<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บัตรสองใบส่อเดือด ก้าวไกลผวาดิ้นสู้สูญพันธุ์ สภาสูงคาดพรรคร่วมร้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชี้ชะตาบัตรสองใบ รัฐสภาถก-ลงมติแก้ รธน.เปลี่ยนระบบเลือกตั้ง อังคาร-พุธนี้ พรรคก้าวไกลผวาบัตร 2 ใบทำเก้าอี้ ส.ส.หายเกลี้ยง เลือดเข้าตา ยื่นญัตติด่วน หวังล้มกระดาน ยกปม กมธ.เสียงข้างมากทำผิด รธน. &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; มั่นใจเสียงส่วนใหญ่โหวตฉลุย ไม่เอาด้วยพรรคส้ม สภาสูงปูดข่าวพรรคร่วม รบ.จับมือฝ่ายค้าน จ่อยื่นศาล รธน.สกัดเต็มเหนี่ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้นัดประชุมร่วมรัฐสภา (ส.ส.-ส.ว.) ในสัปดาห์นี้คือวันที่ 24-25 ส.ค. โดยมีระเบียบวาระที่หลายฝ่ายให้ความสนใจนั่นก็คือ การพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ฉบับที่.&amp;hellip;พ.ศ.&amp;hellip; (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง ส.ส.) ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน จากพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการพิจารณาการแก้ไข รธน.วาระสอง เรียงรายมาตรา ตามร่างแก้ไข รธน.ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นร่างที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภามาเพียงฉบับเดียว โดยเนื้อหาสำคัญของรายงานการพิจารณาร่างแก้ไข รธน.ของ กมธ.ที่รัฐสภาจะลงมติในวาระสอง สรุปคือเป็นการแก้ไขระบบเลือกตั้ง ส.ส.จากระบบบัตรฉบับปัจจุบัน ที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว แล้วนำคะแนนทั้งหมดของแต่ละพรรคการเมืองมาคำนวณหาจำนวน ส.ส.ที่แต่ละพรรคการเมืองพึงมีในสภาฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในร่างดังกล่าวได้เสนอแก้ไขเป็นระบบบัตรเลือกตั้งสองใบ แยกคะแนน ส.ส.เขตกับบัญชีรายชื่อ รวมถึงแก้ไขจำนวนและที่มาของ ส.ส.จากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ให้มี ส.ส.เขต 350 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน ก็มีการแก้ไขเป็น ให้มี ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามปรากฏว่า ในระเบียบวาระการประชุมปรากฏว่า ส.ส.พรรคก้าวไกล นำโดยนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อและ กมธ.แก้ไข รธน.ได้ร่วมกับ ส.ส.ของพรรคก้าวไกลร่วมกันลงชื่อเสนอญัตติด่วน เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาว่าการแก้ไข รธน.ของ กมธ.ที่อ้างข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภามาแก้ไข รธน.หลายมาตราเกินกว่าร่างเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ที่เสนอให้แก้แค่สองมาตรา สามารถทำได้หรือไม่ เพราะเห็นว่าอาจเป็นการทำผิดรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งประธานรัฐสภาได้บรรจุญัตติด่วนดังกล่าวเอาไว้ให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาด้วยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธาน กมธ.แก้ไข รธน.จากพรรคพลังประชารัฐกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของ ส.ส.พรรคก้าวไกลครั้งนี้ โดยเมื่อถามถึงว่า หากที่ประชุมรัฐสภามีมติไม่เห็นด้วยกับญัตติของนายธีรัจชัยและคณะ และอาจมีสมาชิกไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ในส่วนนี้จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ โดยนายไพบูลย์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นญัตติที่ทางพรรคก้าวไกลยื่นตามข้อบังคับข้อที่ 151 จากที่พิจารณาในญัตติที่เสนอมาไม่มีปัญหา เชื่อว่าที่ประชุมคงจะลงมติไม่เห็นด้วยกับญัตติของพรรคก้าวไกล และเมื่อที่ประชุมมีมติแล้วก็ถือว่าเป็นเด็ดขาดจบไปแล้ว การที่พรรคก้าวไกลเอาประเด็นนี้ไปส่งศาลรัฐธรรมนูญก็คงจะไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลจะรับไว้พิจารณา ซึ่งหากจะทำก็แล้วแต่ แต่เท่าที่ดูข้อกฎหมายมันไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลจะรับไว้พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ไม่ได้มีความกังวลใช่หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ไม่เลย ไม่ได้กังวลว่าเขาจะยื่นหรืออะไรก็ตามไม่กังวลทั้งสิ้น ยื่นก็ยังไม่รู้จะยื่นได้หรือไม่ เพราะจำนวนผู้ที่เข้าชื่อสำหรับ ส.ส.จะต้อง 70 กว่าคนขึ้นไป และเรื่องที่ยื่นก็ ต้องมีหลักเกณฑ์ที่ยื่นได้ ซึ่งจำนวนผู้เข้าชื่อก็เห็นว่าไม่น่าจะได้ ก็ต้องรอดูไปแม้จะได้ชื่อ แต่หลักเกณฑ์ก็ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าให้ศาลรับไว้พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ได้มีความเป็นห่วงอะไรและไม่ได้เป็นห่วงใดๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับการที่จะดำเนินการเรื่องนี้ เพราะ กมธ.ดำเนินการตามข้อบังคับ ซึ่งชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็สุดแล้วแต่ที่ประชุม&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน กมธ.แก้ไข รธน.กล่าวอีกว่า ตามระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาสัปดาห์นี้ จะมีเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ&amp;hellip;.ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด และร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่) พ.ศ&amp;hellip;.ซึ่งจะเป็นการพิจารณาก่อน จากการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นก็จะเสนอขอเลื่อนญัตติเรื่องด่วนที่พรรคก้าวไกลเสนอขึ้นมาพิจารณา และต่อด้วยวาระการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก็จะต่อด้วยเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับนวัตกรรม ฉะนั้นการพิจารณาเรื่องร่างรัฐธรรมนูญก็จะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 24 ส.ค.นี้ และคาดว่าหากมีประเด็นไม่เยอะ เพราะมีเพียง 11 มาตราก็อาจจะจบในวันที่ 24 ส.ค. แต่หากไม่จบก็จะต่อในช่วงเช้าของวันที่ 25 ส.ค. ส่วนจะเลิกประชุมเวลาใดนั้นยังไม่ทราบ ต้องแล้วแต่ที่ประชุม เพราะในการประชุมร่วมรัฐสภาในครั้งนี้กำหนดไว้เพียง 2 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยมาตลอดกับการแก้ไข รธน.ครั้งนี้ ที่สามพรรคทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านคือ พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ เพื่อไทยจับมือกันแก้ไข รธน.เพื่อแก้ไขระบบการเลือกตั้ง เห็นได้จากที่ ส.ส.พรรคก้าวไกลไม่ไปร่วมลงชื่อเสนอแก้ไข รธน.รอบนี้กับพรรคเพื่อไทย อีกทั้ง ส.ส.ของพรรคยังออกมาตำหนิการแก้ไข รธน.ครั้งนี้ของเพื่อไทยว่าเสนอแก้ไขในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน ขณะเดียวกันพรรคก้าวไกลก็พยายามจะให้การเขียนเรื่องระบบเลือกตั้งในชั้น กมธ.ให้ใช้วิธีการคำนวณหาจำนวนที่นั่ง ส.ส.ของแต่ละพรรคการเมืองตามระบบเลือกตั้งแบบเยอรมันหรือระบบสัดส่วนผสม MMP แต่ไม่สำเร็จ เพราะ กมธ.เสียงส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย แต่ กมธ.ของพรรคก้าวไกลก็สงวนความเห็นไว้เพื่อมาอภิปรายในวาระสองต่อไป และล่าสุด ส.ส.พรรคก้าวไกลก็มาร่วมเคลื่อนไหวลงชื่อเสนอญัตติด่วนดังกล่าวว่าการแก้ไข รธน.ของ กมธ.เสียงข้างมากทำผิดรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;แต่ไม่ได้มีการระบุในญัตติให้ที่ประชุมรัฐสภามีมติส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญตีความแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่ามกลางการวิเคราะห์จากแวดวงการเมืองว่า หากมีการแก้ไข รธน.โดยใช้บัตรสองใบ และลดจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อลงจาก 150 คน เหลือ 100 คน จะทำให้พรรคก้าวไกลได้ ส.ส.น้อยลงกว่าเดิมสมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่มาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค เช่น พรรคภูมิใจไทย ก็มีท่าทีไม่สนับสนุนการแก้ไข รธน.เพื่อเปลี่ยนเป็นระบบบัตรสองใบเช่นกัน หลังมีการมองกันว่าระบบดังกล่าวจะทำให้ภูมิใจไทยได้ ส.ส.น้อยลงกว่าการเลือกตั้งปี 2562&amp;nbsp;
ปชป.มั่นใจผ่านฉลุยวาระสอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า พรรคได้นัด ส.ส.ของพรรคประชุมวันจันทร์ที่ 23 ส.ค. เพื่อเตรียมความพร้อมในการพิจารณากฎหมายที่สำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ เพราะมีประเด็นที่จะต้องถกแถลงกันพอสมควร โดยเฉพาะที่มีการท้วงติงว่าการแก้ไขของคณะ กมธ.แก้ไขเกินหลักการจากที่ผ่านการรับหลักการจากที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นว่าสามารถดำเนินการได้ ในส่วนของประชาธิปัตย์เรามีความเชื่อมั่นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการไม่ได้ขัดหลักการ ส่วนที่มีการพรรคการเมืองบางพรรคเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำขัดหลักการ จะยื่นให้มีการตีความก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นนี้จะผ่านความเห็นชอบของสมาชิกรัฐสภาเพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในการใช้สิทธิ์เลือก ส.ส. และพรรคการเมืองที่เห็นว่าเหมาะสมด้วยบัตร 2 ใบ ซึ่งทำให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเสรีภาพเป็นไปตามเจตนารมณ์ของตนอย่างแท้จริง&amp;quot; นายองอาจระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การพิจารณาร่างแก้ไข รธน.วาระสองครั้งนี้ ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะพรรคการเมืองใหญ่สนับสนุนกันทุกพรรค แต่ในฐานะที่เป็นผู้ผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นว่าเป้าหมายการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่บรรลุเป้าหมาย กำลังถูกหักหลัง และไม่มีความจริงใจจากพรรคแกนนำรัฐบาล การที่รัฐสภาเห็นชอบแค่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในระบบเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์จะมาทึกทัก หรือโมเมว่า ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการทำตามเงื่อนไขของการเข้าร่วมรัฐบาลแล้วนั้น นอกจากจะเป็นการหลอกตัวเองก็ยังเป็นการหลอกลวงประชาชน พรรคประชาธิปัตย์จะต้องมุ่งมั่นแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้นตามที่ ประกาศไว้ ถ้าหากรัฐบาลไม่สนับสนุน ก็ควรที่จะพิจารณาทบทวนเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลได้เลย อย่าให้ถูกข้อครหาว่า อยากเป็นรัฐบาล เสพติดอำนาจ หวงเก้าอี้ จนลืมศักดิ์ศรีความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ไป
สภาสูงนัดถกก่อนลงมติโหวต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านท่าทีจากวุฒิสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เปิดเผยว่า วันที่ 23 ส.ค. ทาง ส.ว.จะสัมมนาที่รัฐสภาเพื่อเตรียมความพร้อม เบื้องต้นจะมี นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. นายสมชาย แสวงการ ส.ว. เป็นวิทยากร พูดคุยในประเด็นข้อถกเถียงแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะได้ตัดสินใจในการประชุมร่วมรัฐสภาได้ถูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรกล่าวว่า ทั้งนี้ ส.ว.ที่ยังมองไม่ชัดคือ ในประเด็นตรงที่มีการแปรญัตติที่เกินหลักการหรือเปล่า ซึ่งยังไม่ได้ดูรายละเอียด แต่ในเบื้องต้นคำว่าเกินหลักการที่ถกเถียงกัน ก็อาจหมายความว่า ร่างกฎหมายธรรมดาก็อยู่ในหลักการนั้น แล้วไปรับร่างมาฉบับเดียว คราวนี้ร่างฉบับเดียวนั้นมีการเพิ่มมาตราต่างๆ เข้ามา ตามหลักกฎหมายโดยทั่วไป ถ้าจำเป็นมันก็เพิ่มได้ต้องเกี่ยวเนื่องกัน แต่ถ้ามันมีปัญหาว่า มีการสร้างขึ้นมาใหม่ หรือเปล่า มันจำเป็นหรือเปล่ากับร่างเดิม ตรงนี้ก็ต้องมีการโต้เถียงกันแน่ๆ ทาง ส.ว.จะสัมมนากันถึงประเด็นนี้ แต่ทางฝ่าย กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมเขายืนยันว่า เขาสามารถแก้ไขได้เพื่อให้ร่างเดิมสมบูรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ข้อถกเถียงตรงนี้พรรคการเมืองอาจจะนำไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ นายพรเพชรตอบว่า กฎหมายทุกฉบับก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ต้องใช้เสียงสมาชิก 1 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภา และย้ำว่า ส.ว.ไม่ใช่พรรคการเมือง ส.ว.คงจะไปสั่งใครไม่ได้ ไม่เคยเลยที่จะไปบังคับให้โหวตผ่านหรือโหวตคว่ำ ใครจะพูดอย่างไรไม่รู้ แต่ส่วนตัวไม่เคยสั่งแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวเช่นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้ ส.ว.ไม่ออกตัวแรง เพราะเรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ของพรรคการเมืองล้วนๆ โดยเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่ ประชาชนและประเทศชาติไม่ค่อยได้อะไร แต่เท่าที่ฟังมา ส.ว.มีความเห็นเกี่ยวกับระบบเลือกตั้งที่จะแก้ครั้งนี้หลายเเนวทาง เช่น เห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 60 มีพรรคเล็ก มี ส.ส.แบบปัดเศษมากเกินไป ไม่ชี้ความต้องการของประชาชน ทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ แต่ถ้าแก้รัฐธรรมนูญเป็นแบบปี 40 ที่กำลังจะทำอยู่นี้ ส.ว.หลายกลุ่มเห็นว่าจะทำให้พรรคใหญ่กินรวบในสภาฯ เกิดเผด็จการรัฐสภาเหมือนในอดีต พรรคเล็กไม่มีที่ยืน ขณะที่อีกระบบที่มีพรรคการเมืองบางพรรคแปรญัตติ เสนอระบบแบบสัดส่วนผสม หรือ MMP ใครได้รับเลือกตั้งในเขตใดคนนั้นได้เป็น ส.ส. และเอาคะแนนของพรรค มาคำนวนเป็นสัดส่วน ส.ส.พึงมี โดยมีพรรคการเมืองหลายพรรคสนับสนุน ระบบนี้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ถ้าเอาผลประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง ระบบ MMP น่าจะสนองความต้องการประชาชน ประเทศชาติได้เป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัยเปิดเผยว่า ขณะนี้บรรดา ส.ว.กำลังถกแถลงกัน คาดว่าจะได้ข้อยุติไม่เกินวันที่ 23-24 ส.ค.นี้ และส่วนตัวเห็นว่าถ้าคำนึงถึงประโยชน์ประเทศชาติ ต้องการแก้ไขปัญหาทางการเมือง ควรใช้ระบบ MMP ดีที่สุด เท่าที่ดูขณะนี้พรรคก้าวไกล พรรคประชาธิปัตย์เสนอ ชาติไทยพัฒนาก็เห็นด้วย ส่วนพรรคภูมิใจไทยเท่าที่ดูลึกๆ ไม่เห็นด้วยกับระบบ MMP เขาจะเสียเปรียบ มันจึงเกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข เพราะทำให้พรรคตัวเองเสียคะแนน มีแนวโน้มที่จะไม่โหวตสนับสนุน และอาจจะร่วมกับพรรคการเมืองฝ่ายค้านบางพรรคส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความหลังจากโหวตผ่านวาระ 3 การแก้รัฐธรรมนูญรอบนี้อาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลและในสภาฯ อีกทั้งมีทีท่าว่าที่จะแก้ได้เร็วนั้น อาจจะไม่ได้เร็วดังความต้องการก็เป็นไปได้ ส.ว.ทั้งหมดจึงจะไม่เคลื่อนไหว และออกตัวแรงเรื่องนี้มาก โดยเรื่องที่มีบางคนคาดหวังว่า ถ้าแก้รัฐธรรมนูญเสร็จแล้วจะยุบสภาฯ เร็วได้เลย ก็อาจจะไม่ทันดังที่หวังก็ได้&amp;quot; ส.ว.วันชัยระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114182</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชี้ชะตาบัตรสองใบ, ทำเก้าอี้ ส.ส.หายเกลี้ยง เลือดเข้าตา, พรรคก้าวไกลผวาบัตร 2 ใบ, รัฐสภาถก-ลงมติแก้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d0310785264.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
