<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2021 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรื่องนี้ใหญ่มาก! &#039;หมอพรทิพย์&#039; ยก 6 ประเด็นว่าด้วยกฎหมายทำแท้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.64 - แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) &amp;nbsp;ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่าหนึ่งเรื่องใหญ่ที่กำลังเป็นจุดเปลี่ยนสังคมคือการแก้กฎหมายทำแท้งที่มีการร้องศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากมีการจับผู้ทำแท้งในคลีนิคแห่งหนึ่ง ที่นำไปสู่การร้องศาลว่าการทำแท้งเป็นสิทธิของผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ที่สามารถดำเนินการได้ หลังศาลมีคำพิพากษาว่ากฎหมายที่ควบคุมการทำแท้งเดิมขัดหลักการรัฐธรรมนูญ รัฐมีหน้าที่แก้กฎหมายภายใน 360 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสัปดาห์ก่อนจึงได้ทราบว่ารัฐบาลผ่านกฎหมายมาที่สภา และมอบหมายกรรมาธิการหลายชุดไปพิจารณาให้ความเห็น จู่ๆก็มีหมายนัดประชุมในวันจันทร์นี้ที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งรีบสามวาระ เพื่อให้ทันกำหนดการออกกฎหมายนี้กลางเดือนกุมภาพันธ์ 2564 นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานมีโอกาสเป็นวิทยากรในการสัมมนาของวุฒิสภาจึงได้ให้ประเด็นไว้ การปฏิสนธิคือการเริ่มของชีวิตในทางศาสนาพุทธ การปฏิสนธิไม่ใช่ความบังเอิญเพราะมีโอกาสยากมากที่อสุจิจะพบกับไข่ได้ตรงเวลาและตำแหน่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มนุษย์เราจะรับโครโมโซมมาจากแม่ครึ่ง พ่อครึ่งซึ่งมีความหลากหลายมากมายจนกลายเป็นพันธุกรรมที่มีความเฉพาะตัว ไม่ซ้ำกันสักคน ซึ่งหมอเชื่อในหลักกฎแห่งกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สอง ผู้หญิงมีสรีระตามธรรมชาติให้ต้องทำหน้าที่อุ้มครรภ์ต่างจากชายซึ่งเป็นภาระตามธรรมชาติ สิ่งนี้ควรทำความเข้าใจและระมัดระวังในการมีเพศสัมพันธ์ที่อาจมีการปฏิสนธิตามมามากกว่าอ้างในสิทธิที่จะทำลายชีวิตในครรภ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สามคือการแก้กฎหมายนี้คำนึงถึงสิทธิของผู้หญิงที่ตั้งท้องมากกว่าสิทธิของผู้ที่เกิดมาที่ควรมีสิทธิในการมีชีวิต(Right of Life) เพราะมีการเพิ่มให้สามารถทำแท้งได้หากมีความพิการ ทั้งที่ในสังคมปัจจุบันคนพิการจำนวนมากที่เกิดมาและดำรงตนอยู่ในสังคมได้ การแก้กฎหมายนี้ไม่มีการให้โอกาสคนพิการร่วมพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สี่ กฎหมายเดิมก็เปิดโอกาสให้สามารถแก้ปัญหาได้เพียงพออยู่แล้วเช่นการพบแพทย์เพื่อปรับประจำเดือน การทำแท้งหากถูกล่วงละเมิดทางการแพทย์ การทำแท้งเพื่อรักษาชีวิตแม่รวมทั้งบางกรณีของความพิการของทารก หากปล่อยกฎหมายนี้ออกมาจะกลายเป็นการเปิดโอกาสทำแท้งให้มากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันหมอเองก็พบกับกรณีที่ทำแท้งเถื่อนมากมาย แม่ฆ่าลูกทันทีที่เกิดมากหรือทอดทิ้งทำร้ายในภายหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ห้ารัฐธรรมนูญมีหลักที่ต้องคำนึงคือJustice, Human right, Human dignity, Human equityซึ่งการแก้ครั้งนี้ล้วนขัดหลักการ ที่สำคัญหมอมองว่ารัฐธรรมนูญหรือกฎหมายไม่ใช่กติกาสำคัญที่สุดของสังคม หากแต่เป็นหลักศีลธรรมอันดีงามที่ปัจจุบันถดถอยไปมากแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการสุดท้ายการแก้ครั้งนี้ เป็นเพราะผู้ทำแท้งคลีนิคแห่งหนึ่งหาทางดิ้นรนไม่ให้ตัวเองต้องรับผิดทางกฎหมาย ใช้ช่องทางร้องเรียนจนนำมาซึ่งคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ และบวกกับรัฐบาลและสภาทั้งสองต่างปล่อยให้เรื่องดำเนินไปจนเข้าสู่ภาวะที่เกือบเหมือนมัดมือชกว่าต้องเห็นด้วยเพียงอย่างเดียวเพื่อไม่ให้กฎหมายเดิมถูกยกเลิกกลางเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ไทยสามารถทำแท้งได้เสรีเพราะไม่มีกฎหมายห้ามไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้ใหญ่ สำคัญมาก เล่าสู่กันฟังแม้หมอจะโหวตไม่เห็นชอบแต่หลายอย่างมีเงื่อนตายที่รอผูก โปรดติดตามและให้ความสนใจกับเรื่องนี้.&lt;/p&gt;


	ดร.เสรี เชื่อมั่นกฎหมายกำลังจะทำงาน&amp;nbsp;
	&amp;#39;อดีตบิ๊ก ศรภ.&amp;#39; ชี้เปรี้ยงประเทศที่หนุนม็อบในไทย กำลังเจอบาปกรรม!
	พรึ่บ! ส.ส.-นักการเมืองเครือข่ายธนาธร ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
	เจ๊หน่อย&amp;#39; แพลมแล้ว!นโยบาย &amp;#39;กลุ่มสร้างไทย&amp;#39; ที่กำลังจะเป็นพรรคการเมือง
	&amp;#39;วรงค์&amp;#39; ยกผลโพล 91.4% หนุน &amp;#39;ไทยภักดี&amp;#39; ตั้งพรรค โวลั่นจะนำพาชาติไทยพุ่งไปข้างหน้า

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90726</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำแท้ง, พรทิพย์ โรจนสุนันท์, สตรี, สมาชิกวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210123/image_big_600b7f082feba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาฯไฟเขียว สตรีทำแท้งเองได้หากอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค. 64 - ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ มีระเบียบวาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... ที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งมีนายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานกมธ.วิสามัญฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างกฎหมายดังกล่าว มีทั้งหมด 4 มาตรา โดยคณะกมธ.แก้ไขมีสาระสำคัญอยู่ที่มาตรา 3 ว่าด้วยกำหนดโทษสตรีที่ทำแท้งหรือยอมให้ผู้อื่นทำแท้ง ขณะมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 4 กมธ. แก้ไขว่า ถ้าเป็นการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา ถือว่าไม่ผิด ดังนี้ 1.หญิงตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยงต่อการได้รับอันตราย ต่อสุขภาพทางกายหรือจิตใจของหญิงนั้น 2. เนื่องจากมีความเสี่ยงอย่างมากหรือมีเหตุผลทางการแพทย์อันควรเชื่อได้ว่าหากทารกคลอดออกมาจะมีความผิดปกติถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง 3.หญิงยืนยันต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมว่าตนมีครรภ์ เนื่องจากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.หญิงซึ่งมีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ และ5.หญิงซึ่งมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ ภายหลังการตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของแพทยสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในมาตรา 3 เสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมลงมติไม่เห็นด้วยกับการกำหนดโทษที่กมธ.แก้ไข แต่เห็นด้วยกับร่างเดิมของรัฐบาลที่เสนอ ให้ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาได้มีการอภิปรายในมาตรา 4 โดยน.ส.นริศรา ไผ่แดง ในฐานะกมธ.ฝ่ายรัฐบาล ระบุว่า ข้อยกเว้นที่3 ที่กำหนดให้อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ยุติการตั้งครรภ์ได้นั้น บัญญัติไว้สำหรับรองรับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นที่ประชุมได้เปิดให้ส.ส.อภิปราย โดยนพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแก้ไขครั้งนี้อนุญาตให้สตรีมีครรภ์สามารถซื้อยามากิน เพื่อทำแท้งตัวเองได้ หากอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นมุสลิม ตามหลักการของศาสนาอิสลาม ภายหลังจากมีปฏิสนธิและทารกอยู่ในครรภ์ 120 วันแล้ว ถือว่าเด็กมีชีวตแล้ว หากทำแท้งถือว่าบาปมหันต์ &amp;nbsp;ยกเว้นจะต้องมีเหตุจำเป็น เช่น แพทย์วินิจฉัยแล้วว่ามีอันตรายถึงชีวิตของมารดา เป็นต้น แต่ถ้าเด็กได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์ ว่าเกิดมาไม่สมประกอบหรือพิการ ตามหลักของอิสลามห้ามทำแท้ง เพราะเชื่อว่าเกิดมาแล้ว สังคมจะไม่ทอดทิ้งและช่วยเหลือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสันติ ชี้แจงว่า มาตรา 4 ข้อยกเว้นที่ 5 ทางกมธ.บัญญัติขึ้นเพื่อให้ทางออกกับสตรีที่ประสบปัญหาในชีวิต เช่น พ่อของลูกเกิดเสียชีวิต หรือปฏิเสธการเป็นพ่อ น 20 สัปดาห์ ทั้งนี้ ยืนยันว่ากมธ.มีเจตนารมให้หญิงมีทางออกเมื่อประสบปัญหาในชีวิต และให้ได้รับคำแนะนำ จากนั้นจึงค่อยตัดสินใจด้วยตนเองว่าจะตั้งครรภ์ต่อไป หรือจะยุติการตั้งครรภ์ ส่วนที่กำหนดไว้ ไม่เกิน 20 สัปดาห์ เพราะถ้าเกิน 20 สัปดาห์ เด็กดิ้นแล้ว มีชีวิตแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจรัญ ภักดีธนากุล ในฐานะกมธ. ชี้แจงว่า จณะที่ทำกฎหมายนั้น ตนได้รับโจทย์มาว่าเราจะมีทางเลือกอย่างไรให้กับผู้หญิงที่ประสบปัญหาชีวิตที่ยากลำบากแสนสาหัญอย่างที่หาทางออกไม่ได้ วัตถุประสงค์ในการทำกฎหมายนี้ไม่ได้ต้องการผลักให้ผู้หญิงไปสู่การทำแท้ง แต่ต้องการหาทางออกที่เหมาะสมที่พอรับได้กับสังคมไทย ซึ่งมีความคิดเห็นอย่างแตกต่าง ทั้งนี้ กมธ.คำนึงถึงการมีชีวิตรอดของเด็กด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ที่ประชุมได้ลงมติในมาตรา 4 เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับที่คณะกมธ.แก้ไข ด้วยคะแนน 273 ต่อ 47 งดออกเสียง 19 เสียง และต่อมาเวลา 15.55 น. ที่ประชุมลงมติในวาระสาม ส่วนใหญ่เห็นด้วยผ่านร่างกฎหมายทั้งฉบับ ด้วยคะแนน 276 ต่อ 8 งดออกเสียง 54 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าไรก็ตาม น.ส.ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานกมธ. ให้สัมภาษณ์ภายหลังสภาฯผ่านร่างกฎหมาย ว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จะเปิดโอกาสให้ผู้หญิงที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งถ้าจะไปซื้อยารับประทานเองเพื่อทำแท้งสามารถทำได้ และไม่ต้องทำโดยแพทย์ แต่ถ้าเป็นกรณีที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 ถึง 20 สัปดาห์ ถ้าต้องการยุติการตั้งครรภ์ต้องเข้าสู่กระบวนการปรึกษาหารือทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่น เพื่อให้เจ้าตัวเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะยุติการตั้งครรภ์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ธนิกานต์ กล่าวต่อว่า แต่ถ้าเป็นกรณีอายุครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์ขึ้นไป ไม่สามารถทำแท้งตามกฎหมายนี้ได้ เพราะทางการแพทย์ถือว่าเด็กมีสภาพเป็นตัวบุคคลแล้ว มีน้ำหนักเกิน 500 กรัม เด็กสามารถกระดิกมือ กระดิกเท้าได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นกรณีที่แพทย์วินิจฉัยเห็นแล้วว่าการตั้งครรภ์จะเป็นอันตรายต่อมารดา หรือเป็นอันตรายร้ายแรงต่อเด็กที่จะคลอดออกมา หรือพิสูจน์แล้วว่าเป็นการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการกระทำความผิดทางเพศ หรือการข่มขืน ไม่ว่าจะมีอายุครรภ์กี่สัปดาห์ก็สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90475</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำแท้ง, รัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_60080cdbdf2dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; ถกแก้กฎหมาย &#039;ทำแท้ง&#039; เสนออายุครรภ์ไม่เกิน 24 สัปดาห์ ชี้ 12 สัปดาห์ไม่แก้ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;พรรคก้าวไกล&amp;quot; โพสต์ข้อความเนื้อหาการอภิปรายแก้กฎหมายอาญา เปิดทางผู้หญิงเข้าสู่การยุติการตั้งครรภ์ปลอดภัย โดยนายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุว่า&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา มีผู้ป่วยจากการทำแท้งไม่ปลอดภัย 27,000 - 32,000 รายต่อปี ในจำนวนนี้เสียชีวิตเฉลี่ยถึงปีละ 20 - 35 ราย สภาต้องหยิบยกเรื่องนี้มาพูดเพื่อแก้ปัญหา เพื่อไม่ให้มีความคลุมเครือว่า ทำไปแล้วจะผิดหรือจะถูก จะช่วยหรือไม่ช่วย เพราะที่ยิ่งนานวันก็ยิ่งไม่ส่งผลดีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเลย นี่คือเสียงของประชาชน ปัญหาของผู้หญิงและแพทย์ ดังกรณี คุณศรีสมัย เชื้อชาติ ซึ่งเคยเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่งและเป็นแพทย์ในเครือข่ายแพทย์อาสาเพื่อยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ตามกฎหมาย ได้ถูกดำเนินคดีความผิดฐานทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นยินยอม &amp;nbsp;จากนั้น เธอจึงได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายอาญาความผิดฐานทำแท้งนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ได้มีการวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญว่า ประมวลกฎหมายอาญาดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ มันถึงเวลาที่สังคมจะต้องตระหนักร่วมกันว่า เราจะปิดตากับปัญหาดังกล่าวไม่ได้แล้วและนี่คืออำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ อภิปรายร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ... โดยมีสาระสำคัญเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมความผิดอาญาในการยุติการตั้งครรภ์หรือการทำแท้งประกบกับร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรีที่เสนอเข้าสู่สภา&amp;nbsp;โดยหลักการและเหตุผลของร่างคณะรัฐมนตรีนั้น ทางพรรคก้าวไกลเห็นด้วย แต่อาจมีรายละเอียดบางอย่างหายไป ซึ่งเป็นฐานคิดสำคัญที่ไม่ได้อยู่ในตัวอักษร แต่เป็นฐานคิดที่ส่งผลให้การร่างนั้นมีผลลัพท์ที่ไม่ครอบคลุมปัญหา เพราะการยุติการตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่มีอยู่ในสังคมไทย แต่เป็นเรื่องใต้พรมที่ทำให้คนในสังคมรวมถึงผู้หญิงไม่รู้และไม่มีความไม่เข้าใจ เมื่อไม่สามารถหยิบขึ้นมาพูดบนโต๊ะ เราจึงไม่สามารถตั้งคำถามต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธัญวัจน์ กล่าวว่า ปัญหาสำคัญที่ผ่านมาคือ ความไม่ชัดเจนซึ่งทำให้เมื่อแพทย์เข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้หญิงเพื่อยุติการตั้งครรภ์ สิ่งที่ตามมาคือคดีอาญา ในที่สุดสถานการณ์จึงเปิดทางให้กับการขายยาทำแท้งเถื่อนเกลื่อนออนไลน์ โดยที่ผู้หญิงไม่สามารถทราบว่ายาดังกล่าวปลอดภัยหรือไม่ และข้อเท็จจริงก็คือการเสียชีวิตของผู้หญิงมากถึง 20-35 รายในแต่ละปีจากข้อมูลสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สังคมไทยไม่ควรจะปิดตาและมองข้ามผ่านไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายละเอียดองค์ประกอบของกฎหมาย สิ่งที่พรรคก้าวไกลเห็นแตกต่างจากร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรีคือ เรื่องเงื่อนเวลาปลอดภัยในการยุติการตั้งครรภ์อยู่ที่ภายใน 12 สัปดาห์ จึงจะไม่มีความผิดอาญา ขณะที่พรรคก้าวไกลเสนอว่าเงื่อนเวลาไม่มีความผิดอาญาควรจะอยู่ที่ 24 สัปดาห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนที่เราจะถกเถียงเรื่องเวลา สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือไม่มีผู้หญิงคนไหนตั้งใจท้อง เพื่อไปทำแท้ง และไม่มีใคร สนุกกับการทำแท้ง&amp;rdquo;
ทั้งนี้ จากสถิติการยุติการตั้งครรภ์ หลังจาก 12 สัปดาห์คือ &amp;nbsp;
13 - 16 สัปดาห์ 13 %
17 - 22 สัปดาห์ 12 %
23 - 28 สัปดาห์ 4.5 %
และมากกว่านั้น 0.5 %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหากประเมินจาก ข้อมูลที่มีว่าผู้หญิงเข้าสู่การยุติการตั้งครรภ์ 3 แสนรายต่อปี ก็จะพบว่าการกำหนดเงื่อนเวลา 12 สัปดาห์ จะยังคงทิ้งปัญหาให้ผู้หญิงอีกจำนวนมากต้องก้าวเข้าสู่การทำแท้งเถื่อน อันตราย และไม่ปลอดภัยอยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สาเหตุของการยุติการตั้งครรภ์หลัง 12 สัปดาห์มีหลายสาเหตุ และเป็นสาเหตุที่หลายท่านอาจคาดไม่ถึง เช่น การคุมกำเนิดไม่สำเร็จ ไม่มีเงินทำแท้ง การทำแท้งทานยาเถื่อนและคิดว่าแท้ง แต่ไม่แท้งจนเลย 12 สัปดาห์ หรือแม้กระทั่ง ฝ่ายชายทิ้งไป ชายมีหญิงอื่น ฝ่ายชายแต่งงานแล้ว ฝ่ายชายติดยาเสพติด&amp;nbsp;ฝ่ายชายติดคุก ตกงานไม่มีเงินที่จะเลี้ยงดู การตั้งครรภ์เป็นอุปสรรคในการประกอบวิชาชีพ เป็นต้น ดังนั้นการพูดถึงสิทธิผู้หญิง กับ ตัวอ่อนในครรภ์ คงไม่เพียงพออย่างที่ร่าง ค.ร.ม. ได้นำเสนอมา เพราะหลักคิดของพรรคก้าวไกลสอดคล้องต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงที่เป็นปัญหา ภายใต้แนวคิดสิทธิของผู้หญิง ตัวอ่อนในครรภ์ และ ความปลอดภัยของผู้หญิง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธัญวัจน์ อภิปรายเพิ่มเติมว่า ในประเด็นตัวอ่อนในครรภ์ ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ระยะเวลาที่ชัดเจนว่า หากเกิดขึ้นก่อน 28 สัปดาห์นั้น ถือว่าเป็นแท้ง ส่วนหลังจาก 28 สัปดาห์ถือว่าเป็นคลอดก่อนกำหนด นอกจากนี้ ส่วนที่ร่างพรรคก้าวไกลมองแตกต่างจากร่างของ ครม.​ คือ ความเสมอภาคทางเพศ&amp;nbsp;เพื่อปลดปล่อยผู้หญิงออกจากการตีตรา จึงแก้ไขเพิ่มเติมร่างดังกล่าวในคำว่า &amp;lsquo;ผู้หญิง&amp;rsquo; เป็น &amp;lsquo;บุคคล&amp;rsquo; เพราะคงเป็นที่รู้กันว่า เมื่อมีเรื่องลักษณะนี้ สังคมจะมีคำพูดสำเร็จรูปอยู่ไม่กี่คำ เช่น &amp;nbsp;&amp;ldquo;ใจแตก ไม่รู้จักรักตัวสงวนตัว&amp;rdquo; &amp;ldquo;คลอดมาแล้ว สงสารเด็กมันจริง ๆ กลายเป็นลูกไม่มีพ่อ&amp;rdquo; และเมื่อผู้หญิงไปทำแท้ง ก็จะมีคำพูดสำเร็จรูปอีกคำหนึ่งคะ &amp;ldquo;อะไรนะ ไปทำแท้ง ยัยแม่ใจยักษ์&amp;rdquo; แต่สิ่งที่หายไปคือ &amp;lsquo;คนที่ทำผู้หญิงท้อง&amp;rsquo; กลับไม่โดนตีตราใด ๆ จากสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคก้าวไกล ไม่ได้สนับสนุนการทำแท้ง แต่เป้าหมายสำคัญคือเราต้องการให้ผู้หญิงปลอดภัย และต้องตั้งคำถามต่อไปว่า เราจะทำอย่างไรให้อันตราการทำแท้งลดลง เราทุกคนในสังคม รวมถึงการออกแบบนโยบายรัฐเกี่ยวกับความเสมอภาค ถ้าไม่ให้ความสำคัญในประเด็น &amp;lsquo;เพศ&amp;rsquo; ก็จะไม่สามารถลดอัตราการทำแท้งของผู้หญิงได้ และยังคงทำให้ผู้หญิงก้าวเข้าสู่การทำแท้งอยู่ดี มีเหตุผลจำนวนมากที่ทำให้ผู้หญิงตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ เช่น ค่าใช้จ่าย ในความเป็นจริง ระดับรายได้ปานกลาง การฝากครรภ์ รวมคลอด &amp;nbsp;5 หมื่น ถึง 1 แสนบาท อุปกรณ์เด็กแรกเกิด 3 หมื่น ถึง 5 หมื่นบาท &amp;nbsp;และภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน 5 พัน ถึง 1 หมื่นบาท หรือในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยในบริการ สปสช. ค่าคลอด 1 หมื่นบาท เงินอุดหนุนเด็ก 600 บาท แบบไม่ทั่วหน้า เรียนฟรีไม่จริง ยังมีค่าเสื้อผ้า ค่าขนม ค่าเดินทาง หรือแม้วัยรุ่นท้องในวัยเรียน สังคมจะยอมรับหรือไม่ หรือจะซุบซิบนินทา ด่าทอให้อับอาย จนเธอต้องออกจากโรงเรียน เรื่องเหล่านี้อย่าคิดว่าไม่เกี่ยว เพราะนี่คือนานาเหตุผลที่ผู้หญิงตัดสินใจทำแท้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การที่พรรคก้าวไกลเปลี่ยนคำว่า &amp;lsquo;หญิง&amp;rsquo; เป็น &amp;lsquo;บุคคล&amp;rsquo; ก็เพื่อให้สังคมไม่ตีตราผู้หญิง อย่างที่กล่าวมาเราต้องเข้าใจว่า ผู้หญิงไม่ได้สนุกกับการทำแท้ง แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้พวกเธอต้องตัดสินใจ และการทำแท้งนั้น คือทางออกสุดท้ายที่เลือก หากเราคิดจะช่วยผู้หญิง การกำหนดเงื่อนไขเวลาเพียงแค่ 12 สัปดาห์ไม่แก้ปัญหา เราต้องกำหนดเงื่อนเวลา 24 สัปดาห์ เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และหามาตราการส่งเสริมความเสมอภาคของเพศหญิง เพื่อลดอัตราการทำแท้งต่อไปในอนาคต ให้ผู้หญิงมีทางเลือก ไม่ใช่อยู่อย่างในสถานการณ์ปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในสังคมที่มีชายเป็นใหญ่ที่กำหนดบทบาทและหน้าที่ของผู้หญิงแบบกดขี่ เราต้องเปลี่ยนแปลงสังคมหลายอย่าง การตั้งครรภ์ผู้หญิงต้องเรียนหนังสือได้อย่างไม่อับอาย เราต้องมีเงินอุดหนุนเด็ก 1,800 บาทต่อเดือนแบบทั่วหน้า พรรคก้าวไกลมีนโยบายเพิ่มอัตราการเกิด ที่พูดถึงศูนย์เด็กเล็ก และอัตราการจ้างแรงงาน 2 แสนตำแหน่ง ที่ต้องการให้ผู้หญิงมีลูกได้และมั่นใจในความมั่นคงของพวกเขา หยุดตีตราผู้หญิง ทำให้ผู้หญิงปลอดภัย มาร่วมใจกันแก้ปัญหาให้พวกเธอกัน&amp;rdquo; ธัญวัจน์ &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87810</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายอาญา, ทำแท้ง, พรรคก้าวไกล, ยุติการตั้งครรภ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe30958a303f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบแก้กฎหมาย &#039;ทำแท้ง&#039; กำหนดอายุครรภ์ทำได้ไม่ผิด เร่งส่งสภาฯบังคับใช้ ก.พ.64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย.63 - เวลา 14.00 น. ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรั,บาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาความผิดฐานทำให้แท้งลูก โดยมีที่มาคือ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัย ว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 กำหนดให้หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูกมีความผิดอาญานั้น เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของหญิงเกินจำเป็น ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 28 บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย และเพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 และ มาตรา 305 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯ กล่าวว่า วันนี้ ครม. เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 และ มาตรา 305 ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ โดยมีเหตุผลในการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 301 และ มาตรา 305 คือ 1.กำหนดอายุครรภ์สำหรับความผิดฐานหญิงทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูกขณะมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ มีความผิดและต้องรับโทษ เพื่อคุ้มครองสิทธิของหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ให้เกิดความสมดุลกัน 2.เพิ่มเหตุยกเว้นความผิดฐานทำให้แท้งลูก ให้ครอบคลุมกรณีต่างๆ ที่จำเป็นและสมควรต้องทำแท้งหรือยุติการตั้งครรภ์ให้กับหญิง และกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องทำตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาเพื่อความปลอดภัยของหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งมีสาระสำคัญคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 301 ให้หญิงที่มีอายุครรภ์ &amp;ldquo;ไม่เกิน 12 สัปดาห์&amp;rdquo; สามารถทำแท้งได้ จากเดิมที่ห้ามหญิงตั้งครรภ์ทำแท้งโดยเด็ดขาด ซึ่งการกำหนดอายุครรภ์ดังกล่าวเป็นไปตามความเห็นของแพทยสภาและราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่ปลอดภัยที่สุดในการทำแท้ง ไม่มีความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ทำแท้งเกิดอาการแทรกซ้อนและเป็นอันตรายแก่ชีวิต นอกจากนี้ ได้มีการแก้ไขลดอัตราโทษ เพื่อให้เหมาะสมกับการที่ผู้ทำแท้งต้องได้รับความเจ็บปวดทางร่างกายอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดโทษสูงอีก โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาตรา 301 หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูกขณะมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;quot;&amp;nbsp;จากเดิมที่กำหนดให้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรา 305 ได้มีการแก้ไขเพิ่มเหตุยกเว้นความผิดฐานทำให้แท้งลูก ให้ครอบคลุมกรณีที่จำเป็นและสมควรต้องทำแท้งหรือยุติการตั้งครรภ์ให้กับหญิง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาตรา 305 ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 301 หรือ มาตรา 302 เป็นการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้กระทำไม่มีความผิด (1) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหากหญิงตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายต่อสุขภาพทางกาย หรือจิตใจของหญิงนั้น (2) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหากทารกคลอดออกมาจะมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะได้รับผลกระทบจากความผิดปกติทางกายหรือจิตใจถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง (3) หญิงมีครรภ์เนื่องจากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ (4) หญิงซึ่งมีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในลำดับต่อไป จะส่งร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาดังกล่าว ให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา แล้วเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาโดยด่วน เพื่อให้มีผลบังคับใช้ก่อนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลบังคับใช้ 1 ปี หากแก้ไขไม่แล้วเสร็จ มาตรา 301 จะไม่มีผลบังคับใช้โดยปริยาย เพราะกฎหมายจะขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำแท้ง เป็นการส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิของผู้หญิงและชีวิตของทารกในครรภ์อย่างมีดุลยภาพ อีกทั้งสร้างความมั่นใจต่อบุคคลากรการทางการแพทย์ในการให้บริการยุติการตั้งครรค์โดยสมัครใจ ลดแรงจูงใจของผู้หญิงในการไปหาหมอเถื่อนเพื่อทำแท้ง ซึ่งผิดกฎหมายและไม่ปลอดภัยต่อชีวิต และในส่วนที่กฎหมายอนุญาตให้ทำแท้งทารกในครรภ์ที่มีความเสี่ยงที่จะคลอดออกมาแล้วพิการแต่กำเนิด จะช่วยลดภาวะตึงเครียดให้กับครอบครัวที่ไม่มีความพร้อมที่จะเลี้ยงดูบุตรที่มีสภาพพิการได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84119</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายอาญา, ทำแท้ง, รัชดา ธนาดิเรก, สิทธิเสรีภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb393c9159d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2019 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2019 01:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สามารถ พยัคฆ์อรุณ&#039;รับเคยนอกใจเมีย-บอกสาวให้ไปทำแท้ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เข้าชมรมมีเมียเด็กอีกหนึ่งคนแล้ว สำหรับ สามารถ พยัคฆ์อรุณ อดีตนักมวยแชมป์โลก ที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังปลูกต้นรักครั้งใหม่กับแฟนที่มีอายุห่างกันถึง 32 ปี แต่กว่าจะมาถึงวันนี้สามารถผ่านความรักมามากมาย ทั้งคบซ้อน ไปมีลูกกับผู้หญิงที่เยอรมัน แถมยังบอกให้ผู้หญิงเอาเด็กออก!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ตอนนี้พี่ก็เรื่อยๆ ชีวิตอยู่แบบนี้มานานแล้ว พี่ไม่ค่อยได้ออกสังคม แต่พี่ยังอยู่ในวงการมวยอยู่ แล้วก็ยังมีละครรับอยู่เรื่อยๆ ค่ายมวยก็ทำอยู่แล้วก็สอนมวยด้วย มีฉายาให้พี่ว่าเป็นนักมวยเจ้าสำราญ เพราะเดิมทีตอนพี่ต่อยมวยไทย เริ่มแรกทางพี่สื่อมวลชนก็จะตั้งฉายาให้ ผมไม่เจ้าชู้นะ ถามว่าสาวๆ เข้าหาเยอะไหม ผมคบเป็นคนๆไป ไม่ได้คบทีละ 2-3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตอนช่วงที่ได้แชมป์โลกเราก็ไปหมั้นผู้หญิงเอาไว้ ก็คือแม่ของลูกนี่แหละ และช่วงนั้นเราก็เที่ยวคึกคะนอง พอหลังแต่งงานสักปีกว่าๆ เรากับเขาก็แยกทางกัน พอเราเสียแชมป์โลกเราก็กลับไปง้อเขา แล้วกลับมาอยู่และมีลูกด้วยกัน กับแม่แรกมี 3 คน แต่เราพลาดเองที่ไปมีคนที่สอง คือผมไปต่อยที่เยอรมัน คือจังหวะที่เราต่อยเสร็จมันก็มีฉลองที่ร้านอาหารไทย ทีนี้กลุ่มเด็กไทยทะเลาะกัน ตำรวจก็มา ก็หนีไปบ้าง ไปโรงพยาบาลบ้าง แล้วผู้หญิงคนนี้เหลืออยู่คนเดียว เพื่อนเขาหายหมดเลย บ้านเขาก็ไกล ตอนนั้นเขาอายุ 16-17 ปี เราก็เลยให้เขานอนที่ห้องเรา เพราะห้องมี 2 เตียง ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร ก็คุยกันเรื่อยๆ จนกลับเมืองไทยและให้เบอร์ติดต่อกันไว้ พอกลับมาแล้วก็ยังคุยทางโทรศัพท์กันอยู่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่มันก็เหมือนเรื่องบังเอิญ จังหวะที่เราต้องหนี คือ ตอนนั้นพี่มีรายการ ต่อยชิงแชมป์โลก ที่จังหวัดตรัง ซึ่งตัวพี่เองไม่ได้อยากต่อย ทีนี้ทางผู้จัดการเซ็นสัญญา นัดวันอะไรเรียบร้อยแล้ว พี่ก็ไม่ต่อยจะหนีก็คิดได้ว่ามีน้องอยู่เยอรมัน เราก็เลยให้ผู้ใหญ่จัดการเรื่องตั๋ว เรื่องวีซ่า เราก็หนีไปอยู่เยอรมัน 4 เดือน ตอนนั้นก็ยังไม่ได้เลิกกับภรรยานะ คือตอนที่พี่ได้กับคนที่2 พี่ก็บอกกับแม่ของลูกว่าพี่ต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศสักพัก เพราะพี่ไม่อยากมีปัญหากับผู้จัดการ เขาก็เข้าใจ พอพี่ไปอยู่เยอรมันพี่ก็ไปอยู่ที่บ้านน้องคนนี้แหละ เขาก็อยู่กับแม่ พี่ชาย พี่สาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตอนนั้นไปอยู่ในฐานะคนอาศัย แต่เขาก็เริ่มรู้ว่าเราเริ่มจีบลูกสาวเขา ซึ่งครอบครัวเขาก็รู้ว่าเรามีลูก มีเมียแล้ว ตอนเราไปอยู่ที่นู่นก็มีอะไรกัน เขาก็มาบอกว่าเขาท้อง ซึ่งตอนนั้นเขายังเด็ก ยังไม่เต็ม 16 ปีด้วยมั้ง เราก็บอกให้เขาไปเอาออก เขาตอบว่า เขาอยากเอาไว้ แล้วเขาจะไม่รบกวน ไม่อะไรเลย พอเขาท้องได้ประมาณ 3 เดือน พี่ก็กลับเมืองไทย เรื่องนี้ตอนนั้นยังไม่ได้เล่าให้ภรรยาฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ลูกคลอดก็ได้เห็นหน้าลูก เขาส่งมาให้ดู ช่วงลูก 2 ขวบเขาก็พามาหาเรา พี่เจอเขาช่วงเล็กๆ ปรมาณ 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายประมาณ 7-8 ขวบแล้ว ณ ตอนนี้ก็ยังเจอกัน ตอนนี้เขาเรียนอยู่ที่บางแสน รู้สึกจะจบปีนี้ ก่อนหน้านี้ไม่ได้เจอกันประมาณ 12 ปี ตอนนี้ก็เจอกันเรื่อยๆ ถ้าเขาว่างเขาก็ขับรถมาหาพี่ที่กรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมีคนคุย ก่อนหน้านี้ก็มี เพิ่งเลิกกันเมื่อ เดือนมกราคม ปี 2560 คนนี้ก็คบกันมา 10 ปี คนล่าสุดเลิกกันเพราะเบื่อทั้งคู่ มีความรัก 3 ครั้งไม่ประสบความสำเร็จ จริงๆเราอยากอยู่แบบนี้อยู่แล้ว อยากอยู่ตัวคนเดียว อยู่กับพวกนักมวย แต่จริงๆตอนนี้มันก็ยังมีคนคุยๆกันอยู่ ยังไม่ได้แต่งงาน ห่างกัน 32 ปี ฝ่ายหญิงอายุ 25 ปี คุณพ่อ คุณแม่เขาก็เด็กกว่าพี่ แต่ก็ยังไม่เคยเจอ เจอแต่แม่เขา ซึ่งพ่อเขาเป็นนักมวยเก่า เป็นนักมวยรุ่นน้องพี่ คบกันประมาณปีกว่า จริงๆ เราเจอเขามาหลายปีแล้วแหละ ประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาเพิ่งเข้าเรียน ปี1 แล้วเราไปคอนเสิร์ตที่สารคาม แล้วเราก็ไปเจอเขา จริงๆเขาเป็นแฟนคลับพี่ พ่อเขาก็ชอบ เป็นแฟนคลับพี่ ตอนเจอกันพี่ก็ขอเบอร์โทรเขาโทรคุยกันเรื่อยๆ แต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้เลิกกับคนเก่า ก็คุยกันได้สัก 6-7 เดือน เราก็หายกันไป หายไปจนพี่มาเลิกกับคนนี้ถึงกลับมาเจอใหม่อีก มีแฟนเด็กกว่าตั้ง 32 ปี เขินนะ คนแซวเราก็อายนะ เรื่องแต่งงาน ยังๆ อยู่กันให้ได้ก่อน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลจากรายการ คุยแซ่บShow&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33531</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำสาวท้อง, ทำแท้ง, นักมวย, สามารถ พยัคฆ์อรุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190413/image_big_5cb0d8b3da3bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 21:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 21:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุฒิสภาอาร์เจนตินาคว่ำร่างกฎหมายทำแท้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วุฒิสภาอาร์เจนตินาลงมติคัดค้านร่างกฎหมายทำแท้ง หลังจากกฎหมายฉบับนี้ผ่านการเห็นชอบจากสภาล่างมาแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักเคลื่อนไหวที่เห็นด้วยกับการทำแท้งถูกกฎหมายปลอบโยนกันภายหลังการลงมติของวุฒิสภา&amp;nbsp; ที่กรุงบัวโนสไอเรส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการอภิปรายกฎหมายฉบับนี้อย่างยาวนานตั้งแต่วันพุธที่ 8 สิงหาคม ที่ประชุมวุฒิสภาอาร์เจนตินาลงมติกลางดึกล่วงเข้าวันพฤหัสบดี คัดค้านร่างกฎหมายทำแท้งถูกกฎหมายในช่วง 14 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ โดยวุฒิสมาชิกคัดค้าน 38 เสียง, 31 เสียงเห็นด้วย และงดออกเสียง 2 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังทราบผลการโหวตของที่ประชุมวุฒิสภา นักเคลื่อนไหวต่อต้านการทำแท้งที่ชุมนุมอยู่ด้านหน้าอาคารรัฐสภาที่ใช้สัญลักษณ์ผ้าพันคอสีฟ้าอ่อนต่างโห่ร้องด้วยความยินดีและจุดดอกไม้ไฟฉลอง ขณะที่กลุ่ม &amp;quot;โปร-ชอยส์&amp;quot; ที่เป็นกลุ่มสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งส่วนใหญ่โพกผ้าพันคอสีเขียว ต่างมีสีหน้าเศร้าโศก บางคนเผาถังขยะ, แผ่นไม้และขว้างก้อนหินเข้าใส่ตำรวจปราบจลาจลที่พยายามสลายการชุมนุมของพวกเขาด้วยแก๊สน้ำตาและน้ำแรงดันสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงปาระเบิดขวดใส่ตำรวจปราบจลาจลด้านนอกสภา&amp;nbsp; / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายทำแท้งฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาร์เจนตินาเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเฉียดฉิว 129-125 เสียง แต่การประกาศใช้กฎหมายต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา ส่วน ส.ส.จะต้องรอ 1 ปี ถึงจะยื่นร่างกฎหมายทำแท้งเพื่อเข้าสู่การพิจารณาใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิเกล อังเคล ปิเชตโต ผู้นำฝ่ายค้านในวุฒิสภา กล่าวให้กำลังใจกลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ว่าอย่าเพิ่งยอมแพ้ เพราะอนาคตจะไม่ใช่เป็นของกลุ่มรณรงค์คัดค้านกฎหมายนี้แต่ฝ่ายเดียว และในที่สุดผู้หญิงจะต้องเป็นผู้ตัดสินใจในสิ่งที่เธอต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายทำแท้งของอาร์เจนตินาในปัจจุบันอนุญาตให้ทำแท้งได้เฉพาะ 3 กรณีเท่านั้น เช่นเดียวกับประเทศส่วนใหญ่ในลาตินอเมริกา คือตั้งครรภ์จากการโดนข่มขืน ทารกในครรภ์เสี่ยงที่จะทำให้แม่เสียชีวิต และทารกในครรภ์มีความพิการ ส่วนร่างกฎหมายทำแท้งที่โดนวุฒิสภาคว่ำไป อนุญาตให้ทำแท้งได้ในช่วง 14 สัปดาห์แรก โดยอุรุกวัยและคิวบาเป็นเพียง 2 ชาติ ในลาตินอเมริกาที่มีกฎหมายให้ทำแท้งได้ในช่วง 14 สัปดาห์แรก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15074</URL_LINK>
                <HASHTAG>คว่ำร่างกฎหมาย, ทำแท้ง, วุฒิสภา, อาร์เจนตินา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c499ed21ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอร์แลนด์ลงประชามติท่วมท้นคว่ำ กม.ห้ามทำแท้ง นายกฯ ดัน กม.ใหม่สิ้นปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวไอริชลงประชามติสนับสนุนการยกเลิกกฎหมายห้ามการทำแท้งอย่างเด็ดขาดในประเทศโรมันคาทอลิกแห่งนี้ด้วยคะแนนท่วมท้นเกิน 66% นายกฯ ลีโอ วารัดคาร์ ประกาศจะออกกฎหมายฉบับใหม่ภายในสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มรณรงค์โหวตหนุนแก้กฎหมายฉลองชัยชนะหลังรู้ผลคะแนนประชามติ 26 พ.ค. 2561 / AFP &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2561 ไอร์แลนด์จัดลงประชามติประวัติศาสตร์เมื่อวันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการยืนยันเมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งตรงกับเช้าวันอาทิตย์ของไทย พบว่าชาวไอริช 1,429,981 คน หรือ 66.4% ลงมติสนับสนุนการยกเลิกข้อห้ามตามกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2526 ที่ไม่อนุญาตให้มีการทำแท้งและบัญญัติบทลงโทษสูงสุดจำคุก 14 ปี ส่วนคะแนนคัดค้านนั้นมี 33.6% จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์อยู่ที่ 64%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายสนับสนุนสิทธิในการเลือกหลายพันพากันออกมาฉลองผลประชามติครั้งนี้ที่กรุงดับลิน รูธ โบวี&amp;nbsp; พยาบาลวัย 40 ปีที่มาร่วมยินดีกล่าวว่า เธอเคยตั้งท้องนอกมดลูก และต้องไปให้แพทย์นอกประเทศนี้ตรวจเพื่อยืนยันว่าลูกไม่มีทางรอดชีวิต เธอเล่าเรื่องของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าโดยหวังว่าสักวันไอร์แลนด์จะแก้กฎหมาย แล้ววันนั้นก็มาถึงจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ประชามติสนับสนุนกฎหมายห้ามทำแท้งในปี 2526 มีสตรีไอริชราว 170,000 คนต้องออกไปทำแท้งในต่างประเทศ กฎหมายนี้ได้รับการแก้ไขในปี 2556 โดยยกเว้นกรณีครรภ์ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้เป็นแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฯ วารัดคาร์กล่าวว่า วันเสาร์ที่ 26 จะเป็นวันที่ได้รับการจดจำว่าไอร์แลนด์ได้ก้าวพ้นเงามืดสู่แสงสว่าง เป็นวันที่ประเทศนี้บรรลุนิติภาวะ รัฐบาลของเขาจะเสนอกฎหมายทำแท้งฉบับใหม่ที่จะอนุญาตให้ทำแท้งได้เมื่ออายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ และจะกำหนดข้อยกเว้นให้สำหรับอายุครรภ์ระหว่าง 12-24 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ลีโอ วารัดคาร์ มารอฟังผลการนับคะแนนเมื่อวันศุกร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วารัดคาร์กล่าวว่า เขาต้องการให้กฎหมายฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนไซมอน แฮร์ริส&amp;nbsp; รัฐมนตรีสาธารณสุข บอกกับเอเอฟพีว่าคณะรัฐมนตรีนัดประชุมกันในวันอังคารที่ 29 เพื่ออนุมัติร่างกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลประชามติครั้งนี้เป็นความเสื่อมถอยอีกครั้งสำหรับคริสตจักรโรมันคาทอลิกของไอร์แลนด์ ที่หลายปีมานี้ประชาชนเสื่อมศรัทธาเพราะเรื่องอื้อฉาวการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก 3 ปีที่แล้วชาวไอริชก็เพิ่งลงประชามติหนุนการแต่งงานของเพศเดียวกันด้วยคะแนน 62%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10117</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาทอลิก, ทำแท้ง, ประชามติ, ลีโอ วารัดคาร์, แก้กฎหมาย, ไอริช, ไอร์แลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0ab6abb77fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
