<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกม็อบ!ชำเรารธน. ปิยบุตรชี้ระเบิดเวลารอปะทุ/ชวนเตือนไม่ควรรื้อสภาสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชวน&amp;quot; ชี้หากประชาธิปไตยไม่มีประสิทธิภาพ คนจะเอนเอียงนิยมเผด็จการและเป็นที่มาของหายนะ แนะทุกฝ่ายต้องทำหน้าที่ด้วยความสุจริต &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ขู่รายวัน ศึกซักฟอกถึงขั้นล้มรัฐบาล-เปลี่ยนตัวนายกฯ &amp;quot;วราวุธ&amp;quot; เตือนม็อบจุดติดแล้วควบคุมไม่ให้บานปลายได้ยาก &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; เชื่อ ปชช.ทนไม่ไหวสะสมจนคุมไม่อยู่ เปรียบ รธน.60 เป็นระเบิดเวลาจบแค่ 2 ทาง &amp;quot;ทหาร-ประชาชน&amp;quot; ฉีก &amp;quot;เทพไท&amp;quot; เสนอตั้งอนุ กมธ. 5 ภาครับฟังความเห็น ดีกว่าปล่อยพรรคการเมืองปลุกมวลชนกลายเป็นความขัดแย้งรอบใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติตลอดปีที่ผ่านมาว่า หลังจากไม่มีสภามา 5 ปี ไม่เฉพาะในประเทศเท่านั้นที่มีปฏิกิริยาต่อต้าน เพราะต่างประเทศก็มองเช่นกัน เมื่อมีสภาแล้วจึงเป็นความหวังของประชาชน ดังนั้น เพื่อให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยสามารถดำรงอยู่ได้ตลอดไปพร้อมกับความมีประสิทธิภาพ ทุกฝ่ายต้องทำงานในหน้าที่ด้วยความสุจริต ฝ่ายนิติบัญญัติต้องเป็นตัวอย่างในการเคารพกฎหมาย ทุกคนต้องอยู่ในกรอบของข้อบังคับ แม้บางคนจะยังไม่เคยชิน แต่กว่า 1 ปีเริ่มเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น หลายเรื่องเริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะการรักษาเวลา งานค้างอาจจะยังมีอยู่บ้าง แต่มีน้อยเมื่อเทียบกับสถานการณ์ของสภาทั่วไป เช่นการทำให้ญัตติด่วนเหลือค้างสภาเพียง 6 เรื่อง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหมดเป็นไปได้เพราะการได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย เมื่องานค้างลดลง ภายหลังปีใหม่ก็จะได้เริ่มงานใหม่ๆ ได้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า งานในสภาพยายามทำให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ความร่วมมือจากฝ่ายบริหารก็ดี ก็พยายามเชิญชวนให้มาสภา แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีก็อยากให้มาประชุมสภา หรือรัฐมนตรีก็อยากให้ตอบกระทู้ถามของ ส.ส.เช่นกัน เวลานี้กำลังหารือถึงการแก้ไขข้อบังคับในส่วนที่เกี่ยวกับการตั้งกระทู้ถาม เพื่อไม่ให้ใช้เวลาของสภามากเกินไป หรือในการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ก็พยายามเข้าไปรับฟังความคิดเห็นในเรื่องการทำงาน เช่นการจัดสรรเวลาการทำงานของ กมธ.จะไม่ให้กระทบกับการประชุม เป็นต้น เวลานี้มีกฎหมายเข้าสภาเพียง 2 ฉบับเท่านั้น ทั้งๆ ที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ คาดว่าหลังจากเทศกาลปีใหม่ร่างกฎหมายจะเข้ามาสภามากกว่าเดิม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ครับ ผมยืนยัน ผมเรียนว่าครึ่งปีที่ผ่านมาไม่เคยสักครั้งที่จะมาขอให้ผมทำผิดทำนองคลองธรรม มีแต่ผมที่ขอร้องให้มาร่วมประชุม เราหวังดีต่อกันเพื่องานของบ้านเมือง ประชาธิปไตยจะอยู่ได้ก็ต้องมีประสิทธิภาพด้วย ถ้าประชาธิปไตยไม่มีประสิทธิภาพ คนจะเอนเอียงนิยมในเผด็จการ ทันใจดี แล้วก็เป็นที่มาของความหายนะในที่สุด ต้องทำให้การปกครองนี้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ หมายความว่าปัญหาของประชาชนต้องมาสู่รัฐบาลได้โดยผ่านกระบวนการของสภาตามระบบนี้&amp;quot; นายชวนกล่าวตอบเมื่อถามย้ำว่า ยืนยันได้หรือไม่สภาจะเป็นที่พึ่งประชาชนเพื่อไม่ให้มีการใช้อำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนยังกล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปี 2563 ที่เกี่ยวกับการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติว่า &amp;nbsp;สำหรับการเมืองปี 2563 น่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยฝ่ายค้านจะสามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้สองครั้ง เพราะในปี 2563 จะมีสมัยประชุมสภาปีที่ 1 และปีที่ 2 โดยทั่วไปในสภา เมื่อระบบนี้รัฐบาลเป็นเสียงข้างมาก ดังนั้นรัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบมากกกว่า แต่ถึงที่สุดแล้วสภาจะอยู่ได้ต่อเมื่อทุกฝ่ายมาร่วมประชุมเพื่อมีมติร่วมกัน ถ้า ส.ส.ของรัฐบาลรู้ว่ากติกาเป็นอย่างนี้และรับผิดชอบในหน้าที่ &amp;nbsp;งานจะเดินไปได้
ฟันธงนาวาลุงตู่รอดฝั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านพักส่วนตัว ซอยจรัญสนิทวงศ์ 55 นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2563 ว่า แม้ที่ผ่านมาจะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่สังเกตได้ว่าแต่ละครั้งที่มีการลงคะแนนในสภาผู้แทนราษฎร หรือการทำงานสำคัญของรัฐบาล แน่นอนอาจจะมีผิดพลาดบ้าง แต่สุดท้ายแล้วรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมก็สามารถแก้ปัญหาไปได้ ซึ่งนี่คือสภาพทั่วไปของสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ต่อให้เป็นรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำหรือเสียงมากแค่ไหน ถึงเวลาลงคะแนนมักจะมีปัญหาอยู่ตลอดเวลา แต่มั่นใจว่าปี 2563 แม้จะเป็นปีที่มีภารกิจและความท้าทายของรัฐบาล แต่ด้วยการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค การทำงานของรัฐมนตรีทุกคน จะสามารถนำรัฐนาวาของ พล.อ.ประยุทธ์ไปได้ตลอดรอดฝั่ง แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในปี 2563 คาดการณ์กันว่าจะมีการชุมนุมและอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่าการชุมนุมเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิด เพราะที่ผ่านมาเห็นแล้วว่าการจุดไม่ใช่เรื่องยาก แต่พอจุดมาแล้วความสามารถในการคุมประเด็นไม่ให้มันบานปลายนั้นเป็นเรื่องยาก ตลอดสิบปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแล้วว่าท้ายที่สุดมันจะไปจบลงที่ใด จึงน่าจะเป็นบทเรียนที่ดีให้หลายๆ ฝ่ายว่าการชุมนุมประท้วงบนถนนไม่ก่อให้เกิดผลดีขึ้นเลย ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้นถือเป็นปกติของสภา ต้องให้กำลังใจฝ่ายค้านด้วย เพราะตลอด 5-6 ปีเราไม่มีสภา ไม่มีการตรวจสอบ จึงเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายค้านจะได้ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ นำข้อบกพร่องที่รัฐบาลจะต้องปรับปรุงมาถกกันในสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระแสข่าวอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่บางส่วนจะย้ายมาอยู่กับพรรค ชทพ. นายวราวุธกล่าวว่าวันนี้ยังเป็นแค่กระแสอยู่ แต่ไม่พัดมาที่พรรคสักที ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะมีการย้ายพรรคเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่ที่ผ่านมาทั้ง 4 คนน่าจะมีทิศทางชัดเจนแล้ว และไม่ได้มาอยู่ที่พรรค ชทพ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงมาตรการจัดการกับงูเห่าของพรรคเพื่อไทย โดยยอมรับว่าภายใต้กลไกของรัฐธรรมนูญเอื้อต่อการเกิดงูเห่าได้ตลอดเวลา แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแล้ว และเบื้องต้นพรรคเพื่อไทยได้ให้ ส.ส 3 คนที่ขัดมติพรรคเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว จากนั้นคณะกรรมการตรวจสอบจะทำรายงานสรุปส่งมายังกรรมการบริหารพรรค ทั้งนี้เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะแจ้งต่อสาธารณชนให้ทราบต่อไป &amp;nbsp;แต่ยืนยันว่าหากผิดจริงจะมีมาตรการที่ชัดเจนและเด็ดขาดในการจัดการกับงูเห่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุผลที่ยังไม่สามารถขับงูเห่าออกจากพรรคเพื่อไทยได้ เนื่องจากงูเห่าของพรรคเพื่อไทยต่างจากพรรคอนาคตใหม่ ตรงที่พรรคอนาคตใหม่โหวตสนับสนุนรัฐบาลบ่อยครั้งซึ่งทำให้เห็นจุดยืนที่ชัดเจน จึงเป็นเรื่องที่เราต้องสอบสวนให้ชัดเจนและฟังคำอธิบายก่อน&amp;quot; นายภูมิธรรมกล่าว
โวศึกซักฟอกล้มรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกและกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรค พปชร.ระบุเกรงฝ่ายค้านจะไม่มีข้อมูลเด็ดมาซักฟอกรัฐบาลว่า ขณะนี้คณะกรรมการกิจการพิเศษ พท.ได้จัดเตรียมขุนพลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไว้แล้วจำนวน 25 คน จัดหมวดหมู่แบ่งลักษณะพฤติกรรมและการกระทำที่นำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 รัฐมนตรี ถึงเวลานั้น &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ เจ้าของฉายาอิเหนาเมาหมัดแห่งรัฐเชียงกงจะได้รู้ว่า การตรวจสอบโดยกลไกและเครื่องมือที่เข้มข้นของระบบรัฐสภา จะโดนตรวจสอบหนักจนมีสภาพบอบช้ำแค่ไหน ส่วน ส.ว.สรรหาจะยอมรับว่าเป็นสภาทหารเกณฑ์ก็สารภาพไป แต่งานนี้พี่เลี้ยงลงไม่มีตัวช่วย ใครไม่เกี่ยวก็ถอยไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างสูงสุด ส่วนรัฐมนตรีที่น้อยเนื้อต่ำใจได้กระทรวงเกรดซี เกรดดี งบน้อย อยากขยับขยายไปคุมกระทรวงเกรดสูงขึ้น งบมากขึ้น รอลุ้นได้เลย &amp;nbsp;เพราะข้อมูลซักฟอกที่อยู่ในมือขณะนี้ชัดเจนมาก ทั้งในส่วนพรรคแกนหลักและพรรคร่วมรัฐบาล แม้จะมี 25 ขุนพลในการจับ 5 รัฐมนตรีขึ้นเขียงซักฟอก แต่ไม่ปิดกั้น ยังเปิดกว้างทั้งในส่วนของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้นำไปสู่การล้มรัฐบาลและเปลี่ยนตัวนายกฯ ได้แน่นอน&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวตอนหนึ่งขณะออกรายการ WAKE UP THAILAND ช่อง Voice TV ว่า &amp;quot;เหตุการณ์ที่คุณแต่ละคนออกมาโดยทนไม่ไหวแล้ว ผมคิดว่าอยู่ที่อัตตาวินิจฉัยของแต่ละคน เราบังคับกันไม่ได้ แต่เชื่อว่าถ้าผู้มีอำนาจยังใช้วิธีการแบบนี้ตลอดเวลา คือไม่ถอยเลย ไม่ถอยแม้แต่นิดเดียว ญัตติเรื่อง ม.44 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด นิดเดียวก็ไม่ถอย อย่างวันก่อนที่คุณเลี้ยงปีใหม่ ต้อนรับ ส.ส.ที่เพิ่งย้ายไป โดยไม่เขินอายเลย ผมมองว่า การลำพองในอำนาจตัวเองไปเรื่อยๆ มันจะผลักทำให้คนมีความรู้สึกว่าทนไม่ไหวแล้วออกมา แต่จะเกิดเมื่อไรผมไม่ทราบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างชิลี เกิดจากเรื่องการขึ้นค่าโดยสารรถระบบขนส่งสาธารณะ เลบานอนเกิดจากการเก็บภาษีออนไลน์ ฮ่องกงเกิดจากกฎหมายส่งผู้รายข้ามแดน ถามว่าเรื่องนี้มันเป็นชนวนให้เกิดขึ้นได้ไหม ผมว่ามันไม่ได้หรอก แต่มันมีความไม่พอใจสะสมมาเรื่อยๆ แต่ผมตอบไม่ได้ว่าจุดไหน ผู้มีอำนาจในปัจจุบันก็ตอบไม่ได้ แต่เรารู้กันอยู่ว่าภายใต้อำนาจที่เข้มแข็ง ข้างล่างมันเปราะบางมาก แต่เราไม่รู้ว่าจุดไหนคือชนวนที่ออกมา ถ้าวันหนึ่งมาถึงความไม่พอใจต่อผู้ปกครองคณะนี้เมื่อไร เรื่องนี้ใหญ่เกินกว่าการเป็นพรรคอนาคตใหม่ ใหญ่เกินกว่าธนาธรหรือผมแล้ว มันเป็นความไม่พอใจโดยพร้อมเพรียงกันของประชาชน&amp;quot;
ทหารหรือ ปชช.ฉีก รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า จุดจบของรัฐธรรมนูญ 60 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของระบบการปกครองที่เป็นอยู่ตอนนี้ คือไม่ถูกฉีกโดยทหารก็ถูกฉีกโดยประชาชน ดังนั้นมันจึงมีสภาวะเหมือนระเบิดเวลาที่ตั้งเวลารอไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพิธีกรถามว่าแต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ต้องการให้ถึงจุดนั้นใช่หรือไม่ นายปิยบุตกล่าวว่า &amp;quot;ถูกต้อง &amp;nbsp; ทั้ง 2 ถ้าฉีกโดยทหารก็จะเข้าอีหรอบเดิม แต่ถ้าฉีกโดยประชาชน ผมไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร ผู้กำกับหนังเรื่องไหนก็สร้างฉากจบไม่ได้ เพราะมันคุมไม่อยู่ แต่ไม่อยากให้มีการรัฐประหาร ไม่อยากให้ผู้มีอำนาจมองผมและธนาธรเป็นภัยคุกคาม แต่ขอให้มองว่าเป็นปรากฏการณ์ เป็นตัวแทนคนประชาชน ตัวแทนของคนรุ่นใหม่จำนวนมาก&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า อยากจะวิงวอนทุกฝ่ายช่วยลดปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่จะทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขอให้ทุกพรรคการเมืองใช้เวทีสภาในการแก้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องคนไทยทั่วประเทศ ทั้งนี้ที่ผ่านมาบ้านเมืองเสียหายเพราะวิกฤติปัญหาทางการเมือง มีการชุมนุมลุกลามบานปลายเสียเลือดเสียเนื้อจนบ้านเมืองเสียหาย เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วย หากคิดจะทำอะไรที่ไม่ควรก็ขอให้นึกถึงพี่น้องประชาชนและประเทศอันเป็นที่รักของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเมืองไทยจากนี้ไปคงจะร้อนแรงขึ้น แต่ไม่ถึงขั้นจะไปสู่วิกฤติอะไร ขณะเดียวกันปัญหาที่มีความอ่อนไหวและจะส่งผลกระทบกับการเมือง คือปัญหาเศรษฐกิจที่จะสะสมจนทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจรัฐบาล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ไลฟ์สดผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัวว่า การประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ในวันที่ 14 ม.ค.63 นั้น เป็นการประชุมอย่างเป็นทางการ เพื่อพิจารณาเนื้องานกันอย่างจริงจังนัดแรก จะเสนอให้มีการพูดคุยในเรื่องกรอบการทำงาน และลงลึกในรายละเอียดว่าจะแก้ไขอย่างไร จะตั้ง ส.ส.ร.หรือไม่ หรือจะแก้ไขเป็นรายมาตรา ถ้าหากรัฐธรรมนูญฉบับ ปี 2560 ซึ่งยกร่างโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำลังถูกวิจารณ์ว่าที่มาของรัฐธรรมนูญไม่มีส่วนยึดโยงกับประชาชน การทำงานของ กมธ.ชุดนี้ควรจะสร้างเงื่อนไขการทำงานให้ยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด ควรจะตั้งอนุกรรมาธิการวิสามัญอย่างน้อย 5 ชุด เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนใน 5 ภูมิภาค คือ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร โดยทำงานคู่ขนานกับการทำงานของ กมธ.ในสภา ดีกว่าปล่อยให้พรรคการเมืองต่างๆ ออกไปเคลื่อนไหวกับมวลชน ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายและความขัดแย้งในสังคมรอบใหม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ควรจะตั้งธงในการแก้ไขเพื่อการเอาชนะคะคานกัน หรือชิงความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ไม่ควรเอาประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเป็นประเด็นทางการเมืองเพื่อการเคลื่อนไหวดิสเครดิตฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเพฉาะ&amp;quot; นายเทพไทกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่า พรรค ชทพ.เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาข้อดีก็มี ข้อที่ควรปรับปรุงก็มีบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นกลไกการเลือกตั้ง หรือของพรรคการเมืองและอีกหลายๆ ส่วน แต่การจะแก้ไขต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม รับฟังเสียงของหลายๆ ฝ่ายเป็นประเด็นที่สำคัญ และเชื่อว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต้องรับฟังเสียงส่วนใหญ่ และนำมาถกกันในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ตั้งกันมาแล้ว
โหรฟันธงคนคิดไม่ดีอยู่ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย กล่าวว่า เป็นคนหนึ่งที่ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะมีความเป็นประชาธิปไตยน้อยกว่าในอดีต ปัญหาไม่ใช่มาจากรัฐธรรมนูญแต่มาจากตัวบุคคล จึงต้องแยกให้ออกจากกัน ผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย ดังนั้นการเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเสนอว่าควรรับฟังทุกฝ่ายรวมทั้งวุฒิสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเรามุ่งไปที่บทบาทวุฒิสภา แน่นอนว่าบางท่านคงไม่เห็นด้วยและมีการต่อต้าน แต่ถ้าเชิญมาคุยว่าเป้าหมายประเทศที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ นั้นหลักควรเป็นอย่างไร บทบาทแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร &amp;nbsp;ต้องยอมรับว่าวุฒิสภาก็มีประโยชน์ บางบทบาทก็ทำได้ดีกว่า ส.ส. เช่นการตรวจสอบคนเข้าสู่องค์กรต่างๆ เป็นต้น แต่บทบาทอื่นๆ สมควรจะมีแค่ไหนก็ต้องชวนมาคุย ถ้าคิดจะแก้จริงๆ ก็อย่าไปคิดล้มเลยครับ ถ้าอยากให้แก้ไขได้จริงๆ ก็ต้องให้ทุกฝ่ายเห็นด้วย และเอาเขามาคุยด้วยว่าจะปรับให้เป็นประชาธิปไตยจริงๆ หรือเอาบางส่วนออกไป เช่นการบรรจุให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพต้องเป็น ส.ว. ผมคิดว่าโดยหลักไม่เคยมีการระบุ ส.ว.โดยตำแหน่งแบบนี้ เพราะถ้าจะเลือกคนเข้ามาก็ควรเป็นระบบอื่น&amp;quot; &amp;nbsp;นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (โหร คมช.) กล่าวถึงเหตุการณ์บ้านเมืองในปี 2563 ว่า ในปีหน้าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีการเคลื่อนไหวชุมนุมของกลุ่มคน แต่มีกำลังไม่มาก ไม่หนักหนา ปลุกปั่นไม่ขึ้น วูบเดียวก็หายไป เป็นแค่นักการเมืองที่เข้ามา &amp;nbsp;เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็พยายามปลุกหาพรรคหาพวกมาทำลายล้างกัน ซึ่งมันไม่ดี บทเรียนในอดีตทุกคนก็เห็นแล้ว สุดท้ายความจริงจะถูกเปิดออกมา ขณะที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่มีอะไรน่าหนักใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่าคดีทางการเมืองที่จะมีการตัดสินในปี 63 จะมีผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองมากน้อยแค่ไหน โหร คมช.ตอบว่า &amp;quot;ไม่ส่งผลก่อให้เกิดเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงอะไรทางการเมือง เพราะเป็นการตัดสินตามกฎหมาย บนความถูกต้อง กฎหมายคือกฎหมาย เราต้องยอมเคารพกฎหมาย การเคลื่อนไหวอะไรบทเรียนในอดีตทำให้เราเห็นแล้ว ดังนั้นคนที่คิดไม่ดีต่อชาติบ้านเมือง ขอให้คิดให้ดี เพราะบ้านเมืองปัจจุบันสงบแล้ว คนที่ต้องโทษก็ต้องได้รับโทษ และคอยดูบางคนที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ เราอาจไม่ได้เห็นอีกเลยในบ้านเมืองเรา เหมือนในอดีตคนที่สร้างความวุ่นวายให้ชาติบ้านเมืองจะอยู่ไม่ได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคร่วมรัฐบาลยังจับมือกันต่อไปและจะมีบางพรรคเข้ามาร่วมรัฐบาล และ 3 ป.ยังอยู่ทำหน้าที่ &amp;nbsp;ส่วนรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำก็ไม่มีปัญหา เพราะสุดท้ายแล้วทุกคนนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่า กลุ่มที่เคยอยู่ตรงข้ามจะเข้ามาสนับสนุนมากขึ้น ขณะที่ดวงของ พล.อ.ประยุทธ์ยังมีหน้าที่ต้องทำต่อไปและอยู่ครบเทอม เพียงแต่ต้นปี 1-2 เดือนอาจมีเรื่องยุ่งอยู่บ้าง ทั้งกับตัวนายกฯ และคณะรัฐบาล ทั้งการทำงานหรือปัญหาสุขภาพ แต่ไม่ได้เป็นอะไรมากเป็นตามวัย และหลังจากมรสุมผ่านพ้นไปทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้น&amp;quot; นายวารินทร์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53610</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ทำหน้าที่ด้วยความสุจริต, นิยมเผด็จการ, ประชาธิปไตย, ม็อบจุดติดแล้วควบคุมไม่ให้บานปลายได้ยาก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4c0fd2116a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
