<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.ม.36 เคาะล้มประมูลรถไฟฟ้าสีส้ม 1.2 แสนล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.2564 นายกิตติกร ตันเปาว์ รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ว่า ที่ประชุมมีมติยกเลิกการประกวดราคา(ประมูล) โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เนื่องจากมองว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ทำให้ทุกคนอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ที่สำคัญจะทำให้โครงการเดินต่อไปไม่สะดุด และเกิดประโยชน์สูงสุดเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนหลักเกณฑ์การประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มจะใช้เกณฑ์เดิมที่เคยเปิดประมูลหรือเกณฑ์ใหม่นั้น เรายังไม่ได้มองถึงขั้นนั้น เนื่องจากต้องรอ รฟม.พิจารณาก่อนว่าเป็นอย่างไร ทั้งนี้เราอยากให้เร่งรัดกระบวนการเปิดประมูลให้รวดเร็วอยู่แล้ว ซึ่งขั้นตอนการประกวดราคาทางบอร์ดมาตรา 36 พิจารณาแล้วจะไม่ทำให้เกิดความล่าช้า เหมือนกับที่เรารอโดยไม่รู้ว่าเป้าหมายเราจะเป็นอย่างไร โครงการฯนี้มีไทม์ไลน์แน่นอนเราอยากให้การดำเนินการโครงการภาครัฐไม่สะดุด ซึ่งพิจารณาแล้วว่าเป็นประโยชน์สูงสุดต่อโครงการ อีกทั้งเราไม่สามารถกำหนดระยะเวลาการพิจารณาตัดสินของศาลปกครองได้เลย ทำให้ปัจจุบันยังไม่มีแนวทางการประกวดราคา การยืนราคา เพราะฉะนั้นการเริ่มประมูลโครงการใหม่เป็นการกำหนดระยะเวลาที่ดีที่สุด&amp;quot;นายกิตติกร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รฟม.จะถอนฟ้องศาลปกครองกรณียื่นอุทธรณ์การประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มหรือไม่ ขณะนี้ต้องรอให้รฟม.ดำเนินการพิจารณาก่อนส่วนเอกชนมีสิทธิยื่นฟ้องหรือไม่นั้น ไม่สามารถตอบได้ เพราะบอร์ดมีมติเห็นชอบในหลักการให้ยกเลิกประมูลเท่านั้น หลังจากนี้จะมีกระบวนการตรวจสอบขั้นตอนที่ถูกต้องเป็นไปตามข้อกฎหมายตามพ.ร.บ.ร่วมลงทุน ว่าจะดำเนินการอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระบวนการหลังจากนี้ หลังจากนี้ รฟม. จะเร่งออกประกาศยกเลิกทันที เพื่อเริ่มกระบวนการประมูลใหม่ทั้งหมด โดยการประมูลใหม่จะใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอเอกชนจากคะแนนเทคนิค 30 คะแนน และราคา 70 คะแนน อย่างไรก็ตามการล้มประมูลถือว่าสามารถทำได้ เพราะ รฟม. ได้แจ้งสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการประมูลไว้ในเอกสารหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกเอกชน (Request for Proposal Document : RFP) เป็นผู้ร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ไว้อยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการพิจารณายกเลิกประมูลโครงการฯ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยข้อดี จะทำให้ รฟม. ไม่ต้องลุ้นผลการพิจารณาคดีของศาลปกครอง รวมถึงไม่ต้องรอลุ้นว่าเมื่อศาลฯ ตัดสินแล้วจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร และจะติดปัญหาอะไรอีกหรือไม่ ส่วนข้อเสีย จะทำให้การเดินหน้าโครงการฯ ช้ากว่าแผนเดิมอย่างน้อย 6-9 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ การประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ รฟม.ได้เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนก่อสร้างช่วงตะวันตก ติดตั้งจัดหาระบบรถไฟฟ้าทั้งหมด และรับสัมปทานเดินรถตลอดเส้นทาง 35.9 กิโลเมตร(กม.) ระยะเวลา 30 ปี วงเงินรวมประมาณ 1.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระยะทาง 22.5 กม. จำนวน 17 สถานี (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี) และส่วนตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) ระยะทาง 13.4 กม. จำนวน 11 สถานี (สถานีใต้ดินตลอดสาย)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รฟม. ได้เปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอร่วมลงทุนฯ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 พ.ย.63 โดยในครั้งนั้นมีบริษัทยื่นซองข้อเสนอการร่วมลงทุนฯ 2 กลุ่ม (4 ราย) จากเอกชนที่ซื้อเอกสารข้อเสนอทั้งหมด 10 ราย โดยบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM มายื่นข้อเสนอเป็นรายแรก ตามด้วยกลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์(BSR) ประกอบด้วย บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC, บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และบริษัท ซิโน &amp;ndash; ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STECON ทั้งนี้ถือว่าเป็นไปตามความคาดหมายที่คาดการณ์กันว่า โครงการนี้จะเป็นการประมูลที่แข่งขันกันระหว่าง 2 ขั้วคือ BEM และ BTS&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสเปิดเผยว่า ทราบข่าวแล้ว และหลังจากนี้คาดว่า รฟม.จะมีการแจ้งเหตุผลของการยกเลิกการประมูลอีกครั้ง โดยขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะดำเนินการอย่างไร ขณะที่ในหนังสือที่รฟม.ได้แจ้งสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการประมูล ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วเพราะว่าจะมีการใส่ไว้ทุกโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนก่อนหน้านี้ที่ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวบีทีเอส โดยให้ รฟม. กลับไปใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาเดิม คือ เปิดซองคุณสมบัติ ซองเทคนิค ซองข้อเสนอการเงินและซองข้อเสนออื่นๆ เพิ่มเติม แต่รฟม. ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลาง กรณีมีคำสั่งทุเลาการเปลี่ยนหลักเกณฑ์การประเมินโครงการดังกล่าว นายสุรพงษ์ระบุว่า ขณะนี้ได้ไต่สวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรอศาลนัดฟังคำวินิจฉัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91867</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), กิตติกร ตันเปาว์, ทำเลรถไฟฟ้าสายสีส้ม, ล้มประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76a3614fd16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2019 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2019 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อนุทิน” นัดถกรูปแบบสายสีส้มตะวันตก 8 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ฝั่งตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วงเงิน 1.28 แสนล้านบาทว่า ในวันที่ 8 ต.ค.นี้เวลา 9.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กรมการขนส่งทางราง (ขร.) มาประชุมร่วมกันถึงโครงการดังกล่าว เพื่อหาข้อสรุปว่าจะดำเนินการในรูปแบบใด หลังจากที่กระทรวงการคลังได้ให้ความเห็นว่า หากรัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการในส่วนของงานโยธาเอง จะทำให้มีมูลค่าของโครงการที่ถูกลงไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้าน

ทั้งนี้ ยืนยันว่า หากรัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการในส่วนของงานโยธาเองนั้น จะไม่ทำให้โครงการล่าช้า เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการศึกษาไว้แล้ว

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ สนข. และ ขร. ไปพิจารณาความแตกต่างระหว่างระบบรถไฟรางหนัก (Heavy Rail) กับรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) พร้อมทั้งพิจารณาข้อกังวล ทั้งในส่วนเรื่องของค่าโดยสารของประชาชน และเพดานหนี้สาธารณะด้วย ขณะที่ในส่วนของจำนวนผู้โดยสารที่ระบุว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ฝั่งตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี เมื่อรวมกับฝั่งตะวันตก จะมีจำนวนผู้โดยสาร 440,000 คนต่อวันนั้น ตนมองว่าตัวเลขผู้โดยสารยังน้อยไป เนื่องจากเส้นทางดังกล่าว ผ่านใจกลางเมือง จึงสั่งการให้ รฟม. ไปอัพเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน

&amp;ldquo;หลังจากที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ฝ่ายเศรษฐกิจแล้ว และได้ให้กลับมาทบทวนโครงการรถไฟสายสีส้มว่า จะใช้รูปแบบไหน ก็ต้องมาดูว่าอันไหนถูกกว่าและดีกว่า ก็จะเสนอข้อเท็จจริง และข้อเปรียบเทียบเสนอให้ ครม.พิจารณา ซึ่งตอนนี้มี 2 รูปแบบ คือ แยกการก่อสร้างออกจากการเดินรถ แต่ปัจจุบันรวมเป็นเอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) 100% ซึ่งกระทรวงการคลังได้ให้ความเห็นว่า ถ้าแยกก่อสร้างออกมาจะถูกกว่า ซึ่งความเห็นนี้มีเป็นตัวหนังสืออยู่ในรายงานการประชุม&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า สำหรับกรอบในการพิจารณาโครงการนั้น จะต้องเรียงลำดับความสำคัญ เพื่อตอบโจทย์ 3 กลุ่มหลักที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) คือ ลำดับที่ 1 ประชาชนจะต้องได้ประโยชน์สูงสุด และรับภาระน้อยที่สุด โดยเฉพาะในส่วนของอัตราค่าโดยสาร ลำดับที่ 2 รัฐจะต้องมีการลงทุนน้อย และลำดับที่ 3 เอกชนที่มาลงทุนจากรัฐจะต้องได้รับผลตอบแทน

ทั้งนี้ หากการพิจารณาดังกล่าว ที่มีนายอนุทินเป็นประธานนั้น ได้ข้อสรุปออกมาว่า รัฐจะเป็นผู้ดำเนินการในส่วนของงานโยธาเอง จะถอนเรื่องกลับมาเพื่อพิจารณาอีกครั้ง จากนั้นจะส่งเรื่องกลับไปยังคณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟม.) ก่อนที่จะเสนอให้ ครม.ฝ่ายเศรษฐกิจพิจารณา เพื่อส่งไปยัง ครม.ชุดใหญ่ และเข้าสู่กระบวนการ PPP เฉพาะการเดินรถต่อไป ขณะเดียวกัน ถ้าพิจารณาแล้วว่า จะดำเนินการรูปแบบเดิมตามมติ ครม.ชุดก่อนเหมาะสมกว่านั้น ก็สามารถเสนอไปยัง ครม.ชุดใหญ่ได้ทันที อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสรุปรูปแบบการดำเนินการและเสนอ ครม. ได้ภายใน ต.ค. นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47569</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์, ทำเลรถไฟฟ้าสายสีส้ม, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9af78135ed5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2019 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมเลื่อนเปิดประมูลรถไฟสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์หลังงบไม่พอจ่ายค่าก่อสร้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมเปิดเผยว่าสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์และงานเดินรถรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก วงเงิน2.3 แสนล้านบาทนั้นคงต้องเลื่อนเปิดประมูลไปเป็นปี 2564 เนื่องจากขัดกับวินัยการเงินการคลังของงบประมาณปี 2563 กล่าวคืองบประมาณไม่พอไปดำเนินโครงการหรือเปิดประมูลเพื่อจ่ายค่าก่อสร้าง ขณะนี้กระทรวงคมนาคมเหลืองบประมาณอยู่ราว 30,000 ล้านบาท

สำหรับโครงการดังกล่าวต้องใช้งบประมาณมากถึง 90,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงต้องไปตั้งของบประมาณปี 2564 แทน ส่งผลให้การประมูลต้องเลื่อนออกไปเป็นในปีดังกล่าวด้วยเช่นกัน ส่วนงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการนั้นอาจจะต้องปรับกรอบเวลาในการดำเนินการให้สอดคล้องกับสายสีส้มตะวันออกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2566-2567 เนื่องจากสัญญาว่าจ้างเอกชนเดินรถเป็นสัญญาเดียวตลอดเส้นทางดังนั้นจึงต้องรอการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกด้วย

ด้านนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่าหลังจากนี้รฟม.จะเรียกผู้รับเหมาและเอกชนที่ดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกเข้าพบเพื่อชี้แจงการขยับกรอบเวลาของโครงการดังกล่าว อย่างไรก็ตามโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกยังสามารถเปิดให้บริการได้ตามแผนเดิม ซึ่งการเลื่อนประมูลงานเดินรถออกไปจะไม่กระทบ โดยรฟม.จะกำหนดให้เอกชนผู้รับงานติดตั้งระบบและเดินรถ เร่งงานให้เร็วมากขึ้นเพื่อให้ทันกำหนดการเปิดให้บริการสายสีส้มตะวันออกในปี 2567

นายศักดิ์สยามกล่าวต่อว่าสำหรับแผนพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง 4 เส้นทางตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนั้น ยืนยันว่าตนจะผลักดันรถไฟไฮสปีดสองเส้นทางที่เหลือคือ รถไฟฟ้าความเร็วสูงสายเหนือช่วงกรุงเทพ-พิษณุโลก-เชียงใหม่ วงเงินลงทุนมากกว่า 500,000 ล้านบาท และรถไฟฟ้าความเร็วสูงสายใต้ช่วงกรุงเทพ-หัวหิน-สุราษฎร์ธานี วงเงินราว 400,000-500,000 ล้านบาท ตามแผนที่กระทรวงคมนาคมกำหนดไว้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่จะเข้ามาในประเทศตลอดจนขับเคลื่อนตัวเลขเศรษฐกิจให้เป็นไปตามเป้า

อย่างไรก็ตามขณะนี้รัฐบาลได้ออกแบบเครื่องมือทางการเงินมาช่วยลงทุนโครงการขนาดใหญ่อยู่แล้วทั้ง การร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) และการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น กองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์(TFF) ควบคู่ไปกับการผลักดันโครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 วงเงินลงทุนมากกว่า 3 แสนล้านบาท ได้แก่รถไฟทางคู่ช่วง บ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนมวงเงิน 6.79 หมื่นล้านบาท และรถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของวงเงิน 8.5 หมื่นล้านบาท

สำหรับรถไฟทางคู่เฟส 2 ที่เตรียมเสนอ ครม. นั้นได้แก่ รถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี มูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาท, รถไฟทางคู่ ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ มูลค่า 8 พันล้านบาท, รถไฟทางคู่ ช่วงขอนแก่น-หนองคาย มูลค่า 2.6 หมื่นล้านบาท, รถไฟทางคู่ ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย 5.6 หมื่นล้านบาท, รถไฟทางคู่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานีมูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาท, รถไฟทางคู่ ช่วงสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-สงขลามูลค่า 5.7 หมื่นล้านบาท รถไฟทางคู่ระนอง-ชุมพร วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43628</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเลรถไฟฟ้าสายสีส้ม, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, เลื่อนประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d5656c5b2e57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17205</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>SPALI ลุยลงทุนเปิดตัวคอนโดฯติดสถานีรถไฟฟ้าMRT</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศุภาลัย เล็งตลาดอสังหาฯปี 61 โตต่อ เผยทำเลรถไฟฟ้าสายสีส้มจ่อบูม หลังภาครัฐลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ดันราคาขายที่ดินแตะ 300,000 บาทต่อตร.วา ล่าสุดผุดโครงการ ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง มูลค่า 6,000 ล้านบาท คาดเปิดพรีเซลล์มียอดขายกว่า 40-50%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย. 61 นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บมจ.ศุภาลัย (SPALI) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปี 2561 นี้ เชื่อว่ายังมีแนวโน้มขยายตัวได้ในทิศทางที่ดี ขณะที่ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังคงมีอย่างอย่างต่อเนื่อง ส่วนภาพรวมตลาดในทำเลรามคำแหง เริ่มมีผู้ประกอบการได้เข้ามาพัฒนาโครงการมากขึ้น เนื่องจากภาครัฐได้มีลงทุนในโครงการรถไฟฟ้า MRT ทำให้การคมนาคมเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนราคาที่ดินอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาทต่อตร.วา และจากการสำรวจพบว่ามีจำนวนยูนิตเปิดขายอยู่ที่ประมาณ 5,600 ยูนิต มีอัตราการขายแล้วกว่า 4,400 ยูนิต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในปี 2561 นี้บริษัทตั้งเป้าเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมและแนวราบรวม 35 โครงการ มูลค่าโครงการประมาณรวม 40,000 ล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัทมีการเปิดโครงการทั้งคอนโดมิเนียมและแนวราบไปแล้วจำนวน 10 โครงการ มูลค่ารวม 7,600 ล้านบาท ส่วนงบลงทุนรวมในปีนี้บริษัทวางไว้ที่ 21,000 ล้านบาท โดยจะแบ่งเป็นใช้ซื้อที่ดินเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการทั้งในปี 2561 และปี 2562 จำนวน 9,000 ล้านบาท และอีก 12,000 ล้านบาทจะใช้ในการพัฒนาโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 3 นี้ โดยในเดือน ก.ย.นี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม 1 โครงการ ส่วนในเดือน พ.ย. มีแผนเปิดตัวโครงการแนวราบใน จ.เชียงราย ซึ่งในปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนโครงการในต่างจังหวัดคิดเป็น 25% ของพอร์ต ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวโครงการ ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง บนพื้นที่รวม 15 ไร่ จำนวน 3 อาคาร มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท ราคาขายเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท โดยจะเปิดพรีเซลล์อย่างเป็นทางการในวันที่ 28-30 ก.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมียอดขายที่ประมาณ 40-50%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17205</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดอสังหาฯ, ทำเลรถไฟฟ้าสายสีส้ม, บมจ.ศุภาลัย, ศุภาลัย, ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b96038f1c14f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
