทว่า พรรค ปชป.ยังไม่มีมติใดที่ชัดเจนตามที่นายเทพไทระบุ เพราะต้องรอหารือ ส.ส.ของพรรคในวันที่ 16 มีนาคม เวลา 14.00 น.อีกครั้ง ส่วนที่นายเทพไทระบุว่าหากพรรคพปชร.ลงมติไม่เห็นชอบ ปชป.ต้องพิจารณาถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลนั้น ถือเป็นคนละเรื่อง เนื่องจากการลงมติใดๆ ต่อการแก้ไขรธน.วาระ 3 นั้น ต้องคำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลร่วมด้วย นายจุรินทร์ระบุว่าสนับสนุนการแก้ไข รธน. แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่ศาลมีคำวินิจฉัย เมื่อมีคำวินิจฉัยศาลแล้วจำเป็นที่ต้องนำเนื้อหาพิจารณาก่อนตัดสินในทิศทางการลงมติวาระ 3 ในส่วนของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป. เปิดเผยว่า นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.พรรค ได้นัดประชุม ส.ส. ในวันที่ 16 มี.ค. เวลา 13.00 น. เพื่อพิจารณาเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ ในเรื่องการลงมติวาระ 3 ในญัตติแก้ไข รธน. ส่วนของพรรคมีความชัดเจนในเรื่องการแก้ไข รธน.มาตั้งแต่ต้น ไม่มีความกังวลในส่วนของการลงมติในวาระที่ 3 พรรคได้มีมติไปแล้วว่าเห็นด้วยกับร่างแก้ไข รธน. ส่วนในการประชุมร่วมรัฐสภา หากมีการลงมติพร้อมเดินหน้าตามหลักการที่ได้เคยประกาศไว้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวว่า พบคำวินิจฉัยส่วนตนของนายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีรายละเอียดว่าด้วยการโอนอำนาจให้กับ ส.ส.ร. จัดทำ รธน.ทั้งฉบับที่ระบุว่าไม่สามารถทำได้ เชื่อว่าในคำวินิจฉัยกลางของตุลาการจะมีประเด็นที่เป็นรายละเอียด ดังนั้นการลงมติวาระ 3 ควรรอไปก่อนจะมีคำวินิจฉัยกลางเผยแพร่ เพราะการลงมติในวาระ 3 จะเป็นไปตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญมาตรา 256 กำหนด ทั้งนี้ ส.ว.ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจลงมติตามเหตุและผล รวมถึงพิจารณาจากคำวินิจฉัยของศาลที่ชัดเจนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขอให้พรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว.คำนึงถึงการเดินหน้าประเทศ ซึ่งมีรธน.เป็นเหมือนกุญแจดอกสำคัญ แต่การที่มี ส.ว.และ ส.ส.บางคนออกมาข่มขู่ว่าถ้ามีการโหวตรับร่าง จะประท้วงและยื่นเรื่องตีความว่าขัดคำสั่งศาล สะท้อนว่าทั้ง ส.ว.และ ส.ส.รัฐบาลมีการสมคบคิดและพยายามไม่ให้เกิดการแก้ไข รธน.ปี 60 ทั้งที่เป็นต้นเหตุของปัญหาบ้านเมืองมากมาย แต่กลับเอาผลประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง เมินเฉยความต้องการของประชาชนที่ต้องการหลุดพ้นออกจากกับดักประเทศนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการลงประชามติเพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชน ก็สามารถทำได้ หลังผ่านวาระ 3 ถ้า ส.ว.และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลยังเดินเกมนิ่งเฉยต่ออำนาจประชาชน พรรคเพื่อไทยจะทำหน้าที่ให้เห็นว่าอำนาจที่แท้จริงของประชาชนเป็นอย่างไร ด้วยการร่วมสร้างกระบวนการรับรู้และตื่นรู้ในภาคประชาชนเรื่องรัฐธรรมนูญให้มากขึ้น
เตือนขัดแย้งรอบใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การดาหน้าออกมาตั้งป้อมเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ไม่ยอมให้แก้ถือเป็นตราบาปและมหาวิกฤติศรัทธา ประชาชนจึงหันไปถามพรรคร่วมรัฐบาลว่า จะร่วมกันพายเรือให้ พล.อ.ประยุทธ์นั่งไปอีกนานแค่ไหน หาก พล.อ.ประยุทธ์ประเมินว่าการเคลื่อนไหวของการเมืองภาคประชาชน โดยเยาวชนคนรุ่นใหม่อ่อนกำลังลง จะยื้อการแก้ไข รธน.ออกไปนานแค่ไหนก็ได้ อาจคิดผิด สถานการณ์มีสิทธิ์พลิกผันจากปัจจัยที่รัฐบาลเบี้ยวแก้ไข รธน. กลายเป็นการเผชิญหน้าและความขัดแย้งรอบใหม่ที่ถูกยกระดับขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย &amp;ldquo;คนเดือนพฤษภา 2535 สภาที่ 3&amp;rdquo; ได้จัดเสวนาเรื่อง &amp;quot;จาก รสช. คปค.คมช.ถึง 3 ป. มรดกรัฐประหารที่ตกค้างในแผ่นดินไทย&amp;rdquo; นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า วันนี้บ้านเมืองเราที่ผ่านการรัฐประหารจาก คสช. และมาสู่ความเลวร้ายและล้มเหลวในทุกด้าน รัฐบาลนี้ไม่มีความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศต่อไป เกิดจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์และพวก ถือปืนเข้ามายึดอำนาจ ประเทศยังไม่เกิดความสามัคคีปรองดอง และทำตรงข้ามโกหกหลอกลวงและสร้างความแตกแยก ทุจริตต่อหน้าที่ ไม่มีอะไรเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้ต่อไป แม้แต่องค์กรอิสระอยากเรียกร้องให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าสลายความเป็นสีเสื้อแล้วมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวในนามประชาชนคนไทย ลุกขึ้นมาร่วมกันแสดงพลังให้ พล.อ.ประยุทธ์และคณะได้คืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็วหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.เชื่อว่า รัฐธรรมนูญ 60 ไม่มีทางแก้ไขได้ เพราะเป็นกลไกเดียวที่สามารถต่ออายุของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ได้ ในการลงมติวาระ 3 เชื่อว่า ส.ว.จะลงมติเห็นชอบไม่ถึง 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง ตามเงื่อนไขที่ รธน.กำหนดไว้ ดังนั้นคนที่ต้องรับผิดชอบคือ พล.อ.ประยุทธ์ อย่าอ้างว่า ส.ว.มีอิสระ ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งมา ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องแสดงท่าทีให้ชัดเจนต่อการเดินหน้าแก้ไข รธน. มีทางเดียวที่จะทำสำเร็จได้คือ สามัคคีประชาชน เอา พล.อ.ประยุทธ์ออกไป ถึงจะแก้รัฐธรรมนูญ และแก้ปัญหาประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และอดีตเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ปี 2535 กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่ารัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และต้องให้ประชาชนทำประชามติ ตอนนี้ยังไม่มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพียงแค่เป็นการแก้ไขมาตรา 256 คือการออกแบบกระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการร่างฉบับใหม่ยังไม่เกิด และจะเกิดขึ้นได้เมื่อวาระสามผ่านและหลังจากประชามติ ดังนั้นรัฐสภาอย่าตัดสินใจแทนประชาชน อย่าอ้างเหตุผลเพราะมีธงคว่ำรัฐธรรมนูญ การลงมติในวาระ 3 เป็นโอกาสของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้ง แตกแยกรุนแรงในประเทศไทย ที่ลุกลามถึงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวเตือน พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย หรือกลุ่ม 3 ป. อย่าละเลยกระแสการแก้ไข รธน.และมีศาลรัฐธรรมนูญมากำกับ รวมถึงประมาทพลังประชาชน เพราะอาจเกิดเหตุการณ์เหมือนประเทศเมียนมาได้ เพราะทหารประมาทประชาชน หากประชาชนที่มีข้อเรียกร้องแก้ รธน. และให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ถอนประเด็นที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ออก จะเหลือความเห็นที่ตรงกัน สิ่งที่จะทำให้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ไม่ได้ ประชาชนต้องกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ และ 2 เรื่องคือปฏิรูปตำรวจและปฏิรูปการศึกษา.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96063</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยกลาง, ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, ทำประชามติ, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e18778ca87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิษณุชงนับหนึ่งใหม่ คว่ำร่างรธน.ที่ค้างสภา/‘ชวน’ย้ำลุยโหวตวาระ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตีความคำวินิจฉัยไปคนละทาง! นายกฯ เคารพศาล ถ้าทำประชามติพร้อมจัดหางบฯ ให้ &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ชี้ช่องสภาวาระ 3 โหวตคว่ำเป็นวิธีดีสุด แล้วเริ่มต้นใหม่ แต่เชื่อสมาชิกจะงดออกเสียง &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; อ้างบรรจุวาระแล้วพร้อมเดินหน้าโหวตวาระ 3 ยันยึดคำวินิจฉัย &amp;quot;พรรคร่วมฝ่ายค้าน&amp;quot; โหนคำวินิจฉัยลุยโหวตแก้ รธน.วาระ 3 ได้ ชี้ต้องทำประชามติก่อนทูลเกล้าฯ ถวาย &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; ขู่&amp;nbsp; ปชช.จะหาทางออกนอก รธน. &amp;quot;ส.ว.สมชาย-คำนูณ&amp;quot; เตือนโหวตวาระ 3 ถูกดำเนินคดี-โดนร้องศาลอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้รัฐสภามีอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ต้องทำประชามติสอบถามความคิดเห็นประชาชนก่อน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ก็เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนไม่มีความเห็นอะไร เป็นเรื่องของรัฐสภา ถ้าเขาจำเป็นต้องดำเนินการตามนั้น ตนก็จะหางบประมาณให้ แค่นั้นเอง&amp;nbsp; และการทำประชามติก็เป็นเรื่องของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะเป็นปัญหาหรือไม่ เพราะเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายกฯ กล่าวว่า เมื่อเช้าตนก็เห็นสมาชิกพรรคที่ว่าออกมาแถลงแสดงความคิดเห็นแล้ว ซึ่งเขาไม่กังวล ถ้าไม่เป็นกังวลแล้วตนจะกังวลทำไม ก็เป็นไปตามที่ศาลมีคำวินิจฉัยออกมา ก็เป็นเรื่องที่ว่าจะไปทำอย่างไรต่อไปเท่านั้นเอง ก็ขอร้องอย่าเอาประเด็นเรื่องนี้เป็นความขัดแย้งกันอีกเลย เรื่องรัฐธรรมนูญขัดแย้งกันมาหลายรอบแล้ว ซึ่งรัฐบาลยินดีที่จะให้มีการแก้ไขอย่างไร แต่ให้ไปว่าครบถ้วนกระบวนความ ไม่อยากให้เป็นความขัดแย้ง จะทำให้ประเทศเราไปสู่ความขัดแย้งในหลายๆ เรื่องพร้อมๆ กัน คงไม่เหมาะสมในเวลานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องโควิดก็แย่อยู่แล้ว สถานการณ์การเมืองก็เอาเข้าไปอีก เศรษฐกิจก็เอาเข้าไปอีก แล้วประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจะอยู่กันอย่างไร ก็ต้องเห็นใจคนอื่นเขาบ้าง เราต้องนึกถึงคนทุกคน แน่นอนว่าคนทั้ง 66 ล้านคนคิดไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ส่วนที่จะแก้หรือแก้แบบไหน ไปหาวิธีกันมา เพราะผมมีหน้าที่เป็นฝ่ายบริหาร ผมก็สนับสนุน อาจจะมีการแก้ไขจริงๆ ก็แก้ไขกันไป แต่ก็ต้องเคารพกระบวนการยุติธรรมเขาด้วย ศาลไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร เพราะเขาพิจารณาตามกระบวนการ ตามหลักการข้อกฎหมาย ขอให้ระมัดระวังด้วยเมื่อไปกล่าวถึง อย่าไปก้าวล่วงถึง ซึ่งผมก็ไม่ไปก้าวล่วงถึง เพราะผมก็เคารพศาล&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ รัฐสภาสามารถเดินหน้าโหวตวาระ 3 ต่อไปได้หรือไม่ ว่าเป็นเรื่องของสภา สภาจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ โดยวาระหนึ่งวาระสองไม่ได้มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่วาระสาม จะลงมติได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าสภาเห็นว่าไม่ควรจะโหวตก็ไม่โหวต ก็เลิกไปเฉยๆ เพราะมีปัญหาข้อกฎหมายอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าสภาเห็นว่าไม่เป็นไรโหวตไป สุดท้ายถ้าให้ทำประชามติก่อนเดี๋ยวคิดกันก็สามารถทำอย่างนั้นได้
คว่ำวาระ 3 เริ่มต้นใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ความเสี่ยงก็จะมี เพราะคำวินิจฉัยออกมาอย่างนี้แล้วก็มีอีกฝ่ายที่ไม่ค่อยจะเห็นด้วยในการโหวตวาระสามอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นซีกของ ส.ว.และ ส.ส. ก็อาจมีความเป็นไปได้เมื่อโหวตวาระสาม 1.อาจจะไม่มีคนมาประชุม 2.มาแต่งดออกเสียงเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดี หรือ 3.ลงมติไม่เห็นชอบหรือคว่ำเสียให้มันตกไปให้จบเรื่อง แล้วค่อยไปเริ่มต้นกันใหม่ โดยจะเริ่มที่ลงประชามติก่อนเพื่อแก้ทั้งฉบับตามที่ศาลรัฐธรรมนูญแนะนำ หรือจะแก้เป็นรายมาตรา ก็เป็นเรื่องที่ไปคิดอ่าน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการทำประชามติควรเริ่มในช่วงเวลาใด นายวิษณุ ตอบว่า ช่วงไหนก็ได้ แต่ต้องเข็นให้กฎหมายประชามติผ่านเสียก่อน สมมุติว่าผ่านวาระสามไปแล้วหลังมีการโปรดเกล้าฯ กฎหมาย มีผลบังคับใช้ได้ทันที กฎหมายประชามติเป็นแค่เครื่องมือในการออกเสียงประชามติ ส่วนกรอบเวลา ถ้าทำได้เร็วมันก็เร็วข้อสำคัญเมื่อเกิด ส.ส.ร.แล้วสภาจะยุบหรือไม่ หรือจะตั้งใหม่หรือไม่นั้น ไม่เกี่ยวกัน ทุกอย่างเดินหน้าของมันไปเรื่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สรุปง่ายๆ คืออยู่ที่สภาว่าจะต้องคิดอย่างไร ถ้าสภาคิดว่าอย่างนั้นไม่รู้จะไปโหวตทำไมก็จบ และถ้าเป็นอย่างนี้ในวันที่ 17 มีนาคม เวลา 09.30 น. ก็ให้คุยกันเสียก่อน แต่ถ้าสภาบอกว่าให้ลงมติแล้วค่อยไปคิดกันต่อว่าจะทำอย่างไร ก็ลงไป แต่มีโอกาสที่สมาชิกสภาจะงดออกเสียงเป็นไปได้สูง สูงมากด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า อย่างนี้วาระ 1 วาระ 2 ที่ทำมานั้นแท้งหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า 1 กับ 2 ไม่แท้ง แต่ 3 นี่ แล้วแต่ว่าจะตัดสินใจให้แท้งหรือเปล่า ซึ่งจะตัดสินใจว่าเลิกไปมันก็ได้ หรือจะดันเข้าสภาต่อก็ได้ เมื่อถามอีกว่าแสดงว่ามาตรา 3 นี้ควรจะโหวตตกไปเลยใช่หรือไม่ ถ้าอยากให้จบ นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;ก็งดออกเสียงไง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงการประชุมของทีมกฎหมาย สำนักเลขานุการสภาผู้แทนราษฎร ว่าทีมกฎหมายศึกษาและรายงานผลการประชุมให้ทราบแล้ว โดยได้ข้อสรุปว่าในวันที่ 17-18 มีนาคม ยังคงดำเนินการประชุมเช่นเดิม เนื่องจากมีการบรรจุลงระเบียบวาระไปแล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแม้จะมีความเห็นที่หลากหลาย แต่สภาก็ต้องยึดรัฐธรรมนูญและยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นเช่นไรต้องรอดูในการประชุมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากเข้าวาระ 3 จะมีคนไปร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายชวน กล่าวว่า ไม่มีใครห้าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายชวนให้สัมภาษณ์ที่พรรค ปชป.เพิ่มเติมกรณีมีข้อเสนอให้โหวตคว่ำวาระ 3 ว่าการโหวตวาระ 3 สามารถเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบได้ ถ้าไม่เห็นชอบร่างดังกล่าวก็ตกไป ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายทั่วไป เพียงแต่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าต้องทิ้งระยะเวลาจากวาระ 2 ไป 15 วัน แล้วถึงจะโหวตวาระ 3 ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ทำประชามติก่อนที่จะมีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สภาจะดำเนินการอย่างไร นายชวนกล่าวว่า คณะทำงานด้านกฎหมายของสภาให้ความเห็นมาแล้วว่า โดยหลักปฏิบัติต้องยึดรัฐธรรมนูญเดิม และต้องยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องอยู่ภายในกรอบนี้ ซึ่งก็เดินได้ สามารถโหวตวาระ 3 ได้ไม่ต้องกังวล
ปชป.อ้ำอึ้งทบทวนท่าทีร่วม รบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า สำคัญตอนนี้คือต้องรอดูคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญว่ามีความหมายที่แท้จริงว่าอย่างไร เพราะตอนนี้ความคิดเห็นของแต่ละฝ่ายยังไม่ตรงกัน และต้องรอนายชวนด้วยว่าจะมีแนวทางในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรบ้าง และขอยืนยันในจุดเดิมของพรรค ปชป.ว่าเราสนับสนุนให้มีการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 และวาระที่ 2 ที่ผ่านไปนั้น ถือว่าเป็นโมฆะหรือไม่ ตนไม่อยู่ในฐานะที่ตอบได้ และเรื่องนี้ก็ต้องนับหนึ่งที่คำวินิจฉัยฉบับเต็มว่าแปลว่าอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า ทางพรรค ปชป.จะมีการเสนอแก้ไขเป็นรายมาตราหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ขอให้เรื่องในตอนนี้ยุติเสียก่อน และพรรคของเราก็ทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาล หากเราจะยื่นเพียงฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะเรามีเพียง 50 เสียง แต่การจะยื่นแก้ไขเป็นรายมาตรานั้น จะต้องอาศัยเสียง 100 เสียงขึ้นไป ส่วนความกังวลใจที่จะมีฝ่ายโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า ถ้ายังมีกระบวนการพยายามยื้อแก้รัฐธรรมนูญ พรรค ปชป.จะทบทวนท่าทีในการร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;เราต้องทำหน้าที่ของเราให้สุดทางก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ? กล่าวว่า ของทุกอย่างเมื่อเริ่มทดลองใช้คงไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องมีสิ่งที่เป็นปัญหาเช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญปี 2560 เมื่อใช้ไปสักระยะก็มีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่วิกฤติการเมืองในปัจจุบัน ดังนั้นอยากเห็นรัฐบาลและรัฐสภาร่วมกันแก้ไขเพื่อหาทางออกประเทศ จะเป็นจุดสำคัญในการผ่อนคลายสถานการณ์ทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อกำหนดท่าทีหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค กล่าวภายหลังการประชุมว่า ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านที่เสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ต้องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าสามารถแก้ไขได้ ดังนั้นฝ่ายค้านจะดำเนินการเพื่อไม่ให้ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะเดินหน้าพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 การดำเนินการในวันที่ 17-18 มี.ค. ประธานสภาฯ ควรนำเรื่องการลงประชามติเข้ามาหารือในที่ประชุมด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันในการลงมติวาระ 3 โดยเราถือว่ามีความชอบธรรม และสิ่งที่เราทำมาทั้งหมดถูกต้องแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า อำนาจหน้าที่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นของรัฐสภาตั้งแต่ต้น คำวินิจฉัยที่ออกมาสอดคล้องกับเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญที่กำลังทำอยู่ในรัฐสภา วาระที่ 1-2 ถือว่าไม่เป็นโมฆะ จะเดินหน้าไปสู่วาระที่ 3 สิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่คือการแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตรา คือ มาตรา 256 ไม่ใช่แก้ไขทั้งฉบับ การที่สมาชิกรัฐสภาบางคนพยายามลดทอนอำนาจของตัวเองโดยการบอกว่าวาระที่ 1 และ 2 เป็นโมฆะนั้น เป็นการตีความที่ไม่เห็นหัวประชาชน และไม่ถูกต้อง&amp;nbsp; ถ้ามีการโหวตคว่ำในการประชุมรัฐสภาในวาระที่ 3 อีก จะได้รู้กันว่าใครมีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ประธานรัฐสภาทำถูกแล้วในการบรรจุกำหนดวันโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ดังนั้น ในการประชุมควรพิจารณาเห็นชอบเรื่องนี้เพียงอย่างเดียวว่ารับหรือไม่รับ การจะเอาเรื่องอื่นเข้ามาพิจารณาก่อน คิดว่าประธานสภาฯ รู้ดีว่าหากทำเช่นนั้นจะเท่ากับเรื่องที่พิจารณาอยู่ตกไป การแก้ไขรัฐธรรมนูญคือทางออกสำหรับวิกฤติประเทศ หากมีการโหวตคว่ำหรือไม่มีการโหวต ก็จะค้านกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเราต้องเดินหน้าโหวตวาระ 3
ขู่ ปชช.ออกนอก รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การดำเนินการที่เราทำอยู่นี้คือการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ซึ่งเป็นการแก้ไขรายมาตรา ไม่ได้แก้ทั้งฉบับ ดังนั้น การดำเนินการจึงไม่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สภามีความกังวลในเรื่องของเงื่อนเวลาตามมาตรา 5 ที่ระบุว่า จะต้องเลือก ส.ส.ร.ภายใน 30 วัน ซึ่งจะทำให้ไม่ทันกับการทำประชามติ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ตอบว่า ต้องทำประชามติสอบถามประชาชนก่อนที่จะถึงกระบวนการทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศเป็น พ.ร.ฎ. โดยสามารถทำประชามติถามประชาชนว่าเห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านวาระ 3 นี้หรือไม่ และถามเป็นคำถามพ่วงไปในคราวเดียวกับการทำประชามติ ว่าจะให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.เพื่อให้มาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกกรรมาธิการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 กล่าวว่า ในวาระ 1-2 ก็ผ่านขั้นตอนมาทุกเรื่อง ทุกอย่างผ่านตัวแทนประชาชนในรัฐสภามาแล้ว ควรเดินหน้าลงมติวาระ 3 ได้ ส่วนสมาชิกรัฐสภาจะเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย ก็พอมองเห็นกันอยู่ มีแค่สองกลุ่ม คือกลุ่มที่อยากให้แก้ไข เพราะเห็นว่า รธน.60 มีจุดอ่อนหลายเรื่อง มีความเป็นประชาธิปไตยน้อย กับกลุ่มที่ไม่อยากให้แก้ไข เพราะได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เหมือนกับคำพูดที่ว่ารัฐธรรมนูญเขียนมาเพื่อพวกเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคก้าวไกล ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นอำนาจเต็มของรัฐสภาที่ได้ดำเนินการมาโดยตลอดจนถึงขณะนี้ เป็นกระบวนการที่ถูกต้อง ชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการ การออกเสียงประชามติยังคงเกิดขึ้นได้ภายหลังการออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สาม ตราบที่รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมยังไม่ประกาศใช้ หวังว่าสมาชิกรัฐสภาทุกท่านจะร่วมกันลงมติเห็นชอบต่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพื่อส่งต่ออำนาจไปให้ประชาชนได้ลงประชามติเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากรัฐสภาและสถาบันการเมืองในระบบทั้งหมด ยังคงประพฤติตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการแสดงเจตจำนงทางการเมืองของประชาชนอยู่เช่นนี้ อีกไม่นานประชาชนย่อมต้องเรียกร้องหาทางออกด้วยวิถีทางอื่นที่พ้นไปจากโซ่ตรวนของข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา จะเรียกคณะกรรมการประสานงานวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) หารือกันถึงปัญหาข้อกฎหมายที่เกิดขึ้นด้วยว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร และมองว่าความเห็นที่ต่างกันขณะนี้ เป็นเพราะยังไม่มีใครเห็นคำวินิจฉัยกลาง ดังนั้นต้องพิจารณาจากคำวินิจฉัยกลางก่อนว่ามีรายละเอียดอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า ศาลระบุชัดเจนว่าต้องทำประชามติก่อน แล้วจึงกำหนดว่าจะใช้วิธีการตั้ง ส.ส.ร.หรือตั้งกรรมาธิการยกร่างฯ การประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติวาระ 3 วันที่ 17-18 มีนาคมนี้ จะต้องหารือคำวินิจฉัยของศาลก่อนว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร เพราะคำวินิจฉัยผูกพันรัฐสภา หากจะเดินหน้าต่อไปก็ต้องกลับไปทำประชามติก่อน และถ้าทำประชามติรวบไปพร้อมกันหลังการลงมติวาระ 3 จะมีปัญหา เพราะสิ่งที่ดำเนินการมามีเนื้อหาที่เกินอำนาจจากที่ศาลวินิจฉัย คือเขียนเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไว้แล้ว รวมถึงกระบวนการตั้ง ส.ส.ร. ทั้งที่ไม่ทำประชามติถามประชาชนก่อน จึงถือเป็นการสอดไส้
โหวตวาระ 3 เจอร้องศาลอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากยังเดินหน้าไปถึงวาระ 3 ในส่วนของ ส.ว.ก็ต้องหารือกันก่อนตัดสินใจว่าจะเดินหน้าร่วมลงมติหรือไม่ เพราะการลงมติมีผลผูกพัน หากเดินหน้าต่อไปทั้งๆ ที่รู้ว่าผิด ก็อย่า ในยุคนี้ไม่มีการถอดถอนแบบในอดีต แต่จะถูกดำเนินคดีในศาลฎีกานักการเมืองด้วย&amp;quot; นายสมชายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ระบุว่า ศาลยืนยันหลักการเกี่ยวกับอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญอีกครั้งว่าเป็นอำนาจสูงสุด เหนือกว่าอำนาจรัฐสภา คือต้องทำประชามติทั้งก่อนและหลังกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงเห็นว่าการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.256 เพื่อให้เกิดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับที่ผ่านมาในวาระ 1 และ 2 ไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงยังไม่ควรลงมติวาระ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากเดินหน้าลงมติวาระ 3 จะเสี่ยงต่อการจงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญได้ เชื่อว่าจะมีบุคคลภายนอกยื่นคำร้องต่อศาลอีกแน่ โดยใช้ช่องทางตามมาตรา 49 อีกครั้ง นอกจากนั้น ส.ส.และส.ว.ยังสามารถเข้าชื่อกันยื่นคำร้องต่อศาลตาม 256 (9) ได้ว่าการลงมติวาระที่ 3 ขัดมาตรา 255 เพราะรัฐสภาไม่มีอำนาจหน้าที่ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับหากยังไม่ได้รับอนุญาตจากประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ&amp;quot; นายคำนูณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโภคิน พลกุล แกนนำกลุ่มสร้างไทย แถลงว่า ขอเสนอให้รัฐสภาและรัฐบาลเลื่อนการลงมติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ออกไปก่อน เพื่อรอการทำประชามติสอบถามประชาชนตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อรักษาสมดุลแห่งอำนาจในการลงมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญระหว่าง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ส.ว.ให้ยังคงเป็นเช่นเดิมไปพลางก่อน ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งทำประชามติในประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยโดยเร็ว ซึ่งถ้าพิจารณาดูแล้วจะใช้เวลาทำประชามติให้แล้วเสร็จได้ภายในไม่เกิน 90 วัน ตามกฎหมายประชามติที่ยังมีผลบังคับใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า รัฐสภาคงไม่กล้าโหวตในวาระ 3 เชื่อว่าถ้าบรรจุร่างแก้รัฐธรรมนูญเข้าสภา คงถูกคว่ำแน่นอน เพราะมีการตีความการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าเป็นโมฆะ หรือสมาชิกรัฐสภาอาจไม่เข้าร่วมประชุม เนื่องจากหวั่นเกรงจะถูกถอดถอน พรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านจะเป็น ส.ส.ต่อไปได้อย่างไร เพราะคุณทำผิดรัฐธรรมนูญ เมื่อเชื่อว่าการพิจารณา 2 วาระนั้นเป็นโมฆะ ไม่ตรงกับการวินิจฉัยที่ต้องทำประชามติถามประชาชนก่อน แต่กลับมาแก้ ม.256 ก่อน ต้องถูกถอดถอน จะอยู่ได้อย่างไร จำปากตนไว้ รัฐธรรมนูญ 2560 จะจบลงที่การฉีก เพราะสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95902</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตีความคำวินิจฉัย, ตีความคำวินิจฉัยไปคนละทาง, ทำประชามติ, วาระ 3 โหวตคว่ำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หวตวาระ 3 ยันยึดคำวินิจฉัย, โหวตคว่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b73d17a819.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;คำนูณ&#039;ตีความคำวินิจฉัย&#039;ต้อง&#039;ทำประชามติก่อนเริ่มต้นกระบวนการจัดทำรธน.ใหม่ทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

12 มี.ค.64 นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า จากการอ่านเฉพาะคำแถลงสรุปคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 11 มีนาคม 2564 เพียงย่อหน้าเดียว
ผมสรุปได้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ศาลยืนยันหลักการเกี่ยวกับ &amp;lsquo;อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ&amp;rsquo; อีกครั้งว่าเป็นอำนาจสูงสุด เหนือกว่าอำนาจรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ศาลวางเกณฑ์ทั่วไปในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ชัดเจนและหนักแน่นขึ้นกว่าคำวินิจฉัยที่ 18-22/2555 จากคำแนะนำว่า &amp;lsquo;ควร&amp;rsquo; จัดทำประชามติก่อน มาเป็นหลักการว่า &amp;lsquo;ต้อง&amp;rsquo; ถามและได้คำตอบอนุญาตโดยตรงจากประชาชนในฐานะผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติเสียก่อน เพราะตามข้อ 1 อำนาจการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นอำนาจของประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ไม่ใช่อำนาจของรัฐสภา และต้องทำประชามติรวม 2 ครั้ง ครั้งแรก &amp;lsquo;ก่อน&amp;rsquo; จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งย่อมหมายความว่าก่อนเริ่มต้นกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมด และการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 เพิ่มหมวดว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ในวาระ 1 และ 2 ของรัฐสภาแม้จะยังไม่ใช่การเริ่มร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยตรงแต่ย่อมต้องถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย โดยศาลระบุแม้ในคำวินิจฉัยย่อนี้ว่าต้องถามในการลงประชามติเป็นการเฉพาะว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และครั้งที่ 2 &amp;lsquo;หลัง&amp;rsquo; จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สำเร็จ ถามว่าประชาชนเห็นชอบกับการนำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้แทนฉบับเดิมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดง่าย ๆ คือ &amp;lsquo;ต้อง&amp;rsquo; ทำประชามติทั้ง &amp;lsquo;ก่อน&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;หลัง&amp;rsquo; กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ประเด็นที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงกันมากที่สุดก็คือ ในคำวินิจฉัยย่อไม่ได้พูดถึงการทำประชามติหลังร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 เพื่อให้เกิดหมวดใหม่กำหนดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านวาระ 3 อาจจะเพราะเป็นเรื่องทั่วไป 1 ใน 6 ประเด็นที่ต้องทำประชามติอยู่แน่นอนแล้วตามบังคับรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (8) ศาลไม่จำเป็นต้องกล่าวถึง หรือจะเพราะไม่ใช่คำถามจากรัฐสภา หรือจะเพราะเหตุอื่นใด จึงทำให้มีผู้ตีความว่าการทำประชามติตามมาตรา 256 (8) นี้หมายถึงการทำประชามติครั้งแรกในหลักการเฉพาะในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ศาลวางไว้ในขัอ 2 ผมเห็นว่าการตีความเช่นนี้จะถูกต้องก็ต่อเมื่อศาลได้กล่าวระบุไว้ชัดเจนในคำวินิจฉัยกลางทึ่จะเผยแพร่ต่อไปเท่านั้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ศาลน่าจะได้กำหนดเกณฑ์ในการตั้งคำถามประชามติให้ชัดเจนเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการเฉพาะที่ศาลได้วางในข้อ 2 ตัวอย่างเช่น อาจกำหนดให้ตั้งคำถามในการลงประชามติเป็น 2 คำถาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามที่ 1 - ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามที่ 2 - ท่านเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ผ่านรัฐสภามานี้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้แนวทางนี้จะสอดคล้องกับความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ ไม่ขัดกับหลักการในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่ศาลวางไว้ในข้อ 2 และเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน แต่ถ้าศาลไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนในคำวินิจฉัยกลาง ผมเห็นว่ารัฐสภาจะถือว่าการลงประชามติหลังผ่านวาระ 3 ตาม 256 (8) หมายถึงการลงประชามติครั้งแรกตามหลักการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ศาลวางหลักการเฉพาะไว้แล้วหาได้ไม่ เพราะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) เป็นการนำบททั่วไป (การลงประชามติในกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น) มาใช้แทนบทเฉพาะ (การถามประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญว่าประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่) และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ไม่ใช่อำนาจของรัฐสภาที่จะวินิจฉัย โดยเฉพาะการวินิจฉัยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่อยู่นอกเหนืออำนาจของรัฐสภาโดยลำพัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สรุปเบื้องต้นในความเห็นส่วนตัวผมหลังอ่านคำวินิจฉัยย่อ หากคำวินิจฉัยกลางไม่ได้เขียนประเด็นในข้อ 3 ไว้ให้ชัดเจน การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อให้เกิดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงต้องผ่านการทำประชามติ 3 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ก่อนเริ่มดำเนินการเสนอหรือพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) หลังร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวผ่านวาระ 3 และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) หลังร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ตามความเห็นที่ลำดับมา ผมจึงเห็นว่าการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อให้เกิดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับที่ผ่านมาในวาระ 1 และ 2 ไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงยังไม่ควรลงมติวาระที่ 3 ตามที่กำหนดไว้ก่อนหน้าที่ศาลจะมีคำวินิจฉัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเดินหน้าลงมติวาระ 3 จะเสี่ยงต่อการจงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเชื่อว่าจะมีบุคคลภายนอกยื่นคำร้องต่อศาลอีกแน่ โดยใช้ช่องทางตามมาตรา 49 อีกครั้ง และครั้งใหม่นี้ข้อเท็จจริงจะแตกต่างออกไปจากครั้งก่อนที่ศาลยกคำร้องไปแล้ว เพราะเป็นการกระทำที่ศาลมีคำวินิจฉัยวางหลักเกณฑ์การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ส.ส.และส.ว.ยังสามารถเข้าชื่อกันยื่นคำร้องต่อศาลตาม 256(9) ได้ว่าการลงมติวาระที่ 3 ขัดมาตรา 255 เพราะรัฐสภาไม่มีอำนาจหน้าที่ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับหากยังไม่ได้รับอนุญาตจากประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ส่วนจะดำเนินการต่อไปอย่างไรในรายละเอียด เป็นเรื่องที่รัฐสภาจะต้องปรึกษาหารือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. รัฐสภาจะต้องเร่งดำเนินการผ่านร่างกฎหมายประชามติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่าคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญจะเผยแพร่ออกมาโดยเร็ว และตอบคำถามได้ครบถ้วนกระบวนความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95821</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ทำประชามติ, โหวตลงมติวาระ3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f451f24b9b3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอลอว์&#039;เตือนม็อบลงถนนอีกรอบหากแก้รธน.โดนล้มกระดาน จี้ศาลเร่งออกคำวินิจฉัยกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.64 - นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ &amp;ldquo;ไอลอว์&amp;quot;ที่เคยเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนแต่ถูกรัฐสภาโหวตคว่ำในวาระแรกกล่าวกับ&amp;quot;ไทยโพสต์&amp;quot;ถึงผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า จากเอกสารข่าวของศาลรัฐธรรมนูญ มองว่ารัฐสภาสามารถเดินหน้าโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสามได้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญบอกว่ารัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้แต่ต้องทำประชามติ ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (8)ก็เขียนไว้อยู่แล้วหลังรัฐสภาให้ความเห็นชอบวาระสาม ก็ต้องส่งไปทำประชามติ ซึ่งหลังจากนี้ต้องจับตาดูการประชุมร่วมรัฐสภาสัปดาห์หน้า 17-18 มีนาคมว่า สมาชิกรัฐสภาจะมีท่าทีอย่างไรในการโหวตวาระสาม ที่ก็คงมีคนพยายามจะบอกต่อที่ประชุมรัฐสภาว่าไม่ควรโหวต และคงมีอีกกลุ่มหนึ่งที่จะลงมติไม่ให้ผ่านวาระสาม ซึ่งผลจะออกมาอย่างไร จะผ่านหรือไม่ผ่าน ก็ควรให้เหตุผลมา แต่ไม่เห็นเหตุผลที่จะมีการบอกว่าไม่ต้องโหวตวาระสาม หากใครจะมีท่าทีเช่นนี้ควรต้องอธิบายเหตุผลออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จริงๆ ก็ควรที่ศาลรัฐธรรมนูญจะออกคำวินิจฉัยกลางออกมาเลยตอนนี้ เพราะมีประเด็นถกเถียงกันก็ควรทำให้เคลียร์ ควรมีรายละเอียดต่างๆ ให้เคลียร์ถึงเหตุผลที่ออกมา &amp;quot;ผจก.ไอลอว์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงท่าทีของสว.ที่อาจใช้เหตุผลว่าคำวินิจฉัยไม่ชัดเจน เลยอาจนำเหตุผลนี้มาอ้างในการไม่ออกเสียงเห็นชอบเห็นชอบ เพราะเกรงจะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง จนทำเสียงสว.ไม่ถึง 84 เสียงทำให้ร่างตกในวาระสาม นายยิ่งชีพ กล่าวว่า จากการแก้ไขรธน.ตอนนี้ที่จะให้มีสมาชิกสภาร่างรธน.มาร่างรธน.ฉบับใหม่ ยังไง ก็คงไม่มีส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง ที่จะเขียนรธน.ให้สว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอยู่ต่อ ทำให้สว.อยู่ไม่ครบวาระห้าปี ก็เป็นเรื่องที่รู้สึกได้อยู่แล้วว่า สว.ก็คงไม่อยากให้ร่างแก้ไขรธน.ผ่านวาระสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากสุดท้ายการแก้ไขรธน.ถูกล้มกระดานทั้งหมด ไม่มีการแก้ไขรธน.เพื่อร่างรธน.ฉบับใหม่&amp;nbsp; ที่เป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องของม็อบก่อนหน้านี้ จะมีปฏิกิริยาออกมาอย่างไร นายยิ่งชีพ กล่าวว่า คงมีปฏิกิริยาตามมาแน่นอน&amp;nbsp; เพราะก่อนหน้านี้ กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง&amp;nbsp; มีข้อเรียกร้องหลักสามข้อ คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากนายกฯ สอง แก้ไขรธน. สามปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งข้อหนึ่งกับข้อสาม ยังไม่มีกลไกที่ทำให้เกิดได้ แต่เรื่องการแก้ไขรธน.เพื่อเปิดทางให้มีรธน.ฉบับใหม่ ระบบพอเดินไปได้ รัฐสภายังรับฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;แต่หากมีการคว่ำในวาระสาม โดยรัฐสภา ที่อาจคว่ำโดยสว. ก็แสดงให้เห็นว่าผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ปิดประตูตายทั้งสามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ผมไม่รู้คนจะโกรธหรือไม่ แต่คนคงรู้สึกสิ้นหวัง แล้วพอคนสิ้นหวัง ก็อาจทำให้เขาทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อนได้ ถ้าแบบดีหน่อย คนไม่เคยลงถนน ก็จะลงถนน และหากแย่หน่อย คนที่เคยลงถนนอยู่แล้ว เขาอาจจะโกรธมากขึ้น แล้วทำอะไรมากกว่านั้น&amp;quot;นายยิ่งชีพ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95803</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ทำประชามติ, ยิ่งชีพ อัชฌานนท์, ร่างรธน.ฉบับไอลอว์, โหวตลงมติวาระ3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604ac8fe147a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 06:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาสูง-โฆษกกมธ.รัฐสภาแก้รธน.ชี้เปรี้ยงแก้รธน.โดนล้มกระดานแล้วโหวตวาระ3ไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มี.ค.64 - นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา และโฆษกคณะกรรมาธิการร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 256 และเป็นหนึ่งในสมาชิกรัฐสภาที่ร่วมลงชื่อเสนอญัตติให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยการแก้ไขรธน.มาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การร่างรธน.ฉบับใหม่ รัฐสภาแก้ไขได้หรือไม่ กล่าวกับ&amp;quot;ไทยโพสต์&amp;quot;ถึงการนัดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสามในสัปดาห์หน้าหลังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า คำวินิจฉัยของศาลรธน.ได้ตอบกลับมาแล้วว่า หากจะมีการแก้ไขรธน.โดยรัฐสภา ต้องไปทำประชามติถามประชาชนก่อนว่า จะให้รธน.ฉบับใหม่หรือไม่ ศาลชี้ให้เห็นว่า รัฐสภาจะมีอำนาจได้ก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไขคือต้องผ่านการทำประชามติก่อน โดยต้องถามประชาชนว่าจะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หากผลประขามติออกมาว่า ประชาชนเห็นด้วย รัฐสภาถึงค่อยนำผลประชามติมาพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในความเห็นผม เมื่อผลเป็นเช่นนี้ ร่างแก้ไขรธน.มาตรา 256 ที่ผ่านวาระแรกและวาระสองมาแล้วเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มันไม่ผ่านการทำประชามติมาก่อน ดังนั้น รัฐสภาไม่สามารถไปแก้ไขได้ ไปแก้ไขให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ไม่ได้ ดังนั้น ญัตติแก้ไขรธน.ตามร่างที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภามาวาระหนึ่งและสองมา ที่ค้างอยู่จะโหวตวาระสามจึงต้องตกไป&amp;quot;ส.ว.ผู้นี้ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95802</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรธน., คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม, ทำประชามติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210204/image_big_601bae07f334f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
