<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลูกเฮียม้อ&#039;โต้แทนพ่อสมัยเป็นรมช.เกษตรไม่ได้อนุมัติให้ใช้เรือปั่นไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.62 - นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ &amp;nbsp;อดีตส.ส.จังหวัดสมุทรสาคร บุตรชายนายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ &amp;nbsp;อดีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากกรณีที่นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย ได้กล่าวอ้างว่านายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งรมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกำกับงานกรมประมงได้อนุมัติให้ใช้เรือปั่นไฟในการทำการประมงและเป็นเหตุให้เกิดปัญหาลูกปลาทูลดน้อยลงมาจนถึงปัจจุบันนั้น &amp;nbsp;จากการสอบถามนายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ หรือ เฮียม้อ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ ถึงกรณีดังกล่าวได้รับการชี้แจงว่า ไม่เคยมีการอนุมัติให้ใช้เรือปั่นไฟในการทำการประมงในสมัยที่เป็นอดีตรมช.เกษตรฯ เมื่อ พ.ศ.2538-2539 ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับสาเหตุที่ปัจจุบันปริมาณปลาทูในอ่าวไทยลดน้อยลงนั้นคงจะต้องหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดขึ้นจากอะไร เพราะเมื่อปี 2554 -2555 ในอ่าวไทยตอนบนยังสามารถจับปลาทูได้ปริมาณหลายแสนกิโลกรัม &amp;nbsp;นายบรรจง ควรที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อนจะไปกล่าวหาผู้หนึ่งผู้ใดให้ได้รับความเสียหาย และหวังว่าเมื่อได้รับข้อมูลที่ถูกต้องแล้วควรจะได้แสดงความถึงความรับผิดชอบที่พึ่งมีต่อบุคคลที่ได้รับความเสียหายด้วยครับ&amp;quot;นายอุดม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37921</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำประมง, บรรจง นะแส, มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์, อุดม ไกรวัตนุสสรณ์, เรือปั่นไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190607/image_big_5cfa03252c5d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือประมงนับพันลำยังจอดสนิท  รอผลเจรจารัฐบาล-เล็งถวายฎีกา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 61 - ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานว่าจากกรณีชาวประมงจังหวัดปัตตานี นำเรือประมงจอดสองฟากฝั่งแม่น้ำปัตตานีและหยุดทำการประมงไม่มีกำหนดเนื่องจากเห็นว่าข้อกฏหมายเกี่ยวข้องการทำประมงสุ่มเสี่ยงในการประประกอบกิจการการประมงและการออกหาปลา ทำให้ชาวประมงเดือดร้อนส่งผลกระทบต่อรายได้ และเกี่ยวพันถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องไม่สามารถขับเคลื่อนได้ และรัฐยังไม่ได้ช่วยเหลือ จึงจำเป็นที่เรือประมงปัตตานีและทั่วประเทศ22จังหวัด หยุดทำประมงพร้อมกันในวันที่ 9 เมษายนตามที่รายงานข่าวไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผุ้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันที่10เมษายน ที่ท่าเทียบเรือประมงปัตตานี &amp;nbsp; ยังมีเรือประมงไม่ออกทำการประมงตามมติของชาวประมง ทำให้บรรยากาศที่ท่าเทียบเรือปัตตานีตั้งแต่ช่วงเช้าที่เคยนำปลาขึ้นท่าเงียบเหงาไม่คึกคักเหมือนปกติ ปลาที่มาขึ้นเทียบท่ามีน้อยมาก และมีราคาแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน เรือประมง ขนาดใหญ่ ขนาดกลางขนาดเล็ก &amp;nbsp;2 &amp;nbsp;พันลำ ยังคงจอดสนิทที่สองฟากฝั่งแม่น้ำปัตตานี เป็นจำนวนมาก เพื่อหยุดการทำประมง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวประมง และข้อกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำประมง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่าชาวประมง รอดูมติของสมาคมประมงที่เดินทางไปที่ทำเนียบพบกับตัวแทนรัฐบาลในวันนี้ เพื่อหาข้อยุติ &amp;nbsp;ซึ่งถ้าหากไม่มีแนวทางแก้ปัญหาชาวประมงก็จะหยุดทำการประมงอย่างไม่มีกำหนด &amp;nbsp;และเตรียมทำหนังสือความเดือดร้อนของชาวประมง เพื่อยื่นถวายฎีกาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6824</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวเล, ทำประมง, ท่าเรือ, ปลาทะเล, ปัตตานี, สัตว์ทะเล, เรือประมงหยุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acc453a6c7e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
