<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมาจนตรอก!&#039;นนท์3นิ้ว&#039;ส่งสัญญาณการทำลายทรัพย์สินราชการมาจากภาษีกูไม่ใช่ความรุนแรง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.63- &amp;nbsp; นายอานนท์ นำภา แกนนำม็อบคณะราษฎร 63 &amp;nbsp;แชร์โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ภัควดี วีระภาสพงษ์ &amp;nbsp;นักแปลและนักเขียนอิสระ แนวร่วมม็อบ 3 นิ้ว ที่โพสต์ข้อความว่า เริ่มมีการกล่าวหาว่าผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรง ทำลายรถฉีดน้ำรถตำรวจ แต่เรายืนยันว่าการทำลายทรัพย์สินพวกนี้ไม่ใช่การใช้ความรุนแรงเพราะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รถพวกนี้ถูกใช้กระทำความรุนแรงต่อประชาชน การทำลายรถพวกนี้คือการไม่ใช้ความรุนแรง เพราะเป็นการสกัดไม่ให้มันถูกนำมาใช้สร้างความรุนแรงต่อชีวิตมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การทำลายทรัพย์สินราชการที่มาจากภาษีของเราไม่ใช่ความรุนแรง เพราะมันเป็นของของเรา มันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานมีการยั่วยุผู้ชุมนุมโดยใช้พวกมินเนี่ยนมาทำร้ายและมีการใช้อาวุธปืนยิงใส่ เรารู้ว่ามันยาก แต่ถ้าการ์ดและผู้ชุมนุมที่เจ็บแค้นยอมกลืนความเจ็บแค้นไว้ และแปรมันเป็นการพร้อมเจ็บ เราจะชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องไม่ใช้ความรุนแรงตอบโต้ ไม่ใช่เพราะเราเป็นคนดีสันติอหิงสา แต่เพราะเราเป็นหมาจนตรอก เราไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าเราสู้กลับ มันจะระดมความรุนแรงใส่เรายิ่งกว่านี้ เราไม่มีทางชนะในสงครามที่ใช้ความรุนแรง เราต้องกัดฟันสู้ด้วยความไม่รุนแรง เพราะมันเป็นอาวุธอย่างเดียวที่เรามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยนายอานนท์ ระบุว่า ชั่ยครับ ตามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ร.อ. ทรงกลด ชื่นชูผล &amp;nbsp;เข้าไปคอมเม้นต์ว่า &amp;nbsp;1.รถตู้นี้ทำความรุนแรงอย่างไรหรือทนาย ?
2.ภาษีของเรา หมายถึงภาษีของผมด้วยใช่มั้ย ? .
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84212</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำลายสถานที่ราชการ, นายอานนท์ นำภา, ภาษีเรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb499fc348b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอือมม็อบก้าวร้าว! ปธ.ศาลฎีกาแนะเปลี่ยนอย่างสันติ/นายกฯห่วงบานปลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เผย จนท.เก็บหลักฐานเตรียมเช็กบิลม็อบเคลื่อนไหวผิด กม. ย้อนถามทำลายสถานที่ราชการเหมาะสมหรือไม่ สถานการณ์เห็นต่าง แต่รัฐต้องประคับประคองให้ชาติสงบ&amp;nbsp; ขณะที่ประธานศาลฎีกาห่วงความก้าวร้าวไม่ให้เกียรติเป็นอันตราย แนะต้องเปลี่ยนแปลงด้วยสันติวิธี &amp;quot;ปชป.&amp;quot; ฉะม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ นับวันมวลชนจะถอยห่าง หลังก้าวร้าว จัดกิจกรรมไม่เหมาะสม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมสาดสีใส่ป้ายกองพันทหารม้าที่ 4 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ว่า แล้วสื่อว่าอย่างไร ทำได้หรือไม่ได้ ควรทำหรือไม่ควร ก็เป็นเรื่องของกฎหมายที่จะว่ากันไป ทรัพย์สินราชการว่าอย่างไรไม่รู้ แต่บางครั้งประชาชนทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแลด้วย ไม่อยากให้เป็นชนวนทางการเมือง และวันนี้ได้สั่งให้หน่วยงานต่างๆ ของรัฐระมัดระวังที่สุดในการที่จะปฏิบัติต่อประชาชนที่ประท้วง แต่ถ้ามันเกินเลยไปก็เป็นเรื่องของกฎหมายที่จะต้องไปว่ากัน ตนไม่ต้องไปสั่งอะไรทั้งสิ้น ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมอ้างว่าทหารล็อกคอประชาชนนั้น ไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงยอมเปิดพื้นที่ให้กับผู้ชุมนุมในการเคลื่อนไหว ใช้ถ้อยคำก้าวร้าวต่อเนื่อง ควรจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดได้หรือยัง เพราะบางประเด็นเข้าข่ายผิดกฎหมาย นายกฯ กล่าวว่า เปิดหรือไม่เปิดเขาก็เคลื่อนไหวอยู่แล้ว แต่เขาต้องนึกถึงว่ากฎหมายจะตามมาทีหลังอย่างไรก็ว่ากันอีกที การเก็บหลักฐานอะไรต่างๆ มีเวลาทั้งสิ้น ฉะนั้นวันนี้ไม่อยากให้เป็นประเด็น เดี๋ยวก็จะขัดแย้งขึ้นเรื่อยๆ ชักจูงคนไปร่วมด้วยมากขึ้นๆ โดยที่ไม่ใช่ข้อมูลที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลายๆ อย่างเขาเพียงแค่อยากถ่ายรูปให้เห็น เขามีรูปเคลื่อนไหวที่โน่นที่นี่ แล้วเราก็ขยายให้เขาไปเยอะๆ มันก็เป็นเงื่อนไขไปเรื่อยๆ ผมต้องการจะลดแรงกดดัน ลดความไม่สงบเรียบร้อยของสังคม ประชาชน ประเทศชาติ ได้มากที่สุด หลายเรื่องท่านทราบดี เรื่องกฎหมายเรื่องอะไรต่างๆ เหล่านี้ และที่ผมกังวลอยู่คือรัฐพยายามจะประคับประคองตรงนี้ให้ได้ ซึ่งมีประชาชนไม่เห็นด้วยจำนวนมากพอสมควร โดยมีการไปร้องทุกข์กล่าวโทษ อันนี้ผมก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะร้องทุกข์กล่าวโทษได้ทั้งหมด ขอบคุณสื่อหลักๆ ที่เผยแพร่ข้อมูลข้อเท็จจริงให้คนได้เห็น อะไรที่ไม่ควรได้ยินและเป็นการยั่วยุก็ไม่ต้องเผยแพร่ตอกย้ำ ถ้ามันผิดอยู่แล้วไม่ถูกต้องก็อย่าไปขยายความ&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่รู้ ก็ผู้ชุมนุมเขาจะไป ต้องดูว่ามันผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่ผิดก็ไม่เป็นไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ละเลงสีทำให้เกิดความเสียหาย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ไม่เสียหายอะไร ตนว่ามาคุยกันดีกว่า พูดกันให้รู้เรื่องดีกว่า เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายเรียกร้องให้เอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ชุมนุม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เจ้าหน้าที่เขาดูอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักประธานศาลฎีกา สนามหลวง นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังการแถลงผลงานก่อนเกษียณครบวาระในวันที่ 30 ก.ย. นี้ ซึ่งผู้สื่อข่าวถามประเด็นการเมืองว่า จากประสบการณ์ที่ท่านเคยเป็นนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองมาก่อน อยากจะบอกอะไรกับน้องๆ นักศึกษาที่ออกมาประท้วงในช่วงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไสลเกษกล่าวว่า ตนมองว่าก็ไม่ได้แตกต่างจากนักศึกษาในยุคนี้หรอก เพียงแต่บริบทของสังคมเปลี่ยนแปลงไป ช่วงที่เป็นนักศึกษาก็รู้สึกว่าอะไรที่เป็นสิ่งใหม่ สิ่งที่ท้าทาย เราต้องการเรียนรู้ หลายเรื่องที่เราไม่เคยเข้าใจ สมัยตนเรียน ม.ธรรมศาสตร์ ช่วงหลังเปลี่ยนแปลง 14 ต.ค.2516 นักศึกษามีความคิดทางสังคมเยอะ อ่านตำราทุกอย่าง ทั้งมาร์กซิสต์ เลนิน เหมา เยอะแยะไปหมด ซึ่งเราต้องการเรียนรู้ว่าจริงๆ มันคืออะไร เพราะเราไม่รู้ ในที่สุดประสบการณ์ก็จะสอนเราเรื่อยๆ ว่าอันไหนใช่ อันไหนไม่ใช่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานศาลฎีกากล่าวต่อไปว่า ประสบการณ์การล่มสลายของประเทศคอมมิวนิสต์ ประเทศจีนที่มีเหตุการณ์ปฏิวัติวัฒนธรรม เด็กรังเกียจผู้ใหญ่ มองว่าพ่อแม่หรือผู้บุพการีล้าหลัง ขัดขวางการเปลี่ยนแปลงสังคม แล้วก็ปฏิบัติกับผู้บุพการีหรือผู้ใหญ่ในแบบหนึ่ง ในที่สุดการปฏิวัติวัฒนธรรมเกิดขึ้น ผู้หลักผู้ใหญ่กลุ่มอนุรักษนิยมถูกขัดขวางออกจากสังคม และแล้ววันเวลาก็พิสูจน์ว่าการปฏิวัติวัฒนธรรมในประเทศจีนล้มเหลว เขาทำลายทรัพยากรผู้ใหญ่ ทำลายทรัพยากรของบ้านเมือง ไม่มีการเชื่อมต่อเปลี่ยนถ่ายอย่างสันติ แล้วต่อมากลุ่มคนที่ปฏิวัติวัฒนธรรมก็ถูกปฏิวัติคืน จนกระทั่งไม่มีที่ยืนในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คิดว่าถ้าจะมาเทียบกับสังคมในขณะนี้ เราต้องสอน เราต้องให้โอกาสเยาวชนของเรา ให้เขาได้เรียนรู้ได้เข้าใจ สิ่งหนึ่งที่ผมมองว่าความก้าวร้าว ความรุนแรง ความไม่ให้เกียรติกันนี่แหละจะเป็นอันตรายต่อสังคม ทำอย่างไรจะทำให้การเปลี่ยนถ่ายจากรุ่นสู่รุ่น เป็นไปด้วยสันติวิธี ทุกคนมีความสุข รับได้ คนรุ่นเก่าต้องยอมรับคนรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่ก็ต้องยอมรับคนรุ่นเก่า สิ่งนี้คือสิ่งที่ยาก ตอนนี้ผมไม่มั่นใจว่าสถานการณ์สังคมไทย จุดนี้เกิดขึ้นหรือเปล่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามหากแกนนำนักศึกษาเหล่านั้นต้องถูกดำเนินคดีขึ้นศาล การใช้กฎหมายถูกต้องหรือไม่ นายไสลเกษกล่าวว่า ศาลต้องใช้กฎหมายเป็นหลัก แต่ตัวกฎหมายเองก็มีความยืดหยุ่นที่ศาลสามารถจะใช้ดุลยพินิจได้ ยุคนี้ศาลจะต้องสร้างความเข้าใจ ปัจจุบันศาลได้ผลักดันให้เกิดการประนีประนอม การเจรจาไกล่เกลี่ยมากขึ้น วิธีพิจารณาของศาลก็เปิดช่องเช่นนี้ เป็นไปได้ไหมที่จะให้คนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ที่มีข้อพิพาทกันได้สร้างความเข้าใจกันให้มากขึ้น เด็กมองว่าผู้ใหญ่ล้าหลัง ส่วนผู้ใหญ่ก็มองว่าเด็กล้มล้างต้องหาคนกลาง ความขัดแย้งลงถึงระดับครอบครัวจนคุยกันไม่ได้ เพราะอุดมการณ์ทางการเมือง อยากให้ใจเย็นมากขึ้น พูดด้วยเหตุผล ถ้าให้เกียรติผู้ใหญ่เขาก็ฟัง สังคมไทยผูกพันกันรุ่นสู่รุ่น ความกตัญญูเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ไม่สายที่จะสร้างความเข้าใจได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มนิสิตนักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมว่า รู้สึกเป็นห่วงภาพลักษณ์และแนวทางการเคลื่อนไหวของนักศึกษากลุ่มนี้ ที่นับวันอาจจะถูกปฏิเสธจากแนวร่วมออกไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะพฤติกรรมในการเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกับอารมณ์ความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น การที่มีแกนนำบางคนกล่าวคำไม่สุภาพต่อประธานรัฐสภา&amp;nbsp; การปราศรัยด้วยถ้อยคำที่รุนแรง หยาบคาย หรือการจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง รวมถึงการจัดกิจกรรมรูปแบบต่างๆ ที่ไม่เหมาะสม จนทำให้มวลชนผู้สนับสนุนค่อยๆ ถอยห่างออกไป แต่ถ้าหากการชุมนุมมีความมุ่งมั่นในแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยให้การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) เพียงเป้าหมายเดียว ก็จะได้รับการตอบรับและเสียงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนคนไทยท่วมท้นอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมทบทวนท่าที และแนวทางการเคลื่อนไหวเสียใหม่ ขอให้มุ่งมั่นและธำรงไว้ซึ่งเป้าหมาย ข้อเรียกร้องเดิม 3 ข้อคือ หยุดคุกคามประชาชน แก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภา ก็จะมีมวลชนเข้าร่วมด้วยมากยิ่งขึ้น และถ้าหากตอนนี้การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มีความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนในเป้าหมายเดียวก่อน คือการชุมนุมเพื่อกดดันให้สมาชิกรัฐสภาลงคะแนนสนับสนุนญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระหนึ่ง ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสมาชิกรัฐสภา ก็จะประสบผลสำเร็จอย่างแน่นอน&amp;quot; นายเทพไท กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้ออกจดหมายเปิดผนึกจากสภานักศึกษา ถึงผู้บริหารของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอให้ผู้บริหารรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในการชุมนุมวันที่ 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร ที่จัดขึ้นบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) โดยอ้างว่ากลุ่มผู้ชุมนุมดำเนินการอย่างถูกต้องตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด รวมถึงการยอมให้มีตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัย แต่กลับปิดประตูปล่อยให้นักศึกษาและผู้ชุมนุมต้องกระเสือกกระสนเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง จนทำให้ผู้ชุุมนุมบางคนนิ้วฉีกขาด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79025</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำลายสถานที่ราชการ, ประคับประคองให้ชาติสงบ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เช็กบิลม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200929/image_big_5f7335ffd4c40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
